เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 14 Means

Chapter 14 Means

Chapter 14 Means


办法

เหอชิงชิงที่ลากรางกายที่อ่อนล้ากลับบ้าน,ชายร่างใหญ่ที่นั่งสมาธิอยู่ ก็ลืมตาขึ้น.

บุรุษคนนี้ก็คือเหอเจี้ยนหยง,เป็นหัวหน้าป้อมปราการซาซาน,บิดาของเหอชิงชิงนั่นเอง,ร่างกายของเขาที่ดูใหญ่ยักษ์ กล้ามเนื้อที่แน่นจนล้นออกมา,ทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น,ผมที่ยาวมัดรวบผูกไว้ด้านหลัง,ทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างทะมัดทะแมง,เขาเห็นเหอชิงชิงที่ดูเหนื่อยล้าเป็นอย่างมากขณะกลับมาก็เผยความสงสัย.

“ชิงชิง,เจ้าไปวิ่งเล่นที่ใหนมา,ถึงได้ดูเหนื่อยขนาดนี้.”

เหอชิงชิงที่เผยยิ้มลึกลับทันที“ความลับ,ไม่บอกหรอก.”

เหอเจี้ยนหยงที่หัวเราะเล็กน้อยกับท่าทางน่าขบขันของเหอชิงชิง.

เวลานั้นเหอชิงชิงที่ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้,ก็ย่นจมูกเอ่ยต่อเหอเจี้ยนหยง“ท่านพ่อ,คำตอบของท่านไม่ถูกเลย! หลังจากนี้ข้าจะไม่ถามท่านแล้ว.”

เหอเจี้ยนหยงที่เผยความงงงวย“คำตอบอะไรกัน?”

เหอชิงชิงที่เอ่ยทำไม้ทำมือ“ก็คำถามที่ว่าใครป่วยแล้ว ไปหาหมอไม่ได้ไง.”

เหอเจี้ยนหยงที่เผยความสงสัย“ไม่ถูกรึ? แล้วคำตอบคืออะไร?”

“คำตอบคือคนตาบอด!”

เหอเจี้ยนหยงที่เพ่งพิศไปชั่วครู่,ก่อนที่จะตอบสนอง ยกมือกุมทองหัวเราะดังลั่น“ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนใจ,น่าสนใจจริง ๆ! ใช่แล้วเป็นคนตาบอดจริง ๆนั่นล่ะ .”

เหอชิงชิงที่กระทืบเท้าเอ่ยออกมาว่า“ท่านพ่อท่านยังหัวเราะอยู่อีก,เซี่ยงหวู่บอกว่าคนที่ตอบไม่ได้เป็นคนโง่,เขาบอกว่าไม่เล่นกับคนโง่.”

เหอเจี้ยนหยงที่หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง“บุตรชายของน้องสามรึ?,ชิงชิง,เดี๋ยวพ่อจะไปหาเซี่ยงหวู่ให้เล่นกับเจ้าเอง.”

“ชิ! แม้แต่คำถามง่าย ๆ ยังตอบไม่ได้,ไม่ต้องการให้ท่านไปจัดการหรอก!”

เหอเจี้ยนหยงที่ยกมือขึ้นเกาศีรษะแบบงง ๆ.

......

ซูเห่าที่ลากร่างกายที่เหนื่อยล้ากลับบ้านช้า ๆ เช่นกัน,และทันทีที่เขาเข้าประตูมา,เขาก็เห็นซุปไข่ผักที่อู๋หยุนเทียนเตรียมไว้ให้.

ซูเห่าไม่เกรงใจ,ดื่มมันทันที ถึงสามถ้วยด้วยกัน.

อู๋หยุนเทียนที่เก็บชาม,ชี้ไปยังที่มุมหนึ่งของบ้านซึ่งมีเบาะนุ่มวางอยู่ “เจ้าไปนั่งที่นั่น,แล้วสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงพลังงานช้า ๆ”

หลังจากพูดจบเขาก็ออกจากประตูไป.

สัมผัสอะไรได้? ซูเห่าไม่อาจบอกได้,ทำได้แค่เพียงพยายามค้นหาช้า ๆ,เขาเป่าทุกอย่างออกจากสมอง,ก่อนที่จะเข้าสู่สมาธิ,จิตวิญญาณของเขาที่ยกระดับไปจนถึงจุดสูงสุด,จากนั้น...

ซูเห่าก็หลับไป.

เหนื่อยเกินไป,เขาไม่อาจควบคุมให้ตัวเองไม่หลับได้เลย.

หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น,บิดาของเขากลับมาตรวจสอบ,เห็นซูเห่าหลับไปแล้ว,ก็เผยยิ้มและจากไป.

การจะประสบผลสำเร็จนั้นจะต้องผ่านความเจ็บปวดและพิจารณาตัวเองอย่างหนัก.

“เรื่องสำคัญเช่นนี้,ข้าหลับไปได้อย่างไร? ซูเห่า,ซูเห่า,เจตจำนงของเจ้าอ่อนแอไปแล้ว,เจ้าต้องการฝึกฝนวิชายุทธ์หรือไม่? ทำอะไรอยู่!”

เขาที่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าครั้งหน้าจะไม่ผลอยหลับอย่างแน่นอน.

อย่างไรก็ตามเมื่อคิดถึงความพยายามครั้งหน้า,ร่างกายที่เหนื่อยล้าหมดแรงจะทนทำสมาธิได้อย่างไร,ซูเห่าอดไม่ได้ต้องโอดครวญออกมา“แท้จริงแล้วชีวิตนักกีฬาก็ลำบากขนาดนี้นะเอง.”

เช้าวันถัดมา,เขายังคงออกวิ่งบนทุ่งราบในหุบเขา.

เดิมทีซูเห่าวิ่งคนเดียว,ทว่าเวลานี้เหอชิงชิงที่นำลูกน้องสองคนมาวิ่งด้วย,โดยหวังว่าจะกลายเป็นคนฉลาด,ทั้งสี่จึงวิ่งเป็นกลุ่มในลานหุบเขาดังกล่าว.

เพื่อเพิ่มการโน้มน้าวใจ,ซูเห่าที่ถามคำถามกับเหอชิงชิงไปด้วย“มีปลาสามตัวในลำห้วย,จับไปหนึ่งตัว,เหลือปลากี่ตัว?”

เหอชิงชิงตอบออกมาทันที“เหลือสอง!”

“ถูกต้อง! เห็นใหม,ชิงชิงเจ้าสามารถตอบคำถามได้,เพียงแค่วิ่งหนึ่งวันเท่านั้น,เจ้าร้ายกาจจริง ๆ!”

เหอชิงชิงที่ได้รับคำชม,ยิ่งทำให้เธอมั่นใจในการนำลูกน้องทั้งสองมาวิ่ง.

......

กลับบ้าน,ซูเห่าที่กินซุปไข่ผัก,ได้ถามออกมาทันที“ท่านพ่อ,ทำไมถึงต้องดื่มซุปไข่ผัก?”

“เพราะมันดูดซึมง่ายไงล่ะ.”

เป็นเช่นนี้นะเอง,ซูเห่าไม่สงสัยอีกต่อไป.

ทว่าเขาที่ทำสมาธิทำการสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงต่อไป,อย่างไรก็ตามเขา ในวันนี้เขาก็ไม่อาจสัมผัสอะไรได้เช่นเดิม,แต่มีข่าวดี,เขาสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ผลอยหลับได้แล้ว.

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น.

ซูเห่าลืมตาขึ้นจากการทำสมาธิ,ในใจเศร้าซึม ได้แต่ส่ายหน้าไปมา,ไม่ได้ผล,ตลอดเดือนนี้,เขาวิ่งอย่างหนักทุกเช้า,กลับมากินซุปไข่ผัก,นั่งสมาธิสัมผัสการเปลี่ยนแปลงพลังงาน,ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร,ก็ไม่อาจสัมผัสได้ถึงปราณโลหิตที่พ่อเขาเอ่ยถึงเลย,เป็นไปได้ว่าวิธีการที่พ่อของเขาสอน มีปัญหาอะไรหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม,การวิ่งและทำสมาธิตลอดทั้งเดือนไม่ได้ไร้ประโยชน์แต่อย่างใด,ร่างกายของเขาแข็งแรงขึ้นมาก,ผิวหนังมือและเท้าไม่อ่อนนุ่มอีกต่อไป,พลังกายของเขาเองก็เพิ่มมากขึ้น,ไม่เหมือนกับตอนแรก,การวิ่งในภูเขาจะทำให้เขาขาสั่นทุกครั้ง,การบริโภคอาหารและการผลาญพลังงานจนหมดสลับกันไปมา,ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้จริง ๆ.

การทำสมาธิ,ทำให้จิตใจของเขาไม่ฟุ้งซ่าน,เขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป,ทันทีที่เขานั่งลงและหลับตา,เขาจะไม่กระวนกระวายคิดถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง,สามารถเพิ่งสมาธิไปยังเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้.

การทำสมาธิกำจัดความฟุ้งซ่าน,ทำให้สมองของเขาจดจ่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้,ความคิดของเขาดูชัดเจนแจ่มแจ้งขึ้น,มันทำให้เขาชอบความรู้สึกที่ได้นั่งสมาธิคนเดียวอีกด้วย.

พูดให้ถูกเขาชอบสภาวะจดจ่อนี้มาก.

อย่างไรก็ตาม,สภาวะจิตจดจ่อนี้ กับไม่อาจช่วยเขาหาปราณโลหิตพบได้.

ในวันหนึ่ง,ซูเห่ามาพบอู๋หยุนเทียน,เอ่ยสอบถามด้วยความสงสัย“ท่านพ่อ,ข้าได้วิ่งจนหมดแรงและนั่งสมาธิเพื่อสัมผัสความเปลี่ยนแปลงแล้ว,อย่างไรก็ตาม,หนึ่งเดือนผ่านไปแล้ว,ข้ายังไม่พบอะไรเลย,ข้าไม่อาจหาปราณโลหิตได้,ข้าทำอะไรผิดหรือไม่?”

อู๋หยุนเทียนส่ายหน้าไปมา“เซี่ยงหวู่,เจ้าทำถูกต้องแล้ว,แต่การหาปราณโลหิตนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เจ้าคิด,นอกจากนี้คนทั่วไปที่ต้องการเป็นผู้ฝึกยุทธ์จะต้องพึ่งตัวเอง,เรื่องนี้ไม่อาจให้ใครช่วยเจ้าได้,นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ในเผ่าพันธุ์มนุษย์มีผู้ฝึกยุทธ์ไม่มากนัก.”

ซูเห่าที่ขมวดคิ้วไปมา“แล้วตอนนี้ข้าควรทำอย่างไร?”

อู๋หยุนเทียนกล่าวปลอบใจ“ไม่จำเป็นต้องกังวล,ค่อย ๆ สัมผัสหามันช้า ๆ,รับรู้มันด้วยใจ,หนึ่งเดือนไม่พบ,ก็ใช้เวลาครึ่งปี,ครึ่งปีไม่พบก็ใช้เวลาหนึ่งปี,จนกว่าเจ้าจะพบมัน.”

ซูเห่าที่เผยความสงสัยขึ้นมาทันที“แล้วท่านพ่อใช้เวลานานเท่าไหร่ในการหาปราณโลหิต?”

อู๋หยุนเทียนไม่ต้องการตอบในทันที,เขาจะบอกบุตรชายมากพรสวรรค์เขาได้อย่างไร,ว่าตัวเองใช้เวลาหนึ่งปีครึ่ง?  ไม่มีทาง,หากบอกความจริงอีกฝ่ายไปว่าเขา ใช้เวลานานขนาดนั้น,ต่อมา จู่ ๆ บุตรชายอัจฉริยะของเขาค้นพบปราณโลหิตขึ้นมาล่ะ,เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใหนกัน? วิธีที่ดีที่สุดคือเงียบเอาไว้,ปล่อยให้เขาเดาเอง,ลูกชายคนนี้ทำให้เขาประหลาดใจได้เสมอตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา,หากว่าอีกฝ่ายค้นพบปราณโลหิตพรุ่งนี้,เขาก็จะไม่แปลกใจเลย.

เห็นอู๋หยุนเทียนไม่เอ่ย,ซูเห่าก็คิดว่าความเร็วของเขานั้นช้ามาก,จึงไม่ตอบกลัวว่าจะทำให้เขาไม่สบายใจ,ทันใดนั้นเขาก็เอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น“ตกลง,ท่านพ่อโปรดวางใจ,ข้าจะพยายามให้มาก,ค้นหาปราณโลหิตให้เจอเร็วที่สุด.”

อู๋หยุนเทียนพยักหน้ารับ“ข้าจะออกไปก่อน.”

กล่าวจบเขาก็จากไปโดยที่ไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย.

ปล่อยให้ซูเห่าจมอยู่ในความคิดคนเดียว“ข้าควรทำอย่างไรดี? ปราณโลหิตมันคือสิ่งใด,มีความลึกลับขนาดนั้น....”

หลังจากครุ่นคิดพักหนึ่ง,ดวงตาของซูเห่าก็เป็นประกาย,เต็มไปด้วยแสงสว่างเจิดจ้า.

“มีวิธีอยู่! มันจะต้องได้ผล!”

จบบทที่ Chapter 14 Means

คัดลอกลิงก์แล้ว