เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 13 Changes the intelligent method

Chapter 13 Changes the intelligent method

Chapter 13 Changes the intelligent method


变聪明的方法

สองวันหลังจากนั้น,ซู่เห่ากลับมาพบกับบิดาของเขา.

“จำได้แล้วรึ?”

“แน่นอน.”

แน่นอนว่าอู๋หยุนเทียนไม่เชื่อ.

ดังนั้นหลังจากที่ซูเห่าคืนตำราให้อีกฝ่าย,จากนั้นก็เริ่มท่องออกมาเป็นคำ,เวลาต่อมาอู๋หยินเทียนถึงกับอ้าปากหวอ,ในอดีตเขาต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กันในการท่องจำสิ่งเหล่านี้?

จากนั้นอู๋หยินเทียนก็นำซูเห่าไปยังสถานที่ไม่มีคน,และอธิบายเนื้อหาที่บันทึกในหนังสือโดยระเอียดให้กับซูเห่าเข้าใจอีกครั้ง.

ปราณโลหิตที่บันทึกไว้ในหนังสือ,หากไม่มีใครอธิบายให้เข้าใจอีกครั้ง,ฝึกฝนไปตามความคาดเดาของตัวเองก็จะเหมือนกับการลองผิดลองถูก,เพราะว่าเนื้อหาที่บันทึกเอาไว้นั้นดูง่ายจะอ่าน แต่ยากที่จะเข้าใจ,เหมือนกับคำพูดที่ว่า *“ถึงข้าหันกลับไปดู ชามก็ยังแตกอยู่ดี” หรือจะกล่าวได้ว่ามันง่ายที่จะเข้าใจ,แต่ยากที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้.

อย่างไรก็ตาม หากมีบางคนเข้าใจแล้ว,ก็จะเข้าใจความหมายว่า *“ทำไมชามของคุณตกแตกแล้ว แต่คุณไม่หันกลับไปมองดูซักหน่อยรึ?”  คำถามนี้ไม่ใช่ว่าทำไมถึงไม่สนใจ?  หากแต่การหันกลับไปดู ชามก็ยังแตกอยู่ดี  เป็นการบอกเป็นนัยน์ว่าการมองเพียงแค่ผิวเผินไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร.

ดังนั้น,อู๋หยุนเทียนที่ให้ซูเห่ากลับไปท่อง,ส่วนความหมายที่อยู่ในนั้นไม่จำเป็นต้องคาดเดา,ทว่ารอให้บิดาของเขาอธิบาย,ต้องไม่ลืมว่าบิดาของเขานั้นเป็นจอมยุทธ์ขั้นสูง,ย่อมมีความเข้าใจที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก.

จากท้องฟ้าสว่างล่วงเลยจนมืดค่ำ,ความหมายในหนังสือก็ถูกอธิบายจนหมด,และซูเห่านั้นได้บันทึกคำพูดของอู๋หยุนเทียนทุกคำ ลงไปในเสี่ยวกวง,เพื่อให้สามารถทบทวนและศึกษาได้ตลอดเวลา.

“มีตรงใหนไม่เข้าใจ?”อู๋จิวเทียนเอ่ยถาม.

“ไม่มีแล้ว.”หลังจากล่าวจบ,ซูเห่าก็กล่าวชม“ท่านพ่อ,ท่านร้ายกาจจริง ๆ,สามารถอธิบายความซับซ้อนลึกล้ำที่อยู่ในหนังสือได้อย่างละเอียด,น่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นครูฝึก.”

อู๋หยุนเทียนที่ได้ยินก็หัวเราะเป็นครั้งแรก,เอ่ยอย่างมีความสุข,“แน่นอน,เจ้าคิดว่าครึ่งปีนี้ข้า...”

กล่าวถึงตรงนี้,เขาก็กลายเป็นเงียบ,ก่อนที่จเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง“หากไม่มีคำถาม,ก็กลับบ้าน,หากมีตรงใหนไม่เข้าใจค่อยถาม.”

“ตกลง.”ซูเห่าที่ก้าวตามหลังอีกฝ่ายไป.

เช้าวันถัดมา,ซูเห่ามาพบกับบิดาอีกครั้ง“ท่านพ่อ,ข้าเข้าใจเนื้อหาในตำราหมดแล้ว.”

อู๋หยินเทียนที่กล่าวชมบุตรชายอีกครั้ง,เขารู้ดีว่าซูเห่าสามารถทำความเข้าใจตำรายุทธ์ได้เร็ว,ทว่าไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเร็วขนาดนี้.

หลังจากทดสอบความเข้าใจซูเห่าแล้ว,อู๋หยุนเทียนก็เอ่ยออกมาว่า“เช่นนั้นวันนี้พวกเรา จะมาเรียนเรื่องสำคัญ,การค้นหาปราณโลหิต.”

“หาปราณโลหิต? หาอย่างไร.”

อู๋หยุนเทียนที่เผยยิ้มลึกล้ำ,“เจ้าต้องวิ่งออกกำลังกายทุกอย่าง,เคลื่อนไหวใช้พลังไปจนหมด,จากนั้นก็กิน,กินเสร็จ,ก็หาสถานที่สงบนั่งสมาธิ,สัมผัสถึงกระบวนการความเปลี่ยนแปลงพลังงานในร่างกาย,เมื่อเวลาผ่านไป,เจ้าจะสามารถสัมผัสได้ถึงปราณโลหิต.”

“แค่นี้รึ?”

“ใช่,แค่นี้ล่ะ.”

ซูเห่าที่นึกถึงสโลแกนที่ว่า : เรียบง่าย,เชื่อมั่น,ถูกต้อง,สำเร็จ.

......

เช้าวันถัดมา,ซูเห่าที่ออกมาวิ่งรอบ ๆ หุบเขา.

พฤติกรรมของเขาได้ดึงดูดสหายน้อยของเขาอย่างรวดเร็ว.

เหอชิงชิงยังคงถักเปียหางม้าสองข้าง,ดูน่ารักเช่นเดิม,นำสองลูกน้องเข้ามาหาซูเห่า,นางเอ่ยถามด้วยความสงสัย“เซี่ยงหวู่,เจ้ากำลังทำอะไร?”

ซูเห่าที่กรอกตามองบน“วิ่ง.”

“ทำไมถึงวิ่ง?”

ซูเห่าแสร้งเป็นไม่ได้ยิน,ยังคงวิ่งไปรอบ ๆ,หลังจากวนกลับมาที่เดิม,เหอชิง ๆ ยังคงถามออกไปอีกครั้ง“ทำไมถึงวิ่ง? ไม่ต้องวิ่ง,ไปจับหนูภูเขากับพวกเราดีกว่า!”

ซูเห่าไม่ตอบ,ยังคงวิ่งต่อ.

รอบที่สาม,เหอชิงชิงที่โกรธเกรี้ยว,เอ่ยตะโกนเสียงดัง“เซี่ยงหวู่,วันนี้เจ้าต้องไปจับหนูภูเขากับพวกเรา.”

ซูเห่าที่หายใจหอบ,ไม่มีต้องการที่จะตอบ.

อย่างไรก็ตามเห็นเหอชิงชิงที่กำลังบ้าคลั่งจนเปียหางม้าของเธอชี้ชัน,เกรงว่าจะสร้างปัญหาจึงเอ่ยออกไปว่า“เหอชิงชิง,ข้าบอกเจ้าแล้ว,ข้าไม่เล่นกับคนโง่.”เหอชิงชิงที่เห็นอีกฝ่ายพูดเรื่องนี้อีกแล้ว,ก็เอ่ยตอบออกไปอย่างบ้าคลั่ง“เซี่ยงหวู่,ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ใช่คนโง่,มาเล่นกับข้าซะ!”

ซูเห่าที่ชะลอและเอ่ยออกมาว่า“ปัญหาวันนั้นเจ้าตอบได้รึยัง?”

เหอชิงชิงที่เอ่ยออกมาทันที“ตอบได้แล้ว,คำตอบคือคนตาย,คนตายใช่ใหม?”

ซูเห่าส่ายหน้าไปมา“ไม่ใช่.”

เหอชิงชิงที่กล่าวโต้แย้งทันที“เป็นไปไม่ได้,พ่อข้าบอกว่าคนตายไม่จำเป็นต้องไปหาหมอ,ไม่ผิดอย่างแน่นอน,จะไม่ใช่ได้อย่างไร.”

ซูเห่าที่ส่ายหน้าไปมา“ไม่ใช่,ข้าถามว่าใครที่ป่วยแล้วไม่อาจไปหาหมอ,คนตายไม่ป่วย,จะถูกนับได้อย่างไร?”

เหอชิงชิงไม่อาจยอมรับได้,จึงถามกลับ“แล้วใครล่ะ?”

“คนตาบอดไง.”

“อะไรนะ?”

ซูเห่าที่ตอบอีกครั้ง“คนตาบอด! เพราะตาบอดมองไม่เห็นทาง,จึงไปหาหมอเองไม่ได้.”

เหอชิงชิงที่อ้าปากหวอ,ปากน้อย ๆ ของนางที่เผยท่าทางคาดไม่ถึง ดูน่ารักเล็กน้อย.

ในเวลานั้นน้ำมูกเทาเอ่ยสอบถามเจ้าอ้วนชุน“เจ้าอ้วน,เจ้ารู้ใหมทำไมถึงเป็นคนตาบอด?”

เจ้าอ้วนที่โบกมือไปมาทันที,เอ่ยพึมพำ“ข้าไม่ต้องการพูดกับคนโง่.”

น้ำมูกเทาเอ่ยออกมาทันที“เจ้าว่าอะไรนะ?”

“ไม่! ไม่มีอะไร! น้ำมูกเทา,หลังจากนี้หากเจ้าไม่เช็ดน้ำมูก ก็อย่ามาเข้าใกล้ข้า.”

น้ำมูกเทาที่ยกมือขึ้นปาดน้ำมูกเอ่ยออกมาว่า“ทำไม! ของดี,ทำไมต้องเช็ด,แม่ข้าบอกว่าเด็กที่มีน้ำมูกคือคนที่มีสุขภาพดี.”

“ไสหัวไปซะ!”

เหอชิงชิงที่ครุ่นคิด,เธอพบว่าคำตอบของซูเห่านั้น ไม่อาจโต้เถียงได้เลย,ต้องการเอ่ยโต้เถียงแต่ก็พูดไม่ออก.

ทำอย่างไรดี,เธอเริ่มสงสัยแล้วว่า,เธออาจจะโง่จริง ๆ,ทำไมคำตอบง่าย ๆ เช่นนี้ ถึงตอบไม่ได้กัน? ในเมื่อเป็นเช่นนี้,เธอก็ไม่อาจนำซูเห่ามาเป็นลูกน้องได้,และซูเห่าก็จะไม่มาเล่นกับเธออีกด้วย.

ขณะที่เห็นซูเห่าวิ่งไปไกล,เธอก็วิ่งตามซูเห่าไปในทันที.

ซูเห่าที่เหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก,ทันใดนั้นเหอชิงชิงก็กระโดดคว้าร่างของเขา,ทำให้ทั้งสองฝ่ายล้มกลิ้งไปบนพื้นด้วยกันทันที.

“เจ้าทำอะไร?”ซูเห่าที่พยายามลุกขึ้น,จ้องเขม็งไปยังเหอชิงชิง,ทว่าเขาไม่ต้องการโกรธแต่อย่างใด,เพราะเด็กเหล่นี้มักจะไร้เหตุผลเสมอ.

เหอชิงชิงที่คว้ากุมซูเห่าไว้แน่น,เกรงว่าซูเห่าจะหนีไป,ใบหน้าน้อย ๆ เอ่ยอย่างจริงจัง“เซี่ยงอู๋,วันนี้เจ้าต้องไปเล่นกับพวกเรา,เจ้าพูดอะไร ก็ไม่มีประโยชน์,หากเจ้าไม่เล่นกับพวกเรา,ข้าจะให้เจ้าน้ำมูกเทาและเจ้าอ้วนชุน,ทุบตีเจ้าแน่.”

ซูเห่าถึงกับพูดไม่ออก,เบื่อหน่ายกับความไร้เหตุผลของเด็กเหล่านี้ซะจริง,เขาจ้องมองเจ้าน้ำมูกเทาและเจ้าอ้วนชุนก้าวเข้ามาแล้ว,คล้ายกับตื่นเต้นต้องการทุบตีเขาให้ได้.

ไม่ได้! หนึ่งต่อสอง,เวลานี้ยังเสียเปรียบ,วิ่งหนีเข้าไปในภูเขาใหม? เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์.

หลังจากนั้นซูเห่าก็สูดหายใจลึก,ลุกขึ้นปัดดินออกจากร่างกาย.

“เจ้าตกลงแล้วใช่ใหม?”เหอชิงชิงที่คิดว่าซูเห่ายอมแล้ว,จึงได้ยิ้มออกมาทันที.

ซูเห่าไม่ตอบ,เอ่ยถามกลับไป“ชิงชิง,เจ้าถามข้าก่อนหน้านี้,ว่าวิ่งทำไม?”

“ใช่แล้ว!”ชิงชิงตอบ.

“งั้นถามข้าอีกครั้ง.”

เหอชิงชิงไม่คิดอะไร,ถามออกมาทันที“ทำไมเจ้าถึงวิ่ง?”

ซูเห่าได้กล่าวชมเธอทันที“ชิงชิง,เจ้าถามได้ดี,นี่คือปัญหา,ชิงชิงข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง,เจ้ารู้ใหมทำไมข้าถึงฉลาด?”

เหอชิงชิงที่ดวงตาเป็นประกาย,นางเองก็ต้องการรู้ความลับข้อนี้เช่นกัน“ทำไม?”

น้ำมูกเทาและอ้วนชุน เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจทันที.

“เพราะวิ่งไง!”

“วิ่งอย่างงั้นรึ?”ทั้งสามที่เอ่ยออกมาพร้อมกัน.

ซูเห่าที่ตอบอย่างใจเย็น“ใช่แล้ว! แค่วิ่ง.”

“จริงรึ? วิ่งแล้วฉลาด,ฉลาดเหมือนเจ้าอย่างงั้นรึ?”

“แน่นอน,นี่คือความลับที่ข้าเพิ่งค้นพบ,พวกเจ้าไม่อาจบอกคนอื่นได้.”

“อืม ๆ!”ทั้งสามที่พยักหน้าพร้อมกัน.

“งั้นรออะไรล่ะ? วิ่งสิ!”

“!”

*****************

當下

แปลเป็นไทย :

ปัจจุบัน

ชายชราที่ขายเครื่องลายครามแบกคานไม้หาบเดินไปบนถนน ทันใดนั้นชามเครื่องลายครามอันหนึ่งหล่นลงไปบนพื้นแตกเป็นชิ้นเล็กๆ แต่ชายชราไม่หันหัวกลับไปมอง ยังคงเดินต่อไปข้างหน้า

คนบนถนนรู้สึกแปลกใจ จึงถามขึ้นว่า " ทำไมชามของคุณตกแตกแล้ว แต่คุณไม่มองดูซักหน่อยรึ?"  ชายชราตอบว่า “ถึงฉันหันกลับไปดู ชามก็ยังแตกอยู่ดี”

ฉันเข้าใจแล้ว!

สนใจแต่เพียงปัจจุบัน ไม่ต้องเสียใจกับอดีตที่ผ่านไป

และไม่ต้องกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

ความสุขย่อมอยู่กับกับปัจจุบันที่วางอยู่เบื้องหน้า

คัดลอกจาก ~ 人间福报

สินชัย ผู้แปล

๓ เมษายน ๒๕๖๓

ขอขอบคุณคติธรรมคำสอนภาษาจีน/ รูปภาพจากเพจ Kitty Ws ‎佛光人

จบบทที่ Chapter 13 Changes the intelligent method

คัดลอกลิงก์แล้ว