- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 34
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 34
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 34
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 34 อัดกษัตริย์
การหยุดชะงักของลินด์ทำให้ผู้ชมรอบสนามถอนหายใจด้วยความเสียดาย นักสู้ถึง 87 คนจากตระกูลต่าง ๆ ยกเว้นแต่ตระกูลไทเรลล์ล้วนพ่ายแพ้ให้แก่เขา โดยเฉพาะนักรบจากตระกูลทัลลีทั้งกลุ่มรวมถึงผู้นำ เซอร์ดัลตัน และนักรบแอรินอีกเกือบทั้งหมดที่ถูกสังหาร ยกเว้นเพียงสองคนที่ได้รับบาดเจ็บจากคนอื่นแล้วถอยไปก่อน
แม้ชัยชนะหลายครั้งของลินด์จะเป็นการฉวยโอกาสโจมตีนักรบที่กำลังสู้กับผู้อื่น แต่ก็ไม่มีใครถือว่าเป็นการเล่นสกปรก เพราะเป็นกลยุทธ์ที่พบได้ทั่วไปในสนามนี้ ความแตกต่างคือลินด์มีประสิทธิภาพเหนือใคร เขาสามารถหาช่องว่างในความวุ่นวายได้เสมอ และใช้มันเพิ่มยอดสังหารของเขาให้ทะยานเหนือผู้ใด
ผู้ชมต่างคาดหวังจะได้เห็นเขาทำสถิติแตะ 100 ศพ แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อลินด์หยุดนิ่งกลางสมรภูมิ ทำให้เสียงผิดหวังดังระงม และบางคนถึงกับตะโกนให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเข้าไปท้าทายเขา ทว่าเพียงแค่เห็นสนามที่เต็มไปด้วยศพรอบตัวลินด์ นักรบที่กล้าแกร่งที่สุดก็ยังไม่อาจก้าวเข้าใกล้ได้ และแม้จะถูกเย้ยหยันขนาดไหนก็ไม่มีใครกล้าเหยียบเข้าไปในรัศมีสิบเมตรรอบตัวเขา
ในค่ายชั่วคราวของตระกูลไทเรลล์เหล่าขุนนางต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน เรื่องเล่าของนักรบเดี่ยวผู้เผชิญหน้ากับศัตรูนับสิบมีอยู่ทั่วไป แต่การได้เห็นกับตาว่าชายคนหนึ่งสังหารคู่ต่อสู้เกือบหนึ่งร้อยคนราวกับเกี่ยวข้าวนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย ลอร์ดเมซจ้องมองสนามอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นเบา ๆ ว่า “หมอนั่นชื่ออะไรนะ?”
“ลินด์ แห่งไวท์โฮลด์ฟาสต์” การ์แลนตอบ พร้อมเล่าความเป็นมาของลินด์ให้บิดาฟังอย่างละเอียดเพื่อให้ลอร์ดเมซจดจำชื่อเขาได้แน่นอน
เมื่อได้ยินว่าการ์แลนรับลินด์เข้ามาจากตระกูลเครนเข้าสู่ตระกูลไทเรลล์ ลอร์ดเมซก็กล่าวชมเชยไม่ขาดปากจนลืมไปว่ามีวอร์ทิเมอร์หัวหน้าผู้นำฝึกของไฮการ์เดนยืนอยู่ข้างหลัง จนต้องให้เมสเตอร์เมลอสสะกิดเสื้อเตือนถึงจะได้สติ เขาจึงรีบพูดต่อทันทีว่า “หลานสาวเจ้า เมอเรดิธ เครน อยู่ที่ไฮการ์เดนใช่หรือไม่? อายุไล่เลี่ยกับมาร์เจอรีพอดี ให้เมอเรดิธมาเป็นสาวใช้ข้างกายมาร์เจอรีแล้วกัน!”
วอร์ทิเมอร์เข้าใจทันทีว่านี่คือความพยายามสมานรอยร้าวจึงตอบรับทันที “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เมอเรดิธจะได้รับใช้เลดี้มาร์เจอรีขอรับ ท่านลอร์ด”
เมื่อเรื่องนั้นผ่านไปลอร์ดเมซก็หันกลับมาจ้องมองสนามต่อ แม้เขาจะปลาบปลื้มในฝีมือของลินด์ แต่ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า “หากลินด์ต้องเผชิญหน้ากับฝ่าบาท เขาจะลงมือจริงหรือไม่?”
การ์แลนกับวอร์ทิเมอร์หันมาสบตากันด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ ก่อนจะตอบอย่างลังเลว่า “ไม่น่าจะถึงขั้นนั้น . . .”
ณ สนามประลอง ตอนนี้จำนวนผู้เข้าแข่งขันเหลือน้อยกว่าร้อยคน และยกเว้นลินด์แล้วทุกคนล้วนมีบาดแผล แม้แต่กษัตริย์โรเบิร์ตก็ไม่รอด หมวกของเขาบุบ แถมเขากวางขาดไปข้างหนึ่ง แต่เขากลับดูไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามท่าทางยังเปี่ยมไปด้วยพลัง สะบัดค้อนสงครามด้วยแรงไม่หยุดหย่อน
ในขณะที่คนอื่นถอยหนีหรือบาดเจ็บลินด์กลับยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางทะเลศพ ความสามารถในการสังหารที่ไร้เทียมทานของเขาทำให้ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือดูไร้ค่าไปถนัดตา
โรเบิร์ตซึ่งยังมีองครักษ์จากสตอร์มเอนด์และนักรบผู้รอดจากแคว้นต่าง ๆ ร่วมด้วย ได้รวมกำลังบุกโจมตีนักรบแลนนิสเตอร์กลุ่มสุดท้ายจนอีกฝ่ายต้องล่าถอยออกจากสนาม เหลือเพียงนักรบข้างกางกษัตริย์แค่สามคน คนหนึ่งมาจากคาร์สตาร์คทางเหนือ อีกสองคนเป็นตระกูลเทมเปิลตันแห่งไนน์สตาร์ในเดอะเวล พวกเขาทั้งสามมีเกราะและอาวุธระดับสูงแสดงถึงเชื้อสายสูงศักดิ์อย่างชัดเจน
อีกด้านหนึ่งนักรบจากดอร์นที่เหลืออยู่หกคนต่อสู้อย่างเหนียวแน่น แม้จะต้องรับมือกับศัตรูนับสิบจากตระกูลย่อย พวกเขาก็สามารถยืนหยัดและตีโต้กลับได้อย่างเด็ดขาด แม้สองในหกจะล้มลง และอีกสี่คนที่เหลือบาดเจ็บหนัก แต่พวกเขากลับเลือกที่จะไม่เข้าใกล้ลินด์หากแต่ตัดสินใจพุ่งใส่โรเบิร์ตแทน
นักรบสามคนที่อยู่ใกล้โรเบิร์ตพยายามขัดขวางดอร์น แต่กลับประเมินความมุ่งมั่นของฝ่ายตรงข้ามต่ำเกินไป ดอร์นสามคนสละชีวิตเข้าแลก และสามารถสังหารองครักษ์ทั้งสามได้ ก่อนที่นักรบดอร์นคนสุดท้ายจะมุ่งหน้าไปหาโรเบิร์ตอย่างไม่ลังเล
ทันใดนั้นเสียงอุทานก็ดังขึ้นทั่วสนาม ทุกคนรู้ทันทีว่าชายคนนั้นตั้งใจจะสังหารกษัตริย์ ทำให้อัศวินผ้าคลุมทองและอัศวินคิงการ์ดรีบกรูกันเข้ามาเพื่อป้องกันภัย แต่ยังไม่ทันถึงตัวโรเบิร์ตก็รับมือด้วยตนเองเสียก่อน เขาปัดดาบโค้งของอีกฝ่ายด้วยแขนหุ้มเกราะค้อนสงคราม แล้วตะปบคอของศัตรูด้วยมืออีกข้าง ก่อนจะบิดคอจนหักแล้วเหวี่ยงศพทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
“พวกเจ้าทำอะไรอยู่? การแข่งขันยังไม่จบ ใครสั่งให้พวกเจ้าบุกเข้ามา? ออกไปเดี๋ยวนี้!” เสียงคำรามของโรเบิร์ตก้องไปทั่วสนาม ทำให้ทหารทั้งหมดหยุดชะงักแล้วรีบล่าถอยออกไป
ตอนนี้เหลือเพียงสองคนในสนาม ลินด์ และโรเบิร์ต ทำให้ความเงียบปกคลุมทั่วอัฒจันทร์เหลือเพียงเสียงกระซิบเบา ๆ ของผู้ชม
โรเบิร์ตจ้องมองคู่ต่อสู้คนสุดท้ายด้วยสีหน้าจริงจัง และเมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นแต่ศพนับไม่ถ้วนบ่งบอกถึงความน่าสะพรึงกลัวของลินด์ แถมเสียงโห่ร้องที่เขาได้ยินตลอดการต่อสู้ก็ไม่ใช่คำกล่าวเกินจริง
ในขณะเดียวกันลินด์เองก็มองโรเบิร์ตด้วยความระแวดระวัง ชายผู้นี้ไม่ใช่ศัตรูธรรมดา โรเบิร์ต บาราเธียน ในช่วงรุ่งเรืองคือพลังทำลายล้างที่แท้จริง เกราะหนาทึบที่เสริมด้วยวัสดุพิเศษของเขาทำให้โจมตีแทบไม่เข้า แม้ดาบของลินด์จะทำจากวัสดุหายาก แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะทะลวงเกราะทั้งสองชั้นของอีกฝ่ายได้หรือไม่ และหากฟันไม่เข้าเขาอาจถูกสวนกลับจนหมดสภาพ และหากพลาดพลั้งทำอันตรายต่อกษัตริย์ ไม่ว่ากฎสนามจะว่าอย่างไรก็อาจต้องตายอยู่ที่นี่
ดังนั้นความลังเลจึงผุดขึ้นในใจจนลินด์คิดจะถอนตัว แต่โรเบิร์ตดูจะจับความลังเลได้ เขาไม่ปล่อยให้ลินด์พูดหรือถอยแม้แต่น้อย และพุ่งเข้ามาด้วยค้อนสงครามเต็มแรง ลินด์จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขจัดความลังเล กำดาบสั้นไว้แน่น แล้ววิ่งเข้าใส่เพื่อเผชิญหน้าเต็มที่
เมื่อระยะห่างลดลงโรเบิร์ตก็สะบัดค้อนฟาดในแนวราบหวังฟาดกลางลำตัว แต่คาดว่าลินด์จะหลบได้จึงเตรียมจะตีซ้ำทันที ทว่าลินด์กลับตอบโต้ในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
เขาปล่อยดาบในมือแล้วกระโจนสูงกลางอากาศงอตัวหลบค้อนที่กวาดมาด้านล่าง จากนั้นอาศัยแรงโน้มถ่วงพุ่งถีบใส่โรเบิร์ตด้วยแรงเต็มพิกัด แม้เกราะจะรับแรงกระแทกไว้ได้ แต่โมเมนตัมที่ถาโถมเข้าใส่ทำให้ร่างของโรเบิร์ตล้มกระแทกพื้น พร้อมกับเสียงหัวกระแทกดังก้องจากแผลเก่าที่หมวกของเขาจนโรเบิร์ตถึงกับนอนนิ่งไปชั่วขณะ
ส่วนลินด์ที่เตรียมตัวไว้ดีก็กลิ้งตัวลงพื้นอย่างนิ่มนวล แล้วรีบพุ่งเข้าใส่ร่างที่ล้มอยู่ เขาฟาดเท้าใส่แขนของโรเบิร์ตที่ถือค้อนจนกระดูกหัก ทำให้โรเบิร์ตร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ลินด์จะก้าวขึ้นคร่อมทับกดแขนที่ยังดีไว้ใต้เท้า ปล่อยแขนที่หักให้ไร้กำลัง แล้วระดมหมัดลงบนใบหน้าอย่างไม่ยั้ง หมัดเหล็กฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเลือดสาดกระจาย ใบหน้าหล่อเหลาของโรเบิร์ตเริ่มบวมช้ำจนแทบจำไม่ได้ พร้อมกับสติของโรเบิร์ตที่เริ่มเลือนราง
“พอได้แล้ว! นักรบแห่งตระกูลไทเรลล์ เจ้าได้แสดงให้เห็นแล้วว่าตัวเองคู่ควร!”
เสียงของเจมี่ แลนนิสเตอร์ดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะเมื่อคมดาบของเขาแตะลงเบา ๆ ที่ต้นคอของลินด์ ทำให้ลินด์หยุดหมัดทันทีโดยที่มือยังสั่นจากแรงที่ใช้ ก่อนจะค่อย ๆ ลดมือลง แล้วหันมาสบตาเจมี่ด้วยลมหายใจหอบหนัก
เมื่อแน่ใจว่าเจมี่ไม่คิดจะฆ่า แต่แค่ต้องการหยุดการต่อสู้ ลินด์จึงลุกขึ้นช้า ๆ ถอยออกจากโรเบิร์ตด้วยท่าทางสงบนิ่ง แม้ปลายดาบจะยังจ่อคออยู่ก็ตาม
เมื่อบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงเซอร์บาริสตัน เซลมี กับเหล่าอัศวินคิงการ์ดที่เหลือก็รีบรุดเข้าไปยังร่างของโรเบิร์ตที่ล้มอยู่ ขณะเดียวกันลินด์ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงเฝ้ารอดูว่าทุกอย่างจะดำเนินต่อไปเช่นไร
ในขณะเดียวกันบางคนในฝูงชนก็เริ่มขยับตัว หลายคนตั้งใจจะเข้ามาจับกุมเขา ทว่ากลับถูกเจมี่ยกมือห้ามไว้เป็นเชิงเตือน ทำให้ทั้งหมดหยุดชะงัก
สนามประลองตกอยู่ในความเงียบสงัด พร้อมกับความเคร่งเครียดกดทับทุกผู้คน เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าการประลองแบบทีมจะลงเอยเช่นนี้ กษัตริย์ถูกทำร้ายจนเลือดอาบ และผู้ที่อาจเป็นผู้ชนะกลับถูกคุกคามด้วยโทษประหาร
ทันใดนั้นเสียงกระซิบก็แพร่กระจายไปทั่วอัฒจันทร์ ส่วนในค่ายของตระกูลไทเรลล์ ความตึงเครียดเข้มข้นจนแทบจับต้องได้ ลินด์คือคนของพวกเขา และสิ่งที่เกิดขึ้นอาจนำหายนะมาสู่ทั้งตระกูล
“รออะไรกันอยู่? จับตัวคนผู้นี้เดี๋ยวนี้! เขากล้าลงมือกับกษัตริย์!” เสียงของราชินีเซอร์ซีดังแหลมและเปี่ยมไปด้วยโทสะแหวกอากาศเข้าใส่กลางสนามประลอง ก่อนที่นางจะเดินตรงเข้ามาพร้อมข้าราชบริพารสองข้าง
อย่างไรก็ตามคำสั่งของราชินีกลับกลายเป็นรอยด่างในสายตาผู้ชม หลายคนที่ก่อนหน้านี้ยังส่งเสียงเชียร์กลับเริ่มแสดงความไม่พอใจ บ้างบ่นพึมพำ บ้างถึงกับโห่ใส่ เพราะในสายตาพวกเขาการแทรกแซงของราชินีทำลายภาพอันยิ่งใหญ่ของการประลองครั้งนี้
อัศวินผ้าคลุมทองรีบก้าวออกมาจะจับตัวลินด์ตามคำสั่ง ทำให้เจมี่เตรียมจะขวาง แต่เมื่อรู้ว่าคำสั่งนั้นมาจากเซอร์ซี เขาก็ลังเลไปชั่วครู่ และนั่นก็เพียงพอที่จะหยุดเขาไว้ได้