- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 48
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 48
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 48
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 48 การจัดตั้งหน่วยทหารม้า
หลังจากลินด์ออกจากเต็นท์ของวอร์ทิเมอร์ ความคิดในหัวของเขาก็ปั่นป่วนเกินจะสงบลงได้ เขาตัดสินใจเลื่อนการทดสอบพลังของกลอรี่ออกไปก่อน แล้วกลับมานอนเอนกายในเต็นท์อย่างเหม่อลอย มือข้างหนึ่งลูบขนกลอรี่ซึ่งนอนอยู่เคียงข้าง อีกมือหนึ่งรองศีรษะไว้ ขณะที่จิตใจยังคงไตร่ตรองคำพูดของวอร์ทิเมอร์
วอร์ทิเมอร์เชื่อว่าเลดี้แห่งทัมเบิลตันอาจสนใจเขา เพราะเงื่อนไขแปลกประหลาดที่นางตั้งไว้สำหรับว่าที่คู่ครอง ผู้ใดก็ตามที่สามารถเอาชนะนางในการประลองได้เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เกี้ยวพาราสีนาง
เลดี้ผู้นั้นเป็นที่เลื่องลือในด้านฝีมือดาบ ตั้งแต่อายุสิบหกนางได้เข้าร่วมการประลองหลายครั้งในฐานะอัศวินนิรนาม และคว้าชัยชนะมาหลายสนาม ความพ่ายแพ้ของนางมีเพียงไม่กี่ครั้ง และผู้ที่เอาชนะนางได้ล้วนเป็นยอดนักดาบระดับตำนาน เช่น เซอร์อาร์เธอร์ เดนน์ ดาบแห่งรุ่งอรุณ และเซอร์บาริสตัน ผู้กล้าหาญ
เมื่อเลดี้ไนมีเรียประกาศเงื่อนไขเช่นนั้น เหล่าอัศวินจำนวนมากต่างพากันแห่ไปท้าทาย แต่ไม่มีใครเลยที่เอาชนะนางได้ หลังจากที่ปราบคู่ต่อสู้แต่ละคนนางจะยึดของประดับอย่างใดอย่างหนึ่งจากเขา แล้วนำไปแขวนไว้หน้าประตูเมืองทัมเบิลตันเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของตน
ในช่วงแรกเลดี้แสดงความเมตตาในการต่อสู้ แต่เมื่อมีผู้ท้าชิงมากขึ้น นางก็เริ่มหมดความอดทนจนเลิกออมมือ และเริ่มสังหารศัตรูในสนามประลองจริงจัง ทำให้อัศวินกว่าสิบคนต้องจบชีวิตลง และความตายเหล่านั้นก็กลายเป็นคำเตือนอันน่าหวาดกลัวที่ทำให้แม้แต่ผู้กล้าก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากท้าอีก อย่างไรก็ตามแม้เลดี้ผู้นี้จะดูน่าหวาดเกรงเพียงใด วอร์ทิเมอร์กลับเชื่อมั่นว่านางไม่ใช่คู่มือของลินด์ และการท้าทายนางก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาควรกลัว
นอกจากนี้วอร์ทิเมอร์ยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างเลดี้ผู้นี้กับพวกโจรที่ร่ำลือกันว่าเป็นซากเดนของพวกทาร์แกเรียน ซึ่งหนีมาหลบซ่อนอยู่ทางเหนือของบิตเตอร์บริดจ์ ทั้งที่เมืองทัมเบิลตันไม่มีแม้แต่กำแพงหรือทหารประจำการเกินยี่สิบคน กลับสามารถอยู่รอดได้โดยไม่ถูกโจรแตะต้องเลยในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา วอร์ทิเมอร์จึงเชื่อว่าหากลินด์สามารถชนะใจเลดี้ไนมีเรียได้ ภารกิจของลอร์ดเมซก็จะสำเร็จไปได้กว่าครึ่ง
แม้ลินด์จะไม่เคยนึกถึงการสร้างพันธมิตรทางการเมืองด้วยการแต่งงาน แต่ข้อเสนอของวอร์ทิเมอร์ก็เริ่มทำให้เขาครุ่นคิด หากทำสำเร็จเขาจะไม่ได้แค่ภรรยาผู้กล้า แต่ยังอาจได้ครอบครองเขตปกครองสำคัญที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาค
ทัมเบิลตันตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ทรงคุณค่า หากควบคุมได้ก็ย่อมมีอำนาจเหนือผืนแผนดินทางเหนือของบิตเตอร์บริดจ์ ด้านตะวันออกติดเทือกเขาทัมเบิลตัน ด้านตะวันตกจรดคิงส์วู้ด และด้านใต้เชื่อมถึงแม่น้ำแบล็ควอเตอร์ ทำให้ลินด์อาจกลายเป็นลอร์ดผู้ทรงอิทธิพลได้ในอนาคต
ทว่าความทะเยอทะยานเหล่านั้นมีความหมายก็ต่อเมื่อเขาไม่มีหนทางอื่น ลินด์รู้ดีว่าเขายังมี ‘ระบบ’ เป็นแต้มต่อที่ไม่อาจประเมินค่าได้ และด้วยวัยเพียงสิบห้าเขายังมีเวลาเหลือเฟือในการไต่เต้าสู่เป้าหมาย
อย่างไรก็ดีเขาก็ไม่อาจละเลยเลดี้ผู้นี้ได้โดยสิ้นเชิง เลดี้ไนมีเรีย ฟุตลีย์ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุภารกิจด้วยทรัพยากรที่น้อยที่สุด และนั่นคือสิ่งที่ลินด์ไม่อาจมองข้ามได้
ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดหาทางใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การ์แลนก็เข้ามาในเต็นท์ และไม่พูดพล่ามถามเขาทันทีว่า “ลินด์ เจ้ากำลังหนักใจเรื่องค่าใช้จ่ายและกำลังพลใช่ไหม?”
“ใช่แล้ว ท่านลอร์ดการ์แลน” ลินด์ตอบพลางยันตัวนั่งขึ้น
“รางวัลจากชัยชนะในการประลองของเจ้าพร้อมแล้ว” การ์แลนพูดพร้อมยื่นม้วนเอกสารให้
ลินด์คลี่กระดาษออกดู และเห็นในจดหมายระบุว่าเขาจะได้รับรางวัลจำนวน 3,000 เหรียญทองมังกร พร้อมแต่งตั้งเป็นหัวหน้าผู้ควบคุมหน่วยกองลาดตระเวนม้าอย่างเป็นทางการ
โดยในจดหมายนั้นระบุเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจนว่า หน่วยลาดตระเวนจะขยายจากสิบคนเป็นหนึ่งร้อยคน โดยตระกูลไทเรลล์จะเป็นผู้ออกเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงสองปีแรก อำนาจของลินด์ในฐานะหัวหน้าก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เขาสามารถรับสมัครทหารจากพื้นที่ท้องถิ่น และมีอิสระในการตัดสินใจเลือกเป้าหมายโจมตี เรียกได้ว่าเกือบเป็นอำนาจทหารอิสระเต็มรูปแบบในพื้นที่รับผิดชอบ
อย่างไรก็ตามอำนาจทั้งหมดนั้นมาพร้อมเงื่อนไข ลินด์ต้องรับภารกิจปราบปรามโจรในพื้นที่ทางเหนือของบิตเตอร์บริดจ์ และอำนาจดังกล่าวจะมีผลเฉพาะในเขตพื้นที่นั้นเท่านั้น นอกเขตดังกล่าวเขาจะกลับไปเป็นหัวหน้าธรรมดาเช่นเดิม
แม้จะมีข้อจำกัด แต่ข้อเสนอทั้งหมดนี้ก็ถือว่าใจกว้างอย่างยิ่ง เพียงแค่รางวัล 3,000 เหรียญทองก็หาได้ยากแล้วในหมู่ลอร์ดทั่วไป และยิ่งหายากกว่านั้นคือการมอบตำแหน่งและอำนาจเพิ่มให้แก่ผู้ชนะการประลอง
เมื่อเทียบกับขุนนางทั่วไปแล้วตระกูลไทเรลล์แสดงความเอื้อเฟื้อชัดเจน แถมหลายคนเห็นว่าแค่เงินรางวัลจากสนามแข่งก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แทบไม่มีใครให้อำนาจเพิ่มเติมใด ๆ แต่ไทเรลล์กลับมอบทุกสิ่งให้โดยไม่ลังเล แสดงถึงความมั่งคั่งและใจกว้างของตระกูลนี้
“ถ้าข้ารับภารกิจปราบโจร ทางตระกูลจะมีการสนับสนุนอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่?” ลินด์ถามต่อ
“ยกเว้นภาษี” การ์แลนตอบโดยไม่ลังเล “จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น เจ้าจะมีสิทธิ์ค้าขายโดยไม่ต้องเสียภาษี นั่นน่าจะพอช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทหารได้ไม่น้อย”
ลินด์หัวเราะเบา ๆ “ถ้าข้าไม่ทำภารกิจให้เสร็จสักที ข้าก็จะได้ยกเว้นภาษีตลอดไปสินะ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่” การ์แลนส่ายหน้า “หากภารกิจยังไม่เสร็จภายในห้าปี มันจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ จากนั้นเจ้าจะถูกเรียกตัวกลับไฮการ์เดน และจะถูกปลดจากตำแหน่งหัวหน้าหน่วยกองลาดตระเวน”
“ห้าปีนั้นเพียงพอแล้ว” ลินด์กล่าวอย่างมั่นใจ ก่อนจะถามอย่างสงสัย “ภารกิจนี้ตั้งใจจะให้ข้าแต่แรกหรือ?”
“เปล่า เดิมทีเตรียมไว้ให้ลอร์ดวอร์ทิเมอร์ แต่เขาปฏิเสธ เพราะเห็นว่าเจ้าเหมาะสมกว่า” การ์แลนอธิบาย “หลังจากนั้นเราก็ได้วิเคราะห์กันอีกครั้ง และก็เห็นด้วยกับเขา สุดท้ายแล้วเจ้าก็ไม่มีเงาของตระกูลขุนนางใดอยู่เบื้องหลัง . . .”
การ์แลนเผลอพูดอะไรบางอย่างแล้วรู้สึกว่าคำพูดอาจไม่เหมาะ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที “ที่เราเรียกอัศวินมารวมตัวกันนั้นก็เพื่อให้ดูเหมือนเป็นธรรม จะได้ไม่มีใครกล่าวหาว่าตระกูลไทเรลล์ลำเอียงเมื่อตัดสินใจเลือกเจ้า”
แม้การ์แลนจะเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา แต่ลินด์ก็ยังไม่ตัดสินใจในทันที เขายังคงไตร่ตรองข้อเสนออย่างรอบคอบ ขณะที่การ์แลนยืนอยู่ข้าง ๆ มองกลอรี่ซึ่งนอนเงียบอยู่ใกล้เตียงอย่างลังเล ดูเหมือนเขาจะอยากลองลูบมัน แต่ก็ยังไม่แน่ใจ
ผ่านไปครู่หนึ่งลินด์ก็ตัดสินใจ “ท่านลอร์ดการ์แลน ได้โปรดแจ้งลอร์ดเมซด้วยว่าข้ายอมรับภารกิจปราบโจร”
ใบหน้าของการ์แลนเปล่งประกายทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ และหันหลังเตรียมออกจากเต็นท์ แต่ก่อนจะออกไปเขาก็หยุดอย่างกะทันหันแล้วหันกลับมา “ข้าว่าลอร์ดวอร์ทิเมอร์คงพูดถึงเลดี้ไนมีเรีย ฟุตลีย์กับเจ้าแล้วใช่ไหม? ข้าเองก็เห็นว่านางเป็นโอกาสที่ดี”
ลินด์เลิกคิ้วเล็กน้อย และตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ “หรือท่านกลัวว่าตัวเองจะต้องแต่งกับนางเสียเอง?”
“เป็นไปได้ยังไงกันเล่า!” ใบหน้าการ์แลนแดงจัดรีบปฏิเสธทันที ก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าแค่คิดว่าเจ้ากับเลดี้ไนมีเรียจะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดี”
โดยไม่รอให้ลินด์โต้ตอบ การ์แลนก็รีบออกจากเต็นท์ ปล่อยม่านปิดลงเบื้องหลัง
เมื่อลินด์ยืนยันรับภารกิจภารกิจปราบโจรในที่สุดก็มีผู้นำแน่ชัด พร้อมกับเหล่าผู้สังเกตการณ์จำนวนมากที่หัวเราะเยาะลินด์ และพากันเชื่อว่าเขาถูกความหลงตัวเองจากชัยชนะในสนามประลองทำให้ตาบอด และกำลังจะทุ่มเหรียญทองมังกรสองหมื่นไปอย่างโง่เขลา
รางวัลและสิทธิ์ยกเว้นภาษีที่การ์แลนแจ้งต่อลินด์นั้นถูกเก็บไว้เป็นความลับ โดยลอร์ดเมซสั่งมอบคำสั่งแยกต่างหากในซองปิดผนึก และในสาธารณะมีเพียงการขยายหน่วยลาดตระเวนม้าเป็นหนึ่งร้อยนายที่ถูกประกาศ
แม้การขยายจำนวนนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในหมู่ขุนนางและอัศวินในค่าย เนื่องจากมีข่าวลือมาก่อนแล้ว แต่หลายคนก็ยังไม่เชื่อว่าทหารม้าเพิ่มอีกร้อยคนจะสามารถจัดการกับโจรได้จริง
ในขณะเดียวกันลินด์ซึ่งได้รับคำแนะนำจากวอร์ทิเมอร์ได้คัดเลือกบุคคลสำหรับหน่วยลาดตระเวนใหม่ไว้ล่วงหน้า เขาดึงตัวมิทท์ตาเดียว หรือ ‘มิทท์ตาแผลเป็น’ และคนอื่น ๆ ที่เคยจ่ายเงินขอติดตามเขามาก่อนให้มารวมตัวกันเป็นหน่วยใหม่ ภายใต้การบัญชาการของมิทท์แม้ว่าพวกเขาจะยังห่างไกลจากความเป็นทหารม้าชั้นยอด แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกปากบ่น ต่างก็ปฏิบัติตามคำสั่งของลินด์อย่างเงียบ ๆ
สำหรับตำแหน่งที่เหลือลินด์เลือกคนที่มีทักษะด้านการสอดแนม ธนู และล่าสัตว์ ซึ่งสามารถขี่ม้าได้ดี เพื่อให้ได้หน่วยรบที่หลากหลายและใช้งานได้จริง ทำให้ทุกคนในค่ายต่างงุนงงกับการคัดเลือกของลินด์ เพราะตามหลักแล้วเขาควรเลือกทหารรับจ้างหรืออัศวินที่มีประสบการณ์ด้านการรบ แต่เขากลับเลือกพวกพราน นักแม่นธนู และคนสอดแนมที่แทบไม่มีประสบการณ์รบม้าเลย
ด้วยเหตุนี้ค่ายจึงเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ หลายคนมองว่าลินด์กำลังเลือกคนมั่วซั่วเพราะขาดความรู้ด้านการทหาร ทำให้ความเชื่อมั่นในตัวเขาดิ่งลงเหว และหลายคนพากันพูดว่าเขาต้องล้มเหลวแน่ และคงได้กลับไฮการ์เดนด้วยความอับอาย
ในคืนนั้นวอร์ทิเมอร์มาหาลินด์เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยความกังวล เขาเริ่มสอนพื้นฐานกลยุทธ์สงครามให้ แม้ลินด์จะตั้งใจฟัง แต่เขาก็ยังยืนกรานจะใช้วิธีคัดเลือกของตนเองต่อไป ในทางตรงข้ามการ์แลนกลับยังเชื่อมั่นในตัวลินด์ เขายืนยันกับลอร์ดเมซว่าลินด์ต้องมีแผนในใจ และขอให้ปล่อยให้เขาทำตามแนวทางของตนโดยไม่แทรกแซงจนกว่าจะเห็นผลลัพธ์
อย่างไรก็ตามลินด์ก็ยังประสบปัญหาในการหาคนให้ครบจำนวน แม้จะเสนอค่าจ้างพอสมควร แต่เขาก็ยังขาดคนอีกประมาณยี่สิบตำแหน่ง ไม่ใช่พรานหรือนักธนูทุกคนจะขี่ม้าได้ และหลายคนที่ลองขึ้นหลังม้าก็แค่เดินต้วมเตี้ยม บางคนถึงกับตกม้าเมื่อให้ควบเต็มฝีเท้า ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ลินด์จึงออกไปหาคนเพิ่มเติมจากนอกค่ายไทเรลล์ โดยได้รับอนุญาตจากลอร์ดเมซตามคำแนะนำของการ์แลน
ในเวลานี้มีทหารรับจ้างและพวกกลุ่มอิสระเร่ร่อนจำนวนมากอยู่ในคิงส์แลนดิ้ง และเมื่อข่าวแพร่ออกไปว่าลินด์ ‘นักล่าหมี’ กำลังรับสมัครทหารม้าก็มีผู้คนกว่า 1,000 คนแห่มายังค่ายของไทเรลล์ ซึ่งในหมู่พวกเขามีชื่อที่โดดเด่นหลายคน รวมถึง ไบรน์ ริเวอร์ส แชมป์ธนูล่าสุดจากการประลอง
ลินด์ยอมรับไบรน์ ริเวอร์สเข้าร่วมหน่วยลาดตระเวนด้วยความยินดี ทว่าก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ เพราะด้วยชัยชนะอันโดดเด่นของไบรน์เมื่อไม่นานมานี้ เขาไม่น่าจะขาดแคลนทรัพย์สิน อีกทั้งยังมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับลอร์ดแบล็กฟิช อนาคตในริเวอร์แลนด์จึงควรสดใส แล้วเหตุใดอัศวินผู้มีฝีมือระดับนี้ถึงสมัครเข้าหน่วยทหารม้าโนเนมของตน?
แถมคำอธิบายของไบรน์ก็คลุมเครือมาก เขากล่าวเพียงว่าได้ก่อความอัปยศบางประการจนถูกลอร์ดทัลลีเนรเทศ และการเข้าร่วมกับลินด์จึงเป็นทางรอดหนึ่ง ดีกว่าต้องหลบหนีจากเวสเทอรอสไปยังนครเสรีโดยสิ้นเชิง
แม้ไบรน์จะไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่ลินด์ก็คาดเดาได้ว่าเรื่องที่เขาก่อคงร้ายแรงไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นลินด์ก็หาได้สนใจอดีตของเขาไม่ ตราบใดที่ไบรน์มีประโยชน์ต่อภารกิจ
ในขณะเดียวกันการหลั่งไหลเข้ามาของผู้สมัครก็สร้างความวุ่นวายไม่น้อย เหล่าทหารรับจ้างแห่กันเข้าค่ายไทเรลล์จนแน่นขนัด ลอร์ดเมซจึงจำต้องออกคำสั่งประกาศขยายหน่วยลาดตระเวนม้าเป็น 200 นายเพื่อควบคุมสถานการณ์ อย่างไรก็ตามในอีกด้านหนึ่งเขาก็สั่งให้การ์แลนแจ้งลินด์เป็นการส่วนตัวว่า ตระกูลไทเรลล์จะรับผิดชอบเฉพาะค่าจ้างครึ่งหนึ่งของกำลังพลเพิ่มเติม ส่วนที่เหลือให้ลินด์เป็นผู้จัดการเอง
ทำให้ลินด์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยินดีต่อการขยายกองกำลังทันที แม้ภาระทางการเงินจะเพิ่มขึ้น แต่เขามองว่าการขยายตัวในขอบเขตที่ควบคุมได้คือข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ ดังนั้นนอกเหนือจากกำลังรบ 200 นายแล้ว ลินด์ยังรับสมัครบุคลากรเฉพาะทางมาสนับสนุนหน่วยลาดตระเวนอีกด้วย รวมถึงพ่อค้าไร้สังกัดนามว่า ‘มัส’ ผู้เคยล้มละลายมาก่อนให้มารับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน อีกทั้งยังว่าจ้างแรงงานกว่า 20 คนในหน้าที่สนับสนุน เช่น คนดูแลคอกม้า ช่างเครื่องหนัง และช่างซ่อมอาวุธ
เมื่อขบวนของตระกูลไทเรลล์เตรียมออกเดินทางกลับไฮการ์เดน หน่วยกองลาดตระเวนของลินด์ก็ยังไม่สมบูรณ์ดี ดังนั้นเขาจึงวางแผนจะคัดเลือกคนเพิ่มระหว่างทางไปเรื่อย ๆ เนื่องด้วยแนวทางอันแหวกขนบของเขา บวกกับความเคลือบแคลงของเหล่าอัศวินในค่าย ทำให้ไม่มีอัศวินคนใดจากตระกูลไทเรลล์ยอมเข้าร่วม แม้กระทั่งผู้ที่ชื่นชมฝีมือของเขาโดยส่วนตัวก็ตาม
โดยก่อนจะออกจากคิงส์แลนดิ้งลินด์ได้มอบหมายให้มัสจัดหาม้าศึกจำนวน 300 ตัว ซึ่งเขาจะอยู่เบื้องหลังเพื่อเจรจากับพ่อค้าค้าม้าที่สามารถจัดหาม้าได้ในจำนวนและคุณภาพที่เหมาะสมกับภารกิจ
นอกจากนี้เขายังได้ของขวัญสุดท้ายจากวาริสก่อนออกเดินทาง มันเป็นแผนที่ภูมิประเทศโดยละเอียดของบริเวณทัมเบิลตัน ซึ่งนอกจากจะแสดงลักษณะภูมิประเทศอย่างแม่นยำแล้ว ยังระบุที่ซ่อนของกลุ่มโจรสำคัญหลายกลุ่ม พร้อมด้วยตัวเลขประมาณการกำลังพล และตำแหน่งยุทธศาสตร์ต่าง ๆ
ดังนั้นแผนที่ฉบับนี้จึงเปรียบเสมือนตัวเปลี่ยนเกมดี ๆ นี่เอง ถ้าหากไม่มีมันลินด์อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนในการรวบรวมข่าวกรองระดับนี้ แต่ด้วยของขวัญจากวาริส เขาสามารถลงมือได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด และที่น่าฉงนยิ่งไปกว่านั้นก็คือ วาริสได้ทำเครื่องหมายที่ตัวเมืองทัมเบิลตันเอาไว้ด้วย โดยภายใต้ชื่อเมืองนั้นเขาได้เขียนชื่ออีกชื่อหนึ่งไว้ด้วยตัวหนังสือขนาดเล็กว่า . . . ไนมีเรีย ฟุตลีย์