เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 70

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 70

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 70


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 70 จดหมายสองฉบับ

“จดหมายตอบกลับจากไฮการ์เดนมาถึงแล้ว” ไนมีเรียกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขณะเดินเข้ามาในห้องก่อนจะยื่นจดหมายให้ลินด์

หกวันผ่านไปนับตั้งแต่ส่งจดหมายแจ้งการค้นพบเหมืองเงิน โดยส่งทางเรือไปยังไฮการ์เดน จากนั้นอีกาตัวเดิมก็บินไปบิทเทอร์บริดจ์ ก่อนจะมีคนขี่ม้าส่งต่อมาถึงมือ และในที่สุดจดหมายตอบที่รอคอยก็มาถึง ซึ่งไนมีเรียไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน และยื่นจดหมายให้ลินด์โดยตรง

ลินด์รับจดหมายมา และตรวจดูตราแวกซ์ที่ยังไม่ถูกแกะ ก่อนจะค่อย ๆ เปิดอ่าน แต่เมื่อสายตาไล่ไปตามตัวอักษร คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

“อะไร? ไฮการ์เดนไม่อนุญาตให้เราผลิตเหรียญเงินหรือ?” ไนมีเรียถามด้วยน้ำเสียงสงสัย เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าเปลี่ยนไปของเขา

ลินด์ไม่ตอบ แต่ยื่นจดหมายให้ไนมีเรียอ่านเอง นางรับมาไล่สายตาไปตามข้อความสั้น ๆ เพียงสามบรรทัดที่ว่าด้วยเรื่องสามประเด็นแยกกัน

บรรทัดแรกระบุว่า ลอร์ดแห่งไฮการ์เดนยินยอมมอบสิทธิ์ผลิตเหรียญเงินให้ทัมเบิลตัน แต่ขอรายละเอียดปริมาณของเหมืองเงินเพิ่มเติม พร้อมทั้งแจ้งว่าทางไฮการ์เดนได้ติดต่อซิทาเดล ขอให้ส่งเมสเตอร์มาช่วยไนมีเรียดูแลการทำเหมืองและการผลิตเหรียญ เห็นได้ชัดว่าไฮการ์เดนต้องการส่วนแบ่งจากผลประโยชน์ของเหมือง ถึงจะไม่ได้ควบคุมเหมืองโดยตรง แต่ก็จะได้เข้ามามีบทบาทในการผลิตเหรียญ ซึ่งเกี่ยวพันกับผลประโยชน์โดยตรง อีกทั้งยังจะใช้โอกาสนี้ประกาศให้ทั้งเจ็ดอาณาจักรและราชสำนักเหล็กรู้เรื่องเหมืองนี้เพื่อกดดันการเมืองจากเวสเทอร์แลนด์

บรรทัดที่สอง ย้ำความสำคัญของการขนส่งทางแม่น้ำแมนเดอร์ และแนะนำให้ไนมีเรียเพิ่มจำนวนเรือ แม้ว่าถนนโรสโรดจะกลับมาเปิดใช้งานได้แล้ว มีหน่วยม้าตระเวนคอยคุ้มกัน แต่ก็ยังถูกซุ่มโจมตีได้ง่าย และใช้เวลาเดินทางนานกว่าทางน้ำมาก ไฮการ์เดนยังเสนอจะให้ทุนสร้างเรือและท่าเรือ เพื่อขยายเส้นทางการค้า แต่ทั้งลินด์และไนมีเรียไม่คิดจะรับ เพราะความมั่งคั่งของทัมเบิลตันขึ้นอยู่กับแม่น้ำ พวกเขาไม่อาจยอมให้คนนอกเข้ามาแทรกแซงได้

บรรทัดสุดท้าย เป็นเรื่องของลินด์โดยตรง สั่งให้เขาจัดการธุระที่ทัมเบิลตันให้เรียบร้อย แล้วกลับไปไฮการ์เดนก่อนสิ้นเดือน เหตุผลนี้เองที่ทำให้สีหน้าลินด์เปลี่ยนไป

“ไม่! เจ้าจะไปตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!” ไนมีเรียประกาศพลางฉีกจดหมายอย่างหัวเสีย “ทำเป็นว่าเราไม่เคยได้รับมันก็สิ้นเรื่อง!”

ลินด์หัวเราะกับปฏิกิริยาหุนหันนั้น “จดหมายฉบับนี้ไม่ได้ส่งมาทางอีกา แต่ส่งมาพร้อมคนส่งข่าว การฉีกไม่ได้ช่วยอะไร”

“งั้นก็จัดการคนส่งข่าวซะ!” ไนมีเรียพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ลินด์ส่ายหน้า “ไม่ใช่เรื่องของคนส่งข่าว ต่อให้เจ้าจัดการเขา ไฮการ์เดนก็จะส่งคนมาอีก เจ้าจะฆ่าพวกเขาทุกคนหรือ? แบบนั้นยิ่งสร้างความสงสัยมากขึ้น”

ไนมีเรียเงียบไป สีหน้ามืดครึ้มเหมือนกำลังครุ่นคิดหนัก สักพักนางก็สูดลมหายใจลึก ๆ ราวกับตัดสินใจครั้งใหญ่ ก่อนจะหันมามองลินด์

“งั้น . . . เรามาหมั้นกันเถอะ” ไนมีเรียประกาศเสียงดังลั่น “เจ้า ลินด์ ทาร์รัน จะเป็นคู่หมั้นของข้า!”

ทันใดนั้นห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิท สาวใช้สองคนของไนมีเรีย เบิร์ต เมสเตอร์อีฟส์ ที่รอรายงานเรื่องซ่อมสะพาน และแม้แต่ทหารยามหน้าประตู ต่างจ้องนางตาค้างสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง ใบหน้าไนมีเรียเองก็แดงจัดจนเห็นได้ชัดว่านางทั้งอายและหงุดหงิด

ลินด์เองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินถ้อยคำเช่นนี้ จนถึงกับนิ่งไปชั่วครู่

ในตอนแรกลินด์มองไนมีเรียเป็นเพียงพันธมิตร ผู้ร่วมมือในการสะสมทุนเริ่มต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนางก็เริ่มพัฒนา เขาเริ่มรู้สึกเอ็นดูความตรงไปตรงมาของนางจริง ๆ แต่การแต่งงานกับไนมีเรีย การเป็นสามีของลอร์ดแห่งทัมเบิลตัน หรือแม้แต่การขึ้นเป็นลอร์ดทัมเบิลตันนั้น ไม่เคยอยู่ในแผนจริงจังของเขาเลย แถมตัวเลือกนี้ก็อยู่ท้ายสุดในลิสต์ของเขาที่จะนำมาใช้ก็ต่อเมื่อทุกแผนล้มเหลวทั้งหมด

เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากความมั่นใจในความสามารถของตัวเอง อีกส่วนหนึ่งคือมุมมองที่ว่าทัมเบิลตันเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอยู่แบบสงบ ไม่เหมาะสำหรับการขยายอำนาจ อีกทั้งทำเลก็จำกัดโดยธรรมชาติ ที่สำคัญเหล่าลอร์ดรอบข้างจะไม่มีวันยอมให้ผู้ปกครองที่แข็งแกร่งขึ้นมาครองทัมเบิลตันได้

ไนมีเรีย ในฐานะสตรี สามารถพัฒนาทัมเบิลตันให้รุ่งเรืองและเข้มแข็งได้ แต่ลอร์ดรอบข้างที่มีอคติต่อสตรีจะไม่มองว่านางเป็นภัยคุกคาม ต่างจากลินด์ ถ้าเขากุมทัมเบิลตันได้ เหล่าลอร์ดย่อมหวาดกลัว และอาจพยายามโค่นเขาในทันที

เมื่อเห็นว่าลินด์ไม่ตอบสนองทันที บรรยากาศที่อึดอัดจากสายตาของทุกคนยิ่งทำให้ไนมีเรียอับอายหนักขึ้น ใบหน้าที่แดงจัดก็ยิ่งทวีความเข้ม ราวกับอยากจะหายลงไปใต้ดิน แต่ก่อนที่นางจะก้มหน้าหนีด้วยความอับอาย ลินด์ก็ลุกขึ้นจับมือนางเบา ๆ แล้วโบกมือให้ทุกคนออกไปจากห้อง

“วันนี้เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจจริง ๆ” ลินด์กล่าวพลางผายมือให้นางนั่งลง จากนั้นก็สบตานางตรง ๆ “ข้าชื่นชมเจ้า และถ้าต้องเลือกภรรยาในตอนนี้ เจ้าจะเป็นตัวเลือกของข้าแน่นอน”

เมื่อได้ยินไนมีเรียก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่นางก็สัมผัสได้ว่าประโยคยังไม่จบ และส่วนที่เหลือคงไม่ใช่สิ่งที่นางอยากฟัง

“แต่ข้าไม่สามารถแต่งงานกับเจ้าได้” ลินด์กล่าวต่อ อย่างที่ไนมีเรียคาดไว้

“เหตุผลล่ะ!” ไนมีเรียถามด้วยเสียงเรียบนิ่ง แต่หนักแน่นโดยไม่มีความโกรธ แค่ต้องการคำตอบเท่านั้น

ลินด์เองก็ไม่หลบสายตา เขาเปิดเผยส่วนหนึ่งของแผนและความทะเยอทะยาน อธิบายข้อเสียหากพวกเขาแต่งงานกัน โดยอธิบายอย่างรอบคอบ ชัดเจน และตรงไปตรงมา

เมื่อฟังจบสีหน้าอับอายของไนมีเรียก็ค่อย ๆ หายไป เปลี่ยนเป็นความสงบนิ่งไตร่ตรองคำพูดของลินด์ แม้ในใจจะเสียดาย แต่ก็ยอมรับว่าข้อเสนอของตนช่างหุนหันนัก หลังจากคิดทบทวนนางก็ยอมรับในใจว่านางมีความรู้สึกที่ดีต่อเขา อาจจะเกือบถึงขั้นรัก แต่ก็เร็วเกินไปที่จะคิดถึงการแต่งงาน

“ข้าจะลืมสิ่งที่พูดเมื่อครู่ และเจ้าก็ต้องลืมด้วย” ไนมีเรียกล่าวพลางสูดลมหายใจลึก ๆ พยายามสงบใจให้ดูมั่นคง

“ได้สิ” ลินด์พยักหน้ารับ

“แล้วต่อไปจะทำอย่างไร? เจ้าถูกเรียกกลับไฮการ์เดน จะทิ้งที่นี่ไว้กับข้าเพียงลำพังหรือ?” ไนมีเรียพูดเสียงแผ่ว

“ข้าว่าเราอาจเข้าใจผิดกัน” ลินด์ตอบขณะเก็บเศษจดหมายบนพื้นต่อชิ้นส่วนสุดท้ายขึ้นมาอ่าน พลางกล่าวต่อ “ดูเหมือนทางไฮการ์เดนจะเรียกตัวข้าคนเดียว กองลาดตระเวนม้าจะยังคงอยู่ที่นี่ ทำภารกิจปราบโจรต่อไป”

“หรือเจ้าคิดว่าพวกเขาจะส่งคนอื่นมาแย่งผลงานของเจ้า?” ไนมีเรียพยายามคาดเดา

“เป็นไปได้ แต่ข้าว่าความเป็นไปได้น้อย” ลินด์ส่ายหน้าอธิบาย “เจ้าคือเลดี้แห่งทัมเบิลตัน กองลาดตระเวนม้าจะปฏิบัติภายใต้คำอนุญาตของเจ้า เหล่าผู้ทรงอิทธิพลในไฮการ์เดนอาจเจ้าเล่ห์มาก แต่ก็ไม่โง่พอจะคิดว่าการส่งคนเพียงคนเดียวจะเข้ายึดครองที่นี่ได้ และตระกูลไทเรลล์จะไม่มีวันปล่อยให้เสียหน้าขนาดนั้น”

ลินด์หยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ “แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ควรประมาท ข้าจะมอบหน่วยนักรบจากเผ่ากรวดไว้กับเจ้า ส่วนข้าจะพาจอนกลับไปด้วย เบิร์ตจะถูกปลดจากตำแหน่งเสมียน แล้วย้ายมาเป็นข้าราชการย่อยในเขตของเจ้า ส่วนกองทหารรับจ้างข้าจะบอกให้มิทท์มอบบางส่วนให้เข้าร่วมกับกองกำลังของเจ้า ทำหน้าที่เป็นหน่วยลาดตระเวน ส่วนกองลาดตระเวนม้าที่ไฮการ์เดนส่งมาจะอยู่ในค่ายทหาร ภายใต้การควบคุมของไบรน์”

ไนมีเรียพยักหน้าเล้กน้อย “เข้าใจแล้ว ถ้าพวกเขาส่งคนมาแทนเจ้า ข้าจะทำให้คนคนนั้นหายไปเสีย ที่นี่โจรชุมอยู่แล้ว เหตุอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกวัน”

ลินด์ไม่ขัด เพราะหากไฮการ์เดนคิดจะโค่นเขาจริง การจัดการอย่างเด็ดขาดก็เป็นทางออกเดียว โดยก่อนที่เขาจะจากไป ไนมีเรียก็เน้นย้ำต่อทุกคนในห้องด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าที่เคยว่าการรักษาความลับเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง และผลลัพธ์จะเลวร้ายหากใครเผยความลับออกไป ทำให้ไม่มีใครในห้องกล้าสงสัยความจริงจังของนาง ทุกคนจึงพร้อมใจกันลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ในจดหมายระบุว่าลินด์ต้องกลับไปภายในสิ้นเดือน และยังเหลือเวลาอีกกว่าสิบวัน ซึ่งการเดินทางตามแม่น้ำแมนเดอร์ไปไฮการ์เดนจะใช้เวลาเพียงสี่ถึงห้าวัน ลินด์จึงมีเวลาเตรียมการอย่างเต็มที่

เขาเรียกหัวหน้าหน่วยและทหารเกือบทั้งหมดมามอบหมายรายละเอียดทุกอย่างรอบคอบ เพราะแม้จดหมายจะไม่ได้บอกเหตุผลที่เรียกตัวกลับ แต่เขาสงสัยว่าอาจต้องอยู่ไฮการ์เดนนานกว่าที่คิดจึงตั้งใจจัดการทุกเรื่องให้เรียบร้อย

ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน ลินด์ใช้เวลาทั้งวันวางโครงงาน และตั้งใจจะใช้เวลาอีกสองสามวันปราบโจรแถบใกล้เคียงเพื่อลดภาระไนมีเรียหลังเขาไป แต่แผนที่วางไว้อย่างดีก็ต้องสะดุด เมื่อจู่ ๆ จดหมายฉบับหนึ่งจากคิงส์แลนดิ้งมาถึง ทำให้เวลาที่ดูเหมือนจะเพียงพอ กลับกลายเป็นคับขันในทันที

จดหมายฉบับนั้นถูกส่งมาพร้อมกับคนของ วาริส โดยภายในมีเพียงข้อความสั้น ๆ ว่าขอให้ลินด์เดินทางไปคิงส์แลนดิ้ง โดยไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมใด ๆ อย่างไรก็ตามลินด์พอเดาได้ทันทีว่าคงเกี่ยวข้องกับอาวุธและชุดเกราะที่สร้างจากเหล็กวาเลเรียน

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหกเดือนแล้ว นับตั้งแต่เขาคุยเรื่องเหล็กวาเลเรียนกับวาริสเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาอีก ลินด์จึงสันนิษฐานว่าวาริสอาจประสบปัญหาในการหลอมเหล็กวาเลเรียนใหม่ หรือไม่ก็มัววุ่นอยู่กับเรื่องอื่น เขาเลยไม่คิดจะซักถามเพิ่มเติม แต่เมื่อได้รับจดหมายกะทันหันเช่นนี้ เขาก็พอคาดเดาได้ว่ามีสองความเป็นไปได้ ไม่การหลอมล้มเหลว ก็สำเร็จแล้ว

ซึ่งการเดินทางไปกลับคิงส์แลนดิ้งต้องใช้เวลาหลายวัน แม้จะเร่งเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืนก็ตาม เมื่อตระหนักถึงความเร่งด่วนลินด์จึงไม่เสียเวลา หลังจากสั่งงานและแจ้งสถานการณ์ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาและไนมีเรียทราบ เขาก็ออกเดินทางทันที พร้อมม้าสามตัว

กลอรี่เองก็ต้องการตามไปด้วย แต่ลินด์ห้ามไว้ เขาสั่งให้กลอรี่ลาดตระเวนดูแลเผ่าคนเถื่อนแถวทัมเบิลตัน ข่มขู่ และป้องกันความวุ่นวายในช่วงที่เขาไม่อยู่

ซึ่งการเดินทางก็เป็นไปอย่างทรหดดังที่ลินด์คาดไว้ เขานำม้าสามตัวผลัดเปลี่ยนขี่ แต่ไม่มีการเปลี่ยนคน ขับเคี่ยวทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หยุดพัก แม้ว่าถนนจากทัมเบิลตันไปโรสโรดจะซ่อมเสร็จแล้ว ทำให้ไม่ต้องลัดเลาะเส้นทางเขาลำบาก ๆ อีกต่อไป แต่การเดินทางก็ยังใช้เวลาเกือบสามวัน และกว่าที่ลินด์จะถึงคิงส์แลนดิ้ง ม้าสองตัวก็ล้มลงด้วยความอ่อนล้า ส่วนตัวสุดท้ายก็ใกล้จะหมดแรงเต็มที

เมื่อมาถึงลินด์ก็ไม่มีแม้แต่เวลาจะคิดถึงการเดินทางกลับ นกน้อยของวาริสก็มารอรับที่ประตูเมือง และพาเขาไปยังวิลล่าลับหลังตรอกเงามืดทันที

ตรอกเงามืดนั้นตั้งอยู่ใกล้เรดคีปล้อมรอบด้วยบ้านพักของขุนนางชั้นสูงบนเนินเขาสูงของเอกอน โดยเด็กชายจากย่านฟลีบ็อทท่อม กับชายลึกลับสวมผ้าคลุมและอาวุธเช่นลินด์ดูสะดุดตาและไม่เข้าพวกในย่านนี้เลยสักนิด ทำให้ลินด์จึงนึกสงสัยว่าเหตุใดวาริสถึงเลือกสถานที่เช่นนี้สำหรับการพบกัน?

เมื่อเข้าไปในวิลล่า ลินด์ก็ไม่พบวาริสรออยู่ เห็นได้ชัดว่าวาริสยังติดธุระอยู่ในเรดคีป จนกระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมงกว่าวาริสก็รีบเดินเข้ามา และเมื่อพบลินด์เขาก็รีบโค้งคำนับกล่าวว่า “ลอร์ดลินด์ ไม่พบกันเกือบครึ่งปีแล้ว . . .”

“ลอร์ดวาริส หลังจากข้าได้รับจดหมายข้าก็ออกเดินทางจากทัมเบิลตันทันที เดินทางทั้งกลางวันกลางคืนสามวันเต็มจนม้าศึกชั้นดีจากเดอะรีชหมดแรงไปถึงสองตัว และตัวสุดท้ายก็ใกล้สิ้นแล้ว เพื่อมาพบท่านที่นี่ เพราะฉะนั้นอย่าเสียเวลาอ้อมค้อม บอกมาตรง ๆ เลยว่าเรียกข้ามาทำไม?” ลินด์ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เจ้าไม่ต้องกังวล ตามข้ามา” วาริสตอบเรียบ ๆ แล้วนำลินด์ไปยังห้องเล็ก ก่อนที่เขาจะเปิดตู้หนึ่งออกเผยให้เห็นประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง จากนั้นผลักประตูนั้น แล้วพาลงบันไดสู่ชั้นใต้ดิน ซึ่งใต้ดินไม่ได้กว้างใหญ่ดูคล้ายห้องเก็บเสบียง มีของกองระเกะระกะอยู่รอบ ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนไม่มีใครเข้ามาใช้นานแล้ว

วาริสเดินไปมุมหนึ่งเลื่อนของที่กองทับซ้อนกันออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ มันคือศพ ศพที่ถูกแช่แข็ง! และจากเครื่องแต่งกายดูเหมือนจะเป็นคนรับใช้ แน่นอนว่าถ้าหากเป็นที่อื่นที่มีอุปกรณ์ทำความเย็น อาจไม่ใช่เรื่องน่าตกใจนัก แต่ที่นี่คือคิงส์แลนดิ้ง แม้ฝนฤดูใบไม้ร่วงจะหยุดตก และฤดูหนาวใกล้มาเยือน เมืองก็ยังร้อนอบอ้าวไม่มีหิมะหรือเกล็ดน้ำแข็งแม้แต่น้อย ทว่าตรงหน้าลินด์กลับเป็นศพแช่แข็ง ไม่ปรากฏร่องรอยการละลายนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ซึ่งภาพนี้ทำเอาลินด์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 70

คัดลอกลิงก์แล้ว