เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 67 Plate

Chapter 67 Plate

Chapter 67 Plate


阵盘

หนึ่งปีผ่านมา,ซูเห่ามีอายุ 12 ปีแล้ว.

ผ่านเข้าไปในพื้นที่รกร้าง,จากการสังหารผ่าจัดเก็บไม่หยุด,ทำให้เขาได้รับรูปแบบสัตว์ร้ายมากมาย.

ด้วยการถอดรหัสโครงสร้างอักขระรูน,จากหลักการพื้นฐานพลังงานข้อหนึ่งและหลักการพื้นฐานพลังงานที่สอง,ซูเห่าเริ่มเข้าใจทิศทางของการศึกษารูนอักขระแล้ว,ด้วยหลักการดังกล่าว,ทำให้เขาได้สร้างรูนอักขระโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาหลายตัว.

ในบรรดาโครงสร้างพื้นฐานรูนอักขระที่ได้รับมา,ผิดถูกไม่สำคัญ,หลังจากนี้ค่อยปรับปรุงในทีหลังได้.

รูนอักขระที่เขาได้รับมาประกอบด้วย ชีวภาพ(พลังงานพื้นฐานข้อหนึ่ง),สนามพลังงานโก่งตัว(พลังงานพื้นฐานข้อสอง),ต้นกำเนิดคลื่นชีวภาพ(การส่งผ่านคลื่น),ตัวรับคลื่นชีวภาพ(คลื่นรังสีจากตัวรับ),คลื่นยกระดับพลัง(ตัวเร่งปฏิกิริยา),ตัวควบคุมทิศทาง(สนามพลังสกัด),การควบคุมคลื่น(สวิตซ์สนามพลัง),การควบคุมปริมาณ(ตัวเลขฐานพลัง),การซ้อนทับของคลื่น(สำเนา),พลังงานการสั่น(จุดเชื่อมตำแหน่ง),การรวมอนุภาค(ความเข้มข้นของพลังงาน),ล๊อควัตถุดิบ(การจับคู่,สัญญาณพิเศษ),การเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบพิเศษ(การแปลงพลังมวลพิเศษ)......

มากมายนับไม่ถ้วน,ที่ได้จากการวิเคราะห์และแจกแจงบันทึกเอาไว้.

พื้นฐานรูนเหล่านี้ให้ประสิทธิผลที่แตกต่างกันไป.

รูนอักขระ“ม่านพลัง” นี่คือรูนอักขระที่ซูเห่าที่เชี่ยวชาญขึ้นเรื่อย ๆ ,ยิ่งเข้าใจหลักการ,ก็ยิ่งเข้าใจรูนดังกล่าวมากขึ้น.

หลักการของรูนม่านพลังนั้น,ไม่ใช่การสร้างพลังงานขึ้นมาปกคลุมร่างกาย,ทว่าเป็นการสร้างสนามพลังงานชนิดหนึ่งขึ้น,ซึ่งสนามพลังงานดังกล่าวมีความสามารถโก่งตัวและยับยั้ง,ได้เปลี่ยนพลังงานให้กลายเป็นสสารที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่รอบ ๆ ร่างกาย.

สสารดังกล่าวส่องแสงสีแดง,หากมองดี ๆ,จะพบว่านั่นไม่ใช่พลังงานแสง,แต่เป็นสสารอย่างหนึ่ง.

สสารสีแดงที่เรียกว่าม่านพลังนั้น,มีความหนาแน่นไม่สูงนัก,แต่มันมีความอ่อนนุ่มยืดหยุ่นมาก.

เมื่อสสารสีแดงที่อ่อนนุ่มถูกกระแทกอย่างรุนแรง,จะเกิดการสั่นพ้องขึ้นมา,จนทำให้เกิดการขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว,และสสารสีแดงที่อ่อนนุ่มจะจับตัวกลายเป็นของแข็งที่แข็งแกร่งทำลายไม่ได้.

การโจมตีไปยังม่านพลังงาน,ยิ่งเกิดการสั่นสะเทือนมากขนาดใหน,ม่านพลังก็จะยิ่งหนาแน่นและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น.

กล่าวได้ว่ายิ่งโจมตีแรงเท่าไหร่,ม่านพลังก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น,ทว่าหากพลังตีเบา ๆ ม่านพลังก็อ่อนแอไปด้วยเช่นกัน.

ย้อนกลับไปก่อนนั้นหากซูเห่าไม่โจมตีจินต้าโม่อย่างรุนแรง,ทว่าค่อย ๆ เคลื่อนไหวช้า ๆ ด้วยคมดาบ,ผลของม่านพลังก็จะไม่สามารถป้องกันคมดาบของเขาได้.

กลไกของม่านพลัง,ค่อนข้างเหมือนหลักการ“ของไหล”ของนิวตัน.

อย่างไรก็ตาม,ต้องการแยกส่วนพื้นฐานอักขระม่านพลัง,อย่างแม่นยำก็เป็นความยากที่เกินจะจินตนาการได้.

การวิวัฒนาการของธรรมชาติ,การก่อตัวของรูนอักขระนั้นเป็นเอกลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบมาก.

เป็นความจริง,ผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลก็คือธรรมชาตินั่นเอง,ทุกสรรพสิ่งที่ก่อกำเนิดขึ้นมา นับเป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง.

ใช่แล้ว,ในสายตาของซูเห่า,รูนอักขระที่กำเนิดขึ้นนั้น,เป็นผลงานที่น่าอัศจรรย์ของธรรมชาตินั่นเอง.

......

ซูเห่าได้เปลี่ยนฐานที่มั่นหกครั้งแล้ว,วันนี้เขาได้เก็บข้าวของ,วางแผนที่จะกลับเข้าเมืองเพื่อซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่หมดไป.

ในเวลานี้เมืองที่ใกล้ที่สุดของเขาไม่ใช่เมืองหลิงหยุนอีกต่อไป,ทว่าเป็นเมืองเล็กแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าเมืองกู่หยาง,ซึ่งอยู่ไกลจากเมืองหลิงหยุนมาก,หากเขาต้องการกลับเมืองหลิงหยุนเวลานี้,จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนครึ่ง.

ตลอดปีที่ผ่านมาเขาได้เดินทางไปหลายแห่ง,มุ่งหน้าสู่พื้นที่มีสัตว์ร้ายมากมาย,ได้พบเข้ากับสัตว์ร้ายระดับจอมยุทธ์และปรมาจารย์นับไม่ถ้วน,ทว่าหากพบกับสัตว์ร้ายที่อาจจะเป็นบรรพจารย์ยุทธ์เขาก็จะหนีอย่างรวดเร็ว.

เขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง.

สัมผัสการรับรู้ของเขา,หากใช้จิงซีสามารถขยายออกไปได้ถึง 2 กิโลเมตร,นอกจากนี้สัมผัสระวังภัยยังมีรัศมีถึง 1300 เมตร,หากมีสัตว์ร้ายที่ทรงพลังเข้ามาใกล้,เขาสามารถตอบสนองวางแผนลงมือหรือถอยหนีได้.

ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตในพื้นที่รกร้างด้วยตัวคนเดียวได้,นอกจากนี้ยังสามารถสังหารสัตว์ร้ายมากมาย,โดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บสักครั้ง.

การวิจัยรูนอักขระตลอดปีที่ผ่านมา,ทำให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของเขาสูงมากด้วยเช่นกัน.

ในความเข้าใจของเขาเวลานี้,เขาสามารถบอกได้ว่าในขอบเขตปรมาจารย์นั้นเขากลายเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทานแล้ว.

ประเมินจากอะไร.

อย่างแรกปริมาณจิงซี,ที่เวลานี้มันเพิ่มขึ้นมากมายหลายเท่า,แม้แต่สัตว์ร้ายปรมาจารย์ระดับสูงยังไม่อาจเทียบเขาได้.

อย่างที่สอง,เขาสามารถใช้รูนอักขระได้หลายอย่าง,ด้วยการช่วยเหลือของเสี่ยวกวง,เขาต้องการวาดสลักรูนตอนใหนก็ได้ตามที่เขาต้องการ,ใช้เวลานานสุดสิบวินาที,ช้าสุดห้าวินาที,ในการต่อสู้ที่รุนแรงนั้น,เขาสามารถสร้างม่านพลังป้องกันตัวเองได้ในทันที,ฝ่ายตรงข้ามจะทำร้ายเขาได้อย่างไร?

ท้ายที่สุด,เขาพบว่าร่างกายของเขาที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ,ยิ่งเติบโตจิงซีเองก็เติบโตขึ้นด้วย,เมื่อเขาเติบโตเต็มที่,จิงซีที่เขามีจะมากมายมหาศาลขนาดใหน,แม้แต่เทียบได้กับขอบเขตบรรพจารย์ยุทธ์เลยหรือไม่?

มีความเป็นไปได้มาก,ทว่าซูเห่านั้นก็ไม่เคยทดลองต่อสู้ข้ามระดับแต่อย่างใด,เพราะการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามที่มีระดับเหนือกว่าไม่น่าจะใช่เรื่องง่าย.

เขาไม่ใช่คนประมาทที่จะข้ามขั้นไปต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีระดับเหนือกว่า.

ซูเห่าเวลานี้คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตคนเดียวมาก,หลังจากเข้าไปในเมือง,เขาก็มุ่งหน้าสู่เป้าหมายของเขาทันที.

ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นโรงแรมที่พักเขาจำเป็นต้องทำความสะอาดตัวเองก่อน,จากนั้นก็ออกไปซื้อสินค้าอุปกรณ์ที่เขาต้องการ,ซ่อมแซมอาวุธของเขา,จากนั้นค่อยออกเดินทางสู่ดินแดนรกร้างอีกครั้ง,ไล่ล่าสังหารบันทึกรูปแบบสัตว์ร้ายดังที่เขาเคยทำต่อ.

การใช้ชีวิตในเมืองเป็นความรู้สึกสะดวกสบายอย่างคาดไม่ถึง,ทว่ามันกับขาดสภาพแวดล้อมที่สงบและไม่มีรูปแบบสัตว์ร้ายมากมายตามที่เขาต้องการ.

นอกจากนี้การอยู่ในเมืองก็ไม่ได้ดีไปซะหมด,มีเหล่าอันธพาลที่เรียกว่า“เจ้าถิ่น”ที่ชอบเข้ามารีดไถคนนอกด้วย.

ด้วยเหตุนี้ซูเห่าได้ส่งพวกเขาไปนอนบนเตียงทันที.

เรื่องนี้ซูเห่าลงมือโดยไม่คิดอะไรและไม่หวาดกลัวถึงผลที่ตามมาด้วย,เขามีเรดาร์ตรวจสอบเหล่าเจ้าถิ่นที่ต้องการกลับมาแก้แค้นได้ตลอด,หากเขาไม่อาจสู้ได้,ก็สามารถหลบเลี่ยงหนีออกไปได้.

ซูเห่าใช้เวลาในพื้นที่รกร้างมาโดยตลอด,ทุกพื้นที่,ที่ซูเห่าไป จะพักอยู่ราว ๆ สามเดือน,เมื่อสัตว์ร้ายเหลือน้อย,ก็เปลี่ยนฐานใหม่,และกลับมาซื้อของในเมืองใกล้เคียง,เป็นเช่นนี้อยู่ตลอด.

ผ่านมาอีกหนึ่งปี,ซูเห่ามีอายุ 13 ปี.

เขาได้รับรูนอักขระพื้นฐานอย่างง่ายจำนวนมาก,นอกจากนี้ยังได้ยังได้วิเคราะห์พื้นฐานความรู้เรื่องรูนแจงออกมา 11 ข้อ,บันทึกแยกแยะรายระเอียด,เปิดเผยความลึกล้ำของรูนอักขระทีละน้อย ๆ.

แทบจะตลอดเวลา,ซูเห่าตะเวนไปทั่วพื้นที่รกร้าง,ค้นหาเหยื่อที่เหมาะสม,เก็บเกี่ยวรูปแบบสัตว์ร้าย,ศึกษาหาความลับของธรรมชาติอย่างไม่เกียจคร้าน.

เวลานี้เขาเริ่มทดสอบผสานรูนอักขระพื้นฐานเข้าด้วยกันแล้ว,โดยเลือกอักขระที่ให้ผลสอดคล้องกัน,ทว่ามันกับยากมากจนงานไม่ก้าวหน้าเลย.

รูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์แบบนั้นเกิดจากสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการมาเนิ่นนาน,พัฒนาจนสมบูรณ์.

ซูเห่าต้องการสร้างรูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์จากการแยกส่วนออกมาแล้วผสานกันตามใจด้วยการวาดสลักรูนลงไปนั้น,ความยากจึงมากมายเกินที่จะจินตนาการถึงได้.

การผสมอักขระรูนเข้าด้วยกัน,ไม่อาจทำงานได้,หรือทำงานแต่ก็พังทลายลงแทบจะในทันที.

หลังจากทดสอบล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน,ซูเห่าก็เริ่มพบเข้ากับปัญหา.

รูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์นั้น,ไม่ได้มีเพียงแค่อักขระรูนพื้นฐานที่ผสมเข้าด้วยกัน,ทว่าต้องพิจารณาถึงส่วนประกอบทั้งระบบวงจรทั้งหมดด้วย.

กล่าวอีกนัยหนึ่งหลังจากนำอักขระรูนพื้นฐานผสานรวมกันแล้วจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าวงจรอื่น ๆ ทั้งหมดนั้นเขากันได้ด้วยหรือไม่?

จากนั้น,ซูเห่าก็ไม่รีบเร่งผสานอักขระรูนพื้นฐานเข้าด้วยกัน.

เขาได้ทำการออกแบบฐานรูนขึ้นมา,ออกแบบลวดลายมาตรฐานที่เรียกว่า“รอยเย็บ” เป็นลวดลายเชื่อมอักขระรูนที่เลียนแบบวงจรไฟฟ้า.

เขาได้ออกแบบเป็นแผ่นจานที่สามารถวาดสลักรูนลงไปและปรับเปลี่ยนได้.

แผ่นจายจะมีลวดลายเป็นวงกลมหลายอันที่แบ่งพื้นที่ต่าง ๆ แยกย่อยออกเป็นส่วน ๆ,มีพื้นที่หลักพื้นที่ย่อย,มีเส้นเชื่อมมาตรฐานที่สามารถเลือกทางเดินการโคจรพลังงานที่เหมาะสมได้.

ซึ่งดูแล้วเหมือนกับบอร์ดออกแบบวงจรไฟฟ้าเป็นอย่างมาก,มีความสามารถในปรับเปลี่ยนเส้นทางการเคลื่อนไหวของกระแสไฟฟ้าได้,ตลอดจนมีตัวต้านทานในจุดต่าง ๆ.ที่

หลังจากทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง,ซูเห่าก็พบกับความลับของรูปแบบสัตว์ร้ายเข้า.

การค้นพบครั้งนี้ทำให้เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก.

แท้จริงแล้วโครงสร้างของรูปแบบสัตว์ร้ายจริง ๆ เขาเข้าใจผิดมาโดยตลอด.

จบบทที่ Chapter 67 Plate

คัดลอกลิงก์แล้ว