เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 72

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 72

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 72


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 72 ลากิจชั่วคราวจากทัมเบิลตัน

หลังจากมั่นใจแล้วว่า ชุดเกราะเต็มตัวของอัศวินผู้ถูกเนรเทศ ที่ไม่ได้สลักอักขระยังสามารถเสริมพลังให้เขาได้อย่างมาก ลินด์จึงหยุดการทดสอบทันที และแม้หลังจากออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง เขากลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย การหายใจก็ยังคงเป็นปกติ ก่อนที่เขาจะกล่าวขอบคุณวาริสสั้น ๆ ว่า “ขอบคุณ ลอร์ดวาริส”

“เป็นเกียรติยิ่งนักที่ข้าสามารถทำให้เจ้าพอใจได้ ลอร์ดลินด์” วาริสโค้งตัวตอบด้วยท่าทางนอบน้อม

“ลอร์ดวาริส ข้าฝากขายดาบพวกนี้ให้หน่อย ข้าไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว” ลินด์ยื่นดาบอัศวินคู่หนึ่งที่เคยใช้ออกมาให้วาริส จากนั้นเขาก็จัดการคาดดาบใหญ่สองเล่มพร้อมฝักดาบไว้บนหลังโดยใช้ตะขอที่ออกแบบพิเศษ

วาริสรับดาบสองเล่มมา พลางกล่าวว่า “ให้ข้าเก็บไว้ก่อนเถอะ เมื่อชื่อเสียงของเจ้าเลื่องลือกว่านี้ ดาบพวกนี้อาจขายได้ราคาดีกว่าเดิมมาก”

ลินด์ไม่ได้คัดค้าน ก่อนจะถามต่อว่า “ลอร์ดวาริส ท่านยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่? ถ้าไม่มี รบกวนเตรียมม้าให้ข้าด้วย ข้าต้องกลับทัมเบิลตันทันที แล้วต่อเรือไปไฮการ์เดน”

วาริสแสดงสีหน้าประหลาดใจ และถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “เจ้าจะไปไฮการ์เดนหรือ? หรือว่าได้รับคำสั่งจากที่นั่น?”

ลินด์ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง “นกน้อยของท่านช่างสอดรู้สอดเห็นดีจริง ๆ แม้แต่ความลับก็ไม่อาจรอดพ้น”

“ไม่ใช่นกของข้า” วาริสยิ้มบาง ๆ “ข้าเดาเอาเอง ภารกิจปราบโจรของเจ้ายังไม่จบ หากเจ้าต้องทิ้งทัมเบิลตัน ย่อมต้องเป็นคำสั่งจากไฮการ์เดน”

ลินด์หัวเราะเบา ๆ แล้วถามกลับ “ถ้าเช่นนั้น ลองเดาดูสิ ท่านลอร์ดวาริส ทำไมลอร์ดเมซถึงเรียกข้ากลับไปทันที?”

วาริสเงียบคิดชั่วครู่ ก่อนตอบว่า “ข้าสงสัยว่าเกี่ยวกับงานประลองที่ก็อดส์เกรซในอีกสองเดือนข้างหน้า”

“ก็อดส์เกรซ?” ลินด์ทวนคำพลางขมวดคิ้ว “นั่นไม่ใช่ดินแดนของดอร์นหรือ?”

วาริสพยักหน้าเล็กน้อยด้วยแววตาฉายความชื่นชม “ลอร์ดวิลลาส ไทเรลล์ พยายามอย่างยิ่งที่จะคลี่คลายความบาดหมางระหว่างดอร์นกับเดอะรีชที่สืบเนื่องกันมาหลายร้อยปี ทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาโน้มน้าวขุนนางทั้งสองฝ่ายให้ค่อย ๆ เปิดใจ และงานประลองครั้งนี้จัดที่ปราสาทแห่งเทพในก็อดส์เกรซจะมีเหล่าขุนนางดอร์นเข้าร่วมมากมาย วิลลาสตั้งใจพาผู้สืบสกุลและขุนนางจากเดอะรีชที่เห็นด้วยไปเข้าร่วมเพื่อใช้เวทีนี้ร่างข้อตกลงสันติภาพกับดอร์น”

ลินด์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าความคิดของวิลลาสนั้นดูเพ้อฝันเกินจิงเหลือเกิน ความบาดหมางระหว่างดอร์นกับเดอะรีชยาวนานนับพันปี จะลบล้างได้ด้วยการพูดคุยหรือพิธีกรรมง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ? เขาจึงถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “แล้วราชินีหนามเห็นด้วยหรือ?”

แม้วาริสจะชื่นชมความตั้งใจของวิลลาส แต่ก็ยังคงมองตามความเป็นจริง “ราชินีหนามไม่ได้คัดค้าน แต่ข้าคิดว่านางตั้งใจจะใช้โอกาสนี้เป็นบทเรียน หากความพยายามของวิลลาสล้มเหลว อาจทำให้เขากลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริง”

เมื่อได้ฟังลินด์ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ “ดังนั้นข้าจึงถูกเรียกไปทำหน้าที่คุ้มกันลอร์ดวิลลาส ไทเรลล์ ใช่หรือไม่?”

วาริสพยักหน้า “เป็นไปได้สูง เพราะจะมีใครเหมาะไปกว่าเจ้า อัศวินอันดับหนึ่งแห่งเจ็ดอาณาจักร จริงหรือไม่?”

‘บัดซบ!’ ลินด์สบถในใจ เมื่อคิดถึงงานประลองครั้งหนึ่งที่วิลลาสเคยเข้าร่วมและปะทะกับ ‘อสรพิษแดง’ จนได้รับบาดเจ็บจนพิการ และหากนี่คือการประลองครั้งนั้นจริง สถานการณ์จะยุ่งยากกว่าที่คิด เพราะในตอนนั้นถ้าเขาอยู่ในฐานะองครักษ์ และหากวิลลาสเกิดบาดเจ็บขึ้นมา ความผิดย่อมตกที่เขา และหากวิลลาสกลับไฮการ์เดนพร้อมบาดแผล ตระกูลไทเรลล์ย่อมไม่ปล่อยเขาไว้แน่

การทำสำเร็จไม่มีรางวัล แต่ถ้าพลาดอาจต้องชดใช้หนักหนา!

ทันใดนั้นแวบหนึ่งลินด์ก็คิดอยากแสร้งป่วยหนีเรื่องยุ่งนี้ไปเสีย แต่เมื่อคิดทบทวนเขาก็ตัดสินใจกลับไปไฮการ์เดนและรับหน้าที่คุ้มกันวิลลาส เพราะแม้จะเสี่ยง แต่เขาก็อยากใช้โอกาสนี้พบปะผู้คนในดอร์น อีกทั้งยังนึกถึงม้าที่ลิสเคยพูดถึงว่าถูกพบใกล้ปราสาทก็อดส์เกรซ ซึ่งหากมีโอกาสจับม้านั้นมาเป็นของขวัญให้ไนมีเรียได้คงคุ้มค่าความเสี่ยงไม่น้อย

ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บของวิลลาส ลินด์ตั้งใจจะเตือนเขาล่วงหน้า หากเจ้าตัวดื้อดึงไม่ฟังและถูกทำร้ายก็ไม่ใช่เรื่องของเขา เพราะบาดเจ็บจากการประลอง ย่อมไม่ใช่ความผิดขององครักษ์

เมื่อคิดได้ดังนี้ลินด์จึงบอกให้วาริสเตรียมม้าสำหรับเดินทางกลับทัมเบิลตันทันที ไม่นานเขาก็ออกเดินทางจากคิงส์แลนดิ้ง พร้อมกับสายตามากมายที่มองเขา ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าผู้คนมองมาที่ชุดเกราะอันสง่างาม หรือการที่เขาขี่ม้าห้าตัวเพียงคนเดียวกันแน่ แต่ไม่ว่าอย่างไรข่าวนี้ก็ไปถึงโต๊ะทำงานของ หัตถ์แห่งราชา จอน แอริน

ทำให้จอนเกิดความสนใจทันที และเมื่อเห็นหมวกเกราะทรงมงกุฎมังกรของลินด์ มันก็ทำให้เขานึกถึงตระกูลทาร์แกเรียน เขาจึงสั่งสืบอย่างเงียบ ๆ และพบว่าชายสวมเกราะนั้นคือลินด์ ทาร์รัน อัศวินใหม่ภายใต้กษัตริย์โรเบิร์ต และยิ่งรู้ว่าวาริสเป็นผู้สร้างเกราะให้มันก็ยิ่งทำให้เขาสงสัย เพราะไม่รู้ว่าทั้งสองใกล้ชิดกันถึงขั้นให้ของล้ำค่าเช่นนี้

แม้การสืบนี้จะไม่ได้ดำเนินการโดยตรงจากจอน แต่กลับทำให้เขาสนใจลินด์และวาริสเพิ่มขึ้นมาก จอนจึงลอบบันทึกชื่อทั้งสองเพิ่มเข้าไปในบัญชี ‘บุคคลต้องสงสัย’ ส่วนตัวที่มีจำนวนยาวขึ้นทุกวัน และยิ่งดูเขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกศัตรูล้อมรอบสร้างภาระหนักอึ้งภายในใจจิต

ซึ่งความอึดอัดนี้ยิ่งทำให้จอนยิ่งกระหายคนที่ไว้ใจได้ จนกระทั่งวันหนึ่งลูกน้องของเขาก็เสนอชื่อหนึ่งขึ้นมา ปีเตอร์ เบลิช แต่จอนก็รีบปัดตกทันที เพราะข่าวลือความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างปีเตอร์กับไลซ่า ภรรยาของเขา ดังนั้นคนแบบนั้นควรถูกกันไม่ให้เข้าใกล้คิงส์แลนดิ้ง อย่างน้อยจนกว่าเขากับไลซ่าจะมีทายาท

. . .

ในขณะเดียวกันลินด์ที่ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกจอนจับตายังคงเดินทางต่อ และแม้เขาจะรู้เขาก็อาจไม่ใส่ใจนัก เพราะตราบใดที่ยังภักดีต่อราชวงศ์บาราเธียน จอนก็ไม่มีเหตุผลจะเล่นงานเขา โดยเฉพาะเมื่อจอนต่อต้านการลอบสังหารทายาททาร์แกเรียนที่เหลือ

นอกจากนี้แม้วาริสจะจัดเตรียมม้าไว้สี่ตัว แต่ก็เป็นม้าที่หามาอย่างเร่งด่วน ทำให้พละกำลัง ความทนทาน และความเร็วสู้ม้าที่ลินด์ใช้ขาไปคิงส์แลนดิ้งไม่ได้เลย หลังผ่านคิงส์วูดแล้วไปตามโรสโรดม้าก็หมดแรงเมื่อถึงถนนทัมเบิลดาวน์ โชคดีที่ลินด์พบกองลาดตระเวนจึงยึดม้าเพิ่มมาอีกสองตัว ทำให้สามารถกลับถึงทัมเบิลตันได้ในคืนที่สี่

เมื่อกลับมาถึงลินด์ก็ไม่รอช้ารีบเรียกคนของตนมาเช็กงานที่มอบหมายไว้ พร้อมบอกเล่าคร่าว ๆ ถึงสาเหตุที่ตนต้องถูกเรียกไปไฮการ์เดน แต่คำพูดของเขากลับถูกกลบด้วยความโดดเด่นของเกราะชุดใหม่ แม้โลกแห่งน้ำแข็งและไฟจะมีชุดเกราะงดงามมากมาย แต่ไม่มีชุดใดเทียบได้กับความละเอียดและสง่างามของชุดเกราะผู้ถูกเนรเทศ สิ่งนี้ทำให้ผู้คนทั้งชื่นชมและอิจฉา โดยเฉพาะไนมีเรียที่ถึงกับบ่นว่าอยากทำชุดเกราะแบบเดียวกันสักชุด

ทำให้ไนมีเรียถามเขาสองเรื่องด้วยความอยากรู้อย่างรวดเร็ว เรื่องแรกคือ เวลาสวมเกราะทำธุระส่วนตัวยังไง สองคือ ร้อนหรือไม่ ซึ่งลินด์ก็ตอบอย่างไม่ปิดบัง ชุดเกราะนี้ดูเหมือนจะเป็นชิ้นเดียว แต่จริง ๆ ประกอบด้วยชิ้นส่วนย่อยกว่า 30 ชิ้น เชื่อมด้วยห่วงและตะขอ ทำให้เคลื่อนไหวได้อิสระ แม้กระทั่งตีลังกากลางอากาศ ส่วนเรื่องการขับถ่ายก็ถอดได้ด้วยตัวเอง เพราะมีตะขอปลดเร็วออกแบบมาให้ใส่หรือถอดคนเดียวได้ง่าย

ส่วนเรื่องความร้อน ลินด์ตอบว่าเขาเองก็ไม่แน่ใจนัก ปกติชุดเกราะจริงจะฝังอักขระมังกรไว้ช่วยปัดเป่าความร้อนและอาการอึดอัด แม้ชุดเกราะชั่วคราวนี้จะไม่มีอักขระ แต่ดาบคู่ผู้ถูกเนรเทศที่เอวกลับมี ทำให้เมื่อสะพายดาบพลังไอเย็นก็จะไหลผ่านร่าง ทำให้ไม่รู้สึกร้อนหรืออึดอัดใด ๆ เลย

ซึ่งแรกเริ่มไนมีเรียมัวแต่จ้องความงามของชุดเกราะไม่ทันสังเกตดาบคู่ จนกระทั่งเห็นด้ามดาบกระดูกมังกรจึงรู้ว่าลินด์เปลี่ยนดาบแล้ว ไนมีเรียเองก็มีเศษกระดูกมังกรชิ้นหนึ่งเช่นกัน ซึ่งว่ากันว่าทำจากซากมังกรที่ตายในยุค ‘ศึกการระบำของมังกร’ สืบทอดมาในตระกูลฟุตลีย์ และตั้งแต่เด็กนางก็เล่นกับมันจนคุ้นเคยกับเนื้อสัมผัส

ทันใดนั้นลินด์ก็หยิบดาบคู่ของอัศวินผู้ถูกเนรเทศออกมาอวดไนมีเรียทันทีเหมือนเด็กอวดของเล่นใหม่ พร้อมกับชักดาบเล่มหนึ่งแล้วยื่นให้นาง แม้อักขระบนดาบจะดูดซับเวทจำนวนมาก แต่ก็ถูกลินด์ปิดผนึกไว้แล้วจึงไม่เป็นอันตรายต่อคนอื่น ทำให้รู้สึกเพียงเย็นจัด ราวกับดาบน้ำแข็ง

“เย็นจัง!” ไนมีเรียอุทานเมื่อสัมผัสด้ามกระดูกมังกร ก่อนที่นางจะรีบปล่อยดาบ และหันมาถามด้วยความตกใจว่า “นี่มันอะไรกัน?”

“ดาบเล่มนี้ถูกลงเวทมนตร์เอาไว้” ลินด์ตอบอย่างตรงไปตรงมา

“เวทมนตร์? เหมือนของวิเศษในตำนานน่ะหรือ?” ไนมีเรียถาม หน้าตาฉายทั้งความตื่นตะลึงและความอยากรู้อยากเห็น

“จะพูดแบบนั้นก็ได้” ลินด์ตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงแฝงความภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด

ไนมีเรียซึ่งถูกความอยากรู้อยากเห็นผลักดันรีบคว้าดาบจากมือของลินด์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางประเมินน้ำหนักผิดใช้แรงมากเกินไปจนเซเล็กน้อย โชคดีที่ตั้งตัวได้ทันก่อนจะล้ม และก้มมองอาวุธในมือด้วยความทึ่ง ก่อนจะลองเหวี่ยงเบา ๆ แล้วเงยหน้ามองลินด์ถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อว่า “นี่เป็นดาบเหล็กวาเลเรียนหรือ?”

“ใช่” ลินด์ยืนยันสายตาฉายแววพึงพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของนาง

สายตาของไนมีเรียเลื่อนไปยังดาบอีกเล่มที่คาดอยู่ข้างเอวลินด์ “แล้วเล่มนั้นล่ะ? เป็นเหล็กวาเลเรียนเหมือนกันหรือ?”

“ใช่” ลินด์พยักหน้า

“เจ้าไปเจอสมบัติที่ซ่อนของวาเลเรียนมาหรือ?” ไนมีเรียถามต่อ สีหน้าฉายชัดว่ากำลังอดกลั้นความอยากรู้อยากเห็นไว้ไม่ไหวแล้ว

“ไม่ใช่” ลินด์ส่ายหน้า “นี่คือเหล็กวาเลเรียนที่ตระกูลทาร์แกเรียนสะสมไว้ตลอดหลายร้อยปี พวกเขาไม่เคยนำมาใช้จริง ๆ ก่อนจะล่มสลาย และตอนนี้มันก็บังเอิญมาตกอยู่ในมือข้า”

ไนมีเรียจ้องดาบด้วยแววตาอิจฉาอย่างปิดไม่มิด สุดท้ายนางก็ถามด้วยความคาดหวัง “แล้ว . . . ยังเหลืออีกหรือไม่?”

“เหลือ” ลินด์ตอบ แต่ก่อนที่ไนมีเรียจะได้ดีใจ เขาก็พูดต่อทันที “แต่ตอนนี้น่าจะถูกส่งข้ามทะเลแคบไปเพนทอสแล้ว”

“ทำไมต้องส่งไปเพนทอส?” ไนมีเรียถามด้วยความงุนงง

“ข้าต้องการตีเป็นชุดเกราะ” ลินด์ตอบอย่างตรงไปตรงมา “มีเพียงช่างตีเหล็กในโคฮอร์ เมืองในกลุ่มของเมืองเสรีเท่านั้นที่สามารถตีเหล็กวาเลเรียนได้”

“เกราะ? เจ้าจะตีชุดเกราะด้วยเหล็กวาเลเรียนทั้งหมดงั้นหรือ?” ไนมีเรียมองเขาเหมือนเห็นคนบ้า

“ใช่” ลินด์ตอบ พลางชี้ไปยังชุดเกราะอัศวินผู้ถูกเนรเทศที่ตนกำลังสวม “ข้าต้องการเกราะแบบเดียวกันนี้ แต่ทำจากเหล็กวาเลเรียนทั้งหมด”

ไนมีเรียทำท่าเหมือนอยากชกหน้าเขา แต่สุดท้ายนางก็อดทนไว้ได้เมื่อนึกถึงพละกำลังของลินด์แล้วค่อย ๆ กัดฟันพูดว่า “วันนี้ข้าไม่อยากคุยกับเจ้าแล้ว!”

แม้จะพูดอย่างนั้น แต่เมื่อถึงวันที่ลินด์ลงเรือพาณิชย์มุ่งหน้าไปไฮการ์เดน ไนมีเรียก็มาส่งถึงท่าเรือ และยังเร่งให้เขากลับมาโดยเร็ว

“ข้าจะเอาของขวัญกลับมาให้” ลินด์พูดพลางจูงม้ากลอรี่ลงไปในห้องเก็บสินค้า จากนั้นจึงหันกลับมามองไนมีเรีย

ไนมีเรียซึ่งคาดเดาได้ว่าลินด์อาจแวะไปก็อดส์เกรซระหว่างทางจึงเข้าใจทันทีว่า ‘ของขวัญ’ ที่เขาหมายถึงคืออะไร ทำให้นางยิ้มบาง ๆ ตอบว่า “ข้าจะรออย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะ”

“ที่นี่ฝากพวกเจ้าแล้ว” ก่อนออกเดินทางลินด์ก็หันไปพูดกับผู้ติดตามอีกเล็กน้อย ซึ่งทุกคนต่างก็พยักหน้ารับคำด้วยความมั่นใจว่าจะดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อยจนกว่าจะถึงวันที่ลินด์กลับมา

มีเพียงจอนที่ต้องเดินทางไปไฮการ์เดนพร้อมกับลินด์ที่ดูจะไม่พอใจนัก และอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมลินด์ถึงเลือกพาเขาไปด้วย และรู้สึกหงุดหงิดที่แม้เขาจะจงรักภักดีและทำงานหนัก ลินด์ก็ยังไม่ไว้ใจเขาจนหมดใจ แต่จอนก็เข้าใจเหตุผลดี หากเขาเป็นลินด์ก็คงทำเช่นเดียวกัน อีกทั้งการกลับไปไฮการ์เดนอาจจะยังดีกว่าการอยู่ทัมเบิลตัน เพราะถ้าอยู่ต่อก็อาจถูกครอบครัวกดดันให้ทำหน้าที่ที่ไม่ต้องการ การติดตามลินด์จึงกลายเป็นข้ออ้างที่เหมาะสม ช่วยให้เขาหลุดจากปัญหาเดิมได้

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 72

คัดลอกลิงก์แล้ว