เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 53

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 53

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 53


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 53 อสรพิษแดง

ระหว่างที่ลินด์กำลังสังเกตการณ์ภายในโรงเหล้า ชาวดอร์นที่กำลังดื่มกินและส่งเสียงครึกครื้นกันอยู่ก็พลันเงียบงัน พวกเขาพากันหันไปมองยังไนมีเรีย และลุกขึ้นพร้อมกันเพื่อค้อมศีรษะแสดงความเคารพ

ซึ่งอาจเป็นเพราะความสูงอันโดดเด่นของไนมีเรียที่บดบังเขาอยู่ ลินด์จึงยังไม่เป็นที่สังเกตเห็นในตอนแรก จนกระทั่งชาวดอร์นเหล่านั้นเงยหน้าขึ้น พวกเขาจึงเห็นเขาก้าวออกมาจากด้านหลังของนาง และสีหน้าของพวกเขาก็ฉายชัดถึงความประหลาดใจ ไม่ต่างจากสีหน้าของไนมีเรียเมื่อได้พบเขาเป็นครั้งแรก

สาเหตุแห่งความประหลาดใจนั้นก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปลักษณ์ของลินด์ เขาสะพายดาบสี่เล่ม สองเล่มเป็นดาบยาวสำหรับอัศวินที่ผูกไว้ตรงเอวอย่างเด่นชัด และถ้าลินด์ตัวเตี้ยกว่านี้สักหน่อย ดาบเหล่านั้นอาจลากพื้นไปแล้วด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามสีหน้าของบางคนในกลุ่มชาวดอร์นกลับแสดงออกมากกว่าความอยากรู้อยากเห็น พวกเขาจำลินด์ได้ และเริ่มกระซิบกระซาบกับชายหนุ่มที่ดูเป็นผู้นำแจ้งให้เขารู้ว่าชายเบื้องหน้าคือใคร ก่อนที่ดวงตาของผู้นำดอร์นคนนั้นจะเป็นประกายขึ้นทันที จ้องมองลินด์ราวกับพบของเล่นแปลกใหม่

แน่นอนว่าแม้เสียงพูดคุยจะเบาเพียงใด แต่ลินด์ผู้มีประสาทการได้ยินเป็นเลิศก็ยังสามารถจับใจความบางส่วนได้ ในขณะที่ไนมีเรียเองก็ไม่เสียเวลา นางก้าวเข้าไปหาชายหนุ่มชาวดอร์นอย่างตรงไปตรงมา และกล่าวว่า “เจ้ามาที่นี่เพราะรู้ว่าไทวินวางแผนจะโจมตีข้าใช่หรือไม่?”

“ข้าได้ยินข่าวลือมาบ้าง แม้จะไม่แน่ชัดนัก” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางเอนตัวขึ้นจากเก้าอี้ใช้ดวงตาเขามองไปยังลินด์ “ลินด์ นักล่าหมี ชื่อของเจ้าลือกันทั่วเหล่าร้านเหล้าในเดอะรีชในช่วงนี้ เจ้าเป็นคนที่ลอร์ดแห่งตระกูลไทเรลล์ส่งมาใช่หรือไม่? ดูเหมือนว่าเขาก็สนใจพื้นที่แถบนี้อยู่ไม่น้อย”

“ข้ามาที่นี่เพียงเพื่อปราบโจรตามคำสั่งเท่านั้น เจ้าชายโอเบอริน” ลินด์ตอบอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย

โอเบอรินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้แปลกใจที่ถูกเรียกชื่อ แต่ดูเหมือนจะสนใจในท่าทีอันนิ่งเฉยของลินด์ต่อเขาเสียมากกว่า

“เจ้านำคนมามากแค่ไหน?” ไนมีเรียถามแทรกขึ้น และก้าวมายืนขวางระหว่างโอเบอรินกับลินด์อย่างระแวดระวัง

โอเบอรินชี้ไปยังกลุ่มชาวดอร์นที่อยู่ในโรงเตี๊ยมที่มีเกือบยี่สิบคนได้

ไนมีเรียขมวดคิ้ว “มีคนน้อยเพียงนี้ เจ้าจะช่วยข้ารับมือกับศัตรูได้อย่างไร?”

โอเบอรินส่ายหน้า “ข้าไม่ได้มาสู้รบ หากจำเป็นข้ามาเพื่อพาเจ้าลงใต้ทางเรือ”

“ข้าไม่ไปดอร์น! ข้าคือท่านหญิงแห่งทัมเบิลตัน!” ไนมีเรียแผดเสียงอย่างเหลืออด

“ลอร์ดที่ไม่อาจปกป้องดินแดนตนเองได้งั้นหรือ?” โอเบอรินหัวเราะเย้ยหยัน พร้อมกับสีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง “เจ้าก็รู้อยู่เต็มอกว่าทำไมทัมเบิลตันจึงสำคัญ มันอยู่ตรงชายแดนของเวสเทอร์แลนด์ เดอะรีช และคิงส์แลนดิ้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสตอร์มแลนด์และแม่น้ำ ไม่มีลอร์ดคนใดอยากให้ผู้ครอบครองตำแหน่งนี้มีอำนาจมากเกินไป นอกจากนี้ทัมเบิลตันหลังจากโดนเผาในยุคของศึกการระบำของมังกรก็ไม่เคยได้รับการบูรณะอีกเลย ไม่ใช่เพราะตระกูลฟุตลีย์ไม่ต้องการ แต่เพราะลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่นั้นไม่อนุญาตต่างหาก”

“เช่นนั้นก็ให้มันพังพินาศไปเถอะ!” ไนมีเรียตะโกนอย่างโมโห

“อย่าตะโกนใส่ข้า” โอเบอรินตอบอย่างเย็นชา พลางชี้ไปทางคิงส์แลนดิ้ง “ศัตรูของเจ้าอยู่ทางนั้น ญาติของข้า”

“หุบปาก! ข้าเป็นฟุตลีย์ ไม่ใช่มาร์เทล!” ไนมีเรียคำรามด้วยเสียงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

โอเบอรินมองนางอย่างสงบนิ่ง “เจ้ามีสายเลือดแห่งมาร์เทลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก แน่นอนว่าเจ้าปฏิเสธได้ แต่ความจริงไม่เคยเปลี่ยน”

คำพูดของเขาแทงใจดำจนไนมีเรียหน้าเปลี่ยนสี ก่อนที่ความโกรธจะกลายเป็นความเย็นชา และพูดเสียงเรียบว่า “ไปซะ ออกไปจากแผ่นดินของข้า ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าแม้แต่น้อย กลับไปดอร์นเดี๋ยวนี้”

โอเบอรินสัมผัสได้ทันทีว่านางเอาจริง และไม่ใช่การขู่ หากแต่เป็นคำสั่งเด็ดขาด ทำให้เขาทิ้งท่าทีขี้เล่นทันที พร้อมกับออร่าแห่งอสรพิษแดงแผ่ซ่านออกมา

ทันใดนั้นบรรยากาศภายในห้องก็แน่นขนัดด้วยความตึงเครียด ชาวดอร์นทั้งหมดขยับมือแตะอาวุธประจำตำแหน่งพร้อมคำสั่งของโอเบอริน ส่วนลินด์ยังไม่หวั่นไหว เขาเอามือออกจากอก พลางวางมือบนด้ามดาบ เข้าท่ารับของวิชาดาบอัศวินผู้ถูกเนรเทศ ในเมื่อเขาต้องใช้ทัมเบิลตันเป็นฐานบัญชาการ การปกป้องท่านหญิงของที่นี่ก็เป็นเรื่องสมควร

เมื่อโอเบอรินมองลินด์ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็แล่นวาบขึ้นในใจเขา เพราะสัญชาตญาณของเขาบ่งบอกถึงอันตรายร้ายแรง และหากพลาดแม้แต่น้อย สิ่งที่รออยู่คือความตาย

ชาวดอร์นที่เหลือก็รู้สึกถึงบรรยากาศอันกดดันเช่นกัน แม้ไม่เข้าใจว่ามันมาจากไหน ในขระที่ไนมีเรียซึ่งยืนหน้าลินด์ไม่รับรู้ถึงพลังนี้นัก นางเพียงสังเกตเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเหล่าชาวดอร์นเท่านั้น

ทันใดนั้นโอเบอรินก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้พวกเขาหยุด ทำให้ชาวดอร์นผ่อนคลาย แล้วทยอยออกจากโรงเหล้า

เมื่อทุกคนออกไปโอเบอรินจึงเดินตามหลัง ก่อนจะหยุดยืนใกล้ไนมีเรีย “เจ้าควรระวังคนที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขานั้นไว้ พวกเขาเป็นเหยื่อล่อของจอน แอริน หากเจ้าติดต่อกับพวกเขาโดยตรง คิงส์แลนดิ้งก็จะมีข้ออ้างโจมตีเจ้าอย่างเปิดเผยแทนที่จะแอบทำอย่างในตอนนี้”

พูดจบเขาก็ลังเลครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อ “ข้าจะทิ้งหน่วยหนึ่งไว้ใกล้บิตเตอร์บริดจ์ หากเจ้า . . .”

“ไม่ต้อง” ไนมีเรียพูดขัดทันที “ไม่มีถ้าใด ๆ ทั้งสิ้น แม้ข้าต้องตาย ข้าก็จะตายในแผ่นดินของตนเอง”

โอเบอรินไม่พูดอะไรอีก และก้าวเดินต่อ ขณะเดินผ่านลินด์เขาก็หยุดมองอีกฝ่ายชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาเขาจะละจากลินด์ไปยังกลอรี่ที่ยืนแยกเขี้ยวอยู่ข้างเท้าลินด์เล็กน้อยแล้วเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ

“เจ้ายังไม่ตามพวกเขาไปอีกหรือ?” ไนมีเรียถามด้วยเสียงหงุดหงิด หน้าตาเคร่งเครียดไม่ได้ผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย

“เจ้ายังไม่ได้อนุญาตให้ข้านำทหารเข้าประจำการในเขตของเจ้า และข้าต้องรู้คำตอบเพื่อตัดสินใจขั้นต่อไป” ลินด์ตอบอย่างสุขุม

ไนมีเรียหรี่ตาอย่างเหยียดหยาม “นี่เป็นวิธีที่ไทเรลล์ใช้ฮุบดินแดนข้าหรือ? แกล้งทำเป็นมาไล่โจร?”

“หาใช่เช่นนั้น” ลินด์ส่ายหัว “หากไทเรลล์คิดจะยึดดินแดนของเจ้าจริง เขาไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงปล่อยให้ที่นี่ตกอยู่ในความโกลาหล แล้วเข้ามาในฐานะผู้รักษาความสงบ เพราะในทางศักดินาไทเรลล์คือผู้ปกครองของเจ้าอยู่แล้ว อีกทั้งตระกูลย่อยของฟุตลีย์ก็มีคนรับใช้ในไฮการ์เดน หากเจ้าเป็นอะไรไป ไทเรลล์ก็ย่อมสนับสนุนพวกเขาให้รับช่วงต่อทัมเบิลตันได้โดยชอบธรรม”

ระหว่างพูดลินด์ก็เริ่มปะติดปะต่อความคิดบางอย่าง แผนที่น่ากลัว! เพราะถ้าหากไทเรลล์คิดเช่นนั้นจริง นี่อาจเป็นกลยุทธ์ที่ใช้กับทัมเบิลตันในอนาคต เพราะเขาจำได้ว่าทัมเบิลตันไม่นานหลังจากนี้ก็แทบไม่มีบทบาทอีก และหากไนมีเรียยังมีชีวิตอยู่ในตอนนั้น ย่อมไม่เป็นไปได้เลยที่นางจะเงียบหายเช่นนั้น

แน่นอนว่าไนมีเรียไม่ทันสังเกตการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในสีหน้าของลินด์ นางยังคงใคร่ครวญคำพูดของเขาอย่างลึกซึ้ง จนกระทั่งในที่สุดลินด์ก็กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แต่ข้าเชื่อว่าแม้แผนนั้นจะเป็นไปได้ ลอร์ดไทเรลล์ก็ไม่น่าจะเลือกใช้”

ไนมีเรียขมวดคิ้ว “เจ้าพูดแทนเขาได้ด้วยหรือ? เจ้าไม่ใช่ไทเรลล์ จะไปรู้ความคิดของเขาได้อย่างไร?”

“เมสเตอร์เมลอส หนึ่งในที่ปรึกษาของลอร์ดไทเรลล์เคยเสนอให้เจ้าแต่งงานกับการ์แลน ไทเรลล์ บุตรชายคนรอง แต่ข้อเสนอนั้นก็ถูกปัดตกเพียงเพราะสายเลือดดอร์นของเจ้า” ลินด์ตอบด้วยถ้อยคำมั่นคง

ไนมีเรียหน้าเคร่งเครียดยิ่งขึ้น เพราะคำพูดนั้นแทงใจนางอย่างจัง ก่อนที่นางจะหันมามองลินด์เขม็ง หากเขากล่าวอะไรเกินเลยอีกแม้แต่นิด นางคงไม่ลังเลที่จะไล่เขาออกไปในทันที

แต่ลินด์ก็ไม่สะทกสะท้าน และกล่าวต่ออย่างใจเย็น “ในสายตาข้า เหตุผลนั้นเป็นเพียงข้ออ้าง ปัญหาที่แท้จริงคือ . . . ความกังวล”

“กังวล? เรื่องใด? ดอร์นหรือ?” ไนมีเรียถาม

“ไม่ใช่ดอร์น หากแต่เป็นบัลลังก์เหล็ก” ลินด์ตอบ “ตระกูลไทเรลล์ใช้เวลาทั้งปีในการกู้ชื่อเสียงจากความระแวงในช่วงกบฏของโรเบิร์ต พวกเขาต้องพิสูจน์ความจงรักภักดีต่อบัลลังก์เหล็ก หากตอนนี้พวกเขายึดทัมเบิลตันอีก กษัตริย์จะมองว่าอย่างไร? แล้วลอร์ดไทวินล่ะ? หรือสตอร์มแลนด์และริเวอร์แลนด์? ดอกกุหลาบเป็นพืชอ่อนแอ ต้องดูแลด้วยความอดทนและระมัดระวัง ตระกูลสุดท้ายที่เจ้าควรระวังคือไทเรลล์ต่างหาก”

ไนมีเรียนิ่งไปครู่ใหญ่ แล้วจ้องหน้าลินด์ด้วยสายตาประหลาด ดวงตาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง “เจ้าอ้างว่าตนเป็นนักล่า แล้วเหตุใดจึงรู้เรื่องพวกนี้มากนัก?”

ลินด์ยิ้มบาง ๆ “เจ้าไม่ใช่คนแรกที่ถามข้าเรื่องนี้ แต่ข้าเริ่มเบื่อจะตอบแล้ว ทุกครั้งที่มีคนถามข้าก็ต้องแต่งเรื่องใหม่อีกเรื่องไว้หลอกเขา ข้าแต่งเรื่องโกหกไว้มากเสียจนตัวข้าเองยังจำไม่ได้ครบ แถมยังเต็มไปด้วยช่องโหว่ ถึงตอนนี้มันยังไม่ทำให้ข้าเดือดร้อน แต่ก็เป็นเรื่องน่ารำคาญมากกว่าที่ควรจะเป็น”

ไนมีเรียหรี่ตาลงอีก ความสับสนปะปนกับความอยากรู้อย่างเห็นได้ชัด “เจ้ากล้าเล่าทั้งหมดนี้ให้ข้าฟังเชียวหรือ? ไม่กลัวหรือว่าข้าจะเอาไปบอกใคร?”

“เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ความลับ” ลินด์ตอบเรียบ ๆ “ต่อให้เจ้าบอกไป ใครจะเชื่อ? อีกอย่างข้าว่าความซื่อตรงคือพื้นฐานของการเป็นพันธมิตรกัน ถ้าข้าต้องประจำการอยู่ที่นี่อีกหลายปี เราก็ควรเริ่มจากความเข้าใจกันก่อน”

ไนมีเรียจ้องเขานิ่ง ก่อนที่น้ำเสียงจะเริ่มเปลี่ยนเป็นไม่เชื่อถือ “แล้วเจ้ามั่นใจนักหรือว่าข้าจะยอมให้เจ้าปักหลักที่นี่?”

“ข้านึกไม่ออกว่าทำไมเจ้าจะไม่ยอม” ลินด์ไหล่ตก พลางยักไหล่อย่างสบาย ๆ

ไนมีเรียจ้องเขาอยู่อีกครู่ด้วยสีหน้าอ่านไม่ออก สุดท้ายนางก็กล่าวว่า “ข้าต้องใช้เวลาคิด”

“นั่นคือสิทธิ์ของเจ้า ท่านหญิง” ลินด์ตอบพลางพยักหน้าน้อย ๆ “เมื่อใดที่เจ้าตัดสินใจแล้ว เพียงแค่ส่งคนมาบอกข้า”

กล่าวจบลินด์ก็หันหลังเดินไปยังทางออกของโรงเหล้า แต่ก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตู เขาก็หยุดหันกลับมากล่าวเสริมว่า “เจ้าชายโอเบอรินให้คำแนะนำที่ดีมากเมื่อครู่เกี่ยวกับเรื่องอย่าติดต่อกับพวกที่อยู่ในหุบเขา ข้าเองก็เป็นห่วงในเรื่องเดียวกัน มันดูเหมือนกับกับดักชัด ๆ”

“ข้าเข้าใจแล้ว” ไนมีเรียตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ แต่หนักแน่น

ลินด์จับตาดูปฏิกิริยาของนาง และจากท่าทางสงบมั่นคง เขาก็คาดว่านางก็คงรู้ความจริงเกี่ยวกับคนในหุบเขานั้นอยู่แล้ว นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมนางจึงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่กลับเลือกที่จะจับตาอยู่ใกล้ ๆ แทน ดังนั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรต้องพูดเพิ่มเติม ลินด์ก็ออกจากโรงเตี๊ยมขึ้นม้าของตน แล้วควบออกไปยังชานเมืองของทัมเบิลตัน

การแวะเยือนซากเมืองทัมเบิลตันในครั้งนี้ แม้ไม่ได้อยู่ในแผน แต่กลับให้ผลลัพธ์มากมายอย่างคาดไม่ถึง ไม่เพียงแต่เขาได้พบกับเจ้าของที่ดินเท่านั้น แต่ยังได้เผชิญหน้ากับอสรพิษแดงแห่งดอร์นในตำนานอีกด้วย

ในขณะกำลังผ่านแนวรั้วไม้ของทัมเบิลตันมุ่งหน้าสู่ป่าทึบซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลัง ลินด์ก็ดึงบังเหียนม้าให้หยุดลงทันที ก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้า แล้วหันไปทางเนินเตี้ย ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ

บนยอดเนินนั้น โอเบอริน มาร์เทล หรือที่รู้จักกันในนามอสรพิษแดง กำลังยืนรอเขาอยู่ราวกับรู้ล่วงหน้า ลินด์จึงเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าชายโอเบอริน ดูเหมือนท่านจะรอข้าอยู่นะ ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าท่านมาดักรอข้าด้วยเรื่องอะไร?”

โอเบอรินเดินลงจากเนิน พร้อมกับหอกเหล็กในมือด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่แฝงด้วยเจตนาชัดเจน “สองเรื่อง หนึ่ง ข้าอยากรู้ว่าเจ้าคิดจะทำร้ายไนมีเรียหรือไม่ สอง ข้าอยากรู้ว่า ‘นักดาบอันดับหนึ่งแห่งเจ็ดราชอาณาจักร’ จะเก่งจริงตามคำร่ำลือหรือไม่”

ลินด์ชะงักไปอย่างงุนงง “นักดาบอันดับหนึ่งแห่งเจ็ดราชอาณาจักร? ข้าไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองได้ฉายานั้น”

“คนที่ชื่นชอบเจ้าตั้งให้ เพราะตำนานไม่ค่อยเกิดจากสามัญชนบ่อยนัก” โอเบอรินหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่สายตาเขาจะเลื่อนมองไปยังกลอรี่ที่อยู่ข้างเท้าลินด์ “นี่คือของขวัญจากแมวเงาในเรื่องเล่าของเจ้าหรือ?”

“ใช่” ลินด์พยักหน้าตอบ

“เป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงามจริง ๆ” โอเบอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความอิจฉาเล็กน้อย

ลินด์โน้มตัวลงลูบหัวกลอรี่เบา ๆ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้า “ใช่ เขาเป็นเพื่อนตัวน้อยที่ยอดเยี่ยมทีเดียว”

โอเบอรินก้าวเข้ามาใกล้ ใช้สายตาคมดั่งเหยี่ยวจ้องตรงมายังลินด์ “นี่เป็นครั้งแรกที่เราพบกัน แต่ข้าสัมผัสได้ว่าเจ้าเป็นชายที่มีเกียรติ จงบอกข้ามา เจ้าจะทำร้ายไนมีเรีย ฟุตลีย์หรือไม่?”

“แน่นอนว่าไม่” ลินด์ตอบโดยไม่ลังเล

ทั้งสองสบตากันเงียบ ๆ อยู่ชั่วครู่ ก่อนที่โอเบอรินจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าเชื่อเจ้า นักล่าหมี”

พูดจบเขาก็ก้าวถอยหลัง แล้วหมุนหอกในมือหนึ่งรอบ “ทีนี้ก็มาถึงเรื่องที่สอง สู้กับข้า!”

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 53

คัดลอกลิงก์แล้ว