เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 77

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 77

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 77


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 77 ราชินีหนาม

ในขณะที่ลินด์กับวอร์ทิเมอร์กำลังหารือกันในห้องพักของลานกุหลาบทอง ทางด้านสวนของไฮการ์เดนก็กำลังมีการพูดถึงตัวลินด์เช่นกัน

บรรดาสตรีชนชั้นสูงถูกไล่ออกจากสวนตามคำสั่งของราชินีหนาม เหลือเพียงสมาชิกตระกูลไทเรลล์กับสาวใช้คนสนิทไม่กี่คน พอจุดเทียนและก่อกองไฟในสวนเสร็จ บรรดาคนรับใช้ก็ล่าถอยไปอย่างเงียบเชียบ ส่วนทหารยามของปราสาทก็ยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกลป้องกันไม่ให้ผู้ใดลอบฟัง

“เรื่องของลินด์นักล่าหมีนี่มันอย่างไรกัน?” โอเลนน่า เรดไวน์ หรือราชินีหนามเอ่ยถาม เมซ ไทเรลล์ ที่เพิ่งกลับจากการประชุมด้วยสีหน้าของนางอ่านไม่ออกแม้แต่น้อย “เจ้าสั่งให้เขายุติภารกิจ และเรียกตัวเขามาจากทัมเบิลตัน แล้วก็หายหัวไปส่งแค่วอร์ทิเมอร์มาพูดประโยคเดียว จากนั้นก็จับเขายัดเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร เจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่? หรือว่าเดี๋ยวนี้เจ้าหลงตัวเองจนลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นใคร?”

แม้โอเลนน่าจะตัวเล็กสูงกว่าเด็กสองคนวางซ้อนกันเพียงเล็กน้อย แต่เสียงของนางกลับแหลมคมและหนักแน่นจนทุกถ้อยคำของนางดังชัดเจนเชน พร้อมกับกลิ่นอายแห่งอำนาจที่มองไม่เห็นปกคลุมบรรยากาศ ยกเว้นแต่หลานสาวของนาง มาร์เจอรี ไทเรลล์ เท่านั้นที่ไม่รู้สึกกดดันอะไร

ลอร์ดเมซหน้าถอดสี พยายามหาคำพูดตอบรับ

“ท่านแม่ . . .” อาเลรีเองก็คิดจะช่วยสามี

“หุบปากซะอาเลรี” โอเลนน่าตัดบทเสียงแข็ง “ข้ากำลังอบรมลูกชาย ข้าปล่อยให้ไอ้เจ้าปลาปักเป้าอวดเบ่งนี่ลอยหน้าลอยตาอยู่นานเกินไปแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า เพราะงั้นยืนเฉย ๆ ไว้”

จากนั้นนางก็หันกลับมาจ้องมองลอร์ดเมซเขม็ง “บอกข้ามา เมซ เจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่?”

ลอร์ดเมซก้มหน้าตอบเสียงเบาว่า “ท่านแม่ . . . เขาก็แค่อัศวินธรรมดาคนหนึ่ง เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากในหลวง”

ราชินีหนามลุกจากเก้าอี้เดินมาหาลูกชาย พลางใช้สายตาคมกริบแทบเฉือนเนื้อได้ “เจ้าหูหนวกหรือ? เจ้าฟังเสียงโห่ร้องนอกกำแพงไม่ออกหรือยังไง? ไม่มีใครบอกเจ้าบ้างเลยหรือว่าเมื่อบ่ายเกิดอะไรขึ้นที่เมืองนอก? แล้วเจ้ากล้าเรียกเขาว่าอัศวินธรรมดา? หรือว่าไวท์วอล์คเกอร์มันแงะกะโหลกเจ้าออกไปแล้ว?”

ลอร์ดเมซก้มหน้ายิ่งกว่าเดิม ส่วนคนอื่น ๆ รอบตัวต่างก็พากันหลบตานางกันหมด

โอเลนน่ากลับมานั่งลง และพูดด้วยน้ำเสียงเริ่มช้าลงแต่ไม่อ่อนลง “เมซ ข้าถามเจ้าว่าเรียกลินด์ ทาร์รันมาที่ไฮการ์เดนเพื่ออะไร?”

“วิลลาสกำลังจะเดินทางไปดอร์น ข้ากลัวจะเกิดเรื่องจึงเรียกลินด์มาให้คุ้มกันเขา” เมซตอบเบา ๆ

“แปลว่าเจ้าเรียกเขามาเพื่อปกป้องลูกชายของเจ้า ทายาทของเจ้าเอง” โอเลนน่าพยักหน้า “ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็ควรหาทางผูกมิตรกับเขาไม่ใช่หรือ? ทำไมเจ้าถึงปล่อยปละละเลยเขา? ไม่กลัวหรือว่าเขาจะไม่เต็มใจคุ้มกันวิลลาสอีกต่อไป?”

“เขาไม่กล้าแน่!” สีหน้าลอร์ดเมซออกอาการตกใจ แต่ยังยืนยันเสียงแข็ง “เขาก็แค่อัศวินธรรมดาคนหนึ่ง ถ้าเขา . . .”

“ทำไมเจ้าถึงยังมองว่าเขาเป็นแค่อัศวิน?” โอเลนน่าขัดทันที “หรือว่าเจ้าถูกพวกคนโง่รอบตัวเปิดกะโหลกแล้วยัดขี้เถ้าเข้าไปแทนสมอง? รายงานทั้งหมดเกี่ยวกับเขาเจ้าก็เคยอ่านแล้ว เจ้าก็รู้ว่าเขามีอิทธิพลแค่ไหนที่ทัมเบิลตัน แต่เจ้าก็ยังเมินเขา?”

“แต่เขาก็ยังไม่ได้เป็นลอร์ดแห่งทัมเบิล . . .” เมซกล่าวขึ้นมาด้วยความลังเล

แต่ยังไม่ทันพูดจบ โอเลนน่าก็หยิบม้วนกระดาษบนโต๊ะปาใส่เขาทันที “นี่คือข่าวกรองจากทัมเบิลตันที่เจ้าปัดทิ้ง อ่านมันเดี๋ยวนี้”

เมซหยุดไปครู่หนึ่งก่อนรับม้วนหนังสือมาอ่าน พร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที

“ก่อนกลับมาไฮการ์เดน เลดี้แห่งทัมเบิลตัน ไนมีเรีย ฟุตลีย์ เสนอแต่งงานกับเขา แม้เขาจะปฏิเสธ แต่ถ้าเขากลับไปสนใจข้อเสนอนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็สามารถกลายเป็นลอร์ดแห่งทัมเบิลตันได้ทันที แล้วเจ้าจะยังกล้าบอกอีกหรือว่าเขาเป็นแค่อัศวินธรรมดา?” โอเลนน่ากล่าวเสียงเย็น

เมซนิ่งเงียบไม่กล้ามองหน้ามารดา และหลังหยุดไปครู่หนึ่งเขาก็ถามว่า “แล้วทำไมเขาถึงปฏิเสธ?”

“ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน” โอเลนน่าตอบเสียงเรียบ น้ำเสียงฟังดูแปลกไปจากปกติ

“หรือว่า . . . เพราะเลดี้ไนมีเรียหน้าตาไม่งดงาม?” ขุนนางหญิงคนหนึ่งจากสาขารองของตระกูลไทเรลล์ออกความเห็นอย่างระมัดระวัง

โอเลนน่าหันขวับไปมองขุนนางหญิงคนนั้นด้วยสีหน้าแสดงความรังเกียจชัดเจน “มีใครน่าเกลียดกว่าสามีของเจ้าอีกหรือ? แม้แต่เขายังมีสาว ๆ แย่งกันมาแต่ง แล้วจะไปแคร์อะไรถ้าไนมีเรียไม่ได้มีหน้าตางดงาม?”

ขุนนางหญิงคนนั้นก้มหน้าทันที และไม่กล้าพูดอีกต่อไป

โอเลนน่าหันกลับไปหาลอร์ดเมซ “เจ้าคิดว่าข้าโกรธที่เจ้าดูถูกลินด์เพราะเขามีอิทธิพลในทัมเบิลตันใช่หรือไม่?”

“ไม่ใช่หรือ?” เมซถามด้วยความสับสน

ราชินีหนามถามกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ตั้งแต่ลินด์ ทาร์รันเข้ารับใช้ตระกูลไทเรลล์ผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว?”

ลอร์ดเมซนิ่งคิดไปชั่วครู่ ก่อนตอบว่า “น่าจะไม่กี่เดือน?”

“ไม่กี่เดือน และยังไม่ถึงครึ่งปี” โอเลนน่าพยักหน้า “ก่อนหน้านี้ เขาเป็นใคร?”

“นักล่า” เมซตอบทันที “มันอยู่ในบทเพลง ลินด์นักล่าหมี ด้วย”

“งั้นเจ้าตอบข้ามา ตั้งแต่เจ็ดอาณาจักรถือกำเนิดมา เคยมีใครบ้างที่มาจากพื้นเพนักล่าแล้วทำได้อย่างเขาภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือน?”

ทั้งสวนตกอยู่ในความเงียบ ทุกคนพยายามคิดหาคนที่เทียบได้ แต่ก็ไม่มีใครนึกออก

“ข้าอยู่มานาน เจอคนเก่งมาก็มาก” โอเลนน่าว่าด้วยเสียงจริงจัง “แต่ไม่เคยเจอใครเหมือนลินด์ ทาร์รันเลย คนแบบนี้ต่อให้ไม่สามารถเป็นมิตรได้ก็ห้ามเป็นศัตรูเด็ดขาด โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นอัศวินของตระกูลไทเรลล์ของเรา เจ้าไม่คิดหรือว่าเขาคู่ควรแก่การชักชวน? เจ้าจงจำเอาไว้ ความหยิ่งผยองไม่ใช่คุณสมบัติของตระกูลเรา การดูถูกผู้อื่นบางครั้งไม่ได้สะท้อนอะไรนอกจากความโง่ของตัวเจ้าเอง”

ลอร์ดเมซยังคงเงียบสีหน้าอ่านไม่ออก และหลังนิ่งไปพักหนึ่งเขาก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้าจะไปพบเขาพรุ่งนี้”

“ไม่ต้อง ข้าสั่งให้วิลลาสไปแล้ว” โอเลนน่าตอบ

“ข้าอยากไปด้วย!” มาร์เจอรีปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้หิน “ข้าอยากเห็นเจ้าแมวตัวใหญ่!”

“ข้าก็จะไปด้วย” ลอรัสตะโกนตามมาติด ๆ

“ไปก็ไป” ราชินีหนามพยักหน้าอนุญาต

เมื่อทุกอย่างคลี่คลายเมซก็รีบอ้างว่าจะขอตัวกลับห้องพัก ท่านหญิงอาเลรีจึงเดินตามเขาไป แต่แทนที่จะกลับห้องทั้งสองกลับเดินไปยังสวนก็อดส์วูดของไฮการ์เดน

สวนก็อดส์วูดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินทางตะวันตกของปราสาทด้านใน มีต้นเวียร์วูดสูงใหญ่มากจนแทบบดบังวิหารใหญ่ของไฮการ์เดนไว้จากทางด้านหลัง กลางป่ามี ‘ต้นหัวใจสามต้น’ ที่ว่ากันว่า การ์ธ กรีนแฮนด์ ปลูกด้วยตัวเอง ใบสีแดงเพลิงของมันมองเห็นได้แม้จากนอกกำแพง

ระหว่างเดินเมซก็หันไปถามภรรยาว่า “อาเลรี เจ้าคิดอย่างไรกับลินด์ ทาร์รันตอนที่เจอเขา?”

อาเลรีคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “เขาเป็นหนุ่มที่สุขุม ข้าได้ยินว่าเขาอายุแค่สิบห้าหรือสิบหก แต่หน้าตาเหมือนยี่สิบหรือสามสิบได้เลย”

“ดูเป็นผู้ใหญ่จริง ๆ” เมซเห็นด้วย “แต่ข้าว่ามันไม่ใช่แค่ความเป็นผู้ใหญ่ เขา . . . ไม่ให้เกียรติข้าเลย ตอนเจอเขาที่ค่ายนอกคิงส์แลนดิ้ง เขามองข้าเหมือนข้าเป็นแค่คนรับใช้ ทั้งที่ข้าเป็นลอร์ดแห่งไฮการ์เดน และเป็นผู้บังคับบัญชาเขา เขาไม่คิดจะเกรงใจข้าบ้างเลยหรือ?”

“นั่นคือเหตุผลที่เจ้ารังเกียจเขาหรือ?” อาเลรีถาม

“บางส่วน” เมซยอมรับ “แต่เหตุผลจริง ๆ คือเขาทำให้ข้านึกถึง แรนดิล ทาร์ลี่”

“ลอร์ดแรนดิล ทาร์ลี่?” อาเลรีตกใจ และนึกถึงหน้าของลินด์แล้วส่ายหน้า “พวกเขาไม่ได้หน้าตาเหมือนกันเลย”

“ข้าไม่ได้หมายถึงหน้าตา ข้าหมายถึงบรรยากาศรอบตัวเขา” เมซอธิบาย

อาเลรีครุ่นคิดแล้วพยักหน้า “จริง พวกเขามีบางอย่างคล้ายกันจริง ๆ”

เมซถอนใจ “มีแรนดิล ทาร์ลี่คนเดียวก็ปวดหัวพอแล้ว ข้าไม่อยากมีอีกคนมาทำให้ข้าเดือดเนื้อร้อนใจอีก”

อาเลรีหัวเราะเบา ๆ แล้วจับมือสามี “ลอร์ดทาร์ลี่แม้จะเข้มงวด แต่ไม่เคยให้คำแนะนำผิด เจ้าน่าจะภูมิใจที่มีขุนนางซื่อสัตย์แบบเขา”

เมซยักไหล่สีหน้าไม่ค่อยเชื่อเท่าไร หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินไปถึงต้นหัวใจทั้งสาม จากนั้นก็ทำพิธีสวดมนต์แบบโบราณ แม้ตระกูลไทเรลล์จะนับถือศาสนาเจ็ดเทพ แต่พวกเขาไม่ได้ละทิ้งเทพเจ้าเก่า และยังคงรักษาพิธีกรรมบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเวียร์วูดไว้

หลังสวดเสร็จเมซก็เอ่ยถามว่า “เจ้าคิดว่าเขาเหมาะสมกับจานนาหรือไม่?”

“จานนา?” อาเลรีตกใจ “แต่ท่านแม่หาคู่หมั้นให้จานนาแล้วไม่ใช่หรือ? เห็นว่าเป็น เซอร์จอน ฟอสโซเวย์แห่งนิวบาเรล”

“ท่านแม่แค่เล็งไว้ ยังไม่ได้ติดต่อทางนิวบาเรลอย่างเป็นทางการ” เมซอธิบาย

“ไม่ได้” อาเลรีส่ายหน้าทันที “การแต่งงานกับนิวบาเรลเป็นเรื่องเสถียรภาพของดินแดนในเดอะรีช และเป็นเรื่องของการคานอำนาจกับพวกแอปเปิ้ลแดง เจ้าห้ามพลาดเด็ดขาด แม้เรายังไม่ติดต่อโดยตรง แต่ท่านแม่ก็เผยข่าวให้ขุนนางรู้กันทั่วเพื่อรอนิวบาเรลส่งคนมาขอแต่ง ถ้าเจ้าเอาจานนาไปให้คนอื่นตอนนี้ พวกแอปเปิ้ลเขียวจะถือว่าโดนดูแคลน แล้วพวกเขาอาจจะหันไปจับมือกับแอปเปิ้ลแดง ซึ่งแบบนั้นไม่ดีแน่”

“ก็จริงของเจ้า มันคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว” ลอร์ดเมซพยักหน้าเห็นด้วยกับเหตุผลของภรรยา “งั้นยังมีหญิงสาวคนไหนในตระกูลที่ยังไม่มีคู่แต่งอีกบ้างนะ . . .”

อาเลรีขมวดคิ้วขัดขึ้นทันที “เดี๋ยวนะ ทำไมเจ้าถึงอยากรีบจับลอร์ดลินด์แต่งงานนักล่ะ? ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่ชอบเขาหรือ?”

“เจ้ามองไม่เห็นหรือว่าท่านแม่ข้าเป็นยังไง? นางให้ความสำคัญกับลินด์ ทาร์รันมากเกินไป ข้ากลัวว่าวันหนึ่งนางจะเสียสติจนจับมาร์เจอรีแต่งให้เขา . . .” ลอร์ดเมซพึมพำเบา ๆ

“เจ้าบ้าไปแล้ว มาร์เจอรีอายุเท่าไหร่กัน?” อาเลรีมองสามีอย่างเหลือเชื่อปนเจ็บใจ “ต่อให้เจ้าจะเสียสติ แต่ท่านแม่ไม่มีวันเป็นแบบเจ้าแน่ พอได้แล้ว ปล่อยเรื่องลอร์ดลินด์ให้วิลลาสจัดการเถอะ”

ลอร์ดเมซไหล่ตก และไม่พูดอะไรอีก

อาเลรีมองสามีด้วยความเหนื่อยหน่าย ความธรรมดาไร้เอกลักษณ์ของเขาช่างน่าหงุดหงิด ก่อนที่นางจะเปลี่ยนเรื่องอย่างไม่ใส่ใจนัก “ว่าแต่ เจ้าได้คิดหรือยังว่าจะให้รางวัลอะไรกับลอร์ดลินด์ถ้าเขาปราบพวกโจรทางเหนือของบิทเทอร์บริดจ์สำเร็จ? จะมอบคฤหาสน์หรือหมู่บ้านไหนดี?”

ลอร์ดเมซส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ “คิดไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ เขายังทำไม่สำเร็จเลย แถมยังไม่แน่ว่าจะทำได้ด้วยซ้ำ”

“เจ้าอ่านรายงานทั้งหมดจากทัมเบิลตันมาแล้ว เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าเขาจะล้มเหลว?” อาเลรีย้อนทันควัน

แม้ไม่อยากยอมรับ แต่เมซก็รู้ดีว่ามันเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น เพราะไม่ว่าเหล่าศัตรูที่ริษยาจะพยายามขัดขวางแค่ไหน พวกมันก็ทำได้แค่ถ่วงเวลาไม่อาจหยุดยั้งลินด์ได้

หลังเงียบไปครู่หนึ่งเมซก็พูดขึ้นว่า “งั้นมอบหมู่บ้านหรือคฤหาสน์ที่ใกล้ ๆ นี่ให้เขาดีไหม? อย่างน้อยการมีเขาอยู่ใกล้ ๆ ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกอุ่นใจ”

อาเลรีถอนหายใจอย่างผิดหวังในความคิดของสามี และชี้ให้เห็นตรง ๆ ว่า “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเกิดอะไรขึ้นในเมืองนอกเมื่อตอนบ่าย? ท่านแม่เพิ่งพูดถึงอิทธิพลของเขาที่เพิ่มขึ้นหลังมาถึงไฮการ์เดน ถ้าเขาอยู่ที่นี่นาน ๆ ล่ะก็ . . .”

ไม่จำเป็นต้องพูดให้จบ แม้แต่มือสมัครเล่นอย่างเมซยังมองออกว่าอาจเกิดอะไรขึ้น ทำให้สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นทันตา แต่ครู่หนึ่งเขาก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “เจ้าจำได้ไหมว่าเรายังมีที่ดินแยกอีกฝั่งหนึ่งของ เทือกเขาเรดเมาน์เทน?”

“อีกฝั่งของเทือกเขาเรดเมาน์เทน?” อาเลรีครุ่นคิด “เจ้าหมายถึงดินแดนที่อยู่ตรงข้ามกับปราสาทไวล์ ใช่หรือไม่?”

“ใช่” ลอร์ดเมซพยักหน้าอย่างภูมิใจในความคิดตัวเอง “ที่ดินตรงนั้นใหญ่กว่าหมู่บ้านหรือคฤหาสน์ธรรมดาอีกนะ มอบให้เป็นรางวัลคงเหมาะดี”

“ท่านฉลาดมากเพคะ ท่านลอร์ด” อาเลรีตอบด้วยน้ำเสียงเสียดสีที่แทบไม่ปิดบัง นางไม่เชื่อเลยว่าลินด์จะยอมรับรางวัลแบบนั้น แต่นางก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดอีก ลอร์ดเมซเองก็ไม่รู้สึกถึงความประชดนั้น เอาแต่คิดต่อถึงความเป็นไปได้ของแผนที่วางไว้

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 77

คัดลอกลิงก์แล้ว