เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 42 Just

Chapter 42 Just

Chapter 42 Just


正义

ซูเห่าไม่ต้องการเห็นนักเรียนปีสี่,มาสร้างปัญหากับเขาทีหลัง,คงจะดีหากจัดการทุกอย่างให้ราบเรียบ,ดีกว่าค่อย ๆ จัดการทีละเล็กทีละน้อย,มันเสียเวลา,และน่ารำคาญ.

เมื่ออู๋เซี่ยงหวู่เป็นที่โจษจันมีชื่อเสียง,ปัญหาซ่อนเร้นที่จะเข้ามาหาก็จะไม่มีอีกต่อไป.

ในนิยายที่เขาเคยอ่านในชาติก่อน,พวกตัวร้ายมักจะคอยมาหาเรื่องตัวเอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า,เพราะคิดว่าสามารถข่มเหงอีกฝ่ายได้,จนกระทั่งตัวเอกฉายแสงสะกดข่มคนเหล่านั้นไป เรื่องถึงจบลงทั้งหมด.

บทที่ตัวเองเผยความสามารถหลาย ๆ ครั้งย่อมทำให้เนื้อเรื่องดูสนุก,ทว่าสำหรับเขาแล้วกับไม่ค่อยยินดีนัก.

การมีเรื่องใหญ่ เล็กคอยให้เขาจัดการทุกวัน,เขายังจะมีเวลาเรียนอีกใหม? เขายังจะมีเวลาฝึกฝนอีกใหม? ดังนั้นเรื่องราวทุกอย่างที่น่าปวดหัวเหล่านี้ เขาต้องการจัดการให้เสร็จสิ้น,เพื่อที่จะได้มีเวลาในการเสริมสร้างความรู้บันทึกลงในพื้นที่พินบอล,ไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อไหร่พื้นที่พินบอลจะสมบูรณ์?

ยกตัวอย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ เขาแทบไม่มีเวลาศึกษาโฟตอนคอมพิวเตอร์และควอนตัมคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมเลย,ต้องไม่ลืมว่าหากเขาสามารถพัฒนาระบบปฏิบัติการพื้นฐานดังกล่าวสำเร็จ,ระบบเสี่ยวกวง,ไม่เพียงแค่ยกระดับไปอีกขั้น,ความสามารถในการประมวลผลของมันจะช่วยเขาได้อีกมาก.

ดังนั้น,เขาจึงต้องการสภาพแวดล้อมที่สงบและเวลาจำนวนมากในการวิจัยและพัฒนา.

นอกจากนี้เขาวางแผนที่จะยกระดับเป็นปรมาจารย์ยุทธ์,จึงต้องการเวลาสงบใจด้วย.

อย่างไรก็ตามเขาได้สอบถามคนหลายคน,เขาก็รับรู้ว่า,ในสถาบันแห่งนี้,ไม่มีทางที่จะได้เจอนักเรียนปีสี่ง่าย ๆ,เพราะนักเรียนปีสี่นั้นจะเข้าทีมสำรวจหรือไม่ก็กององค์รักษ์,ออกไปฝึกฝนด้านนอก,ไม่มีกำหนดการกลับเข้ามาอาศัยในสถาบันแต่อย่างใด.

ซูเห่ารู้สึกวางใจขึ้นมาในทันที,เขาคว่ำปีหนึ่ง,ปีสองและปีสาม,คนเหล่านี้ไม่น่าจะมาสร้างปัญหาให้กับเขาได้อีกแล้ว.

อย่างไรก็ตามวันนี้เขาได้บดไข่เด็กผมตั้งไป,เขาต้องระมัดระวังตัวเอาไว้ด้วย,ฝ่ายตรงข้ามอาจหาทางเขาคืน,หรือคนที่อยู่เบื้องหลังเขาอาจจะมาแก้แค้นได้.

“ดูเหมือนว่า,จะต้องเลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์ให้เร็วที่สุด,จะได้มีพลังป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้.”

คิดได้ดังนี้,ซูเห่าก็เดินกลับไปหาเสี่ยวปังและเหอชิงชิง,ผู้ชมรอบ ๆ ที่ถอยออกเปิดทางให้พวกเขาทันที.

“เสี่ยวปัง,ชิงชิง,พวกเรากลับ!”

ขณะซูเห่าและคนอื่นกำลังจะจากไป.

“ช้าก่อน!”ทันใดนั้นเสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้น.

ซูเห่าที่หันหน้ากลับไป,เป็นสาวน้อยผมสั้นที่เขาคว่ำไปก่อนหน้านี้นั่นเอง,เขารู้สึกประทับใจเธออยู่เหมือนกัน,ในบรรดานักเรียนปีสามมากมาย,มีเพียงเธอที่กลายเป็นจอมยุทธ์แล้ว.

ซูเห่าขมวดคิ้วไปมาเอ่ย ออกมาเล็กน้อย“มีปัญหาอะไร,เจ้าต้องการมีเรื่องอีกรึ?”

เย่เสี่ยวเมิ่งที่หายใจหอบเอ่ยออกมาว่า“เจ้าเป็นใคร,จู่ ๆ ก็มาสร้างปัญหา,ทุบตีผู้คน,คิดว่าที่นี่เป็นสถานที่อะไร? ต้องการเพียงแค่ใช้พวกเราเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์อย่างงั้นรึ?”

“ใช่เป็นเครื่องมือระบายอารมณ์อย่างงั้นรึ?”ซูเห่าที่จ้องมองฝ่ายตรงข้ามจากบนลงล่าง,จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า“เจ้าไม่คู่ควร!”

“เจ้า...”เย่เสี่ยวเมิ่งที่ชี้ไปยังซูเห่า,จนพูดอะไรไม่ออก,หากไม่เพราะว่า สู้อีกฝ่ายไม่ได้,เธอจะต้องทุบตีอีกฝ่ายให้สลบไปแน่ ๆ.

ซูเห่าที่เอ่ยออกมาอีกครั้ง“หากไม่มีอะไร,ข้าไปล่ะ!”

“หยุดนะ!”เย่เสี่ยวเมิ่งที่คำรามลั่น,วิ่งออกไปขวางซูเห่า,เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เจ้าจะต้องอธิบายเรื่องนี้มา,ไม่เช่นนั้นถึงข้าตายที่นี่,ก็ไม่ยอมปล่อยเจ้าไป.”

ซูเห่าที่เผยยิ้มออกมา,กล่าวหยัน“อธิบายอย่างงั้นรึ? เจ้าไม่คิดว่าตัวเองกำลังพูดอะไรไร้สาระอยู่รึ?”

เย่เสี่ยวเมิ่งเอ่ย“มันไร้สาระตรงใหน! เจ้าอธิบายมาซะ,ไม่เช่นนั้นข้าไม่ปล่อยเจ้าแน่.”

ซูเห่าที่เผยแววตาเย็นชา“เจ้าขู่ข้ารึ?”

เย่เสี่ยวเมิ่งที่รู้สึกสั่นสะท้าน,ทว่าเพื่อความยุติธรรมในใจของเธอ,นางจึงไม่ยอมหลีกหนี“ไม่ได้ขู่,ทว่าข้าไม่อาจยอมรับได้ ที่จะยอมปล่อยให้เจ้ามาทุบตีโดยไร้เหตุผลเช่นนี้,นักเรียนปีสามไม่อาจชนะเจ้าได้ก็จริง,แต่พวกเราก็ไม่ใช่เครื่องมือระบายอารมณ์ของเจ้า.”

ซูเห่าที่ก้าวไปด้านหน้า,เอ่ยต่อเย่เสี่ยวเมิ่ง“ดังนั้นข้าจึงบอกเจ้าอยู่นี่ไง ว่าเจ้ากำลังพูดไร้สาระอะไรอยู่.”

เย่เสี่ยวเมิ่งที่เผยความสงสัย.

ซูเห่าที่เอ่ยต่อ“ก่อนหน้านี้,นักเรียนปีสามกลุ่มหนึ่งได้ไปปิดหอนักเรียนหญิงปีหนึ่ง,ใช้กำลังบังคับอย่างไร้เหตุผลเพื่อบังคับให้นักเรียนหญิงปีหนึ่งเป็นคนรักของเขาหนึ่งเดือน,เมื่อนักเรียนหญิงปีหนึ่งคนนั้นไม่ยอม พวกเขาก็ทุบตีเพื่อนของนาง,เจ้าลองบอกมาว่าข้าควรทุบตีพวกมันใหม?”

เย่เสี่ยวเมิ่งที่เพิ่งรู้,ก็ใบหน้าซีดเซียว“คนพวกนั้นล่ะ?”

ซูเห่าเผยยิ้ม“!ข้าได้หักแขนหักขาพวกมันไปแล้ว,ไม่ต้องรอให้เจ้า มาแก้ปัญหาหรอก?”

เย่เสี่ยวเมิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้,“เรื่องนี้เป็นพวกเขาเป็นคนสร้างปัญหา,ลงโทษพวกเขาก็พอแล้ว,ทำไมถึงต้องมาทุบตีนักเรียนปีสามทั้งหมด,ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการหาเครื่องมือระบายความโกรธหรอกรึ?”

ซูเห่าเอ่ย“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว,เจ้าไม่เข้าใจเหตุผลเรื่องนี้ชัดเจน.”

เย่เสี่ยวเมิ่งที่ขมวดคิ้ว“เหตุผลอะไร?”

ซูเห่าเอ่ย“เจ้าคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดของชั้นปีสามอย่างงั้นรึ?”

เย่เสี่ยวเมิ่งที่พยักหน้ารับ.

ซูเห่ากล่าวหยัน“เหตุผลก็คือเจ้าไง!”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

ซูเห่าที่ส่ายหน้าไปมา“เจ้าไม่คู่ควรเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด,ความแข็งแกร่งที่สุดในรุ่นของเจ้ามีไว้เพื่ออะไร,เจ้ายังไม่รู้เลย,ในแต่ละสังคมนั้น,คนที่แข็งแกร่งที่สุดมีหน้าที่เป็นผู้นำ,เป็นผู้กำหนดเจตจำนงของคนส่วนรวม,ให้ทุกคนในกลุ่มต้องปฏิบัติตาม,ไม่ปล่อยปะละเลยให้คนในกลุ่มใช้แปลกแยกแหวกออกนอกกลุ่ม.”

“แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าทำหน้าที่รับผิดชอบดั่งผู้นำหรือไม่? เจ้าสมควรรับฉายา ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในปีสามแล้วรึ?”

“นักเรียนปีสามไร้ซึ่งกฎเกณฑ์,ทำไมเจ้าไม่ทำอะไร,ปล่อยให้ไร้การควบคุมแบบนี้ไปเช่นนี้นะรึ?,วันนี้พวกเขาข่มเหงรังแกนักเรียนปีหนึ่ง,พรุ่งนี้ก็ออกปล้นชิงข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า,วันมะรืนพวกมันก็ไปเป็นโจรปิดถนนรีดไถเงินชาวบ้าน,แม้แต่วันข้างหน้าอาจจะไล่ล่าสังหารผู้คนด้วยความสนุกก็ได้,แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าจะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็น,ถึงรู้,ก็ต้องโทษคนเหล่านั้นที่กระทำเช่นนั้น,ไม่เกี่ยวกับข้า,ความรับผิดชอบของเจ้าคืออะไร? กฎเกณฑ์ของเจ้าล่ะ? เจตจำนงของเจ้าล่ะ?”

เย่เสี่ยวเมิ่งที่ดวงตาเบิกกว้างกลมโต,แววตาที่สั่นสะท้านด้วยความตกใจ.

ซูเห่ายังคงเอ่ยต่อ“เรื่องในวันนี้,หากไม่มีข้า,เจ้าลองคาดเดาผลที่จะเกิดขึ้นได้ใหม? เจ้าคิดว่านักเรียนหญิงปีหนึ่งจะได้รับบาดเจ็บทางจิตใจมากมายขนาดใหน? ใช่แล้ว,ความผิดทั้งหมดจะต้องโทษผู้กระทำความผิด,ทว่าเจ้าในฐานะคนที่แข็งแกร่งที่สุดในชั้นปีสาม,บอกข้ามาว่าเจ้าควรรับผิดชอบอะไรใหม,เจ้าควรถูกทุบตีใหม? พวกนักเรียนปีสามทั้งหมด,ที่ถูกทุบตีในวันนี้,บริสุทธ์อย่างงั้นรึ? ข้าไม่ควรทุบตีพวกเจ้างั้นรึ?”

ซูเห่าที่เอ่ยเพิ่ม“ข้าจะบอกเจ้าให้ชัดเจน! พวกหลงระเริงไร้ความผิดชอบนั้นน่ารังเกียจยิ่งกว่าคนที่กระทำความผิดซะอีก!”

จากนั้น,ซูเห่าก็ก้าวไปด้านหน้า,ยกหมัดขึ้นต่อยเย่เสี่ยวเมิ่งลอยกระเด็นออกไป.

ทว่าเย่เซี่ยวเมิ่งที่กลายเป็นโง่งม,ไม่หลบแม้แต่น้อย,ลอยละลวงล่วงหล่นลงไปนอนราบบนพื้น,ไม่ลุกขึ้น,แววตาเหม่อลอยจ้องมองท้องฟ้า,บ่นพึมพำเสียงเบา“ข้าไม่ทำอะไร.....ข้าผิดอย่างงั้นรึ?”

ทว่าเวลานั้นเสี่ยวอี้ซูนักเรียนปีสองที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยืนตะลึง นิ่งอยู่กับที่เหมือนกัน“นี่ข้า....ควรแบกรับความรับผิดชอบอย่างงั้นรึ? ข้าเองก็ทำผิดด้วยอย่างงั้นรึ?”

กระทั่งจินต้าเหยี่ยนยอดอัจฉริยะยังจ้องมองแผ่นหลังซูเห่า,ด้วยแววตางงงวย.

เหล่าผู้ชมที่มารวมตัวกันในวันนี้ต่างก็ตะลึงในคำพูดของซูเห่ากันทั้งหมด.

ราวกับว่าเข้าใจความจริง,แต่ก็คลายจะไม่เข้าใจด้วยเช่นกัน.

พวกเขารู้สึกว่า“คนบินปิศาจอู๋เซี่ยงหวู่นั้น”ยากที่จะเข้าใจ.

คำพูดของเขานั้น,สร้างความประทับใจให้กับผู้คนรอบ ๆ ไม่น้อย,ในใจพวกเขาที่มีคำพูดบางอย่างเกิดขึ้น บางที,คนบินปิศาจอู๋เซี่ยงหวู่นั้นอาจจะไม่ใช่คนที่ยโสโอหังก็เป็นได้.

“เจ้าเด็กนี่,น่าสนใจจริง ๆ!”

ที่ไกลออกไป,บนหลังคา,ชายวัยกลางคนที่สวมชุดลายเมฆสีขาว,หัวเราะออกมาด้วยท่าทางชอบใจ.

เขาก็คือคณบดีของสถาบันหลิงหยุน,เซียวจีที่จ้องมองดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบอยู่นั่นเอง.

จบบทที่ Chapter 42 Just

คัดลอกลิงก์แล้ว