เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 41: Where 4 levels of students are at

Chapter 41: Where 4 levels of students are at

Chapter 41: Where 4 levels of students are at


4级学员在哪

ในสถาบันหลิงหยุน,นักเรียนปีสาม,จำเป็นต้องตามอาจารย์ที่ปรึกษา,ไปยังฐานที่มั่นกลางป่าเพื่อฝึกฝนจริง,หลัก ๆ แล้วก็เพื่อศึกษาการเอาชีวิตรอดในป่า,ต่อสู้กับสัตว์ร้ายจริง ๆ.

หลังจากสามารถอยู่รอดได้ตลอดหนึ่งปีพวกเขาก็จะเติบโต,ด้วยเหตุนี้นักเรียนปีสาม,เทียบกับนักเรียนปีสองและปีหนึ่งย่อมแตกต่างกันเป็นอย่างมากในด้านประสบการณ์การต่อสู้นั่นเอง.

หรือจะบอกว่านักเรียนปีสามที่ผ่านการต่อสู้กับสัตว์ร้ายมาแล้ว,จึงมีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ.

ทว่าไม่ว่าจะมีประสบการณ์เท่าไหร่สำหรับซูเห่าแล้ว,นักเรียนปีสามก็ไม่ต่างจากผู้เยาว์อายุ 12-13 ปี,ถึงจะมีคนกลายเป็นจอมยุทธ์บ้างแล้ว,แต่ก็เป็นเพียงจอมยุทธ์ระดับต้น,ซึ่งก็ไม่ต่างจากผู้ฝึกยุทธ์นั่นล่ะ.

ไม่พอมือซูเห่าแม้แต่น้อย.

เมื่อมาถึงที่มั่นนักเรียนปีสาม,ซูเห่า,เหอชิงชิง,เสี่ยวปัง,ที่ก้าวเข้าไปด้านใน,เอ่ยเสียงดังกังวาน“ข้าอู๋เซี่ยงหวู่,มาท้าประลองนักเรียนปีสามโดยเฉพาะ,พวกเจ้าสามารถเข้ามาพร้อมกันได้เลย.”

ในเวลานั้นนักเรียนปีหนึ่งปีสองมากมายที่ตามมา,จ้องมองอยู่ห่าง ๆ ,พูดคุยกันเบา ๆ.

ใบหน้าของสาวน้อยโม่ซินที่ยืนข้าง ๆ จินต้าเหยี่ยนไม่อยากเชื่อภาพที่เห็น,ดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความสงสัย“พี่ต้าเหยี่ยน,ท่านคิดว่าอู๋เซี่ยงหวู่จะสู้นักเรียนปีสามได้ใหม? นักเรียนปีสาม แต่ละคนตัวสูง กล้ามใหญ่,ไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยได้เลย.”

จินต้าเหยี่ยนที่ส่ายหน้าไปมา“ข้าไม่รู้,คนผู้นี้ข้าไม่อาจเข้าใจได้เลย.”

จินเสี่ยวหานที่ดึงแขนโม่ซินออก,เข้าไปแทรกตรงกลางระหว่างพี่ชาย,เอ่ยออกมาว่า“โม่ซินถามเฉย ๆ อย่าได้ฉวยโอกาสเอาเปรียบพี่ชายของข้า.”

โม่ซินที่หัวเราะคิกคัก,เอ่ยออกมาว่า“ในความเห็นของข้า,อู๋เซี่ยงหวู่ไม่ประมานตน,เขาไม่รู้รึไงว่า นักเรียนปีสาม,แตกต่างกับนักเรียนปีสองมาก.”

จินเสี่ยวหานพยักหน้ารับ“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน,ตอนนี้เขาช่างโอหังเกินไปแล้ว.”

โม่ซินพยักหน้ารับ,เอ่ยออกมาว่า“อู๋เซี่ยงหวู่เป็นอสุรกายพรสวรรค์จริง ๆ,เขามีความหยิ่งผยองเป็นอย่างมาก,อย่างไรก็ตามครั้งนี้เกรงว่าคงต้องนอนกองบนพื้นแล้ว.”

โม่ซินที่หันหน้ากลับมา เอ่ยเพิ่มอีกว่า,“พี่ต้าเหยี่ยนต่างหากเล่าถึงจะควรค่าเป็นอัจฉริยะของสถาบันหลิงหยุน,มีอะไรต้องอิจฉาอู๋เซี่ยงหวู่ด้วยรึ?”

จินต้าเหยี่ยนเอ่ยอย่างไม่แยแส“แน่นอนว่าต้องอิจฉา,ข้าเป็นเพียงคนที่มีพรสวรรค์,แต่เขาเป็นอสุรกายพรสวรรค์,จะนำคนที่มีพรสวรรค์ไปเทียบกับอสุรกายพรสวรรค์ได้อย่างไร?”

โม่ซินและจินเสี่ยวหานที่พูดไม่ออกเหมือนกัน.

อีกฝั่งหนึ่ง,เสี่ยวอี้ซูที่ยืนอยู่ที่มุม,จ้องมองซูเห่าเงียบ ๆ,ในแววตาที่ดูสับสนเล็กน้อย,พร้อมกับเอ่ยพึมพำกับตัวเอง“อู๋เซี่ยงหวู่,ข้าด้อยกว่าเจ้า!”

......

นักเรียนปีสามที่ปรากฏขึ้นดูสับสน,ทว่าไม่มีเวลาให้พวกเขาได้คิด,ซูเห่าก็พุ่งเข้าไปต่อยทะยานเสยปลายคางพวกเขาทันที,นักเรียนปีสามที่ปรากฏคนแล้วคนเล่า ต่างก็ถูกต่อยลอยกระเด็นหมดสติไปทันที.

คนทั้งหมดที่เขาเห็นล้วนต่างก็ถูกทุบสลบกันไปจนหมด.

ไม่ได้หยุดเท่านั้น,ซูเห่ายังบุกเข้าไปด้านในต่อ.

ในเวลานั้นมีคนผู้หนึ่งที่ปรากฏขึ้น,ขวางทางซูเห่า,พร้อมกับลอบโจมตีเข้ามาอย่างคาดไม่ถึง.

อย่างไรก็ตามซูเห่าที่ใช้ท่าเท้าเคลื่อนเงาหายไป,พร้อมกับต่อยสวนทะยานขึ้นมา.

ลอยละล่องไร้น้ำหนัก!

ในเวลานี้ นักเรียนปีสามที่เพิ่งตั้งสติได้แล้ว,ก็พบว่ามีใครบางคนกำลังบุกเข้ามาหาเรื่องพวกเขาแล้ว.

หลังจากพบหน้า,ไม่ได้พูดกันเกินสองสามคำก็ถูกโจมตีแล้ว,ช่างเป็นคนที่โอหังเกินไปแล้ว.

ด้วยเหตุนี้มีใครบางคนที่ต้องการหยุดซูเห่า,ทว่าก็ไม่อาจทำอะไรได้,แม้แต่ตัวเองก็หมดสติไปอย่างรวดเร็ว.

อย่างไรก็ตามเวลานี้ทุกคนจะเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว การดูเหมือนว่าการหยุดอีกฝ่ายจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแล้ว.

ในเวลาสั้น ๆ ที่ซูเห่าบุกเข้ามา,หนึ่งหมัดหนึ่งเท้า,นักเรียนปีสามลอยกระเด็นหมดสภาพ,หลายคนที่ล่วงหล่นไปนอนครวญคราง,แทบไม่อาจขยับหรือลุกขึ้นมาได้.

นี่เป็นการบุกเข้ามาเชือดพวกเขาโดยแท้จริง.

ซูเห่าที่ยังบุกเข้าโจมตีไม่เลือกหน้า,เขาตะโกนใส่ใครที่อยู่ไกลออกไปเสียงดัง“นักเรียนปีหนึ่งมาท้าประลองนักเรียนปีสามโดยเฉพาะ,พวกเจ้าทั้งหมดรวมกันเข้ามาเลย.”

ซูเห่าที่เคลื่อนที่เร็วมาก,หมัดเท้าที่ลอยว่อน,กระแทกนักเรียนปีสามกระเด็นเคว้งคว้างบนอากาศ,ร่วงหล่นลงบนร้องโอดโอยก้องกังวานทั่วลานยุทธ์

เหล่านักเรียนปีสามที่ยังไม่ลงไปนอนรู้สึกหวาดผวา,บางคนก็หนีตายออกไป,ทว่าบางคนไม่ยินยอมก็บุกเข้าไป,ก่อนถูกต่อยลอยกระเด็น,หมดสภาพกองบนพื้นทันที.

“เจ้าเด็กกะโปโลนี่ ไม่รู้ว่ามันบ้ามาจากใหน,ดุร้ายเกินไปแล้ว,พวกเราขวางทางมันไม่ได้แล้ว,รีบไปหาเย่เสี่ยวเมิ่งเร็วเข้า.”

“ไปหาเย่เสี่ยวเมิ่ง? ให้มาไล่คนผู้นี้ไปอย่างงั้นรึ?”

“ใช่,ว่าแต่เจ้าไม่อาจชนะได้ก็เลยต้องไปหาพวกผู้หญิงอย่างงั้นรึ? เจ้าอยากไปก็ไป,ข้าไม่ไป.”

“แต่ว่าตอนนี้มีเพียงเย่เสี่ยวเมิ่งเท่านั้นที่เป็นคู่ต่อสู้ของมันได้.”

“ข้าได้ยินมาว่า,เย่เสี่ยวเมิ่งเป็นจอมยุทธ์แล้ว,มีเพียงนางที่สามารถเอาชนะเจ้าเด็กบ้าคนนี้ได้.”

“บัดซบ,เจ้าเด็กบ้านั่นบุกมาตรงนี้แล้ว.”

“เจ้าออกไปขวางทาง,ถ่วงเวลาไว้,ข้าจะไปหาเย่เสี่ยวเมิ่ง.”

“สารเลว,ใหนบอกก่อนหน้านี้ว่า ไม่ไป?”

......

ไม่ไกลจากสนามฝึกปีสาม,ที่นี่เป็นพื้นที่ควบคุมที่มีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่,ซึ่งจะมีนักเรียนปีสามเข้ามาฝึกฝนต่อสู้กับสัตว์ร้ายที่นี่.

ในเวลาเดียวกันในพื้นที่ฝึกฝน,สตรีผมสั้นอายุ 13-14 ปี,กำลังเผชิญกับสัตว์ร้ายร่างใหญ่ยักษ์.

สัตว์ร้ายตนนี้มีความสูงสองเมตร,มีความยาวถึงสามเมตร,มองคร่าว ๆ ก็ดูคล้ายหมี,แต่ไม่ใช่หมี,เพราะหัวของมันเป็นอัลลิเกเตอร์,ปากของมันยาวมาก,ฟันของมันแหลมคมเรียงยาวส่องประกาย,มีครีบเหมือนปลาชี้ออกมาที่ใบหู,แผงหลังที่ชี้ชันแหลมคม,ดูน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก.

สัตว์ร้ายร่างใหญ่ที่มีฟันเหมือนอัลลิเกเตอร์,เป็นสัตว์ร้ายระดับต้น,เคลื่อนไหวช้า,ทว่าร่างกายกับหนาทนมือทนเท้า,เหมาะที่จะให้นักเรียนปีสามฝึกฝนทักษะต่อสู้.

แม้นว่าจะยังเป็นสัตว์ร้ายเบื้องต้น,ทว่าก็ยังนับเป็นสัตว์ร้าย,ความแข็งแกร่งของมันเทียบได้กับจอมยุทธ์ขั้นต้น,ไม่ง่ายที่จะรับมือนัก.

สาวผมสั้นที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว,ร่างกายที่โอนอ่อนเลื่อนไหล,หลบการโจมตีได้อย่างนุ่มนวล,ก่อนปล่อยหมัดไปที่ร่างของมัน,อัลลิเกเตอร์ที่อ้าปากกว้างงับร่างของนาง,พริบตานั้น,ร่างของเธอก็หายไป,หลบไปด้านข้าง,พร้อมกับตะหวัดขาเตะไปบนคอของมัน,ทำให้ร่างของอัลลิเกเตอร์เซถลา.

“โฮกกก!”อัลลิเกเตอร์ที่คางเสียงเบาด้วยความเจ็บ,เวลาต่อมามันได้ใช้กงเล็บตบโจมตีไปยังสาวน้อยผมสั้นทันที.

เด็กสาวผมสั้นกระโดดเบา ๆ หลบเลี่ยงกงเล็บของมัน,ทว่าขณะจะโจมตีออกไปอีกครั้ง,ที่ประตูห้องฝึกนั้นก็มีเสียงของเพื่อนนางดังขึ้น.

“เหล่าต้า(ลูกพี่,พี่ใหญ่)เสี่ยวเมิ่ง,รีบออกมาเร็วเข้า,ที่ลานยุทธ์เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”

“เกิดอะไรขึ้น?”สาวน้อยผมสั้นได้ยินก็เตะแอลลิเกเตอร์ออกไป,ก่อนที่จะหลบหนีออกมา,พร้อมกับเปิดประตูหลบมาด้านนอกสนามฝึก.

“ตามข้ามาเร็วเข้า,มีเพียงเจ้าที่จะสามารถป้องกันเจ้าคนเสียสตินั่นได้!”ขณะออกมา,เด็กสาวที่กระวนกระวายร้อนรนกำลังลากเธอไปในทันที.

......

อีกฝั่งหนึ่ง,นักเรียนปีสามที่ไม่มีใครกล้าต่อต้านแล้ว,ซูเห่าที่บุกเข้าไปทิศใหน,แต่ละคนที่หวาดผวาหนีตาย,ในเวลานี้ซูเห่าไม่ไล่ตาม,ทว่าเลือกเข้าโจมตีคนที่ดูแข็งแกร่งเท่านั้น.

หลังจากนั้น,ซูเห่าที่เอ่ยด้วยความไม่พอใจ“นักเรียนปีสามมีแต่พวกใจปลาซิวรึอย่างไรกัน? รีบเข้ามา,รวมกันทั้งหมดเข้ามาได้เลย.”

ในเวลานั้นนักเรียนปีสามที่ได้แต่สาปแช่งในใจ,ทว่าก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมา.

เพราะว่าพวกเขารู้ดี,ขอเพียงเจ้าเด็กนั่นหันมาสนใจพวกเขา,ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหนีได้.

ในเวลาเดียวกัน,เด็กหญิงผมสั้นที่สวมชุดฝึกดูทรงพลังน่าเกรงขาม,กำลังมุ่งตรงมายังทิศทางของซูเห่า.

สตรีผมสั้นที่เหมือนกับวีระสตรีผู้นี้,เปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้,หากเธอไม่ใช่สตรีแล้วล่ะก็,เหล่าบุรุษทั้งหมดคงยินดีที่จะเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับนางด้วยอย่างแน่นอน.

นักเรียนปีสามชี้ไปยังซูเห่า,เผยใบหน้าขุ่นข้องใจ“เหล่าต้าเสี่ยวเมิ่ง,เป็นมัน! ไม่รู้ว่ามันป่วยมาจากใหน,เห็นพวกเราก็ไล่ทุบตีแล้ว”

เย่เสี่ยวเมิ่งที่เชิดหน้า,เอ่ยเสียงดัง“เจ้าหนู,เจ้ามาสร้างปัญหาอย่างงั้นรึ?”

ซูเห่าที่เผยยิ้ม,ไม่เอ่ย,แต่วิ่งเข้ามาหาทันที.

หากมีอะไรจะพูดก็จงรอจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว,มีหลายคนที่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามพล่ามมากเกินไปก่อนสู้ จึงพ่ายแพ้,ด้วยเหตุนี้การพูดคุยกันก่อนสู้ จึงไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิง.

“โอหังเกินไปแล้ว!”เย่เสี่ยวเมิ่งที่ใบหน้ากลายเป็นเย็นชา,ก่อนจะพุ่งเข้าหาซูเห่าเช่นกัน,นางต้องการสั่นสอนให้กับเจ้าเด็กไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้เข้าใจ.

ซูเห่าที่จ้องมอง,เด็กหญิงคนดังกล่าว,ดูเหมือนว่าจะมีพลังเหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูง,ทว่าก็ไร้ความหมายเช่นเดิม.

ซูเห่าที่ปะทุพลัง,เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด.

“ท่าเท้าเคลื่อนเงา!”

“หมัดทะยาน!”

ทั้งสองที่เข้าปะทะกัน,ก่อนที่เย่เสี่ยวเมิ่งจะร้องโอดโอย,ลอยกระเด็นสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า,จากนั้นก็ล่วงหล่นลงพื้น.

เงียบสงัด!

นักเรียนปีสามที่แข็งแกร่งที่สุดล่วงไปกองบนพื้นแล้ว,ใหนความหวังพวกเขาล่ะ?

“บุก! ทุกคนร่วมมือกัน.”

“ใช่แล้ว! ทุบตีเจ้าเด็กเสียสติคนนี้เร็ว!”

“ลุย!”

เสียงกังวานที่ดังก้องไปทั่วลานยุทธ์ปีสาม.

อย่างไรก็ตามทุกอย่างไร้ประโยชน์,ด้วยพลังที่แตกต่าง,ไม่อาจกลบถมด้วยจำนวนได้.

ท้ายที่สุด,ทุกคนก็ถูกต่อยไปนอนกองบนพื้น,ซูเห่าที่หายใจหอบไปเหมือนกัน.

นักเรียนปีสามนั้นแข็งแกร่งกว่านักเรียนปีสองมาก,ทำให้วันนี้เขาต้องผลาญจิงซีไปไม่น้อย.

......

“ครืนนน-”

ในเวลานั้นนักเรียนปีหนึ่งและปีสองที่สั่นสะเทือนไปในทันที.

พวกเขาได้เป็นพยานการต่อสู้ที่น่าอัศจรรย์ด้วยตาตัวเอง,นักเรียนปีหนึ่งคนเดียว,ล้มนักเรียนปีสามทั้งหมด,ไม่ว่าจะเป็นใคร,ก็ไม่อาจต้านได้,กระทั่งจอมยุทธ์มากพรสวรรค์,ที่เรียกว่าเหล่าต้า เย่เสี่ยวเมิ่ง,ก็ล้มคว่ำเพียงแค่การโจมตีเดียว.

นักเรียนปีสองที่สั่นสะท้านหัวใจเต้นแรง,ก่อนหน้านี้พวกเขาถูกซูเห่าทุบตีจนหมดสภาพรู้สึกขุ่นข้องใจเป็นอย่างมาก,ในเวลานี้ดูเหมือนว่ามันจะสลายหายไปหมดแล้ว,กระทั่งนักเรียนปีสามยังไม่ใช่คู่มือซูเห่า,นักเรียนปีสองเช่นพวกเขา ก็ไม่ต้องเอ่ยถึงแล้ว.

“อู๋เซี่ยงหวู่ร้ายกาจเกินไปแล้ว! คนเพียงคนเดียวคว่ำนักเรียนปีสามทั้งหมด.”

“เหลือเชื่อ! วันนี้ข้าได้เห็นปาฏิหาริย์แล้ว,คุ้มค่าจริง ๆ!”

“นี่คือคนบินปิศาจอู๋เซี่ยงหวู่!”

“หลังจากนี้ อู๋เซี่ยงหวู่จะเป็นเหล่าต้าของข้า,ข้ายินดีที่จะยกสุราคาระต่อเขาเป็นพี่ใหญ่เลย,ใครจะมากับข้าบ้าง?”

“นับข้าด้วยคนหนึ่ง!”

“ข้าด้วย!”

......

ซูเห่าที่ก้าวออกไป,ทว่าก็หยุดก่อนเอ่ยออกมาว่า“ใช่แล้ว,เจ้ารู้ใหมนักเรียนปีสี่อยู่ที่ใหน?”

ทุกคนที่กลายเป็นงงงวย,หนึ่งนั้นที่เอ่ยเสียงสั่น“.....ไม่ ไม่รู้!”

จบบทที่ Chapter 41: Where 4 levels of students are at

คัดลอกลิงก์แล้ว