เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 57

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 57

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 57


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 57 ร่วมมือกับไนมีเรีย

“ข้าแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าจะแก้ปัญหาใหญ่ของข้าได้ง่ายขนาดนี้” ไนมีเรียเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ ขณะต้อนรับลินด์ที่เพิ่งกลับจากสนามรบในหอคอยของนาง

ลินด์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ก็แค่โชคเท่านั้น พวกมันไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องเจอกองทัพแบบข้า พวกมันคิดว่ามีแค่ทัมเบิลตันที่ต้องจัดการ”

“แล้วเจ้าจะทำอะไรต่อไป?” ไนมีเรียถาม

“สร้างป้อมปราการ โดยก่อนอื่นต้องซ่อมท่าเรือเสียก่อน การขนส่งเสบียงทางบกยุ่งยากเกินไป ภูเขา หุบเหว และเนินเขาที่นี่มีมากเกินจนเกวียนเดินทางลำบาก ถนนเก่าเองก็ถูกทิ้งร้างมานาน ส่วนมากก็ชำรุดใช้การไม่ได้ หากไม่ซ่อมก็ไม่อาจใช้งานได้เลย” ลินด์ตอบ และหยุดเล็กน้อยก่อนจะหันไปถามไนมีเรียว่า “ข้าใช้หินจากซากปรักหักพังมาสร้างได้หรือไม่?”

“ไม่มีปัญหาเลย” ไนมีเรียตอบตกลงทันที “ถ้าที่นี่มีคนมากกว่านี้ หรือมีความจำเป็นต้องสร้างบ้านเรือนเพิ่มเติม ซากพวกนั้นก็คงถูกทุบทิ้งไปนานแล้ว หอคอยหลังนี้เองก็สร้างจากหินของศาลาว่าการเก่า มันยังคงแข็งแรงดีและยืนหยัดมาหลายร้อยปีแล้ว”

“ขอบคุณมาก ท่านหญิง” ลินด์เอ่ยอย่างสุภาพ

“ไม่ ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเจ้า” ไนมีเรียกล่าวพร้อมก้มศีรษะให้เขา แล้วเสริมต่อ “ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะมีงานมากมาย และข้าจะไม่รั้งเวลาเจ้าไว้ แต่ข้าหวังว่า . . . เจ้าจะเล่าเรื่องรบให้ข้าฟังในยามว่างได้บ้าง”

“เจ้ากระหายการต่อสู้หรือ?” ลินด์ถามอย่างสนใจแทนที่จะรีบจากไป

ไนมีเรียหันไปมองขวานใหญ่สองคมที่แขวนอยู่บนผนัง พลางยอมรับตามตรง “ใช่ ข้าอยากออกรบ แต่สถานะของข้าทำให้ไม่อาจต่อสู้ได้อย่างอิสระ”

สายตาของลินด์หันไปจับที่ขวานทันที และเห็นได้ชัดว่ามันสร้างจากวัสดุคุณภาพสูง เหล็กที่ใช้ไม่ต่างจากดาบอัศวินของการ์แลนเลยทีเดียว สภาพอาวุธเองก็ยังคงยอดเยี่ยม แสดงว่าเพิ่งได้รับการดูแลไม่กี่วันก่อน

“ข้าขอลองได้ไหม?” ลินด์ถามพลางชี้ไปที่ขวานยักษ์

“เชิญเลย” ไนมีเรียพยักหน้า

ลินด์เดินไปหยิบขวานลงมาแกว่งเบา ๆ สองสามครั้ง แม้เขาดูไม่ลำบากในการถือมัน แต่ขวานนี้หนักกว่าดาบใหญ่ของเขาเกือบเท่าตัว

“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ถนัดใช้ขวานเลยนะ” ไนมีเรียหัวเราะเบา ๆ ขณะมองท่าทางเก้งก้างของเขา จากนั้นนางก็ลุกขึ้นหยิบขวานจากมือเขาแล้วแสดงทักษะในห้องหอคอยให้ดู

ซึ่งท่าทางของนางน่าประทับใจมาก เห็นได้ชัดว่าได้รับการฝึกฝนให้เหมาะกับร่างกายและพละกำลัง การเคลื่อนไหวของนางเน้นไปที่การต่อสู้แบบหมู่ โดยใช้แรงฟาดในวงกว้างตัดศัตรูได้หลายคนในคราวเดียว อย่างไรก็ตามท่าทางเหล่านี้กลับไม่เหมาะกับการดวลแบบตัวต่อตัว เพราะจังหวะฟาดที่เปิดเผยเกินไป

“ใครเป็นคนสอนเจ้า?” ลินด์ถามด้วยความสงสัยเมื่อไนมีเรียจบการแสดง

“แชมป์เปี้ยนจากการแข่งขันที่มีรีน ข้าจ่ายเงินให้เขาสอนการต่อสู้ให้ข้า” ไนมีเรียหอบหายใจเบา ๆ ก่อนวางขวานกลับที่เดิม ซึ่งดูเหมือนนางจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกจึงเปลี่ยนเป็นหัวข้ออื่นแทน “เมื่อคืนข้าเห็นเจ้าดวลดาบกับโอเบอริน เจ้าชนะเขาอย่างง่ายดายเลยนะ”

“เจ้าคิดว่าโอเบอรินอ่อนแอหรือ?” ลินด์ย้อนถาม

“ไม่เลย ถ้าเขาอ่อนแอ เช่นนั้นข้าก็คงเป็นแค่เด็กน้อยในสายตาเขา” ไนมีเรียส่ายหน้า “ข้าอยากให้เจ้าฝึกสอนข้า ข้าอยากเรียนรู้วิธีต่อสู้จากเจ้า”

“ฝีมือของเจ้าเองก็จัดว่าดีเยี่ยม และเหมาะกับร่างกายเจ้ามาก เจ้าไม่ต้องมีใครมาสอนแล้ว” ลินด์กล่าวพลางส่ายหน้า “สิ่งเดียวที่เจ้าขาดคือประสบการณ์ในสนามจริง”

เมื่อเขาเห็นแววผิดหวังในแววตาของนาง เขาจึงเสริมว่า “แต่หากเจ้าไม่ขัดข้อง ข้ายินดีจะเป็นคู่ฝึกให้”

ใบหน้าของไนมีเรียเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มทันที “ขอบคุณ ลอร์ดลินด์ เช่นนั้นข้าจะไม่รั้งเจ้าอีกตต่อไป”

ลินด์พยักหน้า แล้วออกจากหอคอย ระหว่างเดินผ่านหมู่บ้านเขาก็สังเกตเห็นชาวบ้านมองมาด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น เพราะตอนนี้ข่าวชัยชนะเหนือพวกโจรคงแพร่กระจายไปทั่วทัมเบิลตันแล้ว ดังนั้นเขาจึงอาศัยโอกาสนี้พิจารณาผู้คน และเห็นว่าพวกเขาดูแข็งแรงสมบูรณ์ไม่ต่างจากทหารเลย แถมบางคนยังเดินด้วยท่าทางเหมือนเคยผ่านการฝึกฝนมาก่อน และหากนำมาฝึกต่อก็จะเป็นทหารที่ดีได้อย่างแน่นอน แต่ข้อเสียคือพวกเขาล้วนเป็นคนของลอร์ดคนอื่น

เมื่อกลับถึงซากปราสาท ลินด์ก็สั่งให้จอนจดบันทึกเหตุการณ์ทุกอย่างในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น แผนของลอร์ดไทวิน การเคลื่อนไหวของทายาทาร์แกเรียนในหุบเขา และท่าทีของไนมีเรีย ฟุตลีย์ เมื่อจอนเขียนเสร็จ ลินด์ก็ประทับตราด้วยครั่ง แล้วมอบให้เขาพร้อมคำสั่งให้คัดคนอีกสองสามนายไปส่งรายงานนี้ถึงลอร์ดไทเรลล์

นอกจากนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ลินด์จึงสั่งให้จอนหลีกเลี่ยงถนนสายหลัก โดยจัดให้ชาวประมงในทัมเบิลตันซื้อเรือลำเล็ก แล้วให้จอนล่องตามแม่น้ำแมนเดอร์ไปจนถึงบิตเตอร์บริดจ์ จากนั้นจึงใช้ม้าต่อทางบก

หลังจอนออกเดินทางเบิร์ตก็เข้ารับหน้าที่เป็นผู้ดูแล แม้จะไม่ใช่นักรบ แต่เขาก็เชี่ยวชาญงานบริหาร และให้คำแนะนำมากมายเรื่องการสร้างค่าย ดังนั้นด้วยหินและฐานรากที่มีอยู่มาก สิ่งปลูกสร้างในค่ายจึงเริ่มก่อขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในสองวันโครงสร้างต้นแบบของค่ายก็เสร็จเรียบร้อย แม้ยังต้องสร้างสิ่งปลูกสร้างอื่น เช่น ค่ายทหารและคอกม้า แต่ความคืบหน้าก็เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามการซ่อมท่าเรือกลับไม่ราบรื่นนัก แม่น้ำแมนเดอร์แม้จะดูสงบ แต่ในเขตภูเขาตอนบนกลับมีระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงมาก ทำให้การเดินเรือขึ้นน้ำยากเย็น ซึ่งในอดีตพวกเขาเคยใช้เรือไม้พายที่มีฝีพายพิเศษในการขนของขึ้นมาจากปลายน้ำ แต่เมื่อทัมเบิลตันถูกทำลาย เรือและคนเหล่านั้นก็หายไป การส่งเสบียงจากบิตเตอร์บริดจ์ทางแม่น้ำจึงแทบเป็นไปไม่ได้ตามที่ลินด์วางแผนไว้ และทางบกก็เป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่

ซึ่งเรื่องนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่าการซ่อมท่าเรือจะคุ้มค่าหรือไม่ ไบรน์และรอลต่างคิดว่าควรใช้แรงงานไปกับการปราบโจรและฝึกทหารมากกว่า และมองว่าท่าเรือไม่มีความสำคัญต่อเป้าหมายเร่งด่วน แต่เบิร์ตกลับเห็นต่าง เขาเชื่อว่าท่าเรือสามารถช่วยลินด์ได้มากหากซ่อมแซมสำเร็จ เพราะถนนเก่าที่เชื่อมต่อกับโรสโรดจะเปิดใช้งานได้อีกครั้งสร้างเส้นทางค้าขายใหม่ และแม้ว่าลินด์จะไม่ได้เก็บภาษีจากเส้นทางนี้โดยตรง แต่เขาสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีของตนเปิดกิจการขนส่งได้เพื่อหารายได้เลี้ยงกองทัพได้

นอกจากนี้เบิร์ตยังรู้มาอีกว่าลินด์มีทองอยู่มากกว่า 20,000 เหรียญทองมังกร แต่หากไม่มีรายได้ประจำ เงินก้อนนี้ก็จะหมดในเวลาไม่นาน เพราะต้องจ่ายเงินเดือน รางวัล และค่าใช้จ่ายหลังศึก ซึ่งเบิร์ตเชื่อว่าสิ่งที่ลินด์ควรทำที่สุดในตอนนี้คือหาเงินเพิ่ม

อย่างไรก็ตามแม้เบิร์ตจะพูดถูก แต่เขาก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดของลินด์ เพราะกองทัพ 200 นายที่มีอยู่ยังไม่ต้องจ่ายเงินเดือน ค่าอาหาร หรือข้าวของประจำวันมากนัก ทว่าลินด์เองก็ยอมรับว่าตนจำเป็นต้องหาเงินเพิ่ม เพราะเขาตั้งใจจะขยายกำลังครึ่งหนึ่งของกองทัพให้มากขึ้น และต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมด ทั้งค่าเงินเดือน อาหาร และยุทโธปกรณ์

เพราะเขาเองก็ไม่ต้องการใช้ธรรมเนียมที่เรียกชาวนามาถืออาวุธแล้วปลดออกเมื่อจบศึก แต่ต้องการฝึกทหารอาชีพที่จงรักภักดีต่อเขาโดยตรง กองทัพที่อยู่กับเขาต่อแม้หลังสงคราม และการซื้ออาวุธ ชุดเกราะ และอื่น ๆ ทำให้เงิน 20,000 เหรียญทองดูน้อยไปทันที

แม้จะมีอุปสรรค แต่ลินด์ก็ยังตัดสินใจเดินหน้าโครงการซ่อมท่าเรือ แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำเพียงลำพัง

“เจ้าจะซ่อมท่าเรือเก่าที่ร้างไปแล้วนั่นหรือ?” ไนมีเรียถามพลางชะงักไปเมื่อได้ยินข้อเสนอ “เรือค้าไม่ได้จอดที่นั่นมานานกว่าร้อยปีแล้ว จะซ่อมไปเพื่ออะไร?”

“ตอนนี้ไม่มีเรือก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะไม่มี” ลินด์กล่าวอย่างจริงจัง และอธิบายแผนการสร้างท่าเรือใหม่ เคลียร์ถนนร้างที่เชื่อมกับโรสโรด และกวาดล้างพวกโจร คนป่า และพวกคนเถื่อนเพื่อเปิดเส้นทางให้กองคาราวานจากโรสโรดมุ่งลงใต้

เมื่ออธิบายจบ ลินด์ก็เสริมอีกหน่อยว่า “เจ้าเองก็จะได้ประโยชน์จากสิ่งนี้จากรายได้ภาษีจากขบวนการค้ามากมาย ซึ่งเจ้าสามารถนำมันไปสร้างคลังสินค้า ศูนย์การค้า และข้าเชื่อว่าทัมเบิลตันจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งแน่นอน”

ไนมีเรียมองเขาด้วยสีหน้าแปลกใจ “ลอร์ดลินด์ . . . เจ้าเป็นอัศวินของตระกูลไทเรลล์ใช่หรือไม่?”

“ใช่” ลินด์พยักหน้า

ไนมีเรียหัวเราะเบาๆ “แต่ทำไมข้ารู้สึกเหมือนเจ้าเป็นอัศวินของตระกูลฟุตลีย์ของข้าแทนล่ะ?”

“ลอร์ดเมซยกเว้นภาษีให้ข้าในช่วงเวลาหนึ่ง” ลินด์ยิ้ม “ถ้าเปิดเส้นทางการค้าผ่านทัมเบิลตันได้ ข้าก็จะใช้สิทธินั้นสร้างผลกำไรมากมาย ซึ่งข้าชอบความร่วมมือแบบวิน-วินทั้งสองฝ่ายมากกว่า ช่วยผู้อื่นแล้วให้ผลประโยชน์ตกถึงตัวด้วย”

“ถ้าเช่นนั้นข้าตกลงให้เจ้าซ่อมท่าเรือที่พังนั่นแล้วกัน” ไนมีเรียตอบตรงไปตรงมา แต่เมื่อเห็นสีหน้าของลินด์ยังไม่เปลี่ยน นางก็ถามต่อ “ยังมีปัญหาอื่นอีกหรือ?”

“มีอยู่สองข้อ” ลินด์ยอมรับ “หนึ่ง ข้าขาดคน คนของข้าต้องฝึกและทำภารกิจปราบโจรจึงไม่สามารถแบ่งคนมาสร้างท่าเรือได้”

“สรุปแล้ว เจ้าต้องการให้ข้าเป็นคนสร้างท่าเรือเองใช่ไหม?” ไนมีเรียพูดด้วยรอยยิ้ม

“ข้ายินดีจะจ่ายค่าจ้างให้คนของเจ้า” ลินด์เสนอ

“ไม่จำเป็น ไหน ๆ ท่าเรือนั่นก็เป็นของข้า ข้าจะจัดหาคนและเงินให้เอง” ไนมีเรียตอบพลางส่ายหน้า “แล้วปัญหาข้อที่สองคืออะไร?”

“ปัญหาข้อที่สองคือเรื่องเรือ เรือทั่วไปเดินทางได้แค่ตามกระแสน้ำ แต่หากจะเดินทางกลับขึ้นมาตามลำน้ำสู่ทัมเบิลตันจากตอนกลางของแม่น้ำ จะต้องใช้เรือพายท้องแบนแบบพิเศษที่เคยใช้ในอดีต . . .” ลินด์กล่าวต่อ

แต่ยังพูดไม่ทันจบ ไนมีเรียก็ขัดขึ้นมาว่า “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น คนเก่าคนแก่บางคนในบรรดาคคนของข้ายังรู้วิธีสร้างเรือพายนั่นอยู่ ข้าเคยได้ยินมาว่า ถ้าไม่บรรทุกของหนักเกินไป เรือพวกนี้ก็สามารถพายทวนน้ำกลับขึ้นมาทัมเบิลตันได้”

“ถ้าเช่นนั้น ก็ตกลงตามนี้” ลินด์พยักหน้า “ข้าจะเร่งเคลียร์ถนนร้างให้เร็วที่สุด”

“เดี๋ยวก่อน ลอร์ดลินด์” ไนมีเรียเรียกไว้ขณะที่เขากำลังจะเดินจากไป “แม้เจ้าจะพูดจบเรื่องแผนของเจ้าแล้ว แต่ข้ายังมีเรื่องจะหารือด้วย”

ลินด์มีท่าทีแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมดังเดิม “เชิญพูดได้เลย”

ไนมีเรียเงียบไปครู่หนึ่ง และกล่าวว่า “ข้าอยากร่วมมือกับเจ้าในการปราบพวกโจร”

“พวกเราไม่ได้ร่วมมือกันอยู่แล้วหรือ?” ลินด์ถามอย่างงุนงง

“สิ่งที่ข้าพูดถึงคือความร่วมมือในสงคราม” ไนมีเรียชี้แจงด้วยสีหน้าจริงจัง “กองทัพจากตระกูลไทเรลล์ที่เจ้าคุมอยู่ยังไงก็ต้องกลับไฮการ์เดนในสักวันหนึ่ง หากข้าจะรักษาเส้นทางการค้าบนถนนนี้ให้เดินสะดวกในระยะยาว ข้าย่อมต้องปราบพวกโจรที่มารวมตัวใหม่ในอนาคต และเพื่อเตรียมตัวไว้ข้าจึงอยากร่วมรบในทุกภารกิจปราบโจรที่เจ้าจะเข้าร่วมต่อจากนี้ไป”

ต้องยอมรับว่าข้อเสนอของไนมีเรียนั้นน่าดึงดูดใจมาก เพราะลินด์เองก็เพิ่งคิดจะเกณฑ์ชาวบ้านในทัมเบิลตันมาเข้าร่วมกองทัพเมื่อสองวันก่อน แต่ตอนนี้ไนมีเรียกลับเสนอส่งคนมาให้เองโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ถือเป็นผลดีรอบด้าน

ทว่าลินด์ยังไม่ตอบตกลงในทันที เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า “แม้ข้าจะไม่รู้จำนวนประชากรทัมเบิลตันที่แน่นอน แต่ข้าคาดว่าคงไม่เกินสองพันคน และในจำนวนนั้นกว่าครึ่งคงเป็นคนแก่ อ่อนแอ เจ็บป่วย หรือพิการ คนที่ยังพอจับอาวุธได้จริงคงมีไม่ถึงสองร้อยคน และคนสองร้อยนี้ก็คือกำลังแรงงานหลักของทัมเบิลตัน เป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูที่นาและปลูกพืช หากเกิดความสูญเสียมากจะกระทบเสถียรภาพของทัมเบิลตันซึ่งเป็นแนวหลังของเราทันที ซึ่งข้าไม่อยากให้มีปัญหาที่นี่ในขณะที่เรากำลังรบอยู่แนวหน้า”

ไนมีเรียยิ้มออกมาเล็กน้อย และตอบด้วยความมั่นใจ “ลอร์ดลินด์ เจ้าคงเข้าใจผิดนิดหน่อย แม้ข้าจะปกครองโดยตรงแค่ทัมเบิลตัน แต่พื้นที่ภายใต้อำนาจของข้ามีถึง 37 หมู่บ้าน รวมประชากรกว่าเจ็ดหมื่นคน ข้าสามารถระดมกำลังคนหนุ่มแข็งแรงได้ถึงหนึ่งหมื่นคน”

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 57

คัดลอกลิงก์แล้ว