เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 27 Centrifugal force parting method

Chapter 27 Centrifugal force parting method

Chapter 27 Centrifugal force parting method


离心力分离法

“เซี่ยงหวู่,เจ้ารู้แล้วใช่ใหมว่าจะเป็นจอมยุทธ์ได้อย่างไร?”

ซูเห่าเอ่ยรับ“รู้แล้ว,ท่านพ่อบอกว่าขอเพียงสามารถเคลื่อนปราณโลหิต,เปลี่ยนรูปร่างของมัน,จนสามารถเคลื่อนไหวส่งออกมานอกร่างกายได้,ก็จะเท่ากับสามารถกลายเป็นจอมยุทธ์ได้.”

“นักรบในป้อมปราณซาซาน,มีจอมยุทธ์หลายคน,เจ้ารู้ใหม,ว่าหัวหน้าลุงเหอ,ลุงหลี่,หรือลุงเกา,เจ้าเห็นพวกเขาครั้งแรก,สามารถบอกความแตกต่างของพวกเขากับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปได้หรือไม่?”

“แตกต่างรึ?”ซูเห่าที่ขมวดคิ้วไปมา,เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย.

ผู้ฝึกยุทธ์และจอมยุทธ์,นอกจากความแข็งแกร่งแล้ว,มีอะไรที่แตกต่างกันอย่างงั้นรึ?

ซูเห่าที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่,ก่อนที่จิตสำนึกของเขาจะเข้าไปในพื้นที่พินบอล,ทำการเปรียบเทียบเหล่านักรบในป้อมซาซาน,เปรียบเทียบ,ค้นหาความแตกต่างของผู้ฝึกยุทธ์และจอมยุทธ์.

เพียงไม่นานซูเห่าก็พบร่องรอย.

“มีกลิ่นอายที่แตกต่างกัน!”

กลิ่นอายหรือสนามพลังปราณของจอมยุทธ์นั้นแตกต่างจากผู้ฝึกยุทธ์มาก,ทว่า นี่ไม่น่าจะใช่คำตอบที่อู๋หยุนเทียนต้องการ.

ซูเห่าที่ครุ่นคิดไปอีก,ก่อนที่ดวงตาจะเป็นประกาย,เอ่ยตอบออกมาทันที“ข้ารู้แล้ว,รูปร่างหน้าตาแตกต่างกันออกไป,เหล่าจอมยุทธ์นั้นจะมีจิงซีหล่อเลี้ยงอยู่มากมาย.(จิงชี่เซิ๋น หรือ แก่นแท้ พลัง และจิตวิญญาณ)”

อู๋หยุนเทียนที่เผยยิ้มที่ยากจะเห็นออกมา“พร้อมกับพยักหน้ารับ”ใช่,จิงซี,นั่นคือกุญแจที่จะก้าวเข้าสู่ประตูของจอมยุทธ์!”

ซูเห่าที่เกาศีรษะไปมา,เป็นคำพูดที่เปี่ยมล้นด้วยความหมายจิตวิทยามาก,ดูเหมือนว่าการเรียนวิทยายุทธ์จะเกี่ยวข้องกับจิตวิทยาจริง ๆ!

เห็นท่าทางซูเห่าที่งงงวย,อู๋หยินเทียนที่เผยยิ้มและเอ่ยออกมาว่า“ที่จริงมันไม่ยากจะเข้าใจ,อย่างแรกคือเจ้าต้องคิดถึงปัญหา,ทำไมเจ้าจึงรู้สึกว่าปราณโลหิตไม่อาจเคลื่อนย้ายได้?”

ซูเห่าที่จมอยู่ในความคิด,ไม่มีแรงจากภายนอกไปกระทำ,แล้วปราณโลหิตในร่างกาย,จะขยับได้อย่างไร? คิดอย่างหนักแต่ก็ไม่เข้าใจ,จึงทำได้แต่ส่ายหน้าไปมา“ไม่รู้จริง ๆ.”

ความสัมพันธ์ของเขาและอู๋หยุนเทียน,เหมือนกับอาจารย์และนักเรียนมากกว่าพ่อและลูก,เมื่อไม่เข้าใจก็ต้องถาม.

อู๋หยุนเทียนเอ่ย,“เพราะว่าปราณโลหิตไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเจ้าไงล่ะ.”

ซูเห่าที่สงสัยอย่างชัดเจน,เขาไม่รู้วิธีควบคุมปราณโลหิตจริง ๆ,ทำได้แค่รับฟังการอธิบายของอู๋หยุนเทียนอย่างตั้งใจ.

อู๋หยุนเทียนที่หยิบศิลาก้อนหนึ่งขึ้นมาเอ่ยถามซูเห่า“ศิลาก้อนนี้ใครเป็นผู้ควบคุม?”

“ท่านพ่อ.”

“ทำไม?”

ซูเห่าที่เอียงคอเอ่ยออกมาว่า“เพราะว่าศิลาอยู่ในมือท่าน.”

“ใช่,เพราะศิลาอยู่ในการควบคุมของข้า,ถึงมันจะไม่ขยับเอง,แต่ก็ถูกทำให้ขยับ,หากข้าต้องการให้มันหยุดนิ่งมันก็หยุดนิ่ง,ปราณโลหิตเองก็เช่นกัน.”

อู๋หยินเทียนที่โยนก้อนศิลาให้กับซูเห่าแล้วเอ่ยออกมาว่า“ปราณโลหิตก็เหมือนศิลาก้อนนี้,มันจะขยับตามมือของเจ้า,ทว่าเจ้าไม่ได้ใช้มือแต่เป็นจิตสำนึกของเจ้า,การจะสามารถควบคุมปราณโลหิต,ขับเคลื่อนไปทั่วร่างกายแม้แต่ส่งออกนอกร่างกายของเจ้าได้,หากเจ้าต้องการให้มันขยับ,มันก็จะขยับ,ต้องการให้มันหยุดนิ่งมันก็จะหยุดนิ่ง,ตามความต้องการของเจ้า.”

ซูเห่าที่รับก้อนศิลามา,ครุ่นคิดคล้ายว่าจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว“เป็นแบบนี้นะเอง.”

เขาพบว่าบิดาของเขาร้ายกาจจริง ๆ,สามารถเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม,สอนเขาให้เข้าใจแจ่มชัด,ทำให้เขาเข้าใจหลักการอย่างรวดเร็ว,ดูเหมือนว่าเขาจะทำงานหนักมาก.

อู๋หยุนเทียนเอ่ย“การควบคุมปราณโลหิต,เป็นเรื่องที่ง่ายมาก,ขอเพียงจิตสำนึกของเจ้าเหนือกว่าร่างกาย,เจ้าก็จะควบคุมมันได้,ดังนั้นเจ้าจำเป็นต้องเสริมพลังจิตสำนึกจนมากพอที่จะขับเคลื่อนปราณโลหิต”

ซูเห่าที่พยักหน้ารับ“แล้วจะเพิ่มจิตสำนึกได้อย่างไร?”

สิ่งสำคัญ,ไม่ใช่ทฤษฎี,ทว่าเป็นวิธีการต่างหาก.

อู๋หยุนเทียนเอ่ย“ก่อนที่จะพูดถึงวิธีการเพิ่มจิงซี,จำเป็นต้องพูดถึงข้อระมัดระวังในการบ่มเพาะนี้,ต้องให้ความสำคัญกับมันให้มาก.”

ซูเห่าที่รับฟังอย่างตั้งใจ.

“สามเข้มงวด,สี่ขยัน,ห้าไม่กระทำ; เข้มงวดต่อตัวเอง,เข้มงวดกับคำพูด,เข้มงวดกับหลักการ; ขยันคิด,ขยันศึกษา,ขยันระมัดระวัง,ขยันให้ความเคารพ ;ไม่พูดจาไร้สาระ,ไม่พูดมาก,ไม่เล่นลิ้น,ไม่ปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองกระทำ,ไม่ระเริงในตัณหา.”

อู๋หยุนเทียนที่เอ่ยอย่างจริงจัง“จำได้หรือไม่?”

ซูเห่าที่พยักหน้ารับ,สามเข้มงวดสี่ขยันห้าไม่กระทำที่ถูกท่องออกมา.

อู๋หยุนเทียนพยักหน้า“ข้าจะสอนเจ้าบ่มเพาะสร้างจิงซี.”

......

ในทุก ๆ วันซูเห่าจะยกระดับความแข็งแกร่งของกระดูกหนึ่งชั่วโม.,ส่วนเวลาอื่น ๆ ก็ใช้เปลี่ยนจิงซีของตัวเอง,ตามวิธีการของอู๋หยุนเทียน,ในแต่ละวันเขาบ่มเพาะอยู่เงียบ ๆ.

แบบฝึกสะสมจิตสำนึกนั้นไม่ยาก,ทว่าจำเป็นต้องใช้เวลาในการสะสมทีละนิดทีละน้อย,ทว่าด้วยการมีเสี่ยวกวงช่วยเหลือ,ทำให้ซูเห่าสามารถยกระดับจิตสำนักได้ทุกวัน,เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก.

เมื่อซูเห่ายกระดับสะสมพลังจิตของตัวเอง,เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว,ทำให้จิตสำนึกของซูเห่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ,ด้วยจิตสำนึกที่เพิ่มพูน,ทำให้เขาสามารถควบคุมฟังก์ชันหลายอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ,ยกตัวอย่างการควบคุมกล้ามเนื้อ,อัตราการเต้นของหัวใจ,เวลานี้การควบคุมสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ง่ายดายเป็นอย่างมาก.

หกเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว,ซูเห่าที่พยายามควบคุมการเคลื่อนปราณโลหิตอีกครั้ง,เดิมทีเขาคิดว่ามันจะนิ่งงันเหมือนกับเมื่อก่อน,ทว่าไม่คาดคิดเลยว่าปราณโลหิตจะเคลื่อนไหวตามจิตสำนึกของเขา,ไปในทิศทางที่เขาต้องการเล็กน้อย,แม้นว่าจะเป็นเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เขามีความสุขเป็นอย่างมาก.

เคลื่อนที่ได้เล็กน้อย แล้วกลับไปนิ่งงันเหมือนเดิม,ทว่าซูเห่าที่เริ่มเข้าใจวิธีการแล้ว,สำเร็จแล้ว,เวลานี้เขาที่ใช้เวลาอีกครึ่งปีในการฝึกฝน,ในเวลานี้ขอเพียงเขาต้องการปราณโลหิตในร่างกายของเขาก็สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว.

ซูเห่าที่สงบใจ,นั่งสมาธิ,ปรับสภาพร่างกายและจิตใจ,ฝึกฝนการเคลื่อนปราณโลหิตของตัวเอง.

อีกครึ่งปีต่อมา,ซูเห่ามีอายุเก้าขวบ.

ในเวลานี้เขาสามารถควบคุมปราณโลหิตได้อย่างอิสระ,นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมมันตามวิชา“ปราณโลหิตจิ่วกง” ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย.

อย่างไรก็ตาม,เขายังไม่ถูกนับว่าเป็นจอมยุทธ์ที่แท้จริง,อาจจะเรียกได้ว่าเป็นครึ่งจอมยุทธ์ก็ได้,แม้นว่าเขาจะเคลื่อนไหวปราณโลหิตได้,ทว่าไม่อาจเปลี่ยนรูปและส่งออกมาด้านนอกร่างกายได้.

ตามข้อมูลใน“ตำราปราณโลหิตจิ่วกง” เขาจำเป็นต้องเคลื่อนที่ปราณโลหิตด้วยความเร็วสูง,เพื่อเปลี่ยนรูปร่างของปราณโลหิตก่อน.

อย่างไรก็ตาม ซูเห่าเริ่มสัมผัสได้เช่นกัน,การเปลี่ยนรูปปราณโลหิต,จะต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาก.

ในวันหนึ่งจิตสำนึกของเขาที่จมจ่อมอยู่ในร่างกาย,ปราณโลหิตที่เคลื่อนที่ตามตำรา“ปราณโลหิตจิ่วกง” โคจรด้วยความเร็วสูงผ่านไปยังเก้าตำแหน่งพิเศษชีพจรด้วยความเร็วสูง.

ด้วยการเคลื่อนปราณโลหิตไปยังตำแหน่งทั้งเก้าด้วยความเร็ว,ทำให้ปราณโลหิตเริ่มจับตัวกันเป็นของเหลวช้า ๆ.

ซูเห่าเริ่มเข้าใจแล้วว่าสสารที่เป็นของเหลวนี้ก็คือจิงซีของจอมยุทธ์.

หลังจากที่สะสมจิงซีเหล่านี้ได้อย่างมั่นคงแล้ว,ร่างกายก็จะเปลี่ยนไปด้วย.

หลังจากนั้นไม่นาน,ซูเห่าพบว่าการเปลี่ยนแปลงปราณโลหิตเป็นของเหลวจิงซีทั้งหมดนั้นเป็นกระบวนการที่ช้ามาก.

ประสิทธิภาพในการเปลี่ยนรูปร่างถือว่าต่ำสุด ๆ,ด้วยความเร็วนี้เกรงว่าจะต้องใช้เวลาอีกนาน.

ซูเห่าขมวดคิ้วไปมา,เฝ้ามองกระบวนการเปลี่ยนรูปดังกล่าวอย่างระมัดระวัง,จนพบเข้ากับหลักการการเปลี่ยนปราณโลหิต.

เขาพบว่าการเปลี่ยนรูปแบบของปราณโลหิตนั้น,ไม่ใช่ว่าเป็นการกลั่นทำให้มันบริสุทธิ์ขึ้นหรอกรึ?

“เป็นเช่นนี้นะเอง!”

ซูเห่าที่คิดได้เช่นนั้นก็ใช้ระบบเครื่องซักฟ้า,ด้วยการหมุนโคจรด้วยแรงดันสูงเพื่อสลัดสิ่งสกปรกออกไป,หมุนวนโคจรอยู่รอบ ๆ จุดชีพจรทั้งเก้าอย่างรวดเร็ว.

ด้วยการพยายามหมุนปราณโลหิตอย่างรวดเร็ว,จุดชีพจรทั้งเก้าหมุนเร็วขึ้นและก็เร็วขึ้น.

เมื่อปราณโลหิตหมุนวนก็เริ่มที่จะสลายกลั่นตัวเป็นของเหลว,ปราณโลหิตที่เริ่มบริสุทธิ์ขึ้นเรื่อย ๆชำระสิ่งสกปรก,กลั่นตัวเป็นของเหลวด้วยความเร็วที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ.

ตำแหน่งจุดหมุนที่เวลานี้กลืนปราณโลหิตทั่วไปรอบ ๆ ด้วยความเร็วสูง,ทำให้มันบริสุทธิ์และเล็กลงเรื่อย ๆ,จนสามารถเปลี่ยนปราณโลหิตทั้งหมดให้กลายเป็นของเหลวจนหมด.

“เปลี่ยนรูปสำเร็จแล้วรึ? ลึกลับมาก,นี่คือแก่นปราณโลหิตที่ท่านพ่อเอ่ยหรือไม่?!”

“ประสิทธิภาพการเปลี่ยนปราณโลหิตดั้งเดิมมีประสิทธิภาพต่ำมาก,ด้วยวิธีการหมุนแบบเครื่องซักผ้า,ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสิบเท่า,การหมุนดังกล่าวนี้ทำให้ปราณโลหิตบริสุทธิ์เร็วขึ้น,ทำให้เปลี่ยนผู้ฝึกยุทธ์เป็นจอมยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว.”

ซูเห่ารู้สึกพึงพอใจกับภูมิปัญญาของเขาเป็นอย่างมาก.

จากนั้นเขาก็จ้องมองสสารไร้สีใหม่อย่างระมัดระวัง,นี่คือจิงซีของจอมยุทธ์.

เขาที่พยายามเคลื่อนไหวจิงซีของจอมยุทธ์,พบว่าปราณโลหิตแบบใหม่นี้ควบคุมเคลื่อนไหวได้ง่ายมาก.

จิงซีของจอมยุทธ์สามารถเคลื่อนไหวไปยังตำแหน่งใหนก็ได้.

ซูเห่าที่นำดาบสั้นออกมา,ก่อนที่จะเคลื่อนไหวจิงซีผ่านแขนไปยังดาบสั้น,จากนั้นก็ฟันไปยังพื้นศิลาด้านหน้าเบา ๆ.

“พรึดด ~”

ดาบสั้นที่ทะลวงไปยังพื้นศิลาราวกับแทงลงไปในเต้าหู้.

“เกินจริงไปใหม!!!”ซูเห่าที่ตกใจ.

นี่คือพลังจิงซีของจอมยุทธ์อย่างงั้นรึ? แข็งแกร่งมาก,หรือว่านี่คือสิ่งที่เรียกว่า พลังภายในของตำนานโลกเดิมหรือไม่?

จบบทที่ Chapter 27 Centrifugal force parting method

คัดลอกลิงก์แล้ว