เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 12 Courage vigor

Chapter 12 Courage vigor

Chapter 12 Courage vigor


血气(感谢大鱼ZT的打赏)

ต่อหน้าสายตาของบิดา,ซูเห่าไม่อาจหลอกล่อได้,จึงตอบออกมาตรง ๆ,“คนตาบอด!”

“ทำไมคนตาบอดไม่สามารถไปหาหมอได้?”อู๋หยุนเทียนสงสัย.

“เพราะตาบอดมองไม่เห็นทาง,จึงไม่สามารถไปหาหมอได้.”ซูเห่าที่เอ่ยอธิบายอย่างช่วยไม่ได้.

หลังจากอู๋หยุนเทียนได้ยิน,ก็เงียบไม่พูดเป็นเวลานาน.

ซูเห่ากังวลใจขึ้นมาว่า,บิดาจะสงสัยตัวเองว่าเป็นคนโง่หรือไม่?!

......

อู๋หยุนเทียนและซู่เห่าที่นั่งสมาธินั่งมองหน้ากันและกัน,หนึ่งร่างใหญ่ยักษ์,หนึ่งร่างเล็กจ้อย,แตกต่างกันชัดเจน.

หลังจากที่อู๋หยุนเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง,ก็เอ่ยปากออกมาช้า ๆ,“หากเจ้าต้องการฝึกฝนยุทธ์,อย่างแรกต้องเข้าใจก่อนว่าวิถียุทธ์หมายความว่าอย่างไร,ครึ่งปีหลังจากนี้,ข้าจะสอนเจ้าเกี่ยวกับพื้นฐานของวิชายุทธ์,หลังจากเจ้าเชี่ยวชาญพื้นฐานแล้ว,พวกเราถึงจะเริ่มกันอีกครั้ง.”

“มนุษย์และสัตว์ร้ายนั้นแตกต่างกัน,ความแข็งแกร่งและสันชาติญาณของพวกมันนั้นมีมาตั้งแต่กำเนิด,ส่วนความแข็งแกร่งของมนุษย์นั้นจะต้องอาศัยสติปัญญา,บรรพบุรุษของเผ่าพันธ์มนุษย์นั้นผ่านการต่อสู้กับสัตว์ร้ายมาอย่างยาวนาน,จนค้นพบความลับความแข็งแกร่งของสัตว์ร้ายเข้า,มันถูกเรียกว่าปราณโลหิต,จากนั้นบรรพบุรุษของพวกเราจึงได้สร้างแบบการฝึกปราณโลหิตขึ้นมา,ทำให้มนุษย์เริ่มมีความแข็งแกร่งสามารถรับมือกับสัตว์ร้ายตรง ๆได้,เพราะแบบฝึกสร้างปราณโลหิตนี้,เผ่าพันธุ์มนุษย์จึงได้พัฒนาวิธีการต่าง ๆ ในการฝึกฝนปราณโลหิตขึ้นแตกต่างกันไป ทว่าไม่ว่าวิธีฝึกฝนของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปอย่างไร,แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมายนัก โดยรวมแล้วถือว่าคล้ายคลึงกัน..”

“ปราณโลหิตคืออะไร....”ในเวลานั้นอู๋หยุนเทียนจ้องมองซูเห่าที่ตั้งใจเป็นอย่างมาก,เขาครุ่นคิดว่าบุตรชายของเขานั้นเข้าใจสิ่งที่เขาเอ่ยหรือไม่?

ในเวลานั้นซูเห่าก็เงยหน้าขึ้นเอ่ยถาม“อะไรคือปราณโลหิต?”

อู๋หยุนเทียนเผยยิ้มเล็กน้อย,เอ่ยออกมาว่า”เซี่ยงหวู่,ยกมือขึ้น.

ซูเห่าที่ยกมือขึ้นตามที่สั่ง.

อู๋หยุนเทียนเอ่ยถาม“ข้าขอถามเจ้า,ทำไมเจ้าสามารถยกมือขึ้นได้?”

ซูเห่าที่ตอบอย่างไม่ลังเล“เพราะว่ากล้ามเนื้อแขนหดตัว,ดึงแขน,ให้มือยกขึ้น.”

อู๋หยินเทียนไม่เอ่ยถามว่าทำไมซูเห่าถึงตอบแบบนั้น,ทว่ายังคงถามต่อ“ทำไมกล้ามเนื้อถึงหดตัวล่ะ?”

ในพื้นที่พินบอลได้เอ่ยอธิบายเกี่ยวกับการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อเอาไว้เช่นกัน,ทว่าซูเห่ารู้ว่าบิดาของเขาไม่ได้ต้องการคำตอบเหล่านี้,เขาจึงเอ่ยอย่างลังเล“เพราะว่ากล้ามเนื้อมีพลังงานหรือไม่?”

อู๋หยุนเทียนที่เห็นซูเห่าเข้าใจหลักการของพลังงานก็รู้สึกชื่นชม,พยักหน้ารับ เอ่ยออกมาว่า“ใช่,ไม่เพียงกล้ามเนื้อมีพลังงาน,ทว่าทุกส่วนในร่างกาย,ล้วนแต่มีพลังงาน,พลังงานเหล่านี้,ทำให้พวกเราสามารถวิ่ง,กระโดดและจับสิ่งของได้.”

กล่าวจบ,อู๋หยินเทียนก็ชี้ไปยังศิลาก้อนใหญ่ห่างออกไปด้านหน้า เอ่ยออกมาว่า”เซี่ยงหวู่ไปยกก้อนหินก้อนนั้นมา.

ซูเห่าจ้องมองออกไป,อดไม่ได้ที่ดวงตาจะสั่นส่ายไปมา,เขามองไปยังแขนขาที่ผอมบางของเขา,แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะยกมันขึ้นมาได้,อย่างไรก็ตามเขาไม่อาจเอ่ยอะไรได้,ลุกขึ้นก่อนจะก้าวไปยังก้อนหินใหญ่ด้านหน้า,อย่างแรกเขาพยายามที่จะกอดมัน,ทว่าดูเหมือนจะล้มเหลว,จากนั้นเขาก็เดินอ้อมไปด้านหลัง,ก่อนที่จะใช้มือพยายามผลักมันไป,เขาได้ใช้แรงทั้งหมด,ถึงจะกลิ้งมันมาอยู่ ด้านข้างบิดาของเขาได้.

อู๋หยุนเทียนให้ซูเห่านั่งลง,ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปใช้มือเดียวยกหินดังกล่าวขึ้นมา“หินนี้หนักใหม?”

ซูเห่าที่จ้องมองท่อนแขนที่ใหญ่โตของบิดายกก้อนหินได้อย่างง่ายดาย“หนัก.”

“สำหรับเจ้ามันหนักมาก,ไม่อาจยกได้,แต่สำหรับข้ามันเบามาก.”อู่หยินเทียนเอ่ย,ก่อนที่จะโยนก้อนหินนั้นออกไป,ก้อนหินกลิ้งกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม,จากนั้นก็เอ่ยถามออกมาว่า“ทำไม?”

ซูเห่าเห็นหินที่เขากลิ้งมาอย่างยากลำบาก ถูกบิดาโยนกลับคืนที่เดิม,ก็พูดไม่ออก,หากจะโยนมันกลับที่เดิม,ต้องให้เขาออกแรงด้วยรึ? เพียงแค่ถามเฉย ๆ ไม่ได้รึไง?

ซูเห่าที่เอ่ยตอบอย่างเชื่อฟัง“เพราะว่าแขนของข้าเล็ก,แต่แขนของพ่อใหญ่กว่าจึงมีพลังงานมากกว่า.”

เขาไม่ได้เอ่ยตอบว่าเกี่ยวข้องกับอายุ เพราะเข้ารู้ว่าบิดาต้องการให้เขาตอบอะไร.

อู่หยุนเทียนพยักหน้ารับ“ใช่เพราะว่าแขนของข้าใหญ่กว่ามีพลังมากกว่า,แต่แขนของเจ้าเล็กมีพลังน้อยกว่า,ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็สามารถสรุปได้ว่า,พลังงานนั้นมาจากปราณโลหิตที่อยู่ในแขน,ยิ่งปราณโลหิตในแขนมีมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งสามารถยกหินได้มากขึ้นเท่านั้น”

“ข้าใจแล้ว.”ซูเห่าที่พยักหน้าเข้าใจ.

อู๋หยุนเทียนที่เผยยิ้มในที่สุด,เป็นรอยยิ้มที่ยากที่ซูเห่าจะได้เห็น,จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาว่า“ในเมื่อเข้าใจแล้ว,พวกเราจะเข้าสู่หัวข้อดังกล่าว.”

“อู๋หยุนเทียนหยุดและเอ่ยออกมาว่า”แบบฝึกปราณโลหิต,ก็คือวิธีที่จะทำให้ร่างกายสามารถเพิ่มพลังงาน,สะสมปราณโลหิตให้มากยิ่งขึ้นได้,ซึ่งจะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์แข็งแกร่งขึ้น,เมื่อสามารถสะสมปราณโลหิตในร่างกายได้จำนวนมากพอ,เพียงแค่หนึ่งหมัดก็สามารถระเบิดภูเขาได้.”

นั่นไม่ใช่พลังระเบิดนิวเคลียร์หรอกรึ? ซูเห่าที่ตื่นตะลึงในคำพูดของบิดา“ท่านพ่อ,ท่านเคยเห็นคนที่ทำเช่นนั้นได้ด้วยรึ?”

ใครจะรู้ล่ะ อู๋หยุนเทียนส่ายหน้าไปมา“ไม่เคยเห็น,เป็นตำนานที่เล่ามา.”

เห็นใบหน้าของซูเห่าเผยความผิดหวัง,เขาก็เอ่ยอธิบายออกมาว่า“ข้าต้องการบอกเจ้า,เมื่อมนุษย์ฝึกฝนได้มากพอ,ก็มีโอกาสก้าวไปถึงระดับนั้นได้,ยอดฝีมือระดับบรรพชนยุทธ์สามารถทำได้.”

ซู่เห่าพยักหน้ารับ,อู๋หยุนเทียนได้เอ่ยถาม,“เช่นนั้นข้าจะถามอีกเป็นคำถามสุดท้าย,เซี่ยงหวู่,การที่พวกเราเคลื่อนไหวได้ในทุกวัน,พวกเราไปเอาพลังงานมาจากใหน?”

ซูเห่าที่ตอบกลับมาทันที“จากการกิน!”

“ใช่แล้ว!”อู๋หยุนเทียนพยักหน้ารับ,เอ่ยอธิบาย“เรากินอาหารจำนวนมากเพื่อรับพลังที่เปลี่ยนมาจากอาหารในทุกวัน,ดังนั้น,เซี่ยงหวู่,หลังจากนี้เจ้าต้องกินให้มาก.”

อู๋เหยินเทียนที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ยากจะเห็น“เซี่ยงหวู่,เจ้าเป็นเด็กฉลาดที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา,เด็กหลายคนถึงจะมีอายุหกปีเริ่มเรียนวิชายุทธ์,ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจความจริงตั้งแต่เริ่มต้นเช่นนี้,ข้าหวังว่าเจ้าจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลังในอนาคตได้! หวังว่าเจ้า....จะสามารถก้าวผ่านพันธนาการสายโลหิตแห่งนักรบได้.”

ซูเห่าที่สงสัย“อะไรคือพันธนาการสายโลหิตแห่งนักรบอย่างงั้นรึ?”

อู๋หยุนเทียนส่ายหน้าไปมา“หลังจากนี้เจ้าจะเข้าใจ,กลับมาพูดถึงอาหารที่ให้พลังงานกัน.”

“เจ้าจำไขมันเล็ก ๆ ที่ประตูบ้านได้หรือไม่?”

“จำได้.”

“จำได้ก็ดีแล้ว,อาหารที่พวกเรากินเข้าไปนั้น,นอกจากจะเปลี่ยนเป็นพลังงานที่เรานำมาใช้ในชีวิตประจำวัน,ทว่าส่วนที่เหลือนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานสองประเภท,หนึ่งคือปราณโลหิตดั่งที่ข้าได้เอ่ยก่อนหน้านี้,พลังชนิดนี้ยิ่งมีมากเท่าไหร่,พวกเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น,มันสามารถเพิ่มพลังได้มาก,อีกประเภทก็คือไขมัน,หากสะสมมันมากเกินไป,ก็จะทำให้คน ๆ นั้นกลายเป็นคนอ้วน.

และการฝึกฝนยุทธ์ที่ผิดพลาด ไม่เพียงอาจทำให้เราสะสมปราณโลหิตได้แล้ว แต่จะทำให้ร่างกายสะสมไขมันแทน”

“และการที่พลังงานกลายเป็นไขมันนั้น,คือผลของการล้มเหลวของการฝึก,กล่าวให้ถูกต้อง,หากเจ้าฝึกฝนยุทธ์ล้มเหลว,เจ้าจะกลายเป็น...”

“คนอ้วน!”

ซูเห่าที่ขมวดคิ้วแน่น,ความเสี่ยงนี้,ทำให้เขาหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย,เมื่อคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นคนเตี้ยแล้วอ้วน.

ในเวลานั้นอู๋หยุนเทียนได้หยิบตำราเล่มหนึ่งออกมาจากหน้าอก“เจ้านำมันไปท่องจำ,หลังจากท่องจำได้แล้ว,ข้าจะช่วยเจ้าทำความเข้าใจ.”

ซูเห่าที่รับตำราดังกล่าวมา อ่านหน้าปก“ตำรายุทธ์ปราณโลหิตจิ่วกง”

“เป็นชื่อที่ดี.”

จบบทที่ Chapter 12 Courage vigor

คัดลอกลิงก์แล้ว