เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 46

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 46

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 46


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 46 การตัดสินใจของลอร์ด

บางทีวาริสอาจเริ่มเชื่อในเทพทั้งเจ็ดแล้วจริง ๆ เพราะเมื่อเขาได้ยินลินด์เอ่ยถึงเหล่าเทพในครั้งนี้ เขากลับไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใด

หลังจากนั้นทั้งสองก็ปรึกษากันถึงวิธีติดต่อกันในอนาคต และวาริสก็กำลังจะเดินจากไป ทว่าในจังหวะที่เขาเดินมาถึงทางออกกลับหยุดกึก ร่างของเขาแข็งตึงราวกับเจอสิ่งน่าตกใจ

เงามืดเบื้องหน้าขยับไหว พร้อมกับเงาเสือดำตัวหนึ่งขนสีขาวลายดำปรากฏตัวออกมาช้า ๆ มันเดินวนอย่างระแวดระวัง ส่งเสียงขู่ต่ำใส่วาริสพร้อมจะกระโจนเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ

“กลอรี่” ลินด์ออกคำสั่งเสียงเฉียบ

เจ้าสัตว์ร้ายซึ่งเคยดูดุร้ายพลันสงบลงทันที และเลิกจ้องวาริสเป็นเป้าหมาย แม้จะยังแยกเขี้ยวใส่ขณะเดินผ่าน แต่ก็ไม่มีท่าทีจะโจมตีอีกต่อไป ก่อนที่กลอรี่จะเดินตรงมาหาลินด์ และถูคอกับหน้าแข้งเขาเบา ๆ สองสามครั้ง ก่อนเงยหน้าขึ้นแล้วแลบลิ้นเลียมือลินด์ จากนั้นก็วางหัวลงบนมือของเขา ราวกับร้องขอความสนใจ

ลินด์ลูบหัวกลอรี่เล็กน้อย ทำให้มันส่งเสียงครางพึงพอใจ แล้วเขาก็หันไปตรวจสอบสภาพร่างกายของมันอย่างละเอียด ซึ่งอาจจะเป็นเพราะดูดกลืนพลังงานจากวิญญาณพยาบาทในหลุมมังกร ร่างของกลอรี่จึงโตขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า เมื่อลุกยืนก็เกือบจะสูงถึงเข่า ทำให้พกพาในผ้าพันแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป ขนของมันสะท้อนแสงมีชีวิตชีวาสีขาวยิ่งขาวสด ส่วนสีดำก็ยิ่งดำลึก ลวดลายตามลำตัวเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะรอยบนศีรษะที่เริ่มคล้ายรูปกะโหลกผิดรูปให้อารมณ์ชวนขนลุก

“นี่คือแมวเงาที่เจ้าพามาจากคิงส์วูดใช่หรือไม่?” วาริสถามขึ้นในที่สุดหลังจากความตึงเครียดคลี่คลาย พร้อมกับแววตาเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นขณะมองกลอรี่ “แม่แมวเงาเป็นคนมอบมันให้เจ้าจริงหรือ?”

“ไม่ใช่” ลินด์ส่ายหน้า “เป็นเด็กแห่งพงไพรที่ให้มันแก่ข้า”

“เด็กแห่งพงไพรงั้นรึ?” วาริสทวนคำอย่างตกใจ แล้วพึมพำต่อหลังคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าเคยได้ยินเรื่องของนาง ผู้คนรอบคิงส์วูดบอกว่านางมักปรากฏตัวในหมู่บ้านคอยรักษาคนเจ็บป่วย ทำให้หลายคนมองว่านางคือเทพเจ้าถึงกับบูชาและถวายของเซ่น”

“เทพเจ้า?” ลินด์พึมพำกับตัวเองอย่างแปลกใจ แต่เมื่อระลึกถึงพลังเหนือธรรมชาติที่เด็กแห่งพงไพรผู้มีนามว่าสปาร์คแสดงให้เห็น เขาก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมชาวบ้านถึงนับถือนางดั่งเทพ

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่อัสไซ แมวเงาขนเผือกถือเป็นผู้นำสารของสิงโตรัตติกาล ว่ากันว่ามันมักจะติดตามบุตรของสิงโตรัตติกาล และเทพธิดาแห่งแสง เทพเจ้าบนผืนพิภพ” วาริสจ้องมองกลอรี่อยู่อึดใจ ก่อนหันกลับมาหาลินด์ และหยุดไปชั่วครู่ ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงชัดเจน “แต่ขอให้เจ้าจำไว้ว่าข้าไม่ชอบเวทมนตร์ และไม่ชอบเทพเจ้า อย่าพูดเรื่องพวกนี้กับข้าอีก”

พูดจบวาริสก็หมุนตัวเดินจากไปตามทางเดิมโดยไม่รอคำตอบ ปล่อยให้ลินด์ยืนเงียบอยู่ในความมืด

ลินด์ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ พลางจับผิวหนังหลวม ๆ ด้านหลังคอของกลอรี่แล้วยกมันขึ้นมาให้สบตากับเขา พลางพึมพำว่า “เทพเจ้าบนผืนพิภพ . . .”

การแข่งขันเพื่อฉลองการประสูติของทายาทตระกูลบาราเธียนได้จบลงอย่างราบรื่น แถมผลการแข่งขันก็ดูจะเกินความคาดหมาย ผู้ชนะไม่ได้เป็นทั้งเจมี่ แลนนิสเตอร์ เพชฌฆาตกษัตริย์ หรือเซอบาริสตันผู้กล้าหาญ แต่กลับเป็นอัศวินจากพันธมิตรนครเสรีฟากตะวันออกของทะเลแคบ ชื่อของเขาออกเสียงยากยิ่ง เต็มไปด้วยเสียงแปลกประหลาดที่ผู้คนไม่คุ้นเคย ล่ามจึงเรียกย่อเหลือเพียงสองพยางค์ง่าย ๆ ว่า ‘บาลิน’

ทว่าเมื่อการแข่งขันจบลงอัศวินนามบาลินก็หายตัวไปพร้อมเงินรางวัลห้าหมื่นเหรียญทองมังกร ทำให้ผู้คนพากันคาดเดาสารพัด และหลายคนถึงกับกังวลในความปลอดภัยของเขา แต่สิ่งที่ผู้คนอยากรู้ยิ่งกว่านั้นคือ ใครกันแน่ที่ได้สมบัติที่เขาทิ้งไว้?

เมื่อการแข่งขันจบลงเหล่านักรบ อัศวิน และทหารรับจ้างจากทั่วทุกสารทิศก็เริ่มทยอยออกจากคิงส์แลนดิ้ง ทว่าไม่ใช่จุดจบของความโกลาหล มันเพียงกระจายออกไป และมีเพียงส่วนน้อยที่ได้งานเป็นทหารคุ้มกันขบวนคาราวาน ในขณะที่ส่วนใหญ่ใช้เหรียญสุดท้ายไปกับสุราและความหฤหรรษ์ในช่วงงานเทศกาล พวกเขาหมดตัวจนไม่มีเงินแม้แต่จะเดินทางกลับบ้าน

ด้วยความสิ้นไร้ไม้ตอกนักรบจำนวนมากจึงหันหน้าเข้าสู่เส้นทางโจร แม้พวกเขายังไม่กล้าปล้นชิงใกล้คิงส์แลนดิ้ง แต่ยิ่งออกห่างจากเมืองเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งเหิมเกริมมากขึ้น ทำให้การเพิ่มขึ้นของจำนวนโจรผู้ร้ายอย่างกะทันหันสร้างปัญหาลูกโซ่ ขุนนางหลายคนที่เคยมาคิงส์แลนดิ้งเพื่อร่วมแข่งขันหรือชมงานต่างถูกส่งสารด่วนจากดินแดนของตนเองขอความช่วยเหลือในการปราบปรามการก่ออาชญากรรม ทำให้หลายคนไม่อาจเดินทางกลับได้ทันที และต้องเร่งจัดการกับสถานการณ์ในดินแดนของตนก่อน

ตระกูลไทเรลล์เองก็ได้รับรายงานเรื่องปัญหาโจรผู้ร้ายที่ทวีความรุนแรงในเดอะรีช ทว่าลอร์ดเมซกลับไม่ได้รู้สึกตกใจ เพราะการปล้นสะดมในเดอะรีชนั้นดำเนินมาเกินกว่าหนึ่งปีแล้ว และเขาเชื่อว่ากลุ่มโจรใหม่อาจจะเป็นผลดีเสียด้วยซ้ำ เพราะพวกมันจะต้องแย่งชิงพื้นที่กันเอง จนอาจช่วยให้พื้นที่สงบลง

ถึงอย่างนั้นตระกูลไทเรลล์ก็ไม่อาจเพิกเฉยได้โดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อหนึ่งวันก่อนพวกเขาเพิ่งสรุปข้อตกลงการค้าอันมั่งคั่งกับตัวแทนจากคิงส์แลนดิ้ง เวสเทอร์แลนด์ ริเวอร์แลนด์ เดอะเวล และแดนเหนือ ข้อตกลงเหล่านี้ให้ผลตอบแทนมหาศาล และจะฟื้นฟูการค้าในเดอะรีช แต่มีเงื่อนไขว่าต้องทำถนนปลอดภัยจากโจร และกำจัดเศษซากของพวกจงรักภักดีต่อทาร์แกเรียนให้หมดสิ้น

ซึ่งกลุ่มโจรทางใต้ของบิตเตอร์บริดจ์ไม่น่ากังวลสักเท่าไหร่ เพราะเหล่าขุนนางท้องถิ่นสามารถร่วมมือกันกวาดล้างได้ไม่ยาก แต่ทางตอนเหนือตั้งแต่บิตเตอร์บริดจ์ไปถึงคิงส์วูดกลับต่างออกไป พื้นที่แถบนั้นเต็มไปด้วยป่าทึบและถ้ำมากมายเป็นแหล่งซ่อนตัวชั้นดี แม้จะยกกองทัพไปทั้งกองก็ไม่มีทางตามล่าจนหมดสิ้น เพราะพวกโจรสามารถหนีเข้าป่า แล้วรอจนทหารถอยกลับจึงค่อยโผล่ออกมาอีกครั้ง

สิ่งที่เลวร้ายยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมก็คือพื้นที่นี้ยังเป็นถิ่นของชนเผ่าคนเถื่อนที่ต่อต้านผู้บุกรุกอย่างดุเดือด หากจะปราบโจรในพื้นที่อาจต้องสู้รบกับพวกเผ่าเหล่านี้ไปด้วย ซึ่งจะทำให้เสียทรัพยากรเป็นสองเท่า

ดังนั้นในการประชุมหารือเรื่องนี้เมสเตอร์เมลอสจึงเสนอแผนสามด้าน โดยแบ่งกำลังออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกและกลุ่มที่สองเป็นกองทหารม้าจำนวนกลุ่มละห้าร้อยนายจากทัพของไทเรลล์และพันธมิตร มีหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทางโรสโรดและตั้งฐานที่มั่นถาวรตามจุดยุทธศาสตร์เพื่อให้ขบวนพ่อค้าสามารถใช้ทางได้อย่างปลอดภัย

ส่วนกลุ่มที่สามจะประจำการทางเหนือของบิตเตอร์บริดจ์โดยมีหน้าที่กำจัดโจรทั้งหมด กองกำลังนี้จะมอบหมายให้แม่ทัพฝีมือดีคนหนึ่งเป็นผู้นำ แต่ต่างจากกลุ่มลาดตระเวน กลุ่มนี้จะได้รับการสนับสนุนเพียงบางส่วนจากไทเรลล์ที่เหลือต้องหาเอง

เมื่อเมสเตอร์เมลอสเสนอแผนนี้ ขุนนางคนหนึ่งจึงถามขึ้นว่า “ใครจะยอมรับภาระเช่นนี้? ต้องเสียแรง เสียเงิน และเสี่ยงชีวิต”

ลอร์ดเมซตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “จะต้องมีคนยอมรับ เพราะรางวัลนั้นมากเกินกว่าจะปฏิเสธได้ หากทำสำเร็จ ข้าจะมอบปราสาทพร้อมหมู่บ้าน ให้เขาเป็นอัศวินมีที่ดินของตนเอง”

ทั้งเต็นท์เงียบลงทันใด ข้อเสนอของลอร์ดเมซทำให้ทุกคนต้องคิดหนัก และขุนนางหลายคนที่มาร่วมประชุมก็เป็นขุนนางชั้นรองจากไฮการ์เดน มีแต่ยศแต่ไร้อำนาจ การได้ครอบครองที่ดิน แม้จะเป็นแค่หมู่บ้านเล็ก ๆ ก็คือเส้นทางสู่ความสูงส่งในระยะยาว

แต่ความตื่นเต้นนี้อยู่ได้ไม่นาน ทุกคนเริ่มกลับมามีสติเมื่อระลึกถึงความเสี่ยง และโครงการกวาดล้างครั้งก่อน ๆ ล้วนล้มเหลว บิตเตอร์บริดจ์เคยส่งทหารห้าร้อย แต่กลับรอดกลับมาไม่ถึงร้อย คิงส์แลนดิ้งกับสตอร์มส์เอนด์ก็เคยส่งทหารนับพัน แต่ได้กลับมาแค่ซากกวางกับศพเปล่าประโยชน์

ดังนั้นการที่ลอร์ดเมซเสนอแค่สนับสนุนบางส่วน มันจึงไม่แปลกเลยที่ไม่มีใครอยากเสี่ยง ทำให้ทุกคนหลีกเลี่ยงสายตาของเขาด้วยท่าทีหลบเลี่ยง จนลอร์ดเมซขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ แล้วหันไปสั่งคนรับใช้ “ไปเรียกอัศวินในค่ายมาทั้งหมด ข้าเชื่อว่าต้องมีคนสักคนที่ข้าพอใจ”

พูดจบเขาก็หันไปทางเซอร์วอร์ทิเมอร์แล้วกล่าวว่า “แล้วเจ้าเล่า วอร์ทิเมอร์ ถ้าเจ้าไม่ลองก็แค่ยกที่ดินอีกผืนให้เครนไปอีกแปลงเท่านั้นเอง จริงไหม?”

“ท่านลอร์ด ความถ่อมตนไม่ใช่คุณสมบัติประจำตัวของข้าหรอก” วอร์ทิเมอร์ตอบพลางยิ้มเจื่อน ๆ แม้ดูใจเย็น แต่เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รับภารกิจนี้

แม้ที่ดินจะล่อใจแค่ไหน แต่หากล้มเหลวตระกูลเครนจะเสียหายย่อยยับ วอร์ทิเมอร์จึงเลือกความมั่นคงมากกว่าความทะเยอทะยาน นอกจากนี้เขายังมีแผนอื่น เขาเชื่อว่าลินด์เหมาะกับภารกิจอันตรายนี้ยิ่งกว่า หากลินด์กลายเป็นอัศวินมีที่ดินจริง ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับตระกูลเครนก็จะกลายเป็นเสาหลักสนับสนุนอันล้ำค่า ซึ่งให้ผลประโยชน์เท่ากันโดยไม่ต้องเสี่ยงเลย

ในขณะเดียวกันอีกฟากของค่าย ลินด์กำลังม้วนแบบแปลนชุดเกราะชิ้นสุดท้ายของอัศวินผู้ถูกเนรเทศ และใส่มันลงในกระบอกไม้กลวง แล้วมอบให้ ‘นกน้อย’ ตัวหนึ่งที่วาริสส่งมาเพื่อส่งแบบแปลน

ซึ่งสำหรับลินด์แล้วการเป็นพันธมิตรกับวาริสคือหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เขามาถึงคิงส์แลนดิ้ง เพราะผ่านวาริส ลินด์สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวไม่เพียงแค่ในคิงส์แลนดิ้ง แต่รวมถึงทั่วทั้งเจ็ดแคว้น ที่สำคัญที่สุดคือวาริสสามารถจัดหาเศษกระดูกมังกรจากคลังในเรดคีปได้ ซึ่งเป็นทรัพยากรล้ำค่าสำหรับพิธีสื่อสารมังกรของลินด์

แม้ลินด์จะใช้ทั้งความจริงและคำโกหกอย่างแนบเนียนหลอกล่อวาริส แต่เขาก็รู้ดีว่าวาริสจะต้องเริ่มตรวจสอบคำพูดของเขาในสักวัน ด้วยเหตุนี้ลินด์จึงต้องหาโอกาสกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สร้างผลประโยชน์ร่วมกันและความไว้วางใจที่ยั่งยืน

ในขณะลินด์ครุ่นคิดถึงก้าวต่อไป กลอรี่ก็ถูไถเข้ากับขาของเขาเป็นระยะ พลางเลียฝ่ามืออย่างออดอ้อน ทำให้เขาลูบหัวเจ้าตัวร้ายอย่างเอ็นดู ก่อนจะพามันออกจากเต็นท์ แต่ทันทีที่ก้าวออกไป ลินด์ก็สังเกตเห็นสีหน้าตกตะลึงของผู้คนรอบข้าง ซึ่งสายตาทุกคู่ไม่ได้มองเขา แต่จ้องไปยังกลอรี่

การเปลี่ยนแปลงของกลอรี่นั้นชัดเจนเกินปฏิเสธ เมื่อคืนมันเพิ่งโตขึ้นเป็นสองเท่า แต่เพียงเช้าวันนี้มันก็เพิ่มขนาดขึ้นอีกสองเท่า แม้จะยังไม่โตเต็มวัย แต่ตอนนี้มันมีขนาดเท่าลูกม้าแล้ว ซึ่งเป็นอัตราการเจริญเติบโตที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน ดังนั้นข่าวลือจึงได้แพร่สะพัดไปทั่วค่าย บ้างก็ว่าเห็นสัตว์ประหลาดขนขาวลายดำโผล่ใกล้หลุมมังกร และพอเรื่องนี้ไปพ้องกับตำนานเกี่ยวกับแมวเงาเผือก และวิญญาณพยาบาทนับไม่ถ้วนที่สิงสู่อยู่ในนั้น มันก็ยิ่งทำให้ผู้คนเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของกลอรี่เกิดจากการกลืนกินวิญญาณเหล่านั้น ทำให้ความหวาดกลัวต่อแมวเงาตัวนี้ก็ยิ่งทวีขึ้น

เมื่อรอลเล่าข่าวลือเหล่านี้ให้ฟัง ลินด์ก็ถึงกับแค่นยิ้ม และอดชื่นชมความแม่นยำของการคาดเดาเหล่านั้นไม่ได้ และแทนที่จะพยายามลบล้างข่าวลือ เขากลับปล่อยให้มันแพร่กระจายต่อไป เพราะในความคิดของเขาความลึกลับเล็กน้อยย่อมนำมาซึ่งประโยชน์

อย่างไรก็ดีสิ่งที่ลินด์ให้ความสนใจมากที่สุดคือการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวกลอรี่ เมื่อคืนเขาได้เริ่มทดสอบความสามารถใหม่ของมัน และพบว่าทั้งพละกำลังและความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้จะยังเล็กกว่าแมวเงาโตเต็มวัยเล็กน้อย แต่ก็สามารถต่อสู้กับนักรบเต็มตัวอย่างรอลได้อย่างไม่เป็นรอง

นอกจากร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นแล้ว กลอรี่ยังฉลาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันเข้าใจคำสั่งของลินด์ได้ดีขึ้น และไม่โจมตีใครโดยพลการ แม้ผู้ที่เข้าใกล้อย่างไม่ระวังตัวยังคงเสี่ยงอยู่ก็ตาม แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ การเชื่อมโยงทางจิตที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างลินด์กับกลอรี่ ในบางครั้งลินด์สามารถออกคำสั่งจากระยะไกล หรือแม้กระทั่งเข้าสู่สภาวะคล้ายสกินเชนเจอร์มองเห็นผ่านดวงตาของมัน ทว่าความสามารถนี้ยังไม่เสถียร และควบคุมได้ยาก

แม้จะค้นพบอะไรหลายอย่างแล้ว แต่ลินด์ก็ยังเชื่อว่ายังมีสิ่งที่เขาไม่รู้ซ่อนอยู่ในตัวกลอรี่อีก เขาจึงตัดสินใจจะออกไปในป่าใกล้ค่ายเพื่อทำการทดสอบเพิ่มเติม

“ลอร์ดลินด์ ได้โปรดหยุดสักครู่ขอรับ”

ในจังหวะที่ลินด์กำลังจะออกจากค่าย เสียงหนึ่งเรียกเขาจากด้านหลัง และเมื่อลินด์หันไป เขาก็เห็นเด็กรับใช้ของลอร์ดเมซเดินเข้ามา

“มีอะไรหรือ?” ลินด์ถาม

เด็กหนุ่มโค้งศีรษะอย่างเคารพ “ท่านลอร์ดเมซเชิญท่านไปยังค่ายหลักขอรับ”

ลินด์พยักหน้าแล้วเตรียมจะเดินตามไป แต่ก็หยุดเพื่อถามว่า “เชิญข้าเพียงผู้เดียวหรือ?”

“เปล่าขอรับ” เด็กหนุ่มตอบ “อัศวินทุกคนในค่ายถูกเรียกตัวทั้งหมด”

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 46

คัดลอกลิงก์แล้ว