- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 78
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 78
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 78
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 78 ความลับแห่งไฮการ์เดน
หลังตะวันลับฟ้าวอร์ทิเมอร์ก็ออกจากลานกุหลาบทอง ส่วนลินด์ก็สั่งให้จอนออกไปหาเพื่อนในไฮการ์เดนและรอรับคำสั่งต่อไป เมื่อจอนจากไป ลินด์ก็บอกทหารยามว่าอย่ารบกวน และปิดประตูแล้วเอนกายนอนบนเตียงในท่าที่สบายตามเคย พร้อมกับเชื่อมจิตกับกลอรี่ผ่านสายสัมพันธ์ทางจิต เข้าสู่สภาวะร่วมมองเห็นกัน และหลอมรวมสำนึกกับแมวเงาของตน
เมื่อได้รับคำสั่งจากลินด์ กลอรี่ก็เงียบกริบมุดตัวเข้าสู่เงามืดหลบเลี่ยงยามที่เฝ้าประตู แล้ววิ่งออกจากลานกุหลาบทองตรงไปยังไฮการ์เดน ซึ่งอาจเป็นเพราะต้องอยู่ในเรือมาหลายวัน ทำให้กลอรี่ดูมีพลังเหลือล้นมาก และมันถึงกับวิ่งไปยังฟาร์มใกล้เคียงเพื่อจะแกล้งชาวนา ทำให้ลินด์ต้องรีบสั่งห้าม มันจึงเบนทางไปยังทุ่งดอกไม้กลิ้งเกลือกเล่นอย่างรื่นเริง โดยที่หนามกุหลาบไม่ระคายผิวหนังหนา ๆ ของมันได้เลย แต่กลับพันเข้าในขนจนทำให้มันซ่อนตัวได้ยากขึ้น โชคดีที่ในยามค่ำคืนไม่มีใครอยู่ในทุ่งจึงไม่มีใครได้เห็นภาพประหลาดของอสูรร่างดำที่พันไปด้วยดอกกุหลาบ ไม่เช่นนั้นคงมีตำนานเล่าขานถึงสัตว์ประหลาดคลุมกุหลาบในไฮการ์เดนแน่ ๆ
ลินด์ปล่อยให้กลอรี่ระบายพลังงาน แต่ก็พามันหลีกเลี่ยงฟาร์มไม่ให้หวนคืนสัญชาตญาณป่าเถื่อน จนกระทั่งเมื่อระบายพลังพอแล้ว กลอรี่ก็เชื่องขึ้นเริ่มปฏิบัติตามคำสั่งของลินด์ ก่อนที่จะถูตัวกับต้นไม้และก้อนหินเพื่อกำจัดเศษกิ่งไม้และดอกไม้ที่ติดตามขน แล้วจึงลอบเข้าใกล้กำแพงชั้นนอกของไฮการ์เดน
กำแพงชั้นนอกของไฮการ์เดนนั้นสร้างจากหินอ่อนล้วน พื้นผิวเรียบมันไม่มีที่เกาะเหมือนกำแพงชั้นใน และปราศจากเถาวัลย์ใด ๆ หอคอยกลมตั้งห่างกันเป็นช่วง ๆ แต่ละแห่งเจาะช่องธนูไว้สำหรับรับข้าศึก และใช้เป็นหอสังเกตการณ์ในยามสงบ เมื่อถึงตีนกำแพงกลอรี่ก็ไม่หยุดฝีเท้า มันยื่นกรงเล็บที่ซ่อนไว้ออกมาขูดเจาะหินอ่อนได้อย่างง่ายดาย แล้วไต่ขึ้นกำแพงที่ดูเหมือนไม่อาจปีนป่ายได้อย่างกับเดินอยู่บนพื้นราบ ไม่นานมันก็ขึ้นถึงยอด และลอบมุดตัวเข้าไปในเงาไม้ของเขาวงกตภายในปะปนกับความมืดมิดตรงไปยังใจกลางเมือง
แม้จะมียามลาดตระเวนประจำอยู่ทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่มีผลใดต่อกลอรี่ ขนสีดำสนิทของมันกลมกลืนไปกับเงามืด และตราบใดที่มันไม่ขยับต่อให้มีทหารเดินผ่านก็ไม่อาจมองเห็น ทำให้ด้วยความสามารถในการพรางตัวอันยอดเยี่ยม กลอรี่จึงเคลื่อนที่ไปทั่วเขตต่าง ๆ ของไฮการ์เดนได้อย่างอิสระ ลินด์เองก็เฝ้าสังเกตผ่านสายตากลอรี่ วิเคราะห์แผนผัง ป้อมปราการ และตำแหน่งทหารยามไว้ในใจ เพราะถ้าหากจำเป็นต้องแทรกซึมเข้าไปในอนาคต เขาก็มีแผนไว้ล่วงหน้าแล้วหลายแนวทาง
อย่างไรก็ตามกลอรี่ไม่สามารถลอบเข้าไปในอาคารสำคัญได้ เพราะร่างอันใหญ่โตของมันไม่เหมาะแก่การลอบเร้นในพื้นที่แคบ แม้จะพรางตัวได้ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นล่องหน อย่างไรก็ตามกลอรี่นั้นมีสัมผัสพิเศษคล้ายมองเห็นความร้อน ทำให้มันสามารถระบุที่อยู่ของขุนนางไทเรลล์ และคฤหาสน์ของตระกูลผู้ทรงอิทธิพลในไฮการ์เดนได้อย่างแม่นยำ
แม้ลินด์จะไม่ได้มีความแค้นกับตระกูลไทเรลล์ในตอนนี้ แต่เขาก็เคยชินกับการเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และการสำรวจแผนผังของไฮการ์เดนก็คือการป้องกันไม่ให้เขาถูกจับได้โดยไม่ทันตั้งตัวหากสถานการณ์เปลี่ยนไป
เมื่อได้ข้อมูลเพียงพอลินด์ก็เตรียมเรียกกลอรี่กลับมา ทว่าเจ้าแมวเงากลับมีท่าทีลังเล สายตาของมันเบนไปยังสวนก็อดส์วูดในรั้วปราสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างดึงดูด ทำให้แม้มันยังไม่ก้าวเข้าไป แต่ก็ไม่ยอมจากไปเช่นกัน และเฝ้ารอคำสั่งจากลินด์เงียบ ๆ ดังนั้นด้วยความสงสัยลินด์จึงมองไปรอบ ๆ และนึกถึงข่าวลือเกี่ยวกับสวนก็อดส์วูดแห่งไฮการ์เดน แล้วสันนิษฐานว่ากลอรี่อาจรับรู้ถึงสิ่งเร้นลับบางอย่างในนั้น เขาจึงสั่งให้มันเข้าไปสำรวจ
เมื่อได้รับคำสั่งให้เข้าไปสำรวจ กลอรี่ก็ดีใจจนวิ่งทะยานไปถึงขอบเขตของสวนก็อดส์วูดในพริบตา ก่อนที่มันจะไม่รอคำสั่งใดอีก และมุดเข้าไปในพงไม้ตรงดิ่งไปยังใจกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของต้นหัวใจทั้งสามที่เชื่อกันว่า การ์ธ กรีนแฮนด์ เป็นผู้ปลูกไว้ด้วยตนเอง
ทันใดนั้นผ่านสายตาของกลอรี่ ลินด์ก็เห็นภาพที่น่าอัศจรรย์ ต้นหัวใจทั้งสามดูเหมือนจะเลือนหายไป แทนที่ด้วยภาพของยักษ์ตนหนึ่งที่มีผิวสีเขียวนอนหลับอยู่ บนหัวมีเขากวางขึ้นบนศีรษะ และลมหายใจแต่ละครั้งจะพ่นลมสีเขียวออกมาแผ่ซ่านไปในอากาศ หล่อเลี้ยงผืนดินโดยรอบให้เจริญอุดมสมบูรณ์
เมื่อเห็นภาพนี้ลินด์ก็เข้าใจทันทีว่านี่คือแหล่งพลังของไฮการ์เดน บุรุษร่างยักษ์ผู้มีเขาและผิวเขียวคงเป็นอวตารของการ์ธ กรีนแฮนด์ ที่คอยชุบชีวิตให้ผืนดินอยู่ตลอดเวลา ทำให้ฟ้าฝนดี พืชผลงอกงาม จนเขาอดเปรียบเทียบกับ ‘สปาร์ค’ เด็กแห่งพงไพรที่เขาเคยพบในคิงส์วูดไม่ได้ แม้จะคล้ายกัน แต่ก็แตกต่าง สปาร์คเป็นตัวตนที่เต็มไปด้วยพลังสามารถจับต้องได้ ส่วนอวตารของกรีนแฮนด์กลับดูเลือนราง ราวกับเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่จับต้องไม่ได้
ขณะนั้นเองกลอรี่ก็ส่งสัญญาณความกระหายอยากอย่างแรงกล้า มันต้องการกลืนกินพลังงานที่อยู่ตรงหน้า และความรู้สึกนั้นก็รุนแรงยิ่งกว่าตอนเผชิญดวงวิญญาณมังกรหลายเท่านัก มันเหมือนกับว่าอวตารของการ์ธ กรีนแฮนด์ คืออาหารอันล้ำค่าที่ไม่อาจต้านทาน
แน่นอนว่าลินด์ไม่อาจปล่อยให้กลอรี่ลงมือได้ และออกคำสั่งเด็ดขาดให้มันหยุด แต่สัญชาตญาณของมันก็แรงกล้าเกินควบคุม มันพยายามฝ่าฝืนคำสั่งอยู่หลายครั้ง จนลินด์ต้องใช้ทั้งคำสั่งหนักแน่นและพลังจิตเชื่อมโยงปลอบประโลมกลอรี่จึงสามารถระงับความหิวกระหายนั้นไว้ได้ สุดท้ายเขาสั่งให้กลอรี่ออกจากไฮการ์เดนและกลับไปยังลานกุหลาบทองทันที
ลินด์รู้ดีว่าหากกลอรี่ได้กลืนกินอวตารนี้ มันอาจวิวัฒนาการได้อีกขั้นหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่นั่นจะทำลายไฮการ์เดนอย่างไม่อาจเยียวยา ความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินที่จะหมดสิ้นไปส่งผลให้ฤดูกาลเพาะปลูกล่มสลาย อำนาจของตระกูลไทเรลล์จะอ่อนแอลงอย่างรุนแรง เหล่าขุนนางเก่าแก่ที่ดูถูกไทเรลล์อยู่แล้วก็จะฉวยโอกาสลุกขึ้นแข็งข้อ จนแคว้นแห่งนี้จะตกสู่ความวุ่นวายไม่รู้จบ
แม้ในบางสถานการณ์ความวุ่นวายอาจกลายเป็นบันไดสู่จุดสูงสุด อย่างที่ลิตเติ้ลฟิงเกอร์ใช้เล่นเกม แต่ลินด์ยังไม่พร้อมเสี่ยงเช่นนั้น เขายังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และยังต้องพึ่งพาความมั่นคงของตระกูลไทเรลล์อยู่ นอกจากนี้หากเกิดความปั่นป่วนสิ่งที่ได้จะตกเป็นของพวกขุนนางเก่าอย่างตระกูลฟอสโซเวย์ ไม่ใช่เขา ยิ่งไปกว่านั้นลินด์ยังกลัวว่า การ์ธ กรีนแฮนด์ อาจยังไม่ตาย หากปล่อยให้กลอรี่กินอวตารนี้ก็อาจไปกระตุกสายตาของบุรุษในตำนานผู้เป็นผู้บุกเบิกแคว้นแห่งนี้ให้ตื่นขึ้นก็ได้
ตำนานไม่เคยกล่าวถึงการตายของเขาเลย เขาโผล่มาในหลายยุค แม้แต่ยุคของแบรนดอน ผู้สร้างกำแพงน้ำแข็ง ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากอายุขัยของบุตรแห่งพงไพรแล้ว การ์ธก็อาจมีชีวิตยืนยาวเช่นเดียวกัน เพียงแต่ที่เขาหายไปอาจเพราะพลังเวทในโลกเสื่อมถอย แม้พลังของเขาตอนนี้อาจไม่เทียบเท่ากับในยุคโบราณ แต่เมื่อเทียบกับลินด์แล้ว เขาก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งเทพที่ไม่ควรล่วงเกิน
ไม่นานกลอรี่ก็กลับมาถึงลานกุหลาบทอง พร้อมอารมณ์ไม่พอใจที่ลินด์ไม่ยอมให้มันลิ้มรสพลังอันล้ำค่า ทำให้มันไม่อ้อนเหมือนเคย แต่นอนขวางอยู่หน้าประตูเหมือนกำลังประท้วง ซึ่งลินด์ก็ไม่ใส่ใจนัก เพราะเขารู้ดีว่านิสัยอย่างกลอรี่นั้นโกรธไม่นาน และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ไม่นานมันก็พังประตูเข้ามา ก่อนจะเดินไปนอนใต้เตียงเอาหัวพาดแขนของลินด์ แล้วนิ่งเงียบจนกระทั่งเขาลูบหัวมันจึงยอมขยับ
. . .
รุ่งเช้า ลินด์พากลอรี่ไปไว้ที่เนินเขาหลังลานกุหลาบทอง ส่วนเขาก็แต่งตัวโดยไม่สวมเกราะ พร้อมข้างกายที่มีดาบคู่ใจเตรียมจะออกสำรวจเขตเมืองนอกของไฮการ์เดนร่วมกับจอน เพราะเมื่อวานที่ถนนหลักมีผู้คนมากเกินกว่าจะชมเมืองได้ทั่ว วันนี้เขาจึงตั้งใจจะสำรวจโครงสร้างเมืองเพื่อเตรียมวางแผนสร้างปราสาทในอนาคต
ทว่าแผนก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อวอร์ทิเมอร์พาสามพี่น้องตระกูลไทเรลล์มาที่ลานกุหลาบทอง ซึ่งพวกเขาพบกันหน้าประตูใหญ่ และวอร์ทิเมอร์ก็แนะนำลินด์ให้รู้จักกับ วิลลาส ไทเรลล์ พร้อมกับทั้งคู่ที่สบตากันเล็กน้อย ก่อนหน้านี้วอร์ทิเมอร์เคยพูดถึงวิลลาสบ่อยครั้ง ชื่นชมว่าเขาเชี่ยวชาญในการใช้หอกเป็นเลิศ หากไม่ติดว่าอายุน้อยและมีสถานะพิเศษ ป่านนี้คงคว้าแชมป์ประลองในเดอะรีชไปหลายรายการแล้ว
เด็กหนุ่มวัยสิบสามคนนี้มีโครงสร้างร่างกายของผู้ใหญ่ ทว่ารูปร่างผอมบางและท่าทีจริงจัง ทำให้ดูเหมือนเมสเตอร์มากกว่าอัศวินที่เชี่ยวชาญการรบ และอาจเพราะเหตุการณ์ในสวนก็อดส์วูดเมื่อคืน ลินด์จึงรู้สึกถึงความคล้ายคลึงระหว่างวิลลาสกับการ์ธ กรีนแฮนด์ ซึ่งมันไม่ใช่ในรูปลักษณ์ แต่เป็นอารมณ์และความสงบของเขา
วิลลาสเองก็มองลินด์อย่างสนใจ เขาอยู่ในห้องประชุมตอนที่วอร์ทิเมอร์มาแจ้งลอร์ดเมซว่าลินด์มาถึงไฮการ์เดนแล้วและกำลังรอที่ประตูเขตใน ทำให้เขาเฝ้ารอจะได้พบชายผู้นี้มานาน หลังน้องชายของเขาการ์แลนเอ่ยชมไม่ขาดปาก ต่อมาวอร์ทิเมอร์ก็เล่าว่าลินด์ถูกห้ามเข้าชั้นในเพราะสัตว์เลี้ยงของเขามีขนาดใหญ่เกินไป ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะถามว่ามันตัวใหญ่แค่ไหน ซึ่งวอร์ทิเมอร์ก็ทำท่าประกอบให้ดูจนทำเอาทุกคนตกตะลึง และยิ่งทำให้วิลลาสสนใจมากขึ้นไปอีก
เขารักสัตว์มาตั้งแต่เด็ก และดูเหมือนจะมีพรสวรรค์พิเศษ สัตว์ป่าที่ปกติไม่เข้าใกล้คนกลับมาสนิทกับเขาได้เอง ซึ่งด้วยความสามารถนี้ทำให้เขาเป็นผู้ฝึกสุนัข นก และม้าได้เก่งที่สุดในไฮการ์เดน ทำให้ตั้งแต่อายุสิบขวบเขาก็เริ่มปรับปรุงสายพันธุ์ม้าศึกของไฮการ์เดนแล้ว และม้าศึกคุณภาพสูงของที่นี่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็เป็นผลงานของเขานั่นเอง
อย่างไรก็ตามวิลลาสก็ยังมีเรื่องหนึ่งที่เขาเสียใจอยู่ลึก ๆ แม้จะมีพรสวรรค์มากมาย แต่เขากลับไม่เคยสามารถฝึกสัตว์วิเศษอย่าง แมวเงา หรือ หมาป่ายักษ์อย่างไดร์วูล์ฟได้สำเร็จเลย เมื่อปีก่อนพ่อค้าเร่คนหนึ่งจับแมวเงาได้และนำมาขายให้เขา วิลลาสพยายามฝึกมันอย่างสุดความสามารถ แต่กลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แมวเงาตัวนั้นไม่ได้แสดงท่าทีก้าวร้าวใด ๆ ทว่าในขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้แสดงความเชื่อใจหรือผูกพันกับเขาเลย มันปฏิเสธอาหารทั้งหมด และสุดท้ายก็อดตายอยู่ในกรง เขาจึงให้เมสเตอร์ผู้มีฝีมือด้านการสตัฟสัตว์จัดการรักษาร่างของแมวเงาตัวนั้นไว้ ซึ่งทุกวันนี้ซากสตัฟแมวเงาตัวยักษ์ยังคงตั้งอยู่ในห้องหนังสือของเขา และเหตุการณ์นั้นก็ทำให้เขาหดหู่ใจอยู่เนิ่นนาน และเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวเมื่อไม่นานมานี้เอง
ดังนั้นเมื่อตอนนี้กลับมีชายอีกคนที่สามารถฝึกแมวเงาได้อย่างแท้จริง แถมยังเป็นตัวที่โดดเด่นอย่างไม่ธรรมดาอีกด้วย สิ่งนี้ก็ยิ่งกระตุ้นความสนใจของเขาต่อบุรุษนามลินด์ และทำให้เขารู้สึกคล้ายว่าตนเองกับลินด์อาจมีบางอย่างที่เหมือนกัน น่าเสียดายที่แม้เขาจะเป็นบุตรของลอร์ด แต่ในห้องประชุมสภาเขากลับมีอำนาจจำกัดไม่อาจโน้มน้าวเหล่าขุนนางและผู้มีอำนาจได้ เขาจึงพลาดโอกาสได้พบลินด์ในครั้งแรก จนกระทั่งต่อมาด้วยคำขอจากราชินีหนาม เขาจึงได้รับมอบหมายให้ไปพบลินด์ในวันรุ่งขึ้น และกล่าวขอโทษแทนบิดาของตนที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสม
ซึ่งวิลลาสก็ตอบรับหน้าที่นี้ทันทีโดยไม่ลังเล จนเมื่อเขาได้พบกับลินด์ในที่สุด ชายผู้เป็นตัวเอกในบทกวี บทเพลงของนักล่าหมี และเป็นที่ร่ำลือกันว่าเป็นยอดนักดาบผู้ไร้เทียมทานแห่งเจ็ดอาณาจักร แต่วิลลาสกลับไม่รู้สึกประหลาดใจเลยที่ได้เห็นรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกพึงพอใจยิ่ง เพราะลินด์นั้นตรงตามที่เขาคาดหวัง และเข้ากันได้ดีกับคำบรรยายอย่างละเอียดของการ์แลน
ในขณะที่ลินด์กับวิลลาสจ้องมองกันอย่างพินิจ มาร์เจอรีก็เริ่มแสดงอาการหงุดหงิด นางเดินเข้ามาหาลินด์ดึงชายเสื้อของเขาแล้วถามว่า “ลอร์ดลินด์ เจ้าแมวตัวใหญ่ของท่านอยู่ที่ไหนหรือ?”
“มันกำลังเล่นอยู่บนภูเขาขอรับ เลดี้มาร์เจอรี” ลินด์ตอบพร้อมรอยยิ้ม “หากท่านอยากเห็น ข้าสั่งให้มันกลับมาได้นะขอรับ”
“ดีเลย ดีมาก! ข้าอยากเห็นเจ้าแมวตัวโตนั่น!” มาร์เจอรีพูดอย่างตื่นเต้น พร้อมกระโดดขึ้นเล็กน้อยด้วยความดีใจ
ลอรัส แม้จะอยากทำท่าตื่นเต้นตามน้องสาว แต่เขาก็เหลือบมองวิลลาสอย่างลังเล แล้วตัดสินใจเก็บอาการไว้ ยืนอยู่เคียงข้างนางอย่างสงบเสงี่ยม
“ลอร์ดลินด์ เจ้าจะไปที่ใดหรือ?” วิลลาสถามพลางร่วมวงสนทนา
“ข้าอยากไปชมปราสาทขอรับ เมื่อวานนี้เรามาถึงอย่างรีบร้อน ทำให้ข้ายังไม่ได้ชมเขตเมืองรอบนอกของไฮการ์เดนให้ทั่วเลย” ลินด์ตอบอย่างตรงไปตรงมา
“เจ้าจะให้เขานำชมเมืองรอบนอกงั้นหรือ?” วอร์ทิเมอร์ขัดขึ้นทันที พลางชี้ไปที่จอนด้วยแววตาดูแคลน “จะให้เขาพาไปดูซ่องโสเภณีหรืออย่างไร? ตอนที่เขาเป็นหัวหน้ากองรักษาการณ์ในเขตรอบนอก ข้าได้ข่าวว่าเขาใช้เวลาอยู่บนเตียงของหญิงโสเภณีมากกว่าบนเตียงตัวเองเสียอีก!”
“ลอร์ดวอร์ทิเมอร์ ข้าโตขึ้นแล้วนะ” จอนถอนหายใจพลางยิ้มเจื่อน ดูเหมือนจะรู้สึกละอายใจกับพฤติกรรมในอดีตของตน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นวิลลาสก็เสนอขึ้นมาว่า “ตอนเช้าเมืองรอบนอกมักจะวุ่นวาย หากไปตอนนี้เจ้าคงไม่ได้เดินชมสมใจอยาก รอเที่ยงก่อนเถิด แล้วเราไปพร้อมกัน! ข้าเองก็ไม่ได้เดินเล่นในเขตเมืองรอบนอกมานานแล้ว”
ลินด์ไม่มีข้อขัดข้อง และพยักหน้าตอบอย่างนอบน้อม “ตามแต่บัญชาของท่าน ลอร์ดวิลลาส”