เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 51

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 51

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 51


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 51 ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายแห่งตระกูลทาร์แกเรียน

เมื่อได้รับคำสั่งจากลินด์ หน่วยลาดตระเวนม้าได้ออกเดินทางจากค่ายซึ่งตั้งประจำอยู่หลายวันมุ่งหน้าสู่ทัมเบิลตัน ทว่าคราวนี้ลินด์ไม่ได้ส่งแค่หน่วยลาดตระเวนม้าหน่วยแรกออกสืบข่าว หากแต่รวมถึงหน่วยที่สองด้วย เนื่องจากได้รับข่าวกรองจากการสอบปากคำเชลยเมื่อวานว่ามีโจรป่าราวเจ็ดร้อยนายกำลังมุ่งหน้าสู่ทัมเบิลตันตั้งใจจะปล้นสะดมเมือง

โจรเจ็ดร้อยคนนี้แบ่งเป็นสิบสามกลุ่มโดยมีพี่น้องแมงป่องเป็นผู้นำ อีกสิบสองกลุ่มไม่ใช่กลุ่มท้องถิ่นฝั่งตะวันออกของแม่น้ำแมนเดอร์ และพวกเขาก็เป็นเช่นเดียวกับกลุ่มรองเท้าเลือด ต่างหลบหนีการปราบปรามของลอร์ดไทวินจากแถบแบล็ควอเตอร์รัชและโกลด์โรด

หลังจากหนีรอดมาพวกเขากลับติดอยู่ในภูมิประเทศอันตรายกลางภูเขาสูง ซ้ำยังถูกฝนตกหนักเล่นงานตลอดฤดู และเนื่องจากไม่ชำนาญเส้นทาง พวกเขาจึงไม่สามารถหาหมู่บ้านเล็ก ๆ ปล้นได้ อีกทั้งยังถูกโจรภูเขาและเผ่าคนท้องถิ่นคุกคาม พวกเขาจึงไร้เสบียงต้องกัดกินเปลือกไม้ รากหญ้า และแม้แต่เนื้อมนุษย์จากศพเพื่อนร่วมทาง จนความสิ้นหวังเกาะกินจิตใจจนใกล้ล่มสลาย

พี่น้องแมงป่องจึงฉวยโอกาสรวบรวมกลุ่มกระจัดกระจายเหล่านี้ส่งคนไปเสนอแผนปล้นทัมเบิลตัน ซึ่งเล่าลือกันว่ามีคลังอาหารมากมาย และเพื่อให้ข้อเสนอมีน้ำหนัก พวกเขายังแบ่งเสบียงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดให้ด้วย พวกโจรที่กำลังหิวโหยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตอบรับ

ซึ่งกลุ่มรองเท้าเลือดกลับปฏิเสธข้อเสนอนี้ในตอนแรก เพราะยังมีเสบียงสำรองอยู่บ้าง และไม่ยินดีตกอยู่ใต้คำสั่งของพี่น้องแมงป่อง อย่างไรก็ตามพี่น้องแมงป่องเกรงว่ากลุ่มนี้จะสร้างปัญหาจึงส่งคนไปคอยจับตาการเคลื่อนไหวของพวกเขา เพราะหากมีเพียงกลุ่มรองเท้าเลือดหนีจากวงล้อมของลอร์ดไทวินมาถึงฝั่งตะวันออกของแมนเดอร์ ก็อาจถือว่าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยในแผนการใหญ่ ทว่าเมื่อมีโจรจากแถบแบล็ควอเตอร์รัชและโกลด์โรดมากกว่าโหลปรากฏตัวทางเหนือของบิทเทอร์บริดจ์ เรื่องนี้ก็ไม่อาจมองข้ามว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญได้อีกต่อไป

“ลอร์ดไทวินตั้งใจขับไล่พวกโจรจากโกลด์โรดมาแถบนี้” จอนกล่าว พลางควบม้าขึ้นมาข้างลินด์ หลังจากได้ฟังรายงานจากมิทท์ตาแผลเป็น

ลินด์นิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนถาม “แล้วเจ้าคิดว่าเป้าหมายของลอร์ดไทวินคืออะไร?”

จอนขบคิดเล็กน้อยก่อนตอบว่า “เพื่อป้องกันไม่ให้เปิดเส้นทางการค้าโรสโรดได้อีก?”

“เป็นไปได้ ตลอดปีที่ผ่านมาการค้าระหว่างเหนือกับใต้ต้องผ่านแคสเตอร์ลีร็อก เส้นทางโอเชียนโรดมุ่งสู่ไฮการ์เด้น เรียกได้ว่าเส้นทางนี้เป็นสายเลือดของเศรษฐกิจ และฝั่งเวสเทอร์แลนด์ก็ได้ประโยชน์มหาศาล จึงย่อมไม่ต้องการให้โรสโรดฟื้นตัวขึ้นมา” ลินด์พยักหน้า และหันไปหาไบรน์ แล้วถามว่า “แล้วเจ้าคิดอย่างไร ไบรน์?”

ไบรน์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “ข้าไม่ได้คิดถึงลอร์ดไทวินนัก แต่สงสัยว่าพี่น้องแมงป่องติดต่อกับโจรนับสิบกลุ่มได้อย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มที่มาจากที่อื่นเสียด้วยซ้ำ แม้แต่เรายังหาตำแหน่งโจรได้แค่คร่าว ๆ แต่พี่น้องแมงป่องกลับตามเจอและติดต่อสำเร็จในเวลาอันสั้น ถ้าพวกเขามีความสามารถเช่นนั้นจริงก็คงไม่ถูกกลุ่มคิงส์วูดขับไล่ออกไปแล้ว”

ลินด์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ข้าก็สงสัยเช่นเดียวกัน ทางเดียวที่อธิบายได้คือ พวกเขามีสายอยู่ในกลุ่มโจรเหล่านั้น แต่โจรพวกนั้นเคยอยู่โกลด์โรด จะให้พี่น้องแมงป่องแทรกซึมไปก่อนคงไม่เป็นไปได้ ข้าคิดว่าสายลับพวกนั้นไม่ได้เป็นของพี่น้องแมงป่อง หากแต่พวกเขาเองก็เป็นหมาก”

“ลอร์ดไทวิน!” ไบรน์ ริเวอร์ส และจอนกล่าวพร้อมกัน

“ใช่ ข้าคิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงของลอร์ดไทวินไม่ใช่โรสโรด แต่เป็นทัมเบิลตัน” ลินด์ตอบรับ พร้อมกับสีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง แล้วหันไปสั่งรอลว่า “บอกทุกคนให้เร่งฝีเท้า หากเราไปถึงช้ากว่านี้ เมืองอาจไม่เหลืออะไรแล้ว”

เมื่อได้รับคำสั่งขบวนจึงเร่งความเร็วทันที และเพื่อช่วยเหลือหน่วยลำเลียงทหารในหน่วยยามบางส่วนจึงแบ่งม้าให้ ขณะที่ม้าสำรองถูกนำมาใช้บรรทุกสัมภาระ เมื่อเห็นดังนั้นลินด์ก็ตัดสินใจว่าภายภาคหน้าควรจัดหาเกวียน รถลาก และพาหนะเพิ่มเติมไว้ด้วย

โชคดีที่สภาพอากาศเริ่มดีขึ้นแล้วทำให้การเดินทางในภูเขาตลอดสองวันผ่านไปอย่างราบรื่น และในที่สุดก็เดินทางถึงป่าทึบใกล้เมืองทัมเบิลตัน

ลินด์สั่งให้ทุกคนหยุดพักแอบซ่อนตัวในป่าไม่ส่งหน่วยลาดตระเวนออกไป แต่สั่งให้ทุกนายสวมเกราะ เตรียมอาวุธ และอยู่ในสภาพพร้อมรบ แล้วปล่อยกลอรี่ ซึ่งผ่านการฝึกฝนแล้วออกไปตรวจสอบหุบเขาที่เคยมีการพบกลุ่มติดอาวุธ เพราะก่อนถึงทัมเบิลตันหน่วยลาดตระเวนม้าหน่วยแรกเคยพบคนซ่อนตัวในหุบเขานอกเมือง และพอแอบสังเกตดูก็พบว่ากลุ่มคนติดอาวุธนั้นไม่มีการจุดไฟทำอาหารตอนเที่ยงวัน จึงคาดว่าพวกเขาเตรียมการซุ่มโจมตี และอาจเป็นกลุ่มจากพี่น้องแมงป่อง

เมื่อกลอรี่หายไปได้ครู่หนึ่งลินด์ก็สั่งให้จอนกับรอลอยู่ข้างกายตนและห้ามรบกวน เขาจึงรวมสมาธิถ่ายทอดจิตวิญญาณไปยังกลอรี่ ซึ่งการเชื่อมต่อเป็นไปอย่างราบรื่น และเขาก็เห็นทุกอย่างผ่านสายตาของมัน

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ใช้สายตาของกลอรี่ แต่ลินด์ก็ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่เล็กน้อย อย่างไรก็ตามความสามารถของแมวเงาในการมองเห็นพลังความร้อนก็ประโยชน์สูงยิ่ง คล้ายกับอุปกรณ์จับความร้อน ทำให้มันเป็นนักล่าร้ายกาจในป่าเขตมืด

กลอรี่กระโจนไปอย่างเงียบเชียบ สีขนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีมืดกลมกลืนไปกับเงาไม้ มันเร้นกายเข้าใกล้หุบเขาโดยไร้เสียง เคลื่อนผ่านทหารยามเข้าสู่จุดสูงที่มองเห็นทั่วทั้งค่าย ไม่นานลินด์ก็มองเห็นชายติดอาวุธราวสามร้อยคน ชุดเกราะหนังของพวกเขางดงามและแข็งแรงกว่าที่โจรปกติพึงมี มีม้าอยู่ครบทุกคน แสดงชัดว่าเป็นกองทหารม้าไม่ใช่พวกโจรทั่วไป แม้แต่กลุ่มคิงส์วูดก็ยังไม่เคยมีหน่วยม้าเช่นนี้

‘พวกที่เหลือรอดจากทาร์แกเรียน’ ลินด์คิดขึ้นมาในใจ และนึกถึงคำพูดของวอร์ทิเมอร์ที่เคยบอกว่า เลดี้ไนมีเรียแห่งทัมเบิลตันอาจมีความเกี่ยวข้องกับผู้ภักดีต่อทาร์แกเรียน ก่อนที่เขาจะสั่งให้กลอรี่เข้าไปใกล้กว่านี้เพื่อฟังบทสนทนา

“ลอร์ดฮาเกน เราต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน?” มีคนถามขึ้นด้วยเสียงไม่พอใจ

“ใครอยากไปก็ไป ข้าไม่ห้าม” ชายวัยกลางคนผมแดงที่นั่งอยู่กลางกองไฟตอบโดยไม่หัน

ทุกคนเงียบกริบ เพราะต่างรู้ดีว่าการแยกตัวหมายถึงความตายภายในสิบวัน และหากถูกจับได้จะถูกส่งไปแลกรางวัลที่คิงส์แลนดิ้ง

“เจ้าชายสั่งให้ข้าคุ้มกันท่านหญิง ข้าจะไม่ทิ้งที่นี่” ชายผมแดงกล่าวเสียงแข็ง ดวงตากวาดมองรอบกองไฟ “พวกเจ้าไม่มีที่ไปมาขอพึ่งข้า ข้าก็รับเลี้ยงไว้ หัดสำนึกบุญคุณของคนอื่นซะบ้างเข้าใจหรือไม่?”

กลุ่มคนก้มหน้า พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เข้าใจแล้วขอรับ”

หลังจากนั้นกลุ่มเล็ก ๆ ก็ทยอยลุกออกจากวงไฟ พร้อมกับลินด์ที่สังเกตว่าชายผมแดงส่งสัญญาณให้ลูกน้องติดตามไป ซึ่งเขาคงตั้งใจเก็บพวกปั่นป่วนเสียแต่เนิ่น ๆ และจากการเฝ้าดูผ่านสายตากลอรี่ ลินด์ก็มั่นใจว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้ติดตามเจ้าชายลูวิน มาร์เทล ซึ่งเคยเป็นราชองครักษ์ของราชวงศ์ทาร์แกเรียน และได้รับคำสั่งให้คุ้มกันเลดี้ไนมีเรีย ฟุตลีย์ เป็นกองกำลังที่เหลืออยู่ของฝ่ายทาร์แกเรียนที่ยังหลบซ่อนและดิ้นรนเอาชีวิตรอดมานาน

เมื่อเห็นว่าได้ข้อมูลพอแล้ว ลินด์จึงสั่งให้กลอรี่กลับ และถอนสติกลับสู่ร่างตน

“เกิดอะไรขึ้น?” ลินด์ถามเมื่อสังเกตเห็นหน้าแปลก ๆ ของจอนและรอลที่มองมายังเขา

จอนลังเลก่อนตอบว่า “ตอนท่านกำลังนิ่งไปเมื่อครู่ เหมือนร่างของท่านเปล่งความร้อนออกมาราวกับกองไฟเลยขอรับ”

ลินด์ชะงักไป เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าอาการแบบนั้นจะเกิดขึ้นเวลาเขาถ่ายทอดจิตเข้าไปในร่างของกลอรี่ ปกติเขามักกระทำเพียงลำพังจึงไม่เคยมีใครสังเกตเห็นเรื่องนี้มาก่อน ดังนั้นการได้รู้เรื่องนี้มันจึงทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจนัก พร้อมกับในใจที่ตัดสินใจว่าจะหลีกเลี่ยงการใช้พลังเหล่านี้ต่อหน้าผู้อื่นในอนาคต เพราะเรื่องลี้ลับหรือเหนือธรรมชาติมักสร้างความหวาดระแวงในใจผู้คนอยู่เสมอ

“ส่งคำสั่งไป ยกเลิกการเตรียมพร้อมรบ แต่ให้คงความระมัดระวังไว้ ส่งหน่วยลาดตระเวนออกตรวจตราบริเวณรอบ ๆ ห้ามเข้าใกล้หุบเขาเด็ดขาด และต้องแน่ใจว่าไม่มีใครพบเห็นพวกเรา และห้ามจุดไฟเด็ดขาด ส่วนข้าจะไปสำรวจในหมู่บ้านสักกหน่อย” ลินด์สั่งการอย่างรวดเร็ว

จอนพยักหน้าแล้วรีบไปถ่ายทอดคำสั่ง ส่วนลินด์ก็เริ่มเดินไปยังเนินเขาใกล้ ๆ ซึ่งสามารถมองเห็นทัมเบิลตันได้อย่างชัดเจน ทำให้รอลที่เห็นก็ตั้งท่าจะตามไปพร้อมกับคนของเขา แต่ลินด์ก็โบกมือห้ามไว้ และตั้งใจจะไปเพียงลำพัง

ทัมเบิลตันทอดตัวอยู่ริมแม่น้ำแมนเดอร์ หมู่บ้านประกอบด้วยกระท่อมหญ้าหลังคาต่ำประมาณสี่สิบถึงห้าสิบหลัง ล้อมรอบบ้านหอคอยขนาดเล็ก มีรั้วไม้ล้อมรอบชุมชนไว้ และนอกนั้นเป็นพื้นที่เพาะปลูก ริมแม่น้ำมีท่าเทียบเรือขนาดเล็ก มีเรือหาปลาจอดอยู่หนึ่งถึงสองลำดูเผิน ๆ ก็เหมือนหมู่บ้านชาวประมงทั่วไป

แต่หากมองขึ้นไปตามแนวเนินเหนือขึ้นไป จะเห็นซากเมืองเก่าทัมเบิลตันตั้งตระหง่านอยู่ เป็นเครื่องเตือนถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต บนยอดเนินมีปราสาทหอคอยขนาดใหญ่ซึ่งพังทลายไปแล้ว ด้านล่างเป็นบ้านหินเรียงรายลงมาตามไหล่เขา คล้ายกำแพงโอบล้อม ส่วนเชิงเขาเคยเป็นย่านเมืองชั้นล่าง มีท่าเรือขนาดใหญ่รองรับเรือสินค้าหลายลำ และหากดูจากโครงสร้างทั้งหมด มันก็เคยเป็นเมืองใหญ่ที่น่าภาคภูมิใจเลยทีเดียว แต่ตอนนี้เมืองแห่งนี้เหลือเพียงซากเปลือก วิญญาณของมันถูกกัดกร่อนด้วยลม ฝน และกาลเวลา ทว่าแม้จะทรุดโทรมฐานรากอันแข็งแรงก็ยังบอกเล่าถึงความรุ่งโรจน์ในอดีต

แต่สิ่งที่ลินด์มองเห็นนั้นลึกซึ้งยิ่งกว่า เหมือนกับที่เขาเคยสัมผัสได้ที่หลุมมังกร เขารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของพลังวิญญาณพยาบาทที่แน่นข้นลอยวนอยู่เหนือซากเมืองเก่า และที่นี่รุนแรงยิ่งกว่าครอบงำด้วยพลังแห่งมังกร เขาเห็นเป็นรูปร่างมัว ๆ คล้ายร่างของมังกรในอดีต เป็นหลักฐานชวนขนลุกถึงความตายของสิ่งมีชีวิตอันยิ่งใหญ่เหล่านั้น

ซึ่งตำนานเคยกล่าวไว้ว่ามีมังกรสองตัวตายที่นี่ในช่วงสงครามมังกร และบัดนี้ลินด์มั่นใจแล้วว่าเรื่องเล่านั้นเป็นจริง เพราะมีเพียงพลังเวทที่ทรงอานุภาพซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมังกรตายเท่านั้นจึงจะทิ้งร่องรอยได้ถึงเพียงนี้

ในขณะเดียวกันกลอรี่ก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ ๆ วิ่งวนรอบตัวเขาสองรอบก่อนจะเอาหัวมาถูขา พร้อมกับส่งเสียงร้องเบา ๆ ไปทางซากเมืองเก่าด้วยน้ำเสียงเร่งเร้าอย่างชัดเจน

“ฮ่า ๆ หิวแล้วหรือไง?” ลินด์ถามพลางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบหัวมัน

กลอรี่เลียฝ่ามือเขาก่อนจะดึงแขนเสื้อของเขาอย่างแรงอย่างไม่ยอมแพ้ แววตาเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย ดูเหมือนพลังวิญญาณมังกรที่มันเคยลิ้มรสจากหลุมมังกรจะกลายเป็นสิ่งเสพติดสำหรับมันไปแล้ว

เมื่อเห็นเช่นนั้นลินด์จึงหยุดล้อเล่นหันหลังกลับไปทางป่า และหลังออกคำสั่งสั้น ๆ เขาก็ขึ้นม้า โดยมีกลอรี่ติดตามไม่ห่าง แล้วควบออกไปยังซากเมืองเก่าทัมเบิลตันอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 51

คัดลอกลิงก์แล้ว