เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 28 Practices 1 to practice

Chapter 28 Practices 1 to practice

Chapter 28 Practices 1 to practice


练1练

ซูเห่าที่เพิ่งสัมผัสได้ถึงพลังของจอมยุทธ์เป็นครั้งแรก,ซึ่งยังเป็นพลังพื้นฐานทั่วไปที่ผิวเผินมาก.

ตอนนี้ซูเห่าเข้าใจแล้ว,เหล่านักรบทั้งหมดแทบจะสวมเกราะเต็มตัว,แท้จริงแล้วเหล่าจอมยุทธ์นั้นมีพลังโจมตีสูงแต่พลังป้องกันต่ำ.

ซูเห่าที่ชักดาบสั้นกลับมา,เขาพบว่าดาบสั้นของเขานั้นไม่เปื้อนฝุ่นเลย,ทำให้เขาอดคิดไปว่า“หลังจากที่จิงซีปกคลุมดาบแล้ว,ไม่เพียงแค่เพิ่มพลังโจมตีสูง,พลังโจมตีนั้นไม่ได้มาจากคมดาบอีกต่อไป,แต่เป็นจิงซีของจอมยุทธ์,เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง,หลังจากที่จิตสำนึกเด่นชัดเท่าไหร่,ก็ยิ่งทำให้พลังจิงซีทรงพลังมาก,แล้วพลังจิงซี,หากใช้คลุมไปที่มือตรง ๆ ล่ะ?”

ซูเห่าที่เก็บดาบสั้น,จากนั้นก็ใช้หมัดที่อาบด้วยจิงซีต่อยออกไป,กระแทกลงไปบนพื้น.

“ตูมมมมม!”

เขาพบว่าบนพื้นเกิดเป็นแอ่งหลุมขึ้นมา,ทว่ามือของเขานั้นแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลย.

ซูเห่าที่ชงักหมัดกลับและยังรู้สึกชาไปทั่วหมัด,มันแดงกล่ำไปหมด“การต่อยหมัดลงบนพื้นตรง ๆ,พลังจิงซีที่อาบไปทั่วหมัด,ทำให้พลังกระแทกสูงขึ้น,ทำลายพื้นได้,ทว่าก็มีแรงสะท้อนกลับคืนมาเท่ากับพลังโจมตีออกไปเช่นกัน,ดังนั้นถึงหมัดของข้าจะไม่ได้รับบาดเจ็บ,แต่ก็ได้รับความเจ็บปวดเช่นกัน.”

ต้องไม่ลืมว่าเนื้อหนัง,เทียบกับโลหะแล้วย่อมเปราะบางกว่าเป็นธรรมดา.

ซูเห่าที่ทดลองเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ,จากนั้นขณะที่จะลุกขึ้นเพื่อออกไปทดสอบความสามารถอื่น,ก็พบว่ากล้ามเนื้อของเขาที่ล้าเจ็บขึ้นมา,จนแทบยืนไม่อยู่.

ความรู้สึกนี้,มันเหมือนกับอาการล้าของกล้ามเนื้อ,มันว่างเปล่า,เพราะปราณโลหิตได้ถูกเปลี่ยนเป็นจิงซีไปหมดแล้ว.

ซูเห่าที่พูดไม่ออก“ดูเหมือนว่าปราณโลหิตและจิงซีจะต่างกันอย่างงั้นรึ?”

หลังจากตรวจสอบอย่างระเอียด,ซูเห่าก็พบความสัมพันธ์ระหว่างปราณโลหิต(เสวี๋ยซี) ของผู้ฝึกยุทธ์และจิงซีของจอมยุทธ์.

เมื่อยกระดับเป็นจอมยุทธ์สำเร็จ,พลังต่อสู้ก็เปลี่ยนไป,วิธีการโจมตีล้วนแต่ใช้จิงซีของจอมยุทธ์,ปราณโลหิตของผู้ฝึกยุทธ์แทบจะถูกละเลย.

อย่างไรก็ตามปราณโลหิตของผู้ฝึกยุทธ์นั้นยังมีประโยชน์อยู่สองอย่าง,อย่างแรกคือการเคลื่อนไหวปรกติทั่วไป,อีกอย่างก็คือเอาไว้ใช้เปลี่ยนเป็นจิงซี.

จากนั้นเขาก็รู้ว่าตัวเองต้องจัดการอย่างไรต่อไป,เขาจะต้องสร้างปราณโลหิต,แล้วเปลี่ยนเป็นจิงซีสะสมให้มากยกระดับไปจนถึงขีดจำกัดของร่างกาย.

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น,ซูเห่าก็ประสบความสำเร็จ,ร่างกายของเขานั้นเปี่ยมล้นด้วยจิงซีในระดับที่เหนือล้ำ,สะสมเต็มในจุดชีพจรพิเศษทั้งเก้า,เวลานี้มันอัดแน่นไปด้วยจิงซีของจอมยุทธ์.

จากนั้นซูเห่าก็ไปพบกับอู๋หยุนเทียน,เพื่อแจ้งว่าเขาได้เปลี่ยนปราณโลหิตเป็นจิงซีหมดแล้ว.

หลังจากประสบเรื่องราวแปลกประหลาดมากมายหลายปีมานี้,อู๋หยุนเทียนที่ยกระดับภูมิคุ้มกันความตกใจขึ้นมาไม่น้อย,เขาไม่ได้เผยความประหลาดใจอะไร,ต้องไม่ลืมว่าบุตรชายของเขานั้นเป็นอสุรกายพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา,คนอื่น ๆ ใช้เวลาสามปี,ทว่าเขาใช้เวลาปีเดียว? เป็นเรื่องปรกติ.

อู๋หยุนเทียนที่พยักหน้าอย่างสุขุมเอ่ยออกมาว่า”เช่นนั้นเจ้าก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับลักษณะเฉพาะของจิงซีให้ได้โดยสมบูรณ์.

เจ้าไม่ต้องกังวลไป,การเปลี่ยนปราณโลหิตเป็นจิงซีนั้นต้องใช้เวลา,เมื่อเจ้าเปลี่ยนจิงซีจนสะสมเต็มจุดชีพจรทั้งเก้าเต็มแล้ว,เวลานั้นเจ้าก็จะถูกนับว่าเป็นจอมยุทธ์ขั้นสูง.”

ซูเห่าที่เผยความประหลาดใจ“ท่านพ่อ,ข้าได้เติมจิงซีเต็มจุดชีพจรทั้งเก้าแล้ว!”

อู๋หยุนเทียนไม่อาจสงบได้ต่อไป,เอ่ยออกมาว่า“อะไรนะ?”

ซูเห่าที่เอ่ยย้ำอีกครั้ง“ข้าได้เติมจิงซีเต็มจุดชีพจรทั้งเก้าแล้ว,ตอนนี้ไม่อาจเพิ่มขึ้นได้อีกแล้ว,ตอนนี้ข้าถือว่าเป็นจอมยุทธ์ขั้นสูงแล้วรึ?”

อู๋หยุนเทียนที่กลายเป็นตะลึงงันโดยสมบูรณ์.

“เจ้าบอกว่าเติมเต็มจิงซีเต็มแล้วอย่างงั้นรึ? ไม่ใช่ว่าล้อเล่นอยู่หรอกนะ?”

“ข้าเคยล้อท่านเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ท่านพ่อ,ข้าฝึกฝนผิดรึ?”เห็นท่าทางอู๋หยุนเทียนแล้ว,ซูเห่ารู้สึกว่ามีปัญหาหรือไม่?

อู๋หยุนเทียนที่สูดหายใจลึก,สงบใจ,ก่อนที่จะเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง“แน่นอน,เป็นเรื่องทั่วไป,ไม่ใช่ปัญหาใหญ่!”

จากนั้นซูเห่าก็เอ่ยออกมาว่า“ไม่ผิดใช่ใหม!”

อู๋หยุนเทียนเริ่มเอ่ยอธิบาย.

ซูเห่าที่รู้ว่ากระบวนการเปลี่ยนปราณโลหิตและวิธีการสร้างแรงเหวี่ยงหมุนปราณโลหิตเปลี่ยนเป็นจิงซีนั้น,ที่จริงเป็นเรื่องผิดปรกติ.

คนทั่วไปมีความสามารถเปลี่ยนปราณโลหิตไม่สูงนัก,ต้องใช้เวลานานในการสะสม,และการเปลี่ยนปราณโลหิตเป็นจิงซีเองก็ยากมาก,การจะเปลี่ยนจิงซีสะสมให้เต็มจุดชีพจรนั้น,จำเป็นต้องใช้ทั้งความพยายามและเวลาเนิ่นนาน.

ดังนั้นผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปจะสะสมจิงซีให้เต็มจึงยากเกินจะกล่าว,บางคนอาจจะไม่อาจทำได้ตลอดทั้งชีวิต.

ทว่าซูเห่านั้นเป็นตัวตนพิเศษ,ไม่ต้องกังวลเรื่องปราณโลหิต,เขาสามารถสะสมปราณโลหิตได้ในเวลาสั้น ๆ เพียงแค่กินให้เพียงพอ,ก็สามารถสะสมปราณโลหิตได้อย่างรวดเร็วเปี่ยมล้นแล้ว.

นอกจากนี้กระบวนการเปลี่ยนปราณโลหิตเป็นจิงซี,ด้วยการหมุนชำระล้างรูปแบบเครื่องซักผ้า,ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนปราณโลหิตเป็นจิงซีได้อย่างรวดเร็ว,ใช้เวลาไม่กี่วันก็สะสมจนสำเร็จแล้ว.

จากคำอธิบายของอู๋หยุนเทียน,ซูเห่าพบว่าความเร็วของเขานั้นรวดเร็วอย่างแท้จริง.

“ความรู้คือพลัง,ใครใช้ให้เขามีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มากพอล่ะ?”

......

“ท่านพ่อ,แล้วความแข็งแกร่งของข้าเวลานี้ล่ะ?”หลังจากนั้นซูเห่าได้เอ่ยสอบถามสถานะของเขา.

อู๋หยุนเทียนครุ่นคิด,ก่อนที่จะลุกขึ้นก้าวนำเขาออกมา“เจ้าตามข้ามา,เจ้าและข้าฝึกฝนด้วยกันก็จะรู้.”

ซูเห่าดวงตาเบิกกว้าง,ฝึกฝนด้วยกัน? ต่อสู้กับอู๋หยุนเทียนอย่างงั้นรึ?

เมื่อซูเห่าได้สติ,เขาก็ก้าวตามไปแล้ว,แม้นว่าเขาจะไม่มั่นใจ,ทว่าเวลานี้กับรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก.

“ดูเหมือนว่า...ข้าจะไม่เคยต่อสู้จริง ๆ กับคนอื่นเลย!”

ซูเห่าที่ตามอู๋หยุนเทียนมายังลานกว้าง,ทั้งสองที่หันหน้า ยืนประจันจ้องมองกันอยู่.

ทั้งสองที่ปลดเกราะและอาวุธออก,รับรู้โดยไม่ต้องเอ่ย.

ในเวลานั้นแสงตะวันสาดส่อง,เงาต้นไม้ใหญ่ที่พาดผ่านมา,และเงาของทั้งสองก็ยืดยาวออกไปด้วย.

ทั้งสองที่จับจ้องมองกันและกัน.

ทันใดนั้นซูเห่าได้เคลื่อนไหว,จิงซีที่พล่านไปทั่วข้า,เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว,ปลดปล่อยกลิ่นอายที่มากล้นออกมา.

นี่คือทักษะ“พุ่งปะทะ”ที่อู๋หยุนเทียนสอนมา,อย่างไรก็ตามซูเห่าไม่ได้ใช้พลังเต็มที่,ทว่ายังคงรั้งพลังเอาไว้,เพื่อสามารถปรับเปลี่ยนเคลื่อนไหวเปลี่ยนทิศทางตามสถานการณ์.

เขาสูงเพียงหนึ่งเมตรครึ่ง,ด้อยกว่าอู๋หยุนเทียนที่มีความสูงเกือบสองเมตร,เห็นชัดเจนว่ากระบวนท่าพุ่งปะทะนั้นไม่ได้ใช้เพื่อโจมตี,เขาใช้ทักษะนี้ ตอนเริ่มต้นก็เพื่อเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเข้าประชิดเท่านั้น,หลังจากฝ่ายตรงข้ามลงมือโจมตีออกมา,เขาก็จะฉวยโอกาสหลบและโจมตีออกไปอีกครั้ง.

อู๋หยุนเทียนที่คุ้นเคยกับซูเห่าอยู่แล้ว,ราวกับเข้าใจความตั้งใจของซูเห่า,ทว่าเขาไม่ได้ใส่ใจนัก,หลังจากเห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาใกล้,ก็เตะออกไปทันที.

ความเร็วของซูเห่าไม่ได้ลดลงเลย,เขาวิ่งเข้าหาเท้าของอู๋หยุนเทียนที่เตะมา,แล้วใช้มือปัด,เอี้ยวตัวหลบพร้อมกับเหวี่ยงร่างกายลง,จากนั้นก็ดีดตัวขึ้น เท้าของเขาที่พุ่งจากล่างขึ้นข้างบนเล็งไปที่คางของอู๋หยุนเทียน.

ทุกอย่างเป็นไปอย่างเป็นระบบ,คล้ายกับเป็นการลอบโจมตีในทันที.

อย่างไรก็ตาม,อู๋หยุนเทียนที่มีประสบการณ์ต่อสู้มากมาย,ผ่านเวทีการต่อสู้มานับไม่ด้วน,ทำให้เขามีปฏิกิริยาที่สูงมาก.

เขาสามารถเอียงศีรษะหลบ,ทำให้การโจมตีของซูเห่าพลาดเป้า.

จากนั้นไหล่ของเขาที่ขยับ กระแทกศอกออกไปด้านหน้าทันที.

“ปัง!”

ซูเห่าที่ลอยโด่งอยู่กลางอากาศถูกศอกของอู๋หยุนเทียนกระแทกลอยออกไป.

ร่างของซูเห่าลอยกระเด็นเคว้งบนอากาศ,เขาได้ปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวเอง,ปรับตำแหน่งให้ล่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง.

จากนั้นก็ยกมือขึ้นลูบก้นไปมา,การโจมตีก่อนหน้านี้แม้นว่าจะเหวี่ยงปรับตำแหน่งลงแล้ว,ทว่าก็ยังทำให้เขาเจ็บอยู่เล็กน้อย.

ซูเห่าพบว่า,ขอเพียงเคลื่อนจิงซีมายังจุดที่ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเข้ามา สามารถใช้รับแรงลดการกระแทกได้,เป็นการสร้างม่านป้องกันจากจิงซือเพื่อรับการโจมตีจากจิงซีของอีกฝ่ายด้วย,อาจจะเรียกได้ว่านี่เป็นหนึ่งในทักษะป้องกันที่ทรงพลังอีกอย่างด้วย.

อย่างไรก็ตาม,การจะป้องกันได้มากขนาดใหน,อีกเหตุผลนั้นขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของกายเนื้อด้วย.

ในเมื่อเข้าใจหลักการนี้แล้ว,ซูเห่าก็วางใจ,การเผชิญหน้ากับอู๋หยุนเทียน,ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวแต่อย่างใด.

ด้วยการเคลื่อนย้ายจิงซีได้อย่างอิสระ,ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวแรงโจมตีที่อาบจิงซีของอีกฝ่ายอีกต่อไป,นอกจากนี้ร่างกายของเขายังผ่าน“ฟังก์ชันยกระดับกล้ามเนื้อ”มาเป็นเวลานั้น,สามารถทนการโจมตีได้อย่างไม่ต้องสงสัย.

กลาวอีกอย่างหนึ่ง,การต่อสู้กับอู๋หยุนเทียนหากใช้เล่ห์เหลี่ยมไม่ได้,ก็ไม่ต้องสนใจ,สามารถเข้าไปปะทะตรง ๆ ได้เลย.

การปะทะกันตรง ๆ,ไม่มีอะไรต้องรู้สึกหวาดกลัว.

จบบทที่ Chapter 28 Practices 1 to practice

คัดลอกลิงก์แล้ว