- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 28
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 28
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 28
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 28 ปฏิกิริยาของระบบ
‘มีแค่นี้เองหรือ?’ ลินด์ขมวดคิ้ว พลางไล่สายตามองข้าวของเบื้องหน้า
ของที่ว่านั้นล้วนเป็นสินค้าหรูหราจากแดนไกลตะวันออก ทั้งชา ผ้าไหม และเครื่องเคลือบ แม้จะมีมูลค่าสูง แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นที่ลิตเติ้ลฟิงเกอร์ต้องดั้นด้นมาถึงคิงส์แลนดิ้งด้วยตัวเอง แล้วยังต้องให้จาโนส สลินท์จัดกองคุ้มกันเสริมเป็นพิเศษอีก
‘หรือว่านี่เป็นแค่เหยื่อล่อ? ใช้ของพวกนี้ล่อศัตรูให้เผยตัว แล้วซ่อนของจริงไว้ที่อื่น?’ ลินด์คิดในใจด้วยความระแวดระวัง พร้อมกับขนที่ต้นคอลุกชันด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากล เพราะหากนี่เป็นเหยื่อล่อจริงก็อาจมีกับดักอันตรายซ่อนอยู่
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ทั้งภายในและนอกโกดัง ทหารลาดตระเวนรอบบริเวณยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ มีเพียงเสียงกรนของยามเมาที่ฟังดูขัดหูเท่านั้นที่ไม่เข้ากับบรรยากาศ
‘สงสัยเราจะคิดมากไปเอง’ ลินด์พึมพำพลางหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง ทว่าแววตายังไม่ละจากกองสินค้า และไม่นานเขาก็เริ่มเข้าใจความผิดพลาดของตน
แม้มูลค่าของสินค้าในนี้จะไม่สูงลิ่วจนลิตเติ้ลฟิงเกอร์ต้องลงทุนลงแรงด้วยตนเองในช่วงเวลาอันเปราะบางนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่คุ้มค่าเลย หากนำมาขายในคิงส์แลนดิ้งน่าจะได้ราคาหลายหมื่นเหรียญมังกร แต่นั่นก็ยังไม่น่าเพียงพอสำหรับเจ้าหน้าที่เก็บภาษีอย่างลิตเติ้ลฟิงเกอร์ที่จะเสี่ยงเอาตัวเองมาเกี่ยวข้องโดยตรง ข้อสรุปใหม่จึงผุดขึ้นในใจลินด์ว่าของล้ำค่าจริง ๆ ต้องซ่อนอยู่ในกองสินค้านี้ต่างหาก
ด้วยสายตาเฉียบแหลมลินด์เริ่มตรวจสอบหีบและกล่องแต่ละใบอย่างละเอียด และในไม่ช้าก็พบสิ่งผิดปกติ กล่องหลายใบที่ติดป้ายว่า ‘ไหม’ กลับมีน้ำหนักมากกว่าที่ควรจะเป็น เห็นได้ชัดว่าของข้างในนั้นไม่ใช่เพียงแค่ผ้าไหมธรรมดา
แม้จะถูกล็อกไว้ แต่กลไกที่ใช้ก็เป็นของธรรมดาเกินไปสำหรับลินด์ผู้ซึ่งเพิ่งรื้อฟื้นทักษะการงัดแงะมาหมาด ๆ เขาหยิบเครื่องมือเหล็กบางสองชิ้นขึ้นมา แล้วเริ่มคลำหาจังหวะกลอน ภายในไม่กี่อึดใจเสียง ‘คลิก’ ก็ดังขึ้น
เขาเปิดกล่องอย่างระมัดระวังพยายามไม่ให้เกิดเสียง และเมื่อมองเข้าไปในกล่องก็เห็นผ้าไหมม้วนเรียงเป็นระเบียบอยู่เต็มไปหมด ทำเอาลินด์ลังเลอยู่ชั่วครู่ ทว่าเขาไม่ยอมให้สัญชาตญาณตนเองต้องเสียเปล่าจึงเริ่มหยิบผ้าออกทีละม้วน เมื่อกล่องว่างเปล่าเขาก็เคาะพื้นกล่องเบา ๆ แล้วก็ได้ยินเสียงกลวงอยู่ข้างใต้
ทันใดนั้นสายตาอันเฉียบคมของเขาก็สังเกตเห็นปุ่มเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ และเมื่อลินด์กดมันลง และเปิดฝาลวงขึ้นมา ด้านในมันก็ถูกปูด้วยวัชพืชแห้งเพื่อรองรับของล้ำค่า ซึ่งก็คือข้าวของโบราณทั้งทองสัมฤทธิ์ เงิน และทองมากมาย
‘หรือว่านี่คือสิ่งที่ลิตเติ้ลฟิงเกอร์ให้ค่ามากนัก?’ ลินด์ขมวดคิ้วไม่อาจประเมินคุณค่าของข้าวของเหล่านี้ได้ เขาจึงตัดสินใจไม่ด่วนสรุป ก่อนจะจัดการเก็บของทั้งหมดกลับเข้าที่อย่างเรียบร้อย
แต่เขายังไม่หยุดเท่านั้นเมื่อตรวจสอบกล่องที่ดูผิดปกติอีกใบหนึ่ง เขาก็พบสิ่งที่กำลังตามหาอยู่ ไข่มังกรที่แตกร้าว และกริชด้ามประดับงาช้างมังกรหนึ่งเล่ม โดยสิ่งแรกที่สะดุดสายตาคือกริชมันมีด้ามทำจากกระดูกมังกร ส่วนใบมีดเป็นเหล็กวาเลเรียนที่ขึ้นชื่อเรื่องความแกร่งและคมกริบ ลินด์จ้องมันนิ่ง พร้อมความคิดหนึ่งผุดขึ้น กริชเล่มนี้อาจเป็นต้นเหตุของมหาสงครามห้ากษัตริย์ในอนาคต?!
‘มันมาอยู่ในมือลิตเติ้ลฟิงเกอร์ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?’ เขาครุ่นคิดด้วยความสงสัย ก่อนจะยื่นมือไปแตะที่ด้ามกริช
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกระดูกมังกร ความรู้สึกแสบร้อนราวไฟฟ้าก็แล่นผ่านจากมือไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่ทำให้เขาชะงักไม่ใช่ความรู้สึกนั้น หากเป็นพลังงานของระบบซึ่งแต่เดิมเหลืออยู่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ บัดนี้กลับเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย และแสงของแถบพลังงานก็กระพริบราวกับกำลังหายใจ
แม้จะตกใจแต่ลินด์ก็รีบควบคุมสติ และสำรวจดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทว่าแม้แถบพลังงานจะสั่นไหวมันก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เขายังไม่อาจแน่ใจนัก แต่รู้สึกได้ว่ากริชด้ามกระดูกมังกรเล่มนี้ต้องมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับระบบโกงของเขาเพียงแต่เขายังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร
จากนั้นลินด์ก็หันไปหาไข่มังกรแตกร้าว เขาเอามือแตะลงบนเปลือกที่เย็นเฉียบ และแทนที่จะรู้สึกร้อนเหมือนกริช ความเย็นยะเยือกกลับแผ่ไล่ผ่านมือของเขา ราวกับสายน้ำแข็งที่ค่อย ๆ ไหลเข้าสู่หน้าอก แล้วซึมเข้าสู่กระเป๋าที่ ‘กลอรี่’ ซ่อนตัวอยู่
กลอรี่ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อตอบสนองต่อความเย็นนั้นก่อนจะกลับเข้าสู่สภาพหลับไหลเช่นเดิม ลินด์จับตามองอย่างเคร่งเครียด เพราะนี่ไม่ใช่พฤติกรรมปกติของมัน แม้เขาจะเลี้ยงกลอรี่จนเชื่อง แต่นิสัยดุร้ายของมันก็ยังคงอยู่ มันยอมฟังแค่เขาเพียงผู้เดียว และสามารถกัดเชือกหรือไม้ให้ขาดได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นลินด์จึงไม่เคยปล่อยมันให้ห่างตัว
แต่ครั้งนี้การที่เขาพามาด้วยกลับให้ผลลัพธ์เกินคาด ความเย็นจากไข่ดูเหมือนจะถูกกลอรี่ดูดซับไป และนั่นทำให้เปลือกไข่ที่เคยส่องแสงกลับกลายเป็นหม่นหมอง และสีซีดจางลงเหมือนสิ่งมีชีวิตที่พลังหมดสิ้น
‘หรือข่าวลือเรื่องแมวเงาเผือกจะเป็นความจริง?’ ลินด์พึมพำ พลางนึกถึงตำนานที่ว่าแมวเงาเผือกสามารถกลืนกินวิญญาณได้ และความบังเอิญนี้ก็ชวนให้ขนลุกเกินกว่าจะมองข้าม
อย่างไรก็ตามเวลานี้ยังไม่เหมาะจะสำรวจผลกระทบที่เกิดกับกลอรี่ ลินด์จึงจัดการปิดช่องลับในกล่อง แล้ววางกริชกลับที่เดิม เพราะมันสะดุดตาเกินไป และหากนำออกไปมันอาจสร้างปัญหาให้เขาโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากลิตเติ้ลฟิงเกอร์รู้เข้า ส่วนไข่มังกรแม้จะเปลี่ยนไปแล้ว แต่หากไม่สังเกตก็ยากจะรู้ เขาจึงปล่อยไว้เช่นกัน และเดินย้อนกลับออกจากโกดังโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น
เมื่อออกมาด้านนอกลินด์ก็รีบมุ่งหน้าผ่านย่านสลัมตามแนวกำแพงปราสาทมุ่งหน้าไปทางประตูสิงโต แม้เส้นทางนี้จะสกปรกและวกวน แต่ก็สงบและเร็วกว่าเส้นทางผ่านลานประลองซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน
เมื่อใกล้ถึงทางออกของสลัมใกล้ประตูสิงโต ลินด์ก็สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ บานประตูหนักของประตูสิงโตค่อย ๆ เปิดออก และมีทหารแลนนิสเตอร์กลุ่มหนึ่งเดินออกมาพร้อมแบกร่างบางสิ่งไว้
ทหารเหล่านั้นสวมเกราะเหล็กสีน้ำตาลแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกำลังพลที่อยู่ภายใต้คำสั่งของเจมี่หรือลอร์ดไทวิน แลนนิสเตอร์เท่านั้น ทหารของตระกูลนี้ได้รับการจัดหาอาวุธและเกราะคุณภาพสูงจากเหมืองทองของครอบครัว ทำให้พวกเขาดูโดดเด่นกว่าทหารตระกูลอื่น ๆ
พวกเขาแบกร่างของหญิงสาวเปลือยเปล่าคนหนึ่ง และโยนลงบนกองขยะข้างทางอย่างไม่ไยดี ก่อนจะพูดอะไรกันสองสามคำแล้วก็เดินกลับเข้าไปในปราสาท ซึ่งหญิงสาวนอนแน่นิ่งไม่มีแม้แต่การกระตุกของร่างกายให้เห็น เป็นภาพที่ใครมองก็ต้องนึกว่านางตายแล้ว
ไม่นานเสียงซุบซิบก็เริ่มดังขึ้น ขณะที่ชาวสลัมเริ่มมารุมล้อมร่างของหญิงสาว สำหรับคนยากจนในคิงส์แลนดิ้ง ศพคือสมบัติล้ำค่าสามารถนำไปขายในตลาดมือสองได้ ลินด์เองก็ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยว จนกระทั่งเขาเห็นมือของหญิงสาวกระตุกเบา ๆ
นางยังมีชีวิตอยู่!
คนอื่นในฝูงชนก็เห็นเช่นกัน แต่สายตาของพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนเป็นความเห็นใจ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะหยิบหินขึ้นมา และกำลังจะฟาดลงไป
แน่นอนว่าถ้านางตายแล้วลินด์อาจจะไม่สนใจ ทว่าเพราะนางยังหายใจอยู่ และด้วยหัวใจในตัวเขาที่ยังไม่ด้านชาจนหมด เขาจึงก้าวเข้าไปช่วยทันที ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ลินด์พุ่งตัวเข้าไปก่อนที่ก้อนหินจะฟาดลง ฝ่ามือของเขาฟาดเปรี้ยงใส่ชายคนนั้น แล้วตามด้วยหมัดชุดต่อเนื่องที่แม่นยำจนชายอีกสองคนทรุดลงกับพื้น
จากนั้นเขาก็หันกลับมาหาหญิงสาวอีกครั้ง ร่างของนางเต็มไปด้วยบาดแผล และลมหายใจแผ่วเบา ทำให้ลินด์ลังเลอยู่เพียงอึดใจ ก่อนจะช้อนนางขึ้นมาแนบอก แล้วออกเดินมุ่งหน้ากลับไปยังค่ายของไทเรลล์บนเนินสิงโตทันที