เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 74

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 74

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 74


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 74 ความวุ่นวายครั้งใหญ่

ไฮการ์เดนตั้งอยู่บนเนินเขาริมแม่น้ำแมนเดอร์ ตัวปราสาททอดตัวขึ้นไปเป็นชั้น ๆ ตามความสูงชันของเนินเขา ซึ่งไม่ได้ถูกสร้างขึ้นภายในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตลอดหลายพันปี ตั้งแต่ยุคที่ตระกูลการ์ดเนอร์มาตั้งรกรากที่นี่ ส่วนการขยายล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อนหลังจากตระกูลไทเรลล์เข้ามาครอบครอง โดยตอนนั้นพื้นที่บนเนินเขาถูกใช้จนเต็มแล้วไม่อาจสร้างขึ้นไปสูงกว่านี้ได้อีก ตระกูลไทเรลล์จึงเลือกขยายออกด้านนอก แผ่อาณาเขตรอบเนิน เพิ่มกำแพงเมืองใหม่ สร้างหอคอยอันเลื่องชื่อ และปลูกสวนเขาวงกตที่มีต้นไม้สูงใหญ่ ยิ่งเพิ่มความสง่างามให้กับปราสาท

สำหรับขุนนางและลอร์ดแห่งเจ็ดอาณาจักรกำแพงยักษ์ทางเหนืออาจเป็นสิ่งก่อสร้างที่น่าตื่นตะลึงที่สุดของมนุษย์ ทว่าหากพูดถึงปราสาท มันก็ไม่มีที่ใดเทียบได้กับความโอ่อ่าของไฮการ์เดน บรรดาลอร์ดที่มาเยือนต่างต้องยอมรับว่าปราสาทของตนดูราวกับสลัมเมื่อเทียบกับที่นี่ ภายในและภายนอกปราสาทเต็มไปด้วยดอกไม้ ต้นไม้ และเถาวัลย์ กำแพงหินอ่อนสีขาวเปล่งประกายอ่อน ๆ ภายใต้ม่านพืชพรรณ ดูสงบและเปล่งประกายยามต้องแสงแดด บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

โดยมีตำนานเล่าว่าในครั้งที่ตระกูลการ์ดเนอร์สร้างไฮการ์เดน พวกเขาได้สวดภาวนาต่อเทพโบราณ จนได้รับพรให้มีอากาศดีและผลผลิตอุดมสมบูรณ์ตลอดไป ทำให้รอบปราสาทเต็มไปด้วยทุ่งนาและสวนผลไม้กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา จากยอดหอคอยของปราสาทสามารถมองเห็นผืนดินอุดมที่ทอดยาว และหมู่บ้านเล็กใหญ่มากมายนับร้อย ทำให้ดินแดนนี้แทบไม่รู้จักความหิวโหย และตราบใดที่ผู้คนยังมีแรงทำงานก็ไม่มีวันอดตาย จึงมีคนกล่าวว่านี่คือ สวรรค์บนดิน ดี ๆ นี่เอง

พื้นที่ระหว่างกำแพงเมืองฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของไฮการ์เดนถึงแม่น้ำแมนเดอร์เรียกว่า เมืองนอก โดยมีสะพานข้ามแม่น้ำเชื่อมเขตเมืองกับเขตนอกเมืองโดยตรง เขตนี้เป็นแหล่งท่าเรือ ย่านการค้า และย่านโรงเตี๊ยมที่คึกคักไม่มีสลัมหรือพื้นที่เสื่อมโทรม ท่าเรือทอดยาวเกือบตลอดแนวแม่น้ำมีมากกว่า 30 ท่าให้ใช้งาน ถึงอย่างนั้นตอนที่เรือของลินด์มาถึงทุกท่าก็เต็มหมด เรือจึงต้องจอดรอในแม่น้ำจนกว่าจะมีลำอื่นขนของเสร็จและเคลื่อนตัวออกไป

ลินด์ยืนอยู่ตรงประตูห้องพักมองชมความอลังการของเมืองด้วยความชื่นชม ภาพที่ทำให้เขานึกถึงปราสาทโบแคลร์ ในเมืองทูแซงต์ ที่เขาเคยเห็นในเกมเมื่อชาติก่อน แม้รูปทรงจะต่างกัน แต่กลับให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่แบบเดียวกัน

“ไม่ต้องรอข้า หลังจากขนสินค้าลงเสร็จแล้ว เจ้าก็กลับได้เลย ข้าจะยังไม่กลับทัมเบิลตันในเร็ว ๆ นี้” ลินด์สั่งกัปตันพลางจัดชุดเกราะให้เข้าที่

“รับทราบขอรับ ท่านลอร์ด” กัปตันตอบอย่างเคารพ

จอนที่ยืนใกล้ ๆ เหลือบมองกองสินค้าแล้วเอ่ยอย่างกังวลว่า “ท่านลอร์ด ท่านคิดว่าการมาครั้งนี้ของเราจะก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่?”

ลินด์เข้าใจความกังวลนั้นดี เขาหันไปมองกลอรี่ เจ้าแมวเงายักษ์ที่กระวนกระวายอยากลงจากห้องพัก และเริ่มคิดว่าการพามันมาด้วยอาจเป็นความผิดพลาด แต่หากปล่อยให้สายสัมพันธ์ทางจิตขาดเพราะระยะทางไกลก็อาจเกิดปัญหาหนักกว่า สุดท้ายจึงตัดสินใจปล่อยให้เป็นไปตามเหตุการณ์

“ไปพบท่านลอร์ดเมซกันก่อน” ลินด์ตอบหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เราควรหาที่พักเอาไว้ก่อนหรือไม่ขอรับ?” จอนถามขึ้น

ลินด์พยักหน้าเล็กน้อย และเดินลงจากเรือ “ฝากเจ้าจัดการด้วยแล้วกัน”

จอนพยักหน้าและเดินตามเขาลงจากเรือ ซึ่งทันทีที่ลินด์เหยียบแผ่นไม้ของท่าเรือ กลอรี่ก็กระโจนลงมาข้าง ๆ และพออุ้งเท้าของมันแตะพื้น เสียงหวีดร้องก็ดังขึ้นทั่วท่า คนงานแตกตื่นหนีไปคนละทิศ บางคนกระโดดลงแม่น้ำว่ายหนีด้วยความตื่นตระหนก แม้ลินด์กับจอนจะคาดไว้แล้ว แต่เมื่อเห็นจริง ๆ ทั้งคู่ก็อดรู้สึกตลกปนระอาไม่ได้ ส่วนเจ้ากลอรี่ตัวการของเรื่องกลับดูไม่รับรู้อะไรเลย มันเพียงยืดเส้นยืดสาย สลัดความเมื่อยล้าจากการเดินทางทางเรือ

ไม่นานเสียงโกลาหลนั้นก็ดึงดูดความสนใจของกองทหารไฮการ์เดน ทหารถือหอกกลุ่มหนึ่งก็รีบวิ่งลงถนนมาที่ท่าเรือ แต่พอเห็นกลอรี่ทุกคนก็ชะงักด้วยสีหน้าแสดงความหวาดหวั่น และขาแทบสั่น แต่ก็ยังคงรักษาแถวไม่ถอยหนี ทำให้ลินด์ที่เห็นภาพนั้นก็อดชื่นชมไม่ได้ ทหารรักษาการณ์ของตระกูลไทเรลล์นั้นแข็งแกร่งและมีวินัยมาก สมแล้วที่ตระกูลไทเรลล์ครองตำแหน่งผู้ปกครองแดนใต้มาได้ยาวนาน ไม่ใช่เพียงเพราะเล่ห์กลการเมือง

ขณะนั้นจอนก็ก้าวไปข้างหน้า ตะโกนเรียกเสียงดัง “ซอนเนอร์! คอนเต้! ผ่านไปไม่กี่เดือน พวกเจ้าลืมข้าแล้วหรือ?”

เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยกัปตันทั้งสองก็สะดุ้งหลุดจากความหวาดกลัว และรีบหันไปมอง ก่อนจะร้องออกมาพร้อมกันว่า “จอน! เป็นท่านเองหรือ?”

“แล้วจะเป็นใครล่ะ?” จอนตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง เขากับกัปตันทั้งสองมีความสัมพันธ์ยาวนาน ก่อนจะเป็นหัวหน้าคนดูแลของโรเจอร์ จอนเคยเป็นหัวหน้ากองทหารรักษาการณ์อยู่หลายปี และทั้งสองก็เคยเป็นลูกน้องเขา

“จอน . . . ท่านลอร์ด แล้วนั่นมันตัวอะไร?” กัปตันคนหนึ่งถามอย่างระแวง พลางชี้ไปที่กลอรี่

“นั่นคือสัตว์เลี้ยงของลอร์ดลินด์ ชื่อกลอรี่” จอนตอบด้วยน้ำเสียงสงบ “ท่านลอร์ดรู้เรื่องนี้ดี ไม่ต้องกังวล ลอร์ดลินด์ไม่ปล่อยให้มันทำอันตรายใคร ตอนนี้ลอร์ดลินด์กลับมาเพราะท่านลอร์ดไทเรลล์เชิญ ข้าก็มาด้วยในฐานะเด็กรับใช้ของเขา”

“ลอร์ดลินด์?” กัปตันทั้งสองมองหน้ากันสับสน ก่อนจะหันไปมองลินด์กับกลอรี่ แม้ไม่เคยได้ยินชื่อ แต่เกราะประณีตและสง่างามที่ลินด์สวม ทำให้ไม่มีใครสงสัยในฐานะและอำนาจของเขา

ขณะพวกกัปตันยังลังเล ทหารบางคนซึ่งเป็นขาประจำโรงเตี๊ยมกลับจำชื่อได้ ทำให้คนหนึ่งร้องขึ้นว่า “หัวหน้า! นั่นใช่ลินด์ นักล่าหมี หรือไม่? ที่ฆ่าคนเป็นร้อยที่คิงส์แลนดิ้งเมื่อหลายเดือนก่อน?”

เมื่อได้ยินคำถามนี้กัปตันทั้งสองก็นึกออกทันที “จอน! ท่านลอร์ดวอร์ทิเมอร์สั่งว่า หากลอร์ดลินด์มาถึงแล้วให้พาไปที่ปราสาททันที”

กัปตันพูดพลางเหลือบมองกลอรี่อย่างกังวล “แต่ . . . ท่านลอร์ดไม่ได้พูดถึงสัตว์ประหลาดตัวนี้ ท่านแน่ใจนะว่ามันปลอดภัยจริง ๆ?”

จอนตบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ “ข้ารับประกันได้ว่าไม่มีอันตรายแน่นอน พวกเจ้าจัดแถวพาคนออกห่าง และเคลียร์เส้นทางได้เลย”

ทั้งสองกัปตันพยักหน้ารีบจัดการลูกน้อง แยกฝูงชน และรักษาความเรียบร้อย จัดทางให้ลินด์และกลอรี่เดินผ่านไปโดยไม่มีใครเข้าใกล้เกินไป

เมื่อคนงานที่ตื่นกลัวเห็นกลอรี่ไม่ได้ทำท่าดุร้าย และเห็นลินด์ยืนข้าง ๆ อย่างมั่นคง ความหวาดกลัวก็ค่อย ๆ คลายลง ทำให้หลายคนเริ่มมองด้วยความสงสัยแทน บ้างโผล่หน้าออกจากซอกตึกกระซิบกันถึงอัศวินปริศนาและสัตว์ร้ายยักษ์ บางคนถึงขั้นกล้าเดินตาม แต่อยู่ในระยะปลอดภัย

ในฝูงชนเองก็มีคนจำจอนได้เช่นกัน เพราะเคยเป็นกัปตันกองรักษาการณ์มาก่อน และเมื่อรู้ว่าเขาเป็นเด็กรับใช้ในตอนนี้ หลายคนจึงคาดเดาได้ทันทีว่าอัศวินผู้สวมเกราะหรูหรานั้นคือใคร

ในขณะลินด์ที่เดินตามทหารนำทางไปยังประตูปราสาท เสียงตะโกน “นักล่าหมี! นักล่าหมี!” ก็ดังมาจากผู้คนข้างถนน ดูเหมือนว่าพวกเขาเดาได้แล้วว่าเป็นลินด์ เพราะพวกเขาต่างก็เป็นแฟนเพลง ‘บทเพลงนักล่าหมี’ ตัวยง และได้ยินเรื่องเล่าขานมามากมาย ทำให้ลินด์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันไปโบกมือรับ และก้าวต่อโดยไม่หยุดโดยที่เขาเองก็ประหลาดใจไม่น้อยที่ชื่อเสียงของเขาแพร่หลายถึงเพียงนี้ในไฮการ์เดน

ไวน์ บทกวี และตำนานอัศวิน ถือเป็นหัวใจของวัฒนธรรมไฮการ์เดน ตั้งแต่ลอร์ดผู้สูงศักดิ์จนถึงชาวบ้านต่างหลงใหลความโรแมนติกเช่นนี้ โดยเฉพาะ ‘บทเพลงนักล่าหมี’ ที่ดังที่สุดในรอบหลายสิบปี บางคนถึงกับบอกว่านี่คือบทเพลงสำคัญที่สุดในรอบศตวรรษ เพราะมันไม่ใช่แค่เพลง แต่นำมาซึ่งแนวทางใหม่ในการแต่งกวี ทำลายกรอบเก่า และสร้างระบบทำนองใหม่ บรรดานักขับขานแห่งไฮการ์เดนจึงศึกษาบทเพลงนี้อย่างจริงจัง จนเกิดเป็น ‘ลัทธิร่ายเพลงนักล่าหมี’ ภายในไม่กี่เดือน

แต่ในขณะที่นักขับขานชื่นชมด้านศิลปะ ประชาชนกลับคลั่งไคล้เนื้อหาที่บรรยายวีรกรรมของลินด์ เพราะก่อนที่ลินด์จะเดินทางไปคิงส์แลนดิ้งบทเพลงนักล่าหมีก็แพร่เข้ามาถึงในไฮการ์เดนแล้ว และกลายเป็นเพลงประจำโรงเตี๊ยม จนกระทั่งต่อมาเมื่อมีข่าวการกลับมาของลอร์ดไทเรลล์จากงานประลองก็ยิ่งโหมกระแสให้แรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวการผจญภัยของลินด์ตั้งแต่ได้รับลูกแมวเงาที่คิงส์วูด การประลอง การฆ่าคนร้อยคน ไปจนถึงการได้รับตำแหน่งอัศวินจากกษัตริย์ ที่ถูกเล่าต่อในรูปแบบใหม่ยิ่งทำให้ชาวแดนใต้ยกย่องเขามากขึ้น

สำหรับชาวไฮการ์เดน ลินด์ นักล่าหมี คือวีรบุรุษในตำนาน และการที่เขายอมรับภารกิจปราบโจรทางเหนือของบิตเตอร์บริดจ์ก็ยิ่งทำให้ผู้คนชื่นชม ทำให้เหล่าอัศวินพเนจรจำนวนมากรีบออกเดินทางไปร่วมสมทบหวังจะแบ่งปันเกียรติยศ และด้วยข่าวชัยชนะของลินด์จากการกวาดล้างโจร การช่วยเลดี้แห่งทัมเบิลตันบูรณะเมือง และการเปิดเส้นทางเดินเรือช่วงแม่น้ำแมนเดอร์ตอนบน มันก็ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของเขายิ่งขยายออกไป

ดังนั้นเมื่อข่าวว่าลินด์ นักล่าหมี มาถึงเขตเมืองนอกของไฮการ์เดนกระจายไปทั่ว ย่านท่าเรือก็ถึงกับคึกคักผู้คนพากันหลั่งไหลออกมาชม ในขณะที่บางคนตั้งใจมาดูสัตว์ยักษ์กลอรี่ แต่พอพวกเขาไปถึงถนนใกล้ปราสาท ลินด์ก็เกือบถึงประตูแล้ว ผู้คนจึงเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าสู่ทางเข้าปราสาทเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสได้เห็นเขา

ดังนั้นเมื่อถึงจัตุรัสหน้าปราสาทลินด์ก็พบว่าผู้คนแห่มาแน่นขนัด แม้แต่บนหลังคาบ้านเรือนใกล้ ๆ ก็เต็มไปด้วยผู้ชมที่ปีนขึ้นไปดู ทำให้ทหารยามจากเมืองนอกทั้งแปดนายพยายามสุดกำลังเพื่อกันไม่ให้ฝูงชนเข้ามาใกล้กลอรี่มากเกินไป ซึ่งขนาดอันใหญ่โตและพลังคุกคามของมันทำให้ผู้คนรู้สึกทั้งตื่นตะลึงและหวาดหวั่น ขณะที่ลินด์ยืนเคียงข้างกลอรี่กลางจัตุรัสรอคำตอบจากในปราสาท ทำให้ภาพของเขาดูสง่างามจนไม่มีใครอาจละสายตาได้

ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างจินตนาการภาพนักล่าหมีในแบบของตัวเอง แต่เมื่อได้เห็นลินด์ในชุดเกราะอัศวินผู้ถูกเนรเทศ พร้อมกลอรี่ แมวเงาขนาดยักษ์ยืนข้างกาย ความจริงที่เห็นกลับยิ่งใหญ่กว่าที่ใครคาดไว้ เพราะเขาเป็นดั่งตัวตนจริงของตำนานใน ‘บทเพลงนักล่าหมี’ ไม่มีผิด

ในขณะเดียวกันนั้นเองไม่รู้ว่าเป็นนักขับขานใจดีหรือคนขี้เล่นคนไหนที่เริ่มร้อง ‘บทเพลงนักล่าหมี’ ขึ้นมา ทำให้เหล่านักขับขานคนอื่นที่ยืนดูอยู่ก็รีบร้องตาม และไม่นานชาวเมืองก็ร่วมกันร้องเนื้อเพลงที่คุ้นเคย แม้เสียงจะปะปนกัน และบางคนร้องเพี้ยน แต่มันก็ก่อให้เกิดบรรยากาศกระหึ่มเร้าใจจนหัวใจผู้คนเต้นแรงเลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง

“ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะทำให้เกิดความโกลาหลขนาดนี้ตั้งแต่เดินทางมาถึง . . . เอ๊ะ! นั่นมันอะไรกัน?”

วอร์ทิเมอร์ ผู้ได้รับรายงานจากทหารยามรีบตรงมาที่ประตูปราสาท แต่ยังไม่ทันจะถึงเขาก็ได้ยินเสียงเพลงก้องไปทั่วจัตุรัส ทำให้พอเขาโผล่มุมตึกมาก็ตะโกนถามด้วยความเหนื่อยหน่ายทันที แต่ต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อสายตาปะทะกับร่างใหญ่โตของกลอรี่ ภาพแมวเงายักษ์ตรงหน้าทำให้เขาแข็งค้างโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับมือข้างหนึ่งเผลอคว้าด้ามดาบยาวที่คาดเอวไว้

“ท่านลอร์ด ข้าไม่ได้เจอท่านมาหลายเดือน แต่ท่านก็ยังคงกระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิมเลยนะขอรับ” ลินด์พูดพลางก้าวขึ้นมาขวางระหว่างกลอรี่กับวอร์ทิเมอร์ ก่อนจะโค้งคำนับอย่างสุภาพ

“ลินด์? เจ้า . . . เจ้าคือลินด์จริงหรือ?” วอร์ทิเมอร์อุทานออกมาด้วยเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ภายใต้หมวกเกราะประดับมังกร เขาก่อนที่เขาจะชำเลืองไปที่ชุดเกราะเต็มยศสลักลวดลายละเอียด และไปสะดุดตาที่ตราดาบยาวใกล้ชายเสื้อเกราะ

ลินด์ถอดหมวกเกราะออกอุ้มไว้ในอ้อมแขน แล้วกล่าวว่า “ใช่ขอรับ ท่านลอร์ดวอร์ทิเมอร์”

“เจ้าหาเกราะชุดนี้มาจากไหน?” วอร์ทิเมอร์ถามด้วยเสียงไม่อยากจะเชื่อ พลางชี้ไปที่เกราะหรูหราประณีต แน่นอนว่าความตกตะลึงของเขาไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเกราะชุดนี้มีดีไซน์วิจิตร สร้างจากเหล็กเต็มแผ่น และดูหนักเกินกว่ามนุษย์จะสวมใส่ได้ หากไม่ได้เห็นกับตาว่าลินด์เดินเข้ามาเอง เขาคงคิดว่าไม่มีใครสามารถเคลื่อนไหวในชุดนี้ได้เลย

“เพื่อนคนหนึ่งช่วยทำให้ขอรับ” ลินด์ตอบด้วยน้ำเสียงคลุมเครือไม่ลงรายละเอียด

วอร์ทิเมอร์ไม่ได้ซักต่อ แม้จะมีประกายในดวงตาบ่งบอกความอยากรู้อย่างมาก จากนั้นสายตาของเขาก็หันไปยังกลอรี่ “นี่คือลูกแมวเงาที่เจ้าเคยเลี้ยงใช่หรือไม่?”

“ใช่แล้วขอรับ” ลินด์พยักหน้า

“แค่ไม่กี่เดือน มันโตขึ้นขนาดนี้เลยหรือ?” วอร์ทิเมอร์กวาดตามองกลอรี่ เปรียบเทียบกับขนาดตอนที่พบครั้งก่อนจนถึงตอนนี้ และถามด้วยน้ำเสียงอึ้งแทบไม่เชื่อหู

“อาจจะเพราะมันกินเก่งเกินไป” ลินด์ตอบพลางยิ้มน้อย ๆ

สีหน้าของวอร์ทิเมอร์เปลี่ยนเป็นทั้งประหลาดใจและไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าลินด์ตอบกวนเสียมากกว่า ทำให้เขาอ้าปากเหมือนจะถามต่อ แต่กลับถูกเสียงตะโกน “นักล่าหมี! นักล่าหมี!” ดังลั่นจากจัตุรัสด้านนอกขัดจังหวะเสียก่อน

“เข้ามาข้างในก่อนเถอะ! ถ้ายืนอยู่ตรงนี้ต่อจะยิ่งทำให้วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม” วอร์ทิเมอร์พูดพลางเหลือบมองฝูงชนที่เริ่มดันกันไปมาด้วยความตื่นเต้นเริ่มล้นจนเกือบควบคุมไม่ได้ ก่อนที่เขาจะรีบสั่งให้ทหารเปิดประตูปราสาทพาลินด์เข้าไปทันที

เมื่อประตูปิดลงหลังลินด์และกลอรี่ ความโกลาหลข้างนอกก็ค่อย ๆ สงบลง แต่ผู้คนก็ยังไม่ยอมแยกย้ายกันไป และยังคงรวมกลุ่มพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นเล่าถึงสิ่งที่ได้เห็นด้วยความทึ่ง เพราะภาพอัศวินในเกราะอลังการ และแมวเงายักษ์ข้างกายได้ฝากความประทับใจลึกลงในหัวใจของพวกเขา และตอนนี้พวกเขาก็กำลังกระซิบเดากันไปต่าง ๆ นานา จินตนาการต่อเติมเรื่องราวที่เพิ่งประสบด้วยตาตัวเองกันอย่างเมามัน

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 74

คัดลอกลิงก์แล้ว