เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 29 Departure

Chapter 29 Departure

Chapter 29 Departure


离去

ซูเห่าที่พ่นลมหายใจเบา ๆ,ก่อนที่จะเข้าโจมตีอู๋หยุนเทียน,พร้อมกับต่อยไปยังหน้าอกอีกฝ่าย.

เมื่อเห็นซูเห่าที่ยังคงพุ่งเข้าหาเล็งเป้าหมายชัดเจน,อู๋หยุนเทียนที่มุมปากกระตุก,นี่เป็นการโจมตีที่ประมาทมาก,หากเป็นการต่อสู้อื่น เขาสวนการโจมตีด้วยดาบย่อมสามารถจบการต่อสู้ได้เลย.

อู่หยุนเทียนไม่ได้ใช้ดาบ,จึงได้ยกมือขึ้นกันหมัดดังกล่าวไว้.

“ตูมมมม!”

อย่างไรก็ตามซูเห่าไม่ได้ใช้หมัดโจมตี,เขาได้เปลี่ยนเป็นการเตะข้างอย่างรวดเร็ว.

อู๋หยุนเทียนที่ยกมืออีกข้างกัน,คว้าข้อเท้าซูเห่า,ทว่าไม่คาดคิด,ฝ่ามือของเขาที่ถูกเตะกระแทกอย่างแรงนั้นทำให้เขารู้สึกชาจนไม่อาจคว้าข้อเท้าอีกฝ่ายได้,และจุดศูนย์ถ่วงร่างกายของเขากลายเป็นไม่มั่นคงต้องถอยออกไปสองก้าว.

ซูเห่าที่ฉวยโอกาส,พุ่งตามเข้าไป.

“ท่าเท้าเคลื่อนเงา!”

ซูเห่าที่ใช้ทักษะต่อสู้,ท่าเท้าเคลื่อนเงาเคลื่อนเข้าหา,มือที่งอเข้าส่งศอกออกไป,ด้วยทักษะเคลื่อนเงาเสริมจิงซี,ทำให้ความเร็วเพิ่มพูนอีกขั้น.

“ตูมมมมม!”

อู๋หยุนเทียนที่ป้องกันศอกของซูเห่า,ถูกแรงกระแทกผลักออกไป,ทำให้เขากลายเป็นจริงจังขึ้นมาทันที.

ซูเห่าไม่ปล่อยโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัวได้,ในเมื่อตอนนี้ได้เปรียบ,ก็ต้องโจมตีต่อไป.

“ท่าเท้าเคลื่อนเงา!”ซูเห่าที่เคลื่อนที่เข้าหาอู๋หยุนเทียนเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวา,ใช้ความเร็วที่มากกว่า,โจมตีอู๋หยุนเทียนซ้ำอีกครั้ง.

การต่อสู้ด้วยมือเปล่า,กินพื้นที่เปิดกว้างลามยาวออกไป,ใบไม้เศษหญ้าฝุ่นหินดินทรายที่ลอยฟุ้ง,สายลมที่พัดกวาดเป่าม้วนออกไป เป็นระยะ ๆ.

อู๋หยุนเทียนที่ยิ่งต่อสู้ยิ่งจริงจัง,เขาพบว่าพลังของเขารับมือบุตรชายไม่ง่ายเลย,ทั้งความเร็ว,จิงซีและร่างกาย ของบุตรชายเขาเหนือกว่า,มีเพียงประสบการณ์และขขนาดร่างกายเท่านั้นที่เขาเหนือกว่า,ทำให้ยังคงได้เปรียบอยู่ในตอนนี้,หากซูเห่าเติบโตมากขึ้นกว่านี้,เกรงว่าต่อไปเขา จะไม่ใช่คู่มืออีกฝ่ายอย่างแน่นอน.

เมื่อไม่นานมานี้อีกฝ่ายเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงเท่านั้น,เป็นช่องว่างที่อยู่กันคนละขั้น,ใครจะคิดว่าเวลาสั้น ๆ,อีกฝ่ายก็ก้าวเข้ามาเท่ากับเขาแล้ว,นี่เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก.

ไม่นานหลังจากนั้น,ความได้เปรียบของซูเห่าก็หายไปเพราะอู๋หยุนเทียนตั้งหลักได้แล้วในเวลาต่อมานั้นเขาได้เตะอีกฝ่ายลอยกระเด็นออกไป.

ซูเห่าที่กระเด็นลากครูดไปบนพื้น,ก่อนที่จะใช้มือค้ำยันพื้น เท้าดีดกระโดดขึ้นมายืน.

ซูเห่าสูดหายใจหอบ ๆ,มือและเท้าของเขารู้สึกเจ็บ,จากนั้นก็เอ่ยยอมแพ้,พร้อมกับกล่าวออกมาว่า“ท่านพ่อ,ท่านร้ายกาจริง ๆ.”

คำพูดของซูเห่านั้นเต็มไปด้วยความนับถือ,การได้ต่อสู้กับอู๋หยุนเทียนทำให้เขาได้พัฒนาทักษะต่อสู้ระยะประชิดขึ้นไม่น้อย.

อู๋หยุนเทียนที่เผยยิ้มขม“อีกไม่นานหลังจากนี้,ข้าจะไม่ใช่คู่มือของเจ้าแล้ว,ตอนนี้เจ้ารู้ใหมว่าตัวเองอยู่ระดับอะไร?”

ซู่เห่าที่คิดใคร่ครวญก่อนที่จะพยักหน้า เอ่ยออกมาว่า“ควรจะไม่ต่ำกว่าจอมยุทธ์ขั้นสูง,ทว่าไม่ใช่ว่าข้าเพิ่งตัดผ่านระดับเป็นจอมยุทธ์หรอกรึ? แล้วทำไมเลื่อนเป็นขั้นสูงทันทีเลย,เรื่องนี้ดูเหมือนว่ายากจะเชื่ออยู่หน่อย.”

อู๋หยุนเทียนเองก็เอ่ยรับ“มันเหลือเชื่อมากต่างหาก.”

ซูเห่าที่ได้ทดสอบการต่อสู้ครั้งนี้,แม้นว่าจะไม่ได้แสดงท่าทางอหังการ,ใบหน้ายังสงบ,ทว่าในใจนั้นกับรู้สึกตื่นเต้นดีใจกับการเติบโตของเขามาก.

จากนั้นอู๋หยุนเทียนก็เอ่ยออกมาว่า“เซี่ยงหวู่,ตอนนี้เจ้าอายุเก้าขวบแล้วรึ?”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“ข้าเก้าขวบกว่าแล้ว.”

“เจ้าตรงตามเงื่อนไขแล้ว,ดังนั้นข้าวางแผน ว่าในเดือนกันยายนนี้,จะส่งเจ้าไปเมืองหลิงหยุน,เข้าศึกษาวิทยาลัยหลิงหยุน.”อู๋หยุนเทียนที่หันหน้าไปยังทิศทางของเมืองหลิงหยุน.

“สถานบันหลิงหยุน?”ซูเห่าที่เผยความสนใจขึ้นมาทันที.

อู๋หยุนเทียนพยักหน้ารับเอ่ยออกมาว่า“ใช่แล้ว,ในอดีตข้าเคยเข้าเรียนที่นั่นช่วงระยะเวลาหนึ่ง,น่าเสียดายไม่มีโอกาสเรียนให้จบสี่ปี,ได้ออกกลางคัน”

อู๋หยุนเทียนเอ่ย”สิ่งที่ข้าสามารถสอนเจ้าไม่มีอีกแล้ว,ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขึ้นไปนั้น,ข้าไม่รู้เลย.

อย่างไรก็ตามโลกใบนี้นั้นกว้างใหญ่,ยังมีสิ่งที่เจ้ายังไม่เห็น,รอให้เจ้าไปค้นหา,และศึกษามัน.

กล่าวตามจริง,

เจ้าไปยังสถานบันหลิงหยวน,ที่จริงไม่ได้อาจยังไม่มีอะไรให้เจ้าเรียนได้มากนัก,ที่ข้าต้องการให้เจ้าไปที่นั่น,หวังให้เจ้าได้ศึกษาระบบและทฤษฎีการฝึกยุทธ์,แก่นวิทยายุทธ์,ที่ข้าไม่อาจให้กับเจ้าได้.“กล่าวจบก็หันหน้าไปยังซูเห่า”เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

ซูเห่าเอ่ยออกมาทันที.“ตกลง.”

เขาแอบคาดหวังในใจเช่นกัน,เขาต้องการออกจากป้อมซาซาน,ออกไปมองโลกกว้างภายนอก,กล่าวได้ว่าในสถานที่อยู่ตอนนี้แคบเกินไป,ไม่มีอะไรให้เขาได้เรียนรู้แล้ว,อีกทั้งเขาไม่ใช่เด็กที่ไม่อาจป้องกันตัวเองได้อีกต่อไป,เขาคือจอมยุทธ์ขั้นสูง,ในโลกด้านนอกก็ถือเป็นตัวตนที่น่าเกรงขามระดับหนึ่งเช่นกัน.

“ใช่แล้ว.”อู๋หยุนเทียนที่ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้และเอ่ยออกมา“ชิงชิงและบุตรของเหล่าหลี่ที่ตรงตามคุณสมบัติด้วย,น่าจะเข้าศึกษาไปพร้อมกับเจ้าในปีนี้ด้วย,เมื่อไปที่นั่น เจ้าดูแลพวกเขาด้วยแล้วกัน.”

“อะไรนะ?”ซูเห่าที่ตกใจ,ไปเรียนแล้วยังต้องดูแลเจ้าพวกเด็กแสบนั่นอีกรึ?

......

สองเดือนหลังจากนั้น,ซูเห่าที่ได้ปรับสภาพเข้ากับขอบเขตจอมยุทธ์ขั้นสูงได้อย่างสมบูรณ์,เวลานี้จิงซีของเขามั่นคงและยังสามารถเคลื่อนไหวได้ตามเจตจำนงของเขาโดยสมบูรณ์.

ซูเห่าที่เปิดตรวจสอบสถานะของเขา.

[อายุ:  9 ปี 7เดือน;

ความสูง :149 ซม;

น้ำหนัก : 50 กิโลกรัม;

สภาวะร่างกาย : สมบูรณ์ ;

ระดับ :จอมยุทธ์ขั้นสูง ;

จิงซี : 31 ;

ทักษะต่อสู้ : ดาบพื้นฐาน(ชำนาญ),ท่าเท้าพื้นฐาน(ชำนาญ),ท่าเท้าเคลื่อนเงา(ชำนาญ),ตัดตามขวาง(เป็นเอกลักษณ์),หนามมายา(เชี่ยวชาญ),หมัดคมดาบ(เชี่ยวชาญ),พุ่งปะทะ(ผู้เริ่มต้น),โล่โจมตี(ผู้เริ่มต้น),กระโดดฟัน(ผู้เริ่มต้น) ;

ระบบควบคุม : ฟังก์ชันยกระดับคลื่นโลหิต(ชำนาญ),ฟังก์ชันยกระดับกล้ามเนื้อ(ชำนาญ),ฟังก์ชันยกระดับกระดูก(ผู้เริ่มต้น),ฟังก์ชันยกระดับอวัยวะภายใน(ยังไม่ถึงระดับเริ่มต้น),ฟังก์ชันยกระดับสัมผัสทั้งห้า(ยังไม่ถึงระดับเริ่มต้น) ;

]

จากข้อมูลสถานะ,ตลอดหนึ่งปีมานี้เขาได้เติบโตเป็นอย่างมาก,โดยเฉพาะจิงซีที่มีตัวเลขถึง 31,กล่าวได้ว่าเขาได้แปลงจิงซีให้มีจำนวนความหนาแน่นมากกว่าปราณโลหิตถึง 31 เท่า.

ความเร็วในการแปลงจิงซีในแต่ละวันสามารถเปลี่ยนจากตัวเลข 0 ไปถึง 31 ได้เลย.

เทียบกับคนธรรมดาทั่วไปต้องใช้เวลาสิบวันในการรวมปราณโลหิตและการเปลี่ยนจิงซีอีกยี่สิบวัน,เห็นชัดเจนว่าซูเห่านั้นแตกต่างจากคนทั่วไปเป็นอย่างมาก.

“ท่าเท้าเคลื่อนเงา”ได้เปลี่ยนจาก“เชี่ยวชาญ” กลายเป็นชำนาญแล้ว” กล่าวได้ว่าตลอดสองเดือนที่ได้ต่อสู้กับอู๋หยุนเทียน,ทำให้เขาสามารถยกระดับท่าเท้าเคลื่อนเงาขึ้นไปอีกขั้นได้.

เมื่อเขาใช้ ท่าเท้าเคลื่อนเงา,สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งตัวเองได้ตามใจนึก,แม้แต่เกิดภาพติดตาทิ้งเงาเอาไว้,จนฝ่ายตรงข้ามไม่อาจแยกแยะได้.

แน่นอนว่า,ความสูงของเขาก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย,กลายเป็น 149 ซม.ร่างกายหนัก 50 กิโลกรัม,และปริมาณของปราณโลหิตที่ใช้ในการเคลื่อนที่ทั่วไปเองก็เพิ่มพูนขึ้นไม่น้อยเช่นกัน.

อีกหนึ่งวันสถาบันหลิงหยุนจะเปิดรับลงทะเบียน,หลังจากเก็บสัมภาระพวกเขาก็ออกเดินทางก่อนเวลา.

ระยะทางจากป้อมซาซานไปยังเมืองหลิงหยุนนั้นไม่ไกลนัก,ใช้เวลาเดินทางครึ่งวันก็ถึงแล้ว.

การเดินทางครั้งนี้นับซูเห่าก็มีทั้งหมดห้าคน,สาวน้อยเหอชิงชิง,เจ้าอ้วนเสี่ยวปังหรือหลี่ชุนจื่อ,บิดาของเหอชิงชิง เหอเจี้ยนหยง,และบิดาเสี่ยวปังเหล่าหลี่,แล้วก็ซูเห่านั่นเอง.

ส่วนอู๋หยุนเทียนนั้นไม่ได้ตามมา,เพราะต้องอยู่ปกป้องหมู่บ้านนั่นเอง.

อย่างไรก็ตามอู๋หยุนเทียนไม่มีอะไรต้องกังวล,เพราะบุตรชายของเขานั้นมีฝีมือไม่ได้ต่างจากเขาแล้ว.

มีเพียงเหอเจี้ยนหยงและเหล่าหลี่ที่เกรงว่าบุตรพวกเขา ออกเดินทางผ่านป่าอาจจะพบอันตราย,จึงต้องการเดินทางมาคุ้มกันด้วย.

ขณะจะจากมา,อู๋หยุนเทียนได้ส่งถุงใบหนึ่งให้ซูเห่า“ในนี้มีเงินให้เจ้าใช้สามปี,เก็บเอาไว้,แม้นว่าไม่มากแต่ก็ควรจะพอ.”

ซูเห่าที่รับกระเป๋ามา,นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเงินตราของโลกใบนี้,เขานำมันออกมาเห็นเหรียญเงินที่ส่องสว่าง“นี่คือเหรียญเงินอย่างงั้นรึ?”

“มันมีชื่อว่าเงินหยวน,หนึ่งเหรียญเงิน สามารถแลกได้ 100 เหรียญทองแดง,และหนึ่งร้อยเหรียญเงินก็แลกได้หนึ่งเหรียญทองเช่นกัน,เจ้าอยู่ในเมืองหลิงหยุนจำเป็นต้องใช้,หากไม่พอ...”

ซูเห่าที่จ้องมองอู๋หยุนเทียนที่ดูจริงจัง.

อู๋หยุนเทียนก็เอ่ยออกมาว่า“ข้าก็ไม่มีแล้ว!”

ซูเห่าถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน.

“ตกลง,ข้าจะหาทางเอง.”ซูเห่าที่เอ่ยรับ.

นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาออกจากหมู่บ้าน.

“คาดหวังเล็กน้อยเลยแฮะ!”ซูเห่าที่เอ่ยพึมพำ.

“เจ้าพูดอะไร?”เหอชิงชิงที่เอ่ยสอบถามซูเห่าในทันที.

ปล.วันนี้ลงตอนเดียวครับ ขออภัยด้วย ติดธุระเล็กน้อย.

จบบทที่ Chapter 29 Departure

คัดลอกลิงก์แล้ว