เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 68

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 68

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 68


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 68 มั่นใจและไม่ยอมโอนอ่อน

การเคลื่อนไหวของคาฟหัวหน้าเผ่ากรวดดึงดูดความสนใจของลินด์ทันที แม้จะมีเสียงเอะอะรอบข้าง แต่ลินด์ยังจับใจความคำสั่งที่คาฟกระซิบสั่งผู้ติดตามได้ และคาดเดาได้ทันทีว่าเวนดาน่าจะถูกจับขังอยู่

เมื่อรู้เช่นนี้ลินด์ก็ตัดสินใจไม่รอให้พิธีบูชาจบอีกต่อไป เพราะเขารู้ดีว่าพิธีแบบนี้อาจกินเวลานานกว่าชั่วโมง เขาจึงส่งคำสั่งให้กลอรี่ทันที ทำให้กลอรี่ลุกขึ้นจากท่าหมอบคำรามใส่หมอผีที่กำลังประกอบพิธี ก่อนจะหันมาทางลินด์ และก้มศีรษะลงในท่าทางยอมจำนน

ภาพนั้นทำเอาหมอผีและคนอื่น ๆ ชะงักตะลึงทันที ผู้ศรัทธาเทพเจ้าเก่าเองก็พากันงุนงง เพราะก่อนหน้านี้ใครก็ตามที่เข้าใกล้กลอรี่จะถูกขู่หรือทำร้าย แต่ตอนนี้เทพที่พวกเขายกย่องกลับแสดงความสนิทสนมกับอัศวินจากภูเขาอย่างไม่น่าเชื่อ

“ไนมีเรีย เริ่มได้แล้ว” ลินด์พูดด้วยน้ำเสียงสงบ

ไนมีเรียขยับม้าไปข้างหน้าไม่กี่ก้าวเป็นผู้นำ ขณะที่องครักษ์สองคนตามประกบข้าง กล่าวกับชาวเผ่ากรวดว่า “ชาวเผ่ากรวดทั้งหลาย ตรงหน้าพวกเจ้าคือ เลดี้ไนมีเรีย แห่งตระกูลฟุตลีย์ เจ้าแห่งทัมเบิลตัน และผู้ครอบครองที่ดินแห่งนี้โดยชอบธรรม หัวหน้าเผ่าและหมอผีอยู่ที่ไหน ออกมาเผชิญหน้ากับผู้เป็นนายของเจ้าเดี๋ยวนี้!”

เมื่อสิ้นคำประกาศ เหล่าทหารยามของลินด์ก็กระจายตัวตามคำสั่งชักธนูสั้นออกมาประจำตำแหน่ง ส่วนองครักษ์ของไนมีเรียก็ล้อมนางและลินด์ไว้เป็นวงป้องกันการโจมตีฉับพลัน

“พวกเผ่ากรวดพวกเราเป็นคนเถื่อน ไม่มีนายเหนือหัว!” คาฟตะโกนพลางเดินนำชายฉกรรจ์ออกมาเผชิญหน้า เขามองไนมีเรียแวบหนึ่ง ก่อนหันไปทางลินด์แล้วพูดว่า “ข้ารู้จักเจ้า นักล่าหมี ลินด์! เล่าลือกันว่าเจ้าเป็นยอดนักดาบแห่งเจ็ดอาณาจักร!”

ลินด์ไม่เสียเวลาเล่นคำ และพูดตรง ๆ ทันที “เวนดา ไวท์ฟอน อยู่ไหน?”

คาฟหน้ากระตุก ราวกับลังเลจะตอบ แต่ยังไม่ทันพูดชายคนหนึ่งด้านหลังก็ตะโกนว่า “นังงูพิษนั่นมันตายแล้ว! พวกข้าฆ่าแล้วกินมันไปแล้ว เนื้อยังอยู่ในหม้อ เจ้าอยากลองชิมไหม ไอ้พวกคนภูเขา?!”

ลินด์ซึ่งเดาเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ไนมีเรียกลับระงับโทสะไม่อยู่ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันนางสนิทกับเวนดา ราวกับพี่น้อง ทำให้เมื่อได้ยินดังนั้นความโกรธก็พุ่งพล่านทันที นางดึงขวานยักษ์จากข้างอานทันที แล้วเหวี่ยงไปทางชายคนนั้น

ขวานหมุนด้วยความเร็วสูงผ่าร่างชายคนนั้นตั้งแต่ไหล่ลงมาถึงอก ร่างถูกแรงกระแทกจนลอยกระเด็นชนคนอื่นล้มระเนระนาด ก่อนที่ไนมีเรียจะกระตุกม้าพุ่งไปถึงศพอย่างรวดเร็ว และชักขวานกลับมายืนขู่

นักรบรอบข้างตกใจจนเผลอพุ่งเข้ามาโจมตี แต่ไนมีเรียก็ฟาดขวานกลับใส่ทันที ในเวลาไม่กี่อึดใจนางก็ฆ่านักรบไปสามคน และเมื่ออีกคนวิ่งเข้ามา นางก็จับคอแล้วบิดหักเสียงดังกร๊อบ ก่อนจะโยนร่างทิ้งกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ

ทันใดนั้นทุกคนรอบ ๆ ต่างก็แข็งค้างเงียบกริบ และบางคนที่เงื้ออาวุธค้างอยู่ก็ค่อย ๆ ลดมือลง พร้อมกับความหวาดกลัวปกคลุมทั่วฝูงชน

ไนมีเรียโยนศพทิ้ง เดินกลับไปหาลินด์ “ดูเหมือนข้าจะใจร้อนไปหน่อย ข้าคิดว่าเวนดายังไม่ตาย ใช่หรือไม่?”

“ใช่ ข้าก็คิดว่าไม่ตาย” ลินด์ตอบเรียบ ๆ “เวนดาตัวใหญ่จะชำแหละทำกับข้าว และกินหมดในสิบนาทีไม่ได้หรอก”

ไนมีเรียเช็ดเลือดออกจากหน้า และไหล่ยักนิดหน่อยไม่พูดต่อ

ลินด์หันไปมองคาฟที่ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยโทสะ และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า “นี่คือตัวอย่างของการพูดผิดคำเดียว จงเลือกคำพูดให้ดี ไม่งั้นสิ่งที่จะเจอคือความตาย”

“เจ้ากำลังขู่ข้าหรือ นักล่าหมี?!” คาฟคำรามด้วยสายตาจ้องเขม็ง จากนั้นหันไปตะโกนถามคนในเผ่า “ชาวเผ่ากรวด พวกเจ้าเกรงกลัวคำขู่หรือไม่! ตอบข้า!”

แน่นอนว่าตามปกติเผ่ากรวดควรจะตะโกนโต้ตอบ และฮึกเหิมขึ้นหลังจากเห็นการต่อสู้ของไนมีเรีย แต่ทันทีที่คาฟตะโกนจบ กลอรี่ก็คำรามเสียงกึกก้องจนสัตว์รอบ ๆ แตกตื่นหนีทันที ทำให้เสียงโห่ฮึกเหิมของเผ่ากรวดถูกกลืนหายไปหมดเหลือเพียงความเงียบงัน ทำให้คาฟยืนโง่เหมือนตัวตลก กล้าตะโกนท้าแต่ไม่มีใครสนอง

“หัวหน้าเผ่ากรวด ข้าไม่ได้ขู่ แต่ข้ากำลังบอกความจริง” ลินด์พูดเสียงเย็น ขยับม้าเข้ามาจนประจันหน้า และหันไปพูดกับคนในเผ่าที่กำลังแข็งค้าง “จุดประสงค์ที่ข้ามากับเลดี้ไนมีเรียวันนี้ คือจะให้เผ่ากรวดทั้งหมด สวามิภักดิ์ต่อทัมเบิลตัน”

“พวกเราไม่ต้องการนาย! เราอยู่ได้ด้วยตัวเอง!” มีเสียงตะโกนขึ้นจากฝูงชน

สีหน้าลินด์ยังคงเย็นชา “ข้าไม่สนว่าเจ้าคิดว่าต้องการหรือไม่ต้องการ ข้ากำลังบอกสิ่งที่จะเกิดขึ้น และพวกเจ้ามีโอกาสแค่ครั้งเดียว ถ้าปฏิเสธ ครั้งหน้าที่ข้ามา ข้าจะมาพร้อมความตาย”

“เผ่าของข้ามีนักรบพันคน! พวกข้าฆ่าเจ้าได้เดี๋ยวนี้!” คาฟเริ่มตั้งสติได้ และตะโกนกลับ

“ใช่! พวกเรามีนักรบพันคน! ไม่กลัวพวกคนภูเขา!” อีกเสียงเสริม พร้อมกับเสียงเชียร์เริ่มกลับมา

“พันคนงั้นหรือ?” ลินด์แสยะยิ้มเย้ยหยัน และกระโดดลงจากหลังม้าก้าวไปยืนตรงหน้าคาฟ “ข้าจะยืนที่นี่คนเดียวให้พวกเจ้าส่งนักรบพันคนมาต่อสู้พร้อมกัน ถ้าพวกเจ้าฆ่าข้าได้ เลดี้ไนมีเรียจะยอมรับดินแดนนี้เป็นของพวกเจ้า และจะไม่ขับไล่พวกเจ้าอีก แต่ถ้าข้าฆ่านักรบพันคนของพวกเจ้าจนหมด . . .”

ลินด์กวาดตามองฝูงชนด้วยสายตาเย็นยะเยือก “เจ้าก็ไม่มีตัวเลือกอื่นอีกแล้ว จะรับเดิมพันนี้ไหม? พวกเจ้ามีความได้เปรียบทุกอย่าง คงไม่กลัวข้าเพียงคนเดียวหรอกจริงหรือไม่?”

ทั้งเผ่าเงียบกริบ แม้แต่คนที่ตะโกนเมื่อครู่ก็ไม่กล้าส่งเสียงอีก

คาฟจ้องลินด์ด้วยสายตาไหววูบ เขารู้จักชื่อเสียงของลินด์ดี และเคยได้ยินเรื่องตอนที่ลินด์ฆ่านักสู้เกือบร้อยคนในการประลองที่คิงส์แลนดิ้งซึ่งพวกนั้นไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นนักรบฝีมือฉกาจ ทำให้คาฟรู้ทันทีว่าแม้จะเอานักรบพันคนลงพร้อมกันก็ไม่มีใครรับประกันว่าจะรอด

เมื่อบรรยากาศเงียบลง หมอผีที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยขึ้นว่า “การสวามิภักดิ์ต่อทัมเบิลตัน จะได้ประโยชน์อะไร?”

“หมอผี! เจ้ามันคนทรยศ . . .” คาฟพยายามตะโกนด่าหมอผี

แต่หมอผีไม่สะทกสะท้าน พลางเอ่ยตัดบทเสียงเรียบ “เจ้าหนีเงามรณะพ้นหรือไม่?”

คาฟชะงักคำพูดติดอยู่ในลำคอ ก่อนที่สายตาเขาจะเต็มไปด้วยการสั่นไหวเมื่อมองไปที่กลอรี่ที่ยืนไม่ห่าง เขาอยากตะโกนว่าหนีพ้นได้ แต่ในใจกลับรู้ดีว่าหากกลอรี่หมายจะฆ่ามันก็ไม่มีที่หลบ หรือไม่มีใครช่วยเขาได้ เพราะเขาเคยเห็นตัวอย่างมาแล้ว มีหัวหน้าครอบครัวคนหนึ่งเคยพยายามหนี แต่จบด้วยการถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

หมอผีหันไปถามฝูงชน “พวกเจ้าเล่า หนีเงามรณะพ้นหรือ?”

ความเงียบหนักอึ้งแผ่ไปทั่ว ผู้คนที่เคยเชียร์ถูกความหวาดกลัวปกคลุมจนไร้เสียง

หมอผีหันกลับมามองคาฟ และพูดอย่างเนิบช้า “ในเมื่อเจ้าหนีไม่ได้ จะดื้อดึงต่อไปทำไม? หรือเจ้าจะรอให้เผ่ากลายเป็นกองกระดูกก่อนถึงจะยอมปล่อยอำนาจ?”

คำพูดนั้นทำให้คาฟชะงัก พลางจ้องมองไปที่ดวงตาของหมอผีที่จ้องมองทะลุเข้าไปในจิตใจของเขา และถามเสียงสั่นว่า “เจ้ามองเห็นอะไร?”

หมอผีไม่ตอบตรง ๆ เพียงแต่จ้องไปยังลินด์กับกลอรี่ที่กลับมายืนข้างกัน

ทันใดนั้นเวนดาก็เดินออกมาจากฝูงชน โดยร่างกายปลอดภัยไร้บาดแผล แถมยังดูสง่างามแม้จะเคยถูกจับตัว เห็นได้ชัดเจนว่านางยังมีอิทธิพลต่อคนในเผ่าจนไม่มีใครกล้าแตะต้อง

“ไนมีเรีย ลินด์ ข้าทำให้พวกเจ้าเป็นห่วงแล้ว” เวนดาก้มคำนับไนมีเรียและลินด์

“เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว” ลินด์ที่รู้อยู่แล้ว เพียงพยักหน้าเล็กน้อย ในขณะที่ไนมีเรียยิ้มให้เล็กน้อย แม้ร่างจะเปื้อนเลือดจะทำให้ดูน่ากลัวก็ตาม

หลังจากนั้นเวนดาก็หันไปหาคาฟ “เรื่องนี้ไม่ควรตัดสินกันตรงนี้ ย้ายไปที่ ‘ห้องหิน’ เรียกหัวหน้าทุกตระกูลมาเข้าร่วม คำตัดสินนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินคนเดียว คาฟ”

คาฟอ้าปากเหมือนจะเถียง แต่พูดไม่ออก สุดท้ายทำได้เพียงจ้องเวนดาอย่างแค้นเคือง แล้วเดินหนีไปตามทางในเผ่า

หมอผีเองก็ไม่ได้พูดเรื่องการสวามิภักดิ์อีก เพียงก้มหัวเคารพลินด์และไนมีเรีย แล้วเดินไปโค้งคำนับกลอรี่อย่างลึก ราวกับสักการะเทพจริง ๆ จากนั้นจึงพากลับเข้าหมู่บ้านไป ส่วนสมาชิกเผ่าบางส่วนก็ออกมาเก็บศพนักรบที่ถูกไนมีเรียฆ่า ระหว่างทำพวกเขาก็ชำเลืองมองนางเป็นระยะ แต่ในแววตาไม่ใช่ความเกลียด มีเพียงความเกรงขาม

แม้ทุกอย่างจะถูกกลบด้วยรัศมีของกลอรี่ แต่การแสดงพลังของไนมีเรียก็ฝังลึกในใจทุกคนเช่นกัน พวกเขาเห็นกับตาว่านางฆ่านักรบหลายคนในพริบตา ทำให้คนในเผ่าที่เคารพความแข็งแกร่งมีบางคนเริ่มรู้สึกเคารพไนมีเรีย และบางคนก็คิดในใจว่า การรับใช้สตรีผู้แกร่งเช่นนี้ก็อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนัก

เวนดาเมื่อรู้ว่าความเลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วก็ถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความโล่งอก และหันไปทางลินด์พร้อมเอ่ยว่า “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะปราบเผ่ากรวดได้ด้วยวิธีที่เด็ดขาดและตรงไปตรงมาขนาดนี้”

“นี่คือเผ่าคนเถื่อน” ลินด์ตอบเสียงเรียบ

เวนดาจับน้ำเสียงในคำพูดนั้นได้จึงหันไปมองเขาอย่างตำหนิ ก่อนจะหันไปพูดกับไนมีเรียว่า “ไนมีเรีย เจ้ารอข้าอยู่ข้างนอกก่อนแล้ว ข้ากับลินด์จะเข้าไป . . .”

“ไม่ ข้าต้องเข้าไปด้วย พวกเขากำลังจะกลายเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของทัมเบิลตัน ข้าต้องมีส่วนร่วมด้วยตนเอง” ไนมีเรียขัดขึ้นทันควันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ลินด์ไม่พูดอะไรเพียงฟังเงียบ ๆ และเห็นด้วยกับการตัดสินใจของไนมีเรีย เขาไม่คิดว่าจะมีอันตรายใด ๆ ภายในเผ่า และแม้จะเกิดขึ้นจริงการแสดงฝีมือก่อนหน้านี้ของไนมีเรียก็พิสูจน์แล้วว่านางสามารถดูแลตัวเองได้หากเกิดการต่อสู้ ดังนั้นลินด์จึงไม่รู้สึกเป็นห่วงนัก พร้อมปล่อยให้นางทำตามใจ

โดยก่อนจะเข้าไปลินด์ได้สั่งให้หน่วยทหารยามรออยู่ด้านนอก พร้อมกำชับไม่ให้ประมาท แม้เขาจะมั่นใจว่าการปราบเผ่ากรวดเกือบเสร็จสิ้นแล้ว แต่ก็รู้ดีว่าทุกอย่างยังไม่จบจนกว่าจะถึงที่สุด

ส่วนไนมีเรียแรกเริ่มนางไม่ต้องการให้องครักษ์ตามเข้าไป แต่หลังจากที่ลินด์กับเวนดาต่างเตือนว่าอย่าเสี่ยงเกินจำเป็น นางจึงยอมอ่อนข้อ เมื่อทุกอย่างลงตัว คณะจึงเคลื่อนเข้าไปในเผ่ากรวด โดยมีกลอรี่เดินเคียงข้าง

ระหว่างทางไปหอประชุมชาวเผ่าทั่วไปต่างมองพวกเขา แต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่กลอรี่มากกว่ามนุษย์ โดยมีหลายคนถึงกับทรุดลงคุกเข่าก้มศีรษะน้อมถวายเมื่อกลอรี่เดินผ่าน และไม่มีใครในเผ่ามองว่าการกระทำนี้เป็นเรื่องแปลกเลยแม้แต่น้อย

“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกว่าบารมีของตัวเองยังน้อยกว่าสัตว์ตัวเดียว” ไนมีเรียหัวเราะเบา ๆ พลางพูดอย่างขื่นขัน ขณะสังเกตสีหน้าชาวเผ่า

“กลอรี่ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา” ลินด์ตอบด้วยรอยยิ้มบาง ๆ พลางเอื้อมมือไปลูบหัวกลอรี่ ซึ่งทันทีที่มือเขาสัมผัส คนรอบ ๆ ก็พากันอุทานเสียงดังสีหน้าเต็มไปด้วยความยำเกรง งุนงง และความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

ทำให้ช่วงขณะหนึ่งลินด์ก็อดคิดไม่ได้ว่าการยื่นมือไปลูบ อาจเป็นการกระทำที่ดูโง่เง่า โชคดีที่ทางเดินไม่ได้ไกลนัก ไม่นานพวกเขาก็มาถึงบ้านหินหลังหนึ่งสร้างฝังอยู่ในโขดหินขนาดใหญ่ โดยใช้หินธรรมชาติเป็นหลังคา ภายในมีคนกว่าสิบคนกำลังนั่งรออยู่ แต่ทันทีที่คณะเดินเข้าไปสายตาทั้งหมดกลับไม่จับจ้องที่ผู้มาใหม่ ทว่าไปหยุดอยู่ที่กลอรี่ ราวกับว่าผู้นำการประชุมครั้งนี้คือมัน ไม่ใช่ใครอื่นเลย

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 68

คัดลอกลิงก์แล้ว