- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 29
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 29
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 29
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 29 แกรนเมสเตอร์ไพเซล
“ฟื้นแล้วหรือ!” ลินด์ซึ่งกำลังเล่นหยอกล้อกับกลอรี่หันขวับไปตามเสียงเคลื่อนไหวจากอีกฝั่งของเตียง เขาเห็นเด็กสาวที่หมดสติไปสองวันเต็มค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และมองไปรอบ ๆ อย่างไร้จุดหมาย
“อย่าขยับ เจ้ายังเจ็บบาดเจ็บหนักอยู่ ถ้าเคลื่อนไหวจะทำให้แผลเปิดอีก” เขาพูดเตือน
แต่นางกลับไม่ตอบ และจ้องมองเพดานเต็นท์ด้วยสายตาว่างเปล่า เหมือนกับว่าวิญญาณของนางยังหลงอยู่ที่ไหนสักแห่ง แม้ร่างจะรอดมาได้
ลินด์ไม่รู้สึกแปลกใจกับปฏิกิริยานี้เลย หลังจากช่วยนางกลับมายังค่าย เขาให้นางนอนพักในเต็นท์ของตนเอง ก่อนจะรีบไปตามเมสเตอร์ฮอว์ลีย์แพทย์ประจำค่ายมาดูอาการ ซึ่งผลที่ได้รับนั้นเกินกว่าที่เขาคาดไว้ กระดูกหักหลายจุด บาดแผลภายในรุนแรง และบาดเจ็บสาหัสในจุดสงวนส่วนตัวจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์เสียด้วยซ้ำที่นางยังมีชีวิตอยู่
แม้เมสเตอร์จะทุ่มเทสรรพวิชาแพทย์ทั้งหมดแล้ว แต่เขาก็ยังกล่าวอย่างสิ้นหวังว่า “ตอนนี้คงทำได้แค่ภาวนาให้เทพแห่งมารดาเมตตานาง”
ลินด์ไม่ตอบ เพราะเขาเชื่อว่าตนได้ทำหน้าที่โดยการช่วยนางเอาไว้แล้ว หากวาสนาไม่ถึงก็เป็นสิ่งที่เขาเปลี่ยนไม่ได้
ในขณะที่เมสเตอร์ฮอว์ลีย์รักษาเด็กสาว ลินด์เองก็ใช้เวลาสังเกตพฤติกรรมของกลอรี่ หลังดูดซับพลังงานเย็นจากไข่มังกรแตกร้าว เจ้าลูกแมวเงาก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร ยกเว้นเพียงความอยากอาหารที่พุ่งพรวด มันกินเนื้อในปริมาณเท่ากับน้ำหนักตัวของมันในแต่ละมื้อ ทำให้วันหนึ่งต้องกินถึงสี่มื้อ
และหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปตอนโต ลินด์ก็เริ่มคิดว่าคงเลี้ยงไม่ไหวแน่ เขาจึงเริ่มฝึกให้กลอรี่ล่าสัตว์เอง โชคดีที่หน่วยลาดตระเวนทหารม้าภายใต้การควบคุมของเขามีพรานฝีมือดีอยู่หลายคนสามารถจับสัตว์มีชีวิตจากป่าใกล้ ๆ มาฝึกกลอรี่ได้อย่างสบาย
ตลอดสองวันที่ผ่านมาลินด์จึงฝึกให้กลอรี่ไล่ล่าด้วยสัญชาตญาณ แม้มันแม้จะเชื่องกับเขา แต่สัญชาตญาณนักล่าของแมวเงายังอยู่ครบ
ในขณะเดียวกันชีวิตนอกค่ายก็ยังดำเนินต่อ การแข่งขันทัวร์นาเมนต์ที่เรดคีปเริ่มขึ้นตามกำหนดในวันรุ่งขึ้นหลังงานเลี้ยงยืดระยะออกไปกว่าที่วางแผนไว้ โดยเฉพาะการแข่งขันยิงธนูที่เดิมทีตั้งใจจะจบภายในวันเดียว แต่กลับลากยาวไปถึงสองวัน ซึ่งตอนนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 56 คนในช่วงกลางวัน และคาดว่าจะมีผู้ชนะในช่วงบ่าย
ทั่วคิงส์แลนดิ้งเองก็เต็มไปด้วยการพนัน ทั้งขุนนางและสามัญชนต่างแห่กันไปเดิมพันที่ ‘บ้านพนันเฟื่องฟู’ โดยเฉพาะบ้านพนันใหญ่ซึ่งเปิดในนามบัลลังก์เหล็กเอง โดยลอร์ดจอน แอริน หัตถ์แห่งราชา แม้โรเบิร์ตจะไม่ใส่ใจเรื่องเงินทอง แต่จอนกลับมองว่านี่เป็นวิธีระดมทุนชั่วคราวเพื่อบรรเทารายจ่ายของราชสำนัก
ลินด์ซึ่งติดภารกิจรักษาความปลอดภัยในค่ายจึงไม่ได้ไปดูการแข่งขัน แต่อดไม่ได้ที่จะร่วมเดิมพันกับเพื่อน ๆ เขาเลือกแทงนักธนูจากดอร์นชื่อว่า ‘แองกี’ เพราะชื่อนี้ฟังดูคุ้น ๆ จากความทรงจำในอนาคตว่ามีนักธนูชื่อเดียวกันชนะการแข่งขันต้อนรับเอ็ดดาร์ด สตาร์คในฐานะหัตถ์แห่งราชาคนใหม่
แม้ไม่คิดว่าเป็นคนเดียวกัน แต่ก็แทงเล่น ๆ หวังโชคช่วย ทว่าแองกีกลับตกรอบตั้งแต่รอบแรกช่วงบ่าย ทำให้ท้ายที่สุดผู้ชนะคือชายวัยกลางคนชื่อไบรน์ ริเวอร์ส เพื่อนสนิทของลอร์ดบรินเดน ทัลลี แห่งริเวอร์แลนด์ ว่ากันว่าเขายิงธนูแม่นยำพอ ๆ กันกับทัลลีสมแล้วกับตำแหน่งแชมป์
แม้การแข่งขันยิงธนูจะจบลง แต่ความคึกคักในเมืองยังไม่ลดลง วันถัดไปจะเป็นการแข่งขันทีมที่ดุเดือดและเลือดสาดที่สุด คนดูหลายคนตั้งใจมาชมศึกฆ่าฟันโดยเฉพาะ และไม่ได้เดิมพันกันแค่ทีมชนะอีกต่อไป แต่รวมถึงจำนวนคนตายอีกด้วย
ตระกูลไทเรลล์ส่งมือธนูฝีมือดีเข้าร่วมจำนวนมาก แต่กลับพ่ายหมดตั้งแต่รอบแรก ทำให้เมซ ไทเรลล์ ลอร์ดแห่งไฮการ์เดน กลับเข้าค่ายด้วยสีหน้าไม่พอใจร่วมกับบุตรชายของเขาการ์แลน
นี่เป็นครั้งแรกที่ลินด์ได้เห็นลอร์ดเมซตัวเป็น ๆ เขาคิดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเป็นคนธรรมดา และก็ไม่ผิดหวัง ลอร์ดเมซอายุกลางคน ตัวอ้วนใหญ่ หนวดเคราเนี้ยบ ดูเป็นขุนนางที่ไม่โดดเด่นนัก แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่เพียงแค่ขาดวิสัยทัศน์และการตัดสินใจที่เฉียบคม เมื่อเทียบกับขุนนางระดับสูงอื่น ๆ ในเวสเทอรอส แต่คนที่ประเมินเขาต่ำไปมักต้องเสียใจภายหลัง
หลังกลับถึงค่ายลอร์ดเมซก็เรียกเหล่านักรบที่จะแข่งขันในวันถัดไปมาพบหวังสร้างขวัญกำลังใจ เพราะเขาเห็นว่าการแข่งขันนี้เป็นโอกาสสร้างชื่อให้ตระกูลโดยไม่รู้เลยว่า ‘ราชินีแห่งหนาม’ แห่งไฮการ์เดนมองว่าเป็นการแข่งขันไร้สาระไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลไทเรลล์เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เมื่อลอร์ดเมซมาถึงค่ายก็ได้รับการเสริมกำลังด้วยทหารองครักษ์ส่วนตัวของเขา ทำให้ภาระของลินด์จึงเบาลง เขาจึงวางแผนพากลอรี่และลูกน้องบางคนออกล่าสัตว์ในภูเขาใกล้ ๆ เพื่อฝึกแมวเงา แต่แผนก็ต้องถูกเลื่อนไปเมื่อเมสเตอร์ฮอว์ลีย์มาขอให้เขาไปพบแกรนเมสเตอร์ไพเซลที่เรดคีป ซึ่งลินด์ตอบตกลงทันที และมอบหมายให้รอลดูแลเด็กสาว แล้วเปลี่ยนเป็นชุดธรรมดา จากนั้นก็แจ้งต่อคณะติดตามของวอร์ทิเมอร์ก่อนออกเดินทางลงจากเนินสิงโต
แกรนเมสเตอร์ไพเซล ซึ่งปัจจุบันนับเป็นสถาบันหนึ่งของเรดคีป ได้รับใช้กษัตริย์มาแล้วถึงสี่สมัย ชื่อเสียงและประสบการณ์ทำให้เขาได้รับความเคารพจากขุนนางจำนวนมาก บางคนยกให้เขาสูงยิ่งกว่ากษัตริย์โรเบิร์ตเสียอีก ลอร์ดจอน แอรินจึงให้สิทธิพิเศษมากมายแก่ไพเซล ทั้งที่พักใกล้หอสมุด ปราสาท และบ้านพักส่วนตัวตลอดเส้นทางไปยังที่พักของเขา
ไพเซลมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพหลังโรเบิร์ตขึ้นครองราชย์ ทั้งการจัดการให้เขาแต่งงานกับเซอร์ซี แลนนิสเตอร์ และสร้างพันธมิตรกับตระกูลแลนนิสเตอร์ แถมเมื่อไม่นานมานี้เขายังแสดงความยินดีต่อข่าวการตั้งครรภ์ของเซอร์ซี และสนับสนุนแนวคิดจัดทัวร์นาเมนต์
อย่างไรก็ตามไพเซลไม่ออกงานสาธารณะเลยในช่วงหลัง เขาหมกมุ่นอยู่กับการจัดระเบียบเอกสารลับของราชวงศ์ทาร์แกเรียนตั้งใจจะรวบรวมประวัติศาสตร์ราชวงศ์ให้ครบถ้วน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เขาเคยฝันไว้ตั้งแต่ยุคเอกอนที่ห้า แต่ถูกห้ามมาตลอด
บัดนี้เมื่อราชวงศ์ล่มสลาย และราชวงศ์ใหม่ขึ้นครองแทนข้อห้ามเหล่านั้นก็หมดสิ้น เขารวบรวมเอกสารมากมายทั้งจากเรดคีป ดราก้อนสโตน และดริฟต์มาร์กจนมั่นใจว่าเพียงพอสำหรับเขียนพงศาวดารราชวงศ์ทาร์แกเรียน
อย่างไรก็ตามเอกสารเหล่านั้นซับซ้อนและยากจะจัดเรียง เขาจึงต้องการผู้ช่วยที่เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งเมสเตอร์ฮอว์ลีย์ก็เป็นชื่อแรกที่ผุดขึ้นในใจ ระหว่างที่อยู่ในซิทาเดลเมสเตอร์ฮอว์ลีย์ได้สร้างชื่อเสียงในด้านความรู้เชิงวิชาการอันล้ำเลิศ ความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของเขาทำให้สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับสายตระกูลชนชั้นสูง การเปลี่ยนแปลงของทวีป และเหตุการณ์ในอดีตได้อย่างคล่องแคล่ว
อีกทั้งยังมีความสามารถในการตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดในบันทึกประวัติศาสตร์อย่างแม่นยำ จนกลายเป็นบุคคลที่ขาดไม่ได้ในหมู่นักปราชญ์ ถ้าหากไม่ใช่เพราะนิสัยสันโดษและความเย็นชาต่อผู้มีอำนาจในซิทาเดล บางทีฮอว์ลีย์อาจได้รับตำแหน่งเป็นอาร์คเมสเตอร์แห่งประวัติศาสตร์ ถือคทาเหล็กและสวมหน้ากากไปแล้ว
เมื่อไพเซลล์พบอุปสรรคกับเอกสารเกี่ยวกับราชวงศ์ทาร์แกเรียน เขาจึงให้เมสเตอร์ผู้ช่วยที่เป็นสหายของฮอว์ลีย์ไปเชิญตัวเขามาช่วยงาน ซึ่งฮอว์ลีย์ก็ตอบตกลงทันที และส่งจดหมายแจ้งว่าจะเดินทางมายังคิงส์แลนดิ้งพร้อมกับขบวนของตระกูลไทเรลล์ ทำให้ไพเซลล์ตั้งตารอการมาถึงของเขา
ทว่าพอขบวนของไทเรลล์เดินทางมาถึงเมืองหลวง ฮอว์ลีย์กลับไม่มาปรากฏตัวที่เรดคีพ ไพเซลล์จึงส่งคนไปสืบข่าวที่ค่ายของตระกูลไทเรลล์ และได้รับคำตอบว่าฮอว์ลีย์อยู่ที่นั่นจริง แต่ติดภารกิจบางอย่างซึ่งยังสะสางไม่เสร็จจึงยังไม่สามารถมาพบได้
แม้จะรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง แต่ไพเซลล์ก็เลือกจะไม่ใส่ใจ เขามุ่งมั่นกับการจัดทำพงศาวดารแห่งราชวงศ์ทาร์แกเรียนให้เสร็จลุล่วง และสั่งให้ผู้ช่วยพักอยู่ที่บ้านพักใกล้เรดคีพ และเตรียมพาฮอว์ลีย์มาพบทันทีที่เขามาถึง
เมื่อราตรีมาเยือนไพเซลล์ก็อยู่ในห้องทำงานตามลำพัง เขาชอบอยู่คนเดียวระหว่างการตรวจเอกสารจึงสั่งให้คนรับใช้ทุกคนออกไปจากห้อง ภายใต้แสงเทียนริบหรี่เขาค่อย ๆ คัดแยกเอกสารเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ลับของราชวงศ์ทาร์แกเรียนอย่างพิถีพิถัน พร้อมจดบันทึกประเด็นสำคัญลงไป
เวลาค่อย ๆ ไหลผ่านไปอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งความมืดกลืนกินทั่วห้อง แสงเทียนเริ่มโรยแรงจนไม่สามารถอ่านต่อได้อีก ไพเซลล์จึงปิดหนังสือแล้วยืดตัวเตรียมจะไปกินข้าวและพักผ่อน ทว่าในวินาทีนั้นเขาก็สังเกตเห็นใครบางคนยืนอยู่เงียบ ๆ ข้างกาย
ไพเซลล์สะดุ้งตกใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความระแวดระวัง พร้อมกับมือขยับไปที่มีดซึ่งซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ก่อนที่ท่ามกลางแสงเทียนอันริบหรี่เขาจะเห็นใบหน้าที่คุ้นตาแต่ไม่คาดคิดจะได้เห็นในเวลานี้
“เมสเตอร์เฮนเน่? เจ้ากลับจากแฮร์เรนฮอลตั้งแต่เมื่อไหร่?” ไพเซลล์เอ่ยถาม พลางพยายามปิดบังความตื่นตระหนกในใจ “ข้าบอกให้เจ้าพา . . .”
เขาหยุดพูดกลางประโยค เพราะมีบางสิ่งบางอย่างผิดแปลกไป แถมใบหน้าที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่เหมือนกับที่เขาจำได้ ทำให้ความสงสัยแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบในดวงตาทันที “เจ้ากล้ามาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร? หมายจับของฝ่าบาทยังไม่ถูกเพิกถอน รางวัลค่าหัวเจ้าสูงถึงสองพันเหรียญทองมังกร ใคร ๆ ก็อยากฆ่าเจ้าทั้งนั้น ทำไมยังไม่หนีข้ามทะเลแคบไปอีก? หรือว่ายังคิดจะลอบสังหารฝ่าบาทอยู่?”
ชายคนนั้นยกมือขึ้นเป็นเชิงให้ไพเซลล์เงียบ “ใจเย็น ไพเซลล์ ข้าไม่สนใจในตัวกษัตริย์ของเจ้า เขาไม่อยู่ในบัญชีของข้า ข้ามาที่นี่เพื่อทวงหนี้”
ไพเซลล์หรี่ตาลง “หนี้อะไร?”
“เจ้ารับเงินข้าไป แล้วส่งข้าไปตาย” ชายผู้นั้นกล่าวเสียงกร้าว “เป้าหมายที่เจ้าบอกว่ามีแค่ยามเฝ้าธรรมดา กลับมีอัศวินสวมเกราะถึงสี่คนกับพลธนูอีกทีมหนึ่ง ข้อมูลผิด ๆ ของเจ้าทำเอาข้าเกือบตาย เพราะงั้นเจ้าต้องชดใช้ คืนเงินครึ่งหนึ่งพร้อมค่าปรับ มิฉะนั้นข้าจะทำให้เจ้าหลับแล้วไม่ตื่นอีกเลย”
แม้ไพเซลล์จะขึ้นชื่อเรื่องความโลภในเงินทอง แต่เขารักชีวิตตัวเองยิ่งกว่า และรู้ดีว่าไม่ควรลองดีหรือท้าทายชายตรงหน้า เขาจึงถอนใจและเตรียมจะยอมตกลง ทว่าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน พร้อมกับเสียงของผู้ช่วยดังลอดเข้ามา “ท่านไพเซลล์ เมสเตอร์ฮอว์ลีย์มาถึงแล้ว ให้เขาเข้ามาเลยหรือไม่ขอรับ?”
ไพเซลล์ลังเลเล็กน้อย ก่อนส่งสัญญาณให้ชายตรงหน้าเงียบไว้ แล้วจึงหันไปตอบทางประตูว่า “ให้เขาเข้ามา”