เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 63

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 63

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 63


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 63 ผลกระทบจากการฟื้นฟูเส้นทางการค้า

ในคิงส์แลนดิ้ง มัส เจ้าหน้าที่การเงินของลินด์ก้าวลงจากรถม้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด และเงยหน้ามองอาคารเบื้องหน้าอย่างเปี่ยมด้วยอารมณ์ ที่นี่คือ หอพ่อค้าวาณิชย์ สถานที่ที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเขายังเคยได้รับเกียรติเข้าร่วมอย่างสง่างาม แต่โชคชะตาได้พลิกผัน หลังจากล้มละลายเขาก็ถูกขับไล่ออกมาอย่างอัปยศ จนกระทั่งบัดนี้เขาได้กลับมาอีกครั้ง ทว่าไม่ใช่ในฐานะพ่อค้าธรรมดาอีกต่อไป

มัสสูดลมหายใจลึก ๆ ยืนอย่างมั่นคง แล้วเดินเข้าสู่ตัวอาคารด้วยท่าทีแน่วแน่ เขาคาดไว้แล้วว่าการปรากฏตัวของเขาอาจดึงดูดสายตา เพราะเขายังจำได้ดีถึงวันที่ถูกขับไล่ออกมาอย่างอับอาย ซึ่งคงสร้างความบันเทิงให้ใครหลายคน ทว่าเมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไป เขากลับพบว่าตนเองคิดไปเองเสียส่วนใหญ่ คนในหอแทบไม่มีใครใส่ใจเขา บางคนเพียงพยักหน้าให้เล็กน้อย แล้วหันกลับไปพูดคุยเรื่องการค้าตามเดิม ไม่ว่าจะจำเขาได้หรือไม่ก็ไม่มีใครให้ความสนใจมากนัก

ซึ่งความไม่ใส่ใจนี้บาดลึกกว่าคำเย้ยหยัน ทำให้มัสหัวเราะเยาะตนเองเบา ๆ กับความคาดหวังอันไร้สาระ ก่อนที่ใกล้ทางเข้าข้ารับใช้คนหนึ่งจะชะงักไปเมื่อเห็นเขา ตอนนี้มัสเป็นชายผมขาวผู้มีใบหน้าเหี่ยวย่นตรงหน้าแทบไม่เหลือเค้าโครงของชายวัยกลางคนในความทรงจำ หากไม่รู้ว่าบิดาของมัสเสียไปนานแล้ว เขาอาจเข้าใจผิดไปแล้วด้วยซ้ำ

“ท่านมัส ท่านลอร์ดลิสกำลังรอท่านอยู่ เชิญทางนี้ขอรับ” ข้ารับใช้กล่าวพลางรีบตั้งสติ แล้วนำทางมัสไปยังบ้านหลังเล็กด้านหลังของอาคาร ก่อนที่เขาจะเคาะประตูเบา ๆ แล้วเอ่ยรายงาน “ท่านลอร์ด ท่านมัสมาถึงแล้วขอรับ”

“ให้เขาเข้ามา” เสียงผู้ชายจากภายในดังตอบ

มัสเปิดประตูเข้าไป และเห็นชายในวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเต็มเปี่ยมจากประสบการณ์จากท้องทะเลนั่งอยู่ข้างชั้นหนังสือ แต่งตัวเรียบง่าย และวางหนังสือลงเมื่อมัสเข้ามา

“ขออภัยด้วย มัส ข้าไม่อาจลุกขึ้นต้อนรับได้เหมือนแต่ก่อน ตอนนี้ขาข้าไม่ได้ดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว” เขากล่าวเรียบ ๆ

มัสเดินเข้าไปค้อมตัวอย่างนอบน้อม “ท่านลอร์ดลิส ท่านพูดเกินไปแล้ว ข้าก็แค่ . . .”

“ไม่ต้องพูดมากเสียเวลา เจ้ามีรายการไหม?” ลิส ฟอลเวลล์กล่าวขัดอย่างห้วน ๆ

“มีแน่นอนขอรับ” มัสตอบพลางหยิบบัญชีรายการที่ลินด์มอบหมายให้ส่งมา แล้ววางลงบนโต๊ะ

ลิสหยิบขึ้นมาอ่าน ซึ่งเนื้อหาเต็มไปด้วยรายการมากมาย โดยเฉพาะม้าที่ขอไว้ถึงสองร้อยตัว และไม่ใช่ม้าธรรมดา แต่เป็น ‘ม้าศึก’ ซึ่งมีราคาสูงกว่าหลายเท่า

ลิสกดความหงุดหงิดไว้ แล้ววางรายการกลับลงบนโต๊ะ “ข้าจะรวบรวมของตามบัญชีให้เร็วที่สุด แล้วส่งไปให้เจ้านายของเจ้า”

“งั้นข้ารบกวนด้วยนะขอรับ ท่านลอร์ดลิส” มัสกล่าวพร้อมรอยยิ้มโล่งอกหลังพยายามจัดหาสิ่งของตามรายการอยู่นาน และหากลิสรับช่วงต่อภาระหนักย่อมเบาลงทันที แต่ด้วยสัญชาตญาณพ่อค้ามัสจึงกล่าวต่อว่า “แล้วเรื่องราคาของเหล่านี้ ท่านลอร์ดลิสช่วยลดให้ต่ำกว่าราคาตลาดสักเล็กน้อยได้ไหมขอรับ? การซื้อจำนวนมากขนาดนี้ ต่อให้ลดลงบ้าง ท่านก็ยังได้กำไรอยู่ดี”

ลิสชะงักไปเมื่อได้ยินข้อเสนอนั้น และหันมามองมัสอย่างไม่อยากเชื่อ “ลดราคาหรือ?”

“ลดราคาที่ข้าจะต้องจ่ายน่ะขอรับ” มัสตอบอย่างงุนงงทั้งที่คิดว่าตนพูดชัดเจนแล้ว ก่อนจะหยิบรายการราคาที่เขาคำนวณไว้ขึ้นมาอธิบาย “แม้ว่าตอนนี้ราคาธัญพืชจะพุ่งสูงเพราะน้ำท่วมทางใต้และการกักตุนโดยกลุ่มพ่อค้าในคิงส์แลนดิ้ง แต่เมื่อริเวอร์แลนด์กับเดอะรีชกลับมาส่งสินค้าอีกครั้ง ราคาก็จะ . . .”

“เดี๋ยวก่อน!” ลิสขัดขึ้นทันควัน พร้อมสีหน้ากลายเป็นประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะลดเสียงลงแล้วถามว่า “บัญชีนี้ไม่ใช่บัญชีเรียกค่าไถ่ที่เจ้านายเจ้าส่งมารึ?”

“บัญชีค่าไถ่?” มัสทวนคำอย่างงุนงง “ค่าไถ่ของใครหรือขอรับ?”

“ลูกชายคนรองของข้า เบิร์ต” ลิส ฟอลเวลล์ตอบ

“ท่านเบิร์ต?” มัสงุนงงยิ่งขึ้น “ท่านเบิร์ตเป็นเจ้าหน้าที่คนสนิทของลอร์ดลินด์ เขามีบทบาทสำคัญมากในตอนนี้ เขา . . .” มัสพูดค้างไป และสีหน้าเริ่มเปลี่ยนกลายเป็นทั้งขำทั้งอับอาย “แล้วจดหมายของท่านเบิร์ตเขียนว่าอะไร ทำไมท่านถึงคิดว่าเขาเป็นเชลย?”

ลิสรีบควักจดหมายจากกระเป๋าออกมาอ่านใหม่ทันที และไม่กี่อึดใจเขาก็เข้าใจผิดพลาดของตนเอง เพราะในจดหมายนั้นไม่ได้พูดถึงการถูกจับหรือเรียกค่าไถ่แม้แต่น้อย เพียงแค่กล่าวว่าเบิร์ตกำลังทำงานกับลินด์ และแนะนำให้ผู้เป็นบิดาประสานงานกับมัสที่คิงส์แลนดิ้ง

ลิสนิ่งคิดนึกย้อนไปถึงตอนที่เบิร์ตถูกเกณฑ์ไปร่วมทัพลอร์ดไทวินโดยไม่ทันตั้งตัว ขณะนั้นเขาอยู่กลางทะเลไม่มีทางช่วยเหลือได้ ดังนั้นเมื่อได้รับจดหมายนี้ พร้อมกับชื่อเสียงของลินด์ในฐานะนักล่าหมี และความสัมพันธ์กับตระกูลไทเรลล์ เขาจึงเข้าใจผิดว่าลูกชายของตนตกเป็นเชลยและถูกเรียกค่าไถ่ อย่างไรก็ตามเขายังไม่แน่ใจนัก จึงถามต่อว่า “มัส เจ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังได้ไหมว่าตอนนี้เบิร์ตอยู่ในสถานะไหน?”

“เกรงว่าข้าจะตอบไม่ได้ขอรับ ท่านลอร์ดลิส” มัสตอบ “ข้าหมกมุ่นอยู่กับการจัดหาเสบียงให้ลอร์ดลินด์ในคิงส์แลนดิ้งจึงไม่รู้เรื่องท่านเบิร์ตมากนัก แต่เท่าที่ดูจากจดหมายหลายฉบับที่มีลายเซ็นท่านเบิร์ตจากทัมเบิลตัน ดูเหมือนเขากำลังควบคุมการฟื้นฟูท่าเรืออยู่”

“ฟื้นฟูท่าเรือในทัมเบิลตัน?” ลิสทวนด้วยน้ำเสียงจับตาความเป็นไปได้ทางการค้า “เล่ารายละเอียดให้ข้าฟังทีสิ”

“ด้วยความยินดีขอรับ” มัสพยักหน้า แล้วเริ่มอธิบายว่าลินด์ได้ร่วมมือกับผู้ครองทัมเบิลตันในการซ่อมแซมถนนที่เชื่อมระหว่างโรสโรดกับทัมเบิลตัน ปราบโจรในพื้นที่โดยรอบเพื่อให้เส้นทางปลอดภัย และฟื้นฟูท่าเรือแม่น้ำเพื่อเปิดเส้นทางการค้าในแม่น้ำแมนเดอร์อีกครั้ง

เมื่อฟังจบลิสก็เริ่มสนใจจริงจังทันที “เจ้าหมายความว่า การขนส่งทางแม่น้ำแมนเดอร์จากต้นน้ำถึงปลายน้ำกลับมาใช้งานได้ทั้งหมดแล้ว?”

“ใช่ขอรับ แม้ข่าวยังไม่แพร่หลาย แต่ในอีกไม่กี่วัน พ่อค้าในคิงส์แลนดิ้งจะรู้แน่นอน” มัสพยักหน้า พร้อมรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า “และเมื่อนั้นเมืองนี้จะต้องสั่นสะเทือนแน่นอน”

ซึ่งคำทำนายของมัสก็เป็นจริง ข่าวการฟื้นฟูทัมเบิลตันและการเปิดเส้นทางแม่น้ำแมนเดอร์ใหม่ ทำให้เหล่าพ่อค้าในคิงส์แลนดิ้งแตกตื่น เส้นทางนี้ทำให้พวกเขาไม่ต้องพึ่งถนนโอเชียนโรดที่ยาวและแพงอีกต่อไป ซึ่งเดิมนั้นต้องเสียภาษีมหาศาลในเวสเทอร์แลนด์ทำให้กำไรหดหาย

แต่มันก็ยังมีหลายคนไม่เชื่อข่าวนี้นัก บางคนจึงรอดูสถานการณ์ แต่กลุ่มพ่อค้าที่กล้าเสี่ยงและเชื่อมั่นในชื่อเสียงของ ‘นักล่าหมีลินด์’ กลับรีบรวบรวมสินค้า จัดขบวนคาราวานมุ่งหน้าสู่ทัมเบิลตันทันที

คาราวานนี้ไม่ได้บรรทุกเพียงสินค้า แต่ยังรวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และความบันเทิงด้วย พวกเขาเชื่อว่าทัมเบิลตันจะเฟื่องฟูในไม่ช้า ที่ดินจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และธุรกิจอย่างโรงเตี๊ยม ซ่อง หรือบ่อนพนันจะเป็นที่ต้องการ หากรีบเข้าก่อนก็จะชิงโอกาสไว้ได้ก่อนใคร

ในขณะเดียวกันพ่อค้าที่ระมัดระวังมากกว่าก็ยังไม่ออกเดินทาง แต่กำลังเตรียมของเตรียมพร้อมเอาไว้ และเมื่อข่าวยืนยันชัดเจน พวกเขาจะได้ออกเดินทางทันทีโดยไม่เสียเวลา

. . .

ระหว่างที่คิงส์แลนดิ้งกำลังคึกคักกับข่าวฟื้นฟูทัมเบิลตัน ทางฝั่งเวสเทอร์แลนด์ ณ ปราสาทคาสเทอร์ลี่ร็อกกลับเงียบขรึม ลอร์ดไทวิน แลนนิสเตอร์ ซึ่งเพิ่งกลับจากคิงส์แลนดิ้งกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะ พลางฟังรายงานจากคนรับใช้คนสนิทและตรวจเอกสารทางทหาร

“เควินอยู่ไหน?” ไทวินถามหลังอ่านรายงานจบ

“ลอร์ดเควินไปที่เครคฮอลล์เมื่อไม่กี่วันก่อนขอรับ” ตอบทันที

“ไปทำอะไรที่เครคฮอลล์?” ไทวินขมวดคิ้ว

“เมื่อไม่นานนี้ไอรอนบอร์นขึ้นฝั่งใกล้เครคฮอลล์ปล้นหมู่บ้านโดยรอบ และมีคาราวานของตระกูลเราก็โดนปล้นด้วยขอรับ”

“คาราวานโดนปล้น เควินต้องไปเองเลยหรือ?” ไทวินถามด้วยความแปลกใจ

“ดูเหมือนว่าจะมีไอรอนบอร์นบางคนถูกจับที่เครคฮอลล์ และหลังจากสอบปากคำได้รายงานบางอย่าง ลอร์ดเควินก็รีบเดินทางไปทันที”

ไทวินขมวดคิ้วแน่น เพราะเขารู้ดีว่าน้องชายของเขาเป็นคนรอบคอบเกินกว่าจะเดินทางเพราะเรื่องเล็กน้อย “เอาจดหมายนั่นมาให้ข้า”

คนรับใช้คนสนิทรีบหยิบจดหมายส่งให้เขา พออ่านจบสีหน้าของไทวินก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จดหมายนั้นสั้นมาก แต่ใจความสำคัญคือ “นักโทษไอรอนบอร์นให้ข้อมูลว่า บาลอน เกรย์จอย กำลังรวบรวมกองกำลัง แม้จุดประสงค์ยังไม่ชัดเจน . . .”

ด้วยเหตุนี้เควินจึงรีบเดินทางไปยังเครคฮอลล์ด้วยความตระหนก เพราะเมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับเขาก็สงสัยว่าบาลอน เกรย์จอยอาจกำลังเตรียมบุกเวสเทอร์แลนด์ ทว่าไทวินกลับยังคงสงบนิ่ง แม้จะมองว่าการปล้นของพวกไอรอนบอร์นนั้นน่ารำคาญ แต่เขาไม่เชื่อว่ามันจะเป็นภัยคุกคามที่แท้จริงต่อดินแดนของตน เพราะสำหรับไทวินแล้ว บาลอน เกรย์จอยและพรรคพวกก็ไม่ต่างจากแมลงวันที่ควรถูกปัดออกไป

แม้ภายนอกจะดูไม่แยแสต่อไอรอนบอร์น แต่ในใจของไทวินกลับครุ่นคิดถึงเรื่องสำคัญยิ่งกว่า นั่นคือแผนการซับซ้อนที่เขาวางไว้เกี่ยวกับเส้นทางโกลด์โรดและแม่น้ำแบล็ควอเตอร์รัช เพราะรายงานข่าวกรองล่าสุดระบุว่าทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ทว่าความรู้สึกไม่สบายใจบางอย่างยังคงกวนใจเขา คล้ายกับว่ามีบางสิ่งในแผนนี้ที่ไม่สมเหตุสมผล

ไทวินรินไวน์ลงแก้ว และจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนหันไปถามคนรับใช้คนสนิทว่า “มีข่าวล่าสุดจากโกลด์โรดหรือไม่?”

“ไม่มีเลยขอรับ” คนรับใช้คนสนิทตอบตรงไปตรงมา

แต่ความกระวนกระวายในใจยังไม่คลาย ไทวินวางแก้วไวน์ลง แล้วหยิบรายงานข่าวกรองขึ้นมาอ่านอีกครั้ง คราวนี้ด้วยจิตใจที่ตื่นตัวขึ้นเขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติอย่างรวดเร็ว รายงานทั้งหมดไม่มีข้อมูลใดเลยเกี่ยวกับกองกำลังที่เขาส่งไปทางตะวันออกของแม่น้ำแมนเดอร์

กองกำลังนี้แม้ไม่ใช่หัวใจหลักของแผน แต่ก็ได้รับมอบหมายให้ประสานกับกลุ่มโจรอย่างแม่น้องแมงป่องเพื่อสร้างความวุ่นวายตามเส้นทางโรสโรด เป้าหมายคือเบี่ยงเบนความสนใจของตระกูลไทเรลล์ไปยังพื้นที่นั้น ทว่าหลังจบการประลอง ณ คิงส์แลนดิ้ง หัตถ์แห่งราชา จอน แอริน ก็เริ่มเปิดการเจรจากับไทเรลล์เสียแล้ว ซึ่งหมายความว่าต่อให้ไม่มีแผนของเขา ไทเรลล์ก็หันเหความสนใจไปยังโรสโรดอยู่ดี

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้นคือ การขาดการรายงาน กองกำลังดังกล่าวมีกำหนดรายงานความเคลื่อนไหวทุก ๆ ห้าวัน แต่จนถึงตอนนี้มันก็เกินหนึ่งเดือนเข้าไปแล้วที่ไม่มีข่าวคราวใด ๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างชัดเจน

ในขณะที่ไทวินกำลังขบคิดกับความเงียบอันน่ากังวล ประตูก็เปิดออก พร้อมกับหัวหน้าสายลับของเขาก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมส่งข้อความจากอีกาให้เขา “มาจากคิงส์แลนดิ้งขอรับ”

ไทวินคลี่จดหมายออกอ่าน ก่อนที่สีหน้าจะพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตาเย็นเยียบปรากฏความไม่พอใจชัดเจน

“ได้รับการยืนยันแล้วหรือยัง?” ไทวินเอ่ยเสียงต่ำ

“ยังขอรับ” หัวหน้าสายลับส่ายหน้า “แต่ในเมื่อคิงส์แลนดิ้งกล้าส่งมาขนาดนี้ก็น่าจะเชื่อถือได้พอสมควร”

ไทวินวางจดหมายนั้นลงบนโต๊ะ ซึ่งข้อความในนั้นระบุชัดว่าเส้นทางการค้าสู่ทัมเบิลตันได้รับการฟื้นฟูแล้ว

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ไทวินก็สั่งการอย่างเด็ดขาด “ยกเลิกทุกแผนการที่เกี่ยวกับโกลด์โรด และถอนทหารทั้งหมดออกจากทัมเบิลตัน”

“จะยอมแพ้ง่าย ๆ เลยหรือขอรับ?” หัวหน้าสายลับถามอย่างงุนงง

“ถ้าเราไม่ยอม แล้วเจ้าจะรอให้ไทเรลล์กับฟุตลีย์ร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อบัลลังก์เหล็กหรือไง?” ไทวินตอบด้วยเสียงเย็นเฉียบ ดวงตาจับจ้องอีกฝ่ายแน่นิ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “และตอนถอนตัว ให้พวกเขากอบโกยทุกอย่างที่เอาติดมือไปได้ โดยเฉพาะคน!”

“รับทราบขอรับ ท่านลอร์ด” หัวหน้าสายลับกล่าวตอบอย่างเร่งรีบ

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 63

คัดลอกลิงก์แล้ว