เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16  คลื่นและสิ่งที่อยู่ใต้นั้น

ตอนที่ 16  คลื่นและสิ่งที่อยู่ใต้นั้น

ตอนที่ 16  คลื่นและสิ่งที่อยู่ใต้นั้น


คลื่นถาโถมคือปริศนาชิ้นใหญ่สำหรับพวกเรา

ตั้งแต่มหาภัยพิบัติครั้งแรกที่รู้จักกันในชื่อ ‘ยุคแตกดับ’... เมื่อฝูงมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลถือกำเนิดขึ้นในดันเจี้ยนและบุกขึ้นมาที่พื้นผิว

เราล้มเหลวในการหาสาเหตุว่าทำไมจู่ๆ ถึงได้เกิด ‘คลื่นถาโถม’ ของมอนสเตอร์ขึ้น

ลอร์มาสเตอร์คนก่อนๆ ได้ตั้งสมมุติฐานว่าดันเจี้ยนใช้คลื่นถาโถมเป็นเครื่องมือในการรักษาระดับประชากรมอนสเตอร์หลังจากที่พวกมันถูกล่าจนเหลือน้อยเกินไปสมมุติฐานอันนี้พยายามบ่งชี้ว่าจำนวนของมอนสเตอร์นั้นมีความสัมพันธ์กับความน่าจะเป็นในการเกิดคลื่น

แต่บันทึกบางส่วนยังได้กล่าวไว้ว่าคลื่นถาโถมนั้นยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี แม้จำนวนของมอนสเตอร์จะมีมากจนแทบล้นออกมาจากดันเจี้ยนก็ตาม... แต่นี่เป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง

จากโน้ตส่วนตัวของอัลเบอร์ตั้น ลอร์มาสเตอร์แห่งกองพันอบิสซี่ ลีเรีย

-----------------------------------------------------------------------------------------------

“เจ้าดูปกติดีนี่”

“ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเลย”

“นี่เจ้าเคยรู้สึกปกติตอนไหนบ้าง ฮึ?”

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

“เราก็แค่มาเข้าเฝ้าเฉยๆ เอง”

“เจ้าอย่ามาทำตลกนะไททัส

การร้องขอกำลังพลต่อหน้าข้าราชสำนักทุกหมู่เหล่ามันใช่ ‘เข้าเฝ้าเฉยๆ’ ตรงไหน?”

ไททัสแค่ยักไหล่หน่อยๆ

“ก็เสด็จอาที่รักของเจ้าชอบอะไรแบบนี้นี่นา”

อัลเบอร์ตั้นทำหน้านิ่วและเริ่มจัดคอเสื้ออีกครั้ง

“เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ชอบมาเข้าเฝ้านาง”

“ดูเหมือนการเข้ามาอยู่กับกองพันลีเจี้ยนจะทำให้เจ้ากล้าแกร่งขึ้นนี่ อัลเบอร์ตั้น?”

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

“ต้องพูดว่า ‘ยุ่งไม่เข้าเรื่องนะครับ ท่านผู้การ’ ต่างหาก”

ทั้งสองจ้องหน้ากันไปมาก่อนจะระเบิดหัวเราะขำขัน

ทั้งไททัสและอัลเบอร์ตั้นต่างก็ไม่ชอบพิธีรีตองอะไรแบบนี้เหมือนๆ กัน

ไททัสต้องเปลี่ยนมาใส่ชุดเข้าวัง เสื้อผ้าประดับลายลูกไม้ กระดุมเยอะแยะ ทุกอย่างล้วนบาดเข้าไปตรงหัวไหล่มหึมาของเขา

ตราสัญลักษณ์ลีเจี้ยนอันใหญ่ถูกปักไว้ที่หลังเสื้อคลุมและแผงอกด้านซ้าย มันเป็นตราสีน้ำเงินและมีพื้นหลังสีดำที่ดูน่าเกรงขาม

เขายังหนีบหมวกเหล็กประดับไว้ที่แขนข้างหนึ่ง

มันถูกขัดจนส่วนที่เป็นโลหะนั้นแทบจะใช้แทนกระจกได้เลย

หันมาดูที่อีกคนกันบ้าง

อัลเบอร์ตั้นสวมเสื้อคลุมที่ดูหรูหราสมกับฐานะเชื้อพระวงศ์

เคราของเขาโดนสระแล้วสระอีกก่อนจะถูกหวีตกแต่งและชโลมด้วยน้ำมัน

เหล่าทหารรับใช้ที่รับหน้าที่ดูแลเรื่องชนชั้นสูงแทบจะต้องมัดเขาติดกับเก้าอี้เพื่อทำทุกอย่างนี่ แน่นอนว่าอัลเบอร์ตั้นนั้นร้องโหยหวนและดิ้นไปมาตลอดงาน

หากไททัสต้องมาทนกับเรื่องพวกนี้ อย่างน้อยๆ การเฝ้ามองความทรมานของสหายก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง

ตอนนี้ทั้งสองอยู่ที่วังหลวงและกำลังต่อแถวเพื่อรอเข้าเฝ้า

ผ่านไปอีกพักนึง ข้าหลวงที่แต่งตัวเต็มยศก็เข้ามารับพวกเขา

ทั้งสองถูกพามาที่หน้าประตูหรูหรา ไม่นานเสียงประกาศนามก็ดังขึ้น

“ผู้บัญชาการไททัสแห่งกองพันลีเจี้ยน และลอร์มาสเตอร์อัลเบอร์ตั้นแห่งกองพันลีเจี้ยนมาขอเข้าเฝ้า!”

หลังจากประกาศนามเสร็จแล้ว มหาดเล็กก็ทุบไม้เท้าของตัวเองลงพื้น 3 ครั้ง

มันคือไม้เท้าหินขนาดใหญ่ที่มีหัวสิงโตสลักอยู่ตรงหัว

ทั้งสองก้าวเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีเพดานสูงและดูโอ่อ่า

ที่ด้านซ้ายและขวาของห้องนั้นเต็มไปด้วยข้าราชบริพาร ขุนนาง และเหล่าผู้มีอำนาจที่คอยจ้องมองอยู่ทุกฝีก้าว

แม้แต้ไททัสเองก็ยังต้องยอมรับว่าโครงสร้างและการตกแต่งภายในของที่นี่นั้นดูน่าประทับใจทุกครั้งที่เห็น

ลีเรียเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองมานานแล้ว และวังหลวงแห่งนี้ก็สะท้อนถึงความมั่งคั่งและอำนาจได้เป็นอย่างดี

และบนบัลลังก์หรูหรานั่น... มีหญิงสาววัยกลางคนนั่งประทับอยู่

แม้จะดูผ่านอะไรมามาก แต่แววตาของนางก็ยังแฝงไปด้วยความปราดเปรื่อง

ราชินีเวอริต้าปกครองด้วยความเมตตาและปัญญามานานกว่า 30 ปีแล้ว

ประชาชนพลเมืองต่างก็เลื่อมใสและรักนางมาก

กองพันลีเจี้ยนเองก็ได้รับประโยชน์มหาศาลจากความไว้วางใจของนาง

ขณะที่พวกเขาเดินเข้ามาใกล้ ไททัสก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดทันทีที่เห็นใบหน้าของคนๆ นึงเข้า

ราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ คอร์ริน ประธานสมาคมทหารรับจ้างแห่งลีเรียเริ่มขยิบตาให้กับไททัสทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเดินเข้าใกล้

ไททัสได้แต่ถอนหายใจและหันไปมองอัลเบอร์ตั้นที่ตัวแข็งเป็นรูปปั้นไปแล้ว

ตอนนี้ลอร์มาสเตอร์ของเขาคงช่วยอะไรใครไม่ได้แม้แต่ตัวเอง

เมื่อเดินมาถึงตำแหน่งเข้าเฝ้า ทั้งสองก็ทำความเคารพทันที

“พวกเจ้าทั้งสองตามสบายเถิด” เวอริต้าทักทายอย่างอบอุ่น

“ขอบพระทัยองค์ราชินี” ไททัสพูดจานอบน้อม

องค์ราชินีหันไปหาอัลเบอร์ตั้นที่กำลังทำท่าตื่นตูมเมื่อเห็นว่าสายตาทุกคู่กำลังหันมาทางนี้

“หลานอา ดีใจจริงๆ ที่ได้เห็นเจ้าอีกครั้ง

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เจ้าเอาแต่หลบหน้าและหมกมุ่นอยู่กับงานวิจัย?

เราดีใจจริงๆ ที่เห็นเจ้ามาเข้าเฝ้าในครั้งนี้ด้วย”

ไททัสถอนหายใจข้างใน

อย่างคิดเขาคิดไว้เลย องค์ราชินีมักใช้ข้ออ้างในการเข้าเฝ้าเพื่อดึงให้อัลเบอร์ตั้นออกมาเยี่ยม

ไอ้ลอร์มาสเตอร์งี่เง่านี่ควรจะขัดสีฉวีวรรณตัวเองและหันมาเข้าเฝ้าให้บ่อยกว่านี้ เสด็จอาของมันจะได้อารมณ์ดีตลอด

เพราะช่วงนี้ไม่ยอมออกมาหา พวกเขาก็เลยต้องมาเข้าเฝ้าจริงจังแทนการนัดคุยส่วนตัว

นี่แหละคือบทลงโทษเบาๆ ตามแบบฉบับของนาง

“อ่ะ-เอ่อ เสด็จอา...” อัลเบอร์ตั้นพึมพำ

พอเห็นหลานทำตัวลำบาก เวอริต้าเลยรู้สึกดีขึ้นและเรียกให้ผู้เกี่ยวข้องออกมายืนอยู่ตรงกลางเช่นกัน

“...เราได้เรียกเหล่าผู้แทนกลุ่มและบุคคลสำคัญมาในวันนี้เพื่อพูดคุยเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นกับดันเจี้ยนและหาวิธีรับมือ...” เวอริต้าหยุดไป 2-3 วินาทีก่อนจะใช้เสียงที่ดังขึ้น

“ผู้บัญชาการไททัสแห่งกองพันลีเจี้ยน จงก้าวออกมาข้างหน้า”

เสียงของราชีนีเรียกให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบขณะที่ไททัสก้าวออกมาและกระแอมหนึ่งครั้งก่อนจะเริ่ม

“ทูลองค์ราชินี ระดับมานาภายในดันเจี้ยนกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากการคาดการณ์ของเรา คลื่นถาโถมจะมาถึงช่วงชั้นที่หนึ่งภายใน 3 หรือ 4 วัน

นอกจากนี้ ทหารลีเจี้ยนที่ประจำอยู่หน้าด่านยังค้นพบมอนสเตอร์มดใกล้กับพื้นผิวด้วย

ด้วยลักษณะพิเศษของมอนสเตอร์ชนิดนี้ ทางลีเจี้ยนจึงจำเป็นต้องเคลื่อนพลเข้าไปในดันเจี้ยนเพื่อกำจัดโคโลนี่โดยด่วน

เพราะไม่สามารถจัดการกับเหตุระดับนี้ได้ด้วยกำลังคนที่มีอยู่ ทางลีเจี้ยนจึงอยากจะทูลขอกำลังพลจากทางราชสำนักเพื่อช่วยในการปกป้องเมืองจากคลื่นถาโถม ในขณะที่ทางเราจะระดมกำลังทั้งหมดเพื่อออกเดินทางเข้าไปในดันเจี้ยนพะยะค่ะ” ไททัสร่ายยาวแบบไม่มีสะดุด

หลังจากที่เขาพูดจบ ทั้งห้องก็เงียบไปชั่วครู่ก่อนที่หลายคนจะเริ่มหันหน้าปรึกษากัน

บ้างก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

---------------

สนับสนุนผลงานอย่างถูกต้องได้ที่ MyNovel และ Thai-Novel

---------------

คอร์รินที่อยู่ในชุดเกราะหนังและเป็นตัวแทนของสมาคมจู่ๆ ก็ก้าวออกมาข้างหน้า

ผ้าคลุมสีน้ำเงินแสนแพงของนางพริ้วไหวไปตามการเดิน

“องค์ราชินี...” นางโค้งคำนับไปที่บัลลังก์

“ว่ามาเถิด คอร์ริน” เวอริต้าพยักหน้า

หัวหน้าทหารรับจ้างกลับมายืนหลังตรงก่อนจะหันไปหาคนอื่นๆ

“เป็นเวลากว่าร้อยปีแล้วที่ลีเรียเจริญรุ่งเรืองภายใต้การปกครองขององค์ราชินีเวอริต้าและบรรพบุรุษของพระนาง

เหล่าพลเมืองได้สัมผัสกับความสงบและความมั่งคั่งที่ยากจะได้เห็นจากในอดีต โดยเฉพาะหลังจากช่วงยุดแตกดับเป็นต้นมา”

ไททัสหรี่ตาลงขณะที่คอร์รินยังพูดต่อ

เขาพอรู้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร

“ตลอดมานี้ หน้าที่ในการจัดการและดูแลกิจกรรมภายในดันเจี้ยนนั้นตกอยู่ในมือของกองพันลีเจี้ยน

แต่ด้วยความกล้าหาญของสมาชิกสมาคมทหารรับจ้าง พวกเราจึงสามารถนำทรัพยากรในนั้นออกมาใช้ได้

แม้ทางเราจะถูกเข้าแทรกแซงและก่อกวนอย่างต่อเนื่อง แต่การเข้าดันเจี้ยนก็ยังคงเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของลีเรีย”

คอร์รินเผยมือไปทางไททัส

“แต่ตอนนี้ทางลีเจี้ยนกลับบากหน้ามาขอความช่วยเลือกจากองค์ราชินี ทั้งๆ ที่มันคือหน้าที่โดยตรงของตัวเอง แค่มดตัวเดียวก็ทำให้พวกเขาตื่นตูมได้ขนาดนี้ แบบนี้มันใช้ได้แล้วเหรอ?”

เวอริต้าเลิกคิ้ว “คอร์ริน เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่?”

ประธานสมาคมหันมาโค้งคำนับให้กับองค์ราชินีอีกครั้ง

“เป็นอีกครั้งที่ทางสมาคมจำเป็นต้องถวายฎีกาเพื่อเปลี่ยนให้สมาคมทหารรับจ้างมาเป็นผู้ดูแลดันเจี้ยนโดยตรงแทน

ขอให้ทางเราได้เป็นคนดูแลสมาชิกของตัวเองที่เข้าไปในนั้นเถิดเพคะ

นอกจากนี้เรายังได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสมาคมพ่อค้าเช่นกัน” คอร์รินผายมือไปอีกทาง

นั่นคือสัญญาณให้เผ่าพันธุ์กึ่งมนุษย์บางคนก้าวออกมาข้างหน้า

หัวหน้าตัวแทนจากสมาคมพ่อค้านั้นมีชื่อว่าบราเธี่ยน ผิวของเขามีสีเงินคล้ายกับสัตว์ทะเล

“จากที่เราคำนวณไว้ การผ่อนปรนโยบายเกี่ยวกับดันเจี้ยนลงบ้างจะทำให้ผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายใน 2 ปีพะยะค่ะ” บราเธี่ยนกล่าวเสริม

เสียงของบราเธี่ยนนั้นคล้ายกับคล้ายขับกล่อมไม่มีผิด นี่คือลักษณะพิเศษของเผ่าพันธุ์นี้

องค์ราชินีพยักหน้าอย่างครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยขึ้น

“และเป็นอีกครั้งที่เราต้องปฏิเสธฎีกาของเจ้านะ คอร์ริน

หากเจ้าเห็นว่าเรื่องมอนสเตอร์มดเป็นเรื่องเล็กๆ งั้นเราขอให้เจ้าใช้เวลาว่างเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์อีกครั้ง

ดินแดนอันเป็นที่รักของเรานั้นครั้งหนึ่งเคยเป็นของอาณาจักรอื่น...

เราผู้นี้จะไม่มีวันเจริญรอยตามนักปกครองในอดีตและดูถูกดันเจี้ยนโดยเด็ดขาด

ดันเจี้ยนอาจนำพาความมั่งคั่งมาสู่เรา ทว่าท้ายสุดมันก็ไม่ใช่แหล่งทรัพยากร หรือเหมืองแร่ทั่วไป

มันคือภัยคุกคาม... และทุกคนต้องเขาใจตามนั้น”

จากนั้นองค์ราชินีก็หันไปหาไททัส

“หากกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ดู เจ้าก็จะได้รู้ว่าผู้ที่ปลดปล่อยดินแดนนี้ในอดีตก็คือกองพันลีเจี้ยนนั่นเอง

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมราชวงศ์แห่งลีเรียถึงได้เชื่อใจพวกเขานัก”

คอร์รินโค้งคำนับเป็นครั้งที่สาม

“ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์คนนี้เพียงแค่เป็นห่วงเรื่องประโยชน์สุขของประชาชนมากกว่าเรื่องในอดีตเท่านั้นเอง

แน่นอนว่าเราควรยำเกรงดันเจี้ยน แต่ก็ไม่ควรเกรงกลัวมันนะเพคะ”

องค์ราชินีโบกมือเป็นเชิงว่า ‘เข้าใจแล้ว’ จากนั้นนางก็ยืนขึ้นเพื่อเรียกให้ทั้งห้องกลับมาสนใจ

“เราจะส่งกององครักษ์ไปช่วยกองพันลีเจี้ยนดูแลเมืองในระหว่างนี้

จงทราบให้ทั่วกันว่าลีเรียยังคงเชื่อมันให้กองพันลีเจี้ยนดูแลเรื่องดันเจี้ยนต่อไป

ผู้บัญชาการ เจ้ามั่นใจเรื่องการกำจัดรังของมอนสเตอร์ชนิดนี้มากแค่ไหน?”

ไททัสทำความเคารพแบบลีเจี้ยน

“พวกเราคือกองพันอบิสซี่ ทหารหาญลีเจี้ยนพะยะค่ะ องค์ราชินี”

จากนั้นเขาก็หันไปทางคอร์ริน

“ตลอดช่วง 3,000 ปีที่ผ่านมา ในโลกแห่งแพนเจร่านั้นมีข้อเท็จจริงอยู่ข้อนึง...

และนั่นก็คือ ถ้าเป็นข้างล่างนั่นล่ะก็... ไม่มีใครทัดเทียมพวกเราได้เลยพะยะค่ะ”

---------------

ติดตามแฟนเพจและอ่านตอนล่าสุดได้ที่: EP:IC Translation

จบบทที่ ตอนที่ 16  คลื่นและสิ่งที่อยู่ใต้นั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว