JK25
JK25
บทที่ 25: อาวุธใหม่และบทเรียนของไคโด
หลังจากที่แจ็คไล่อัดโจรสลัดทุกคนในโอนิงาชิมะไปถ้วนหน้า เรื่อง “เทพบุตรพิฆาตบั้นท้าย” ก็สงบลงในที่สุด
แต่แจ็คกลับหันมารบเร้าไคโดไม่หยุด ขอให้ฝึกซ้อมกันแบบตัวต่อตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าไคโดไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย ไม่คิดจะเล่นด้วยสักนิด
สิ่งเดียวที่ทำให้ไคโดเหลียวมองกลับกลายเป็นการที่แจ็คถอดเขี้ยวงาช้างออกจากใบหน้า ไม่ใช่แค่เพื่อความงามเท่านั้น เขี้ยวพวกนั้นเคยทำหน้าที่เป็นฝักเก็บดาบโค้งของเขาด้วย
ไคโดจ้องแจ็คอย่างครุ่นคิด ก่อนจะถามด้วยเสียงทุ้มต่ำราวฟ้าคำราม
“แจ็ค แล้วดาบของแกตอนนี้อยู่ไหนล่ะ ถ้าไม่มีงาแล้ว?”
“ดาบงั้นเหรอ?” แจ็คเย้ยหยันในน้ำเสียง ราวกับรังเกียจยิ่ง
“เมื่อก่อนชั้นมันเด็กโง่ คิดว่าดาบโค้งมันเท่ สง่างาม แต่ความจริงคือ ยิ่งอาวุธมันประดิษฐ์มากเท่าไร ก็ยิ่งตายเร็วเท่านั้น ชั้นเลิกแล้ว—อยากได้อย่างอื่นแทน”
“โอ้?” ไคโดเลิกคิ้วขึ้น พิจารณาคำพูดนั้นอย่างจริงจัง ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ลุกขึ้นยืน ร่างยักษ์ของเขาแผ่รัศมีอำนาจเต็มเปี่ยม ขณะเอ่ยขึ้น
“แจ็ค แกเรียนรู้ฮาคิเกราะได้แล้ว หมายความว่าถึงเวลาต้องเลือกอาวุธประจำตัว—แบบถาวรแล้ว!”
“ถ้าแกเลือกอาวุธคุณภาพดี แล้วร่ายฮาคิเกราะลงไปเป็นประจำ อาวุธนั่นจะค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น ทนทานขึ้น...จนในที่สุด มันจะพัฒนาเป็นอาวุธที่ไว้ใจได้อย่างแท้จริง”
“ในโลกนี้ เราเรียกอาวุธแบบนั้นว่า ‘ดาบดำ’ คานาโบะของชั้น ฮัสไซไค หรือกระทั่งมุระคุโมะกิริของหนวดขาว ก็ล้วนแต่พัฒนาไปถึงระดับนั้นมาแล้ว”
“เว้นแต่แกจะคิดสู้ด้วยมือเปล่า ก็เลือกอาวุธซะ ยิ่งเริ่มฝึกเร็วกี่มากเท่าไร โอกาสที่จะสร้าง ‘ดาบดำ’ ก็จะยิ่งเร็วขึ้น!”
ดาบดำ...?
แจ็คเหลือบตามองคานาโบะมหึมาที่ห้อยอยู่ตรงเอวของไคโด แล้วอดสงสัยในใจไม่ได้ นักดาบส่วนใหญ่ในโลกนี้ใช้ดาบยาวกันทั้งนั้น แล้วแน่นอน ดาบก็ต้องเรียกว่า ดาบ—แต่นี่มันกระบองหนามนะ! มันควรจะเรียกว่า “กระบองดำ” มากกว่าไม่ใช่เหรอ?
ภาพตัวเองตอนชักกระบองดำยักษ์ออกมากลางสนามรบ...ดูยังไงก็ไม่เท่เลยแม่แต่นิดเดียว ล้มเลิกความคิดนั้นดีกว่า
...แต่ถึงอย่างนั้น…
แจ็คหันไปมองแผงทักษะของตน ซึ่งแสดงระดับ “นักดาบระดับกลาง” แปลว่าเขาไม่ได้จำกัดแค่ดาบเท่านั้น สายตาของเขาก็เลยจ้องมองไปที่คานาโบะของไคโดอีกครั้ง
“ไคโดซามะ!” แจ็คกล่าวเสียงแน่วแน่ “ชั้นอยากได้กระบองแบบท่าน! เอ่อ...แบบฮัสไซไคของท่าน!”
“กระบองแบบฮัสไซไคของชั้นงั้นรึ?” ไคโดเพ่งพินิจใบหน้าของแจ็ค แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
“ไม่เลว! เมื่อเทียบกับดาบโค้งไร้แก่นสารพวกนั้น คานาโบะเหมาะกับแกมากกว่าเยอะ!”
“ด้วยส่วนสูงและพละกำลังของแกในอนาคต อาวุธแบบนี้จะทำให้ศักยภาพร่างกายของแกได้ใช้อย่างเต็มที่!”
“อีกข้อดีคือ กระบองไม่ยุ่งยากในการตีขึ้นรูปเหมือนดาบ แกไม่จำเป็นต้องหาช่างตีดาบฝีมือขั้นเทพ ขอแค่วัสดุดีเยี่ยม แล้วอบให้ดี—ช่างฝีมือธรรมดาก็ทำได้แล้ว”
ไคโดหัวเราะเบา ๆ พลางลูบคาง
“แจ็ค แกโชคดีมากเลยล่ะ เพราะชั้นเพิ่งได้แร่หายากมาล็อตหนึ่ง เดี๋ยวจะให้ตีคานาโบะขึ้นสองอัน—อันหนึ่งให้แก อีกอันให้ยามาโตะ”
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา แจ็คกับยามาโตะยืนเคียงกัน มองคานาโบะยักษ์ที่สูงถึงอกของไคโดด้วยสีหน้างุนงงสุดขีด แล้วหันไปสบตากัน
“วะฮ่าฮ่าฮ่า!” ไคโดหัวเราะลั่น “ชั้นต้องเผื่อไว้สำหรับส่วนสูงในอนาคตของพวกแกทั้งคู่ เลยทำให้ใหญ่หน่อย! ตอนนี้ก็ใช้กระบองธรรมดาหรือดาบฝึกไปก่อน แล้วกลางคืนค่อยเอาอันนี้มาร่ายฮาคิเกราะ!”
แต่แจ็คกลับไม่ได้สนใจอาวุธยักษ์ตรงหน้าเลย สายตาเขาเบนไปยังท่าเรือ ซึ่งมีหญิงสาวแต่งกายงดงามยืนเรียงรายอยู่ เขาชี้ไปทันที
“พวกนั้นคือใคร?”
ในหมู่หญิงสาวนั้นก็มีพวกขายาวที่เคยอยู่กับไคโดก่อนหน้านี้อยู่ด้วย คนหนึ่งถึงกับส่งสายตาหวานเยิ้มให้แจ็ค จนแจ็คต้องหันหน้าหนีแทบไม่ทัน
อะไรเนี่ย?! ชั้นอายุแค่แปดขวบนะ! หยุดพยายามยั่วยวนชั้นสักที ไอ้พวกโรคจิต!!
ไคโดเห็นแจ็คมองไปทางนั้นจึงยักไหล่
“อ๋อ นั่นน่ะเหรอ? ปราสาทใหม่สร้างเสร็จแล้ว ชั้นก็เลยเปิดเขตเริงรมย์ขึ้นมา พาแม่สาวพวกนั้นมาไว้ที่นี่แหละ”
“เขตเริงรมย์?” แจ็คทวนเสียงเรียบ
หมายถึงซ่องใช่มั้ยล่ะ? ไคโด นายมันสุดยอดจริง ๆ ไม่แปลกที่เป็นหัวหน้า ถึงขนาดสร้างสวัสดิการให้ลูกน้องด้วย
ไคโดชี้ไปยังสาวใช้สองคนที่ยืนอยู่ข้างแบล็กมาเรียแล้วกล่าว
“ช่วงนี้ให้พวกเธอสองคนดูแลเขตนั้นไปก่อน พอแบล็กมาเรียโตขึ้น ค่อยให้เธอเป็นคนคุมทั้งหมด”
แจ็คตาโตจนค้าง
หา?! นายจะให้ภรรยาในอนาคตของชั้นเป็นแม่เล้าเหรอ?!
แบล็กมาเรียเพียงหัวเราะเบา ๆ ปิดปากด้วยความอ่อนหวาน
“ไคโดซามะ พวกเราตกลงกันแล้วนี่คะ—ถ้าชั้นจะดูแลเขตเริงรมย์ ชั้นก็จะเป็นผู้นำหญิงทั้งหมดในกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรด้วย!”
“หึม...นั่นต้องขึ้นอยู่กับพลังของเธอ” ไคโดตอบ
“ชั้นจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนค่ะ!” มาเรียตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
แจ็คถอนหายใจอย่างโล่งอก
ดีแล้ว...อย่างน้อยเธอไม่ได้ดูแลแค่ซ่อง แต่เป็นผู้นำหญิงด้วย งั้นต้องแสดงความเป็นเจ้าของหน่อย...!
โดยไม่พูดพล่าม แจ็คเดินอาด ๆ ไปหาแบล็กมาเรีย กระชากเส้นผมเธอมาเต็มมือ แล้วกัดหัวของเธอเข้าอย่างแรง
“โอ๊ยยย! เจ็บนะ ไอ้บ้า! หยุดกัดได้แล้ว! ยอมแล้ว! ยอมแล้ววว! แจ็คกก!”
“กลับมานี่เลยนะ ไอ้ตัวแสบ!” มาเรียกรีดเสียงไล่หลังขณะวิ่งไล่แจ็คไปรอบห้อง
ไคโดส่ายหัว พลางหัวเราะในลำคอ
“ไอ้เด็กนี่...อายุยังน้อย แต่รู้เยอะเกินวัยจริง ๆ”
“แจ็ค! ทำไมกัดแค่มาเรียล่ะ ไม่กัดชั้นด้วย?!” ยามาโตะโวยขณะวิ่งไล่ตาม “รอด้วยสิ! ชั้นอยากเล่นด้วย!”
รอยยิ้มของไคโดจางหาย...
ผัวะ!
“โอ๊ย!”
“ไคโดซามะ! ขอเมตตาด้วย!” แจ็คร้องครวญขณะกุมไหล่ที่ฟกช้ำ
เสียงคำรามของไคโดดังขึ้น ปกคลุมทั่วห้อง บดเสียงวุ่นวายให้เงียบสนิท
“ฟังให้ดี! ไม่ว่าจะเป็นดาบ กระบอง หรือกำปั้น—ความเชี่ยวชาญเกิดจากการฝึกไม่หยุดยั้งเท่านั้น!”
“ถ้าร่างกายของแกแข็งแกร่งพอ และฮาคิเพียงพอ อาวุธก็จะกลายเป็นเรื่องรอง แต่ตอนนี้ฝึกเข้าไว้—ฝึกไปด้วยกัน! คอยดูแลกัน เรียนรู้จากกันและกัน!”
“พอชั้นกลับมา พวกแกค่อยมาถามอะไรชั้นได้ จนกว่าจะถึงตอนนั้น ห้ามอู้! เข้าใจมั้ย?!”
“ครับ...ไคโดซามะ...” ทั้งคู่ตอบรับอย่างไม่เต็มเสียง
แจ็คถอนหายใจในใจ จะฝึกให้หนักไปทำไมกัน? ชั้นมีสกิลโกงอยู่แล้ว ขอแค่ออกเรือ อีกไม่กี่ปีก็ครองโลกได้สบาย...
จบตอน