- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 23
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 23
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 23
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 23 นอกกำแพงคิงส์แลนดิ้ง
เจมี่ แลนนิสเตอร์มีความรู้สึกขุ่นเคืองต่อตระกูลไทเรลล์ฝังใจอยู่ลึก ๆ มายาวนาน โดยเรื่องมันเริ่มจากอดีตที่บิดาของเขา ไทวิน แลนนิสเตอร์ เคยมีแผนจะแต่งตั้งเซอร์ซี น้องสาวฝาแฝดของเขาให้แต่งเข้าตระกูลไทเรลล์ แม้แผนจะไม่สำเร็จ แต่แค่ความคิดนั้นก็เพียงพอให้เจมี่เกลียดพวกไทเรลล์เข้าไส้ และนั่นทำให้ภารกิจต้อนรับคณะของไทเรลล์ครั้งนี้กลายเป็นสิ่งที่เขารำคาญใจยิ่งนัก
เมื่อการ์แลน ไทเรลล์มาถึงคิงส์วูด เจมี่ก็รออยู่หลายวันแล้วในค่ายทหารร้างใกล้ทางเข้า และความล่าช้าของขบวนไทเรลล์ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด และยิ่งพร้อมจะระบายความไม่พอใจลงที่การ์แลนทันทีที่ได้เจอหน้า
“ข้าเพิ่งจะอายุสิบขวบปีนี้เอง อยากรู้เหมือนกันว่าเมื่อตอนที่เจ้าอายุสิบขวบ เจ้าเป็นอย่างไร” การ์แลนเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มสงบ ราวกับไม่สะทกสะท้านต่อท่าทีแดกดันของเจมี่ คำพูดฟังดูเย้าแหย่ แต่กิริยากลับหนักแน่นไร้ความหวั่นไหว
เจมี่นิ่งไปครู่หนึ่ง เขายอมรับเงียบ ๆ ว่าการ์แลนนั้นไม่ธรรมดา การนำขบวนจากไฮการ์เดนมาถึงคิงส์แลนดิ้งในวัยเพียงสิบขวบเป็นสิ่งที่เขาเองยังทำไม่ได้ในวัยเดียวกัน ทว่าเขากลับไม่ยอมแสดงความชื่นชมแม้แต่น้อย เจมี่เพียงยิ้มเยาะ แล้วโต้กลับว่า “เหตุใดไม่ให้วิลลาส ไทเรลล์ พี่ชายคนโตของเจ้ามานำขบวนแทน? หรือว่าตระกูลไทเรลล์ดูแคลนงานแข่งที่กษัตริย์โรเบิร์ตจัดฉลองการประสูติของโอรส? หรือเจ้าไม่พอใจรัชทายาทแห่งบัลลังก์เหล็กกันแน่?”
“ท่านเจมี่ดูท่าจะลืมไปว่าบิดาข้า ลอร์ดเมซ ไทเรลล์ มาถึงคิงส์แลนดิ้งแล้ว หากตระกูลไทเรลล์มีปัญหากับรัชทายาทจริง ท่านพ่อของข้าคงไม่ได้มาที่นี่ แต่คงกลับไปอยู่ที่ไฮการ์เดนเสียแล้ว” การ์แลนตอบกลับด้วยท่าทีสุภาพแต่ไม่ลดอ่อนข้อ
เจมี่พยายามเหน็บแนมแต่กลับโดนตีกลับอย่างนิ่มนวลจนน่าเจ็บใจ ทำให้เขาเปลี่ยนเรื่องทันที “ฝ่าบาทโรเบิร์ตมีพระบัญชาให้ข้าต้อนรับคณะของไทเรลล์ที่นี่ ตามข้ามา ข้าจัดที่พักไว้ให้พวกเจ้าแล้ว”
ว่าแล้วก็ควบม้าออกนำขบวนมุ่งหน้าไปทางคิงส์แลนดิ้ง ในขณะที่เจมี่ขี่ม้าผ่านกลุ่มไทเรลล์ สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับชายคนหนึ่งในกลุ่มลาดตระเวนของไทเรลล์ ลินด์
ในตอนแรกลินด์ดูธรรมดาไม่โดดเด่น แต่สิ่งที่ทำให้เจมี่ต้องหันกลับมามองซ้ำคือเจ้าสัตว์ประหลาดตัวน้อยข้างเท้าของลินด์ แมวเงาเผือก ‘กลอรี่’ มันเป็นสัตว์ที่แปลกตาและงดงามเกินบรรยาย ทำให้สีหน้าของเจมี่แสดงความตกใจและสงสัยชั่วครู่ก่อนจะกลับไปเป็นปกติ พลางเตือนตัวเองว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมัววอกแวก จึงหันหน้ากลับไปนำขบวนต่ออย่างมั่นคงเช่นเดิม
ขบวนของแลนนิสเตอร์และไทเรลล์เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางคิงส์โร้ดอย่างเป็นระเบียบ ธงของทั้งสองตระกูลโบกสะบัดกลางสายลม ทำให้ผู้คนที่เดินทางต้องหลีกทางและยืนรอให้ขบวนผ่านไปก่อน
แม้สงครามจะจบลงได้ปีเศษ แต่ผลพวงยังคงหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะการค้า พวกผู้ภักดีต่อทาร์แกเรียนยังไม่ถูกกวาดล้างจนหมด หลังการตายของเจ้าชายเรการ์ มันก็มีอัศวินบางคนยังไม่ยอมจำนน และกลุ่มคนเหล่านี้ก็รู้ว่าตนไม่มีทางชิงบัลลังก์คืนได้อีก จึงหันไปหาที่หลบซ่อนเพื่อรอจังหวะใหม่
พวกเขาไม่สามารถหนีไปทางเหนือ แม่น้ำ เดอะเวล หรือเวสเทอร์แลนด์ได้ เพราะล้วนเป็นดินแดนของฝ่ายโรเบิร์ต ดังนั้นจึงมีเพียงสองทางที่พอเป็นไปได้ แดนใต้ของไทเรลล์และดอร์น ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรกับทาร์แกเรียน
ดังนั้นพวกผู้ภักดีที่เหลือจึงพยายามข้ามแม่น้ำแบล็ควอเตอร์เพื่อไปหลบซ่อนในแดนใต้ แต่ไม่ทันถึงไหน พวกไทเรลล์และดอร์นก็หันกลับมาสวามิภักดิ์ต่อโรเบิร์ต ทำให้กลุ่มภักดีทาร์แกเรียนที่เหลือต้องกลายเป็นคนทรยศในชั่วข้ามคืน
หลังจากนั้นโรเบิร์ตก็ออกหมายจับคนของทาร์แกเรียนทั้งหมด และยึดทรัพย์ขุนนางที่ยังภักดีต่อราชวงศ์เก่า การตัดขาดเช่นนี้ทำให้กลุ่มที่เหลือยิ่งจนตรอก ไม่มีทางฟื้น ไม่มีทรัพย์จะซื้อความปลอดภัย
ลอร์ดเมซ ไทเรลล์เองก็รีบรุดสั่งการให้นายทหารและขุนนางในแดนใต้ไล่ล่ากลุ่มผู้ภักดีต่อทาร์แกเรียนเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ใหม่ การกระทำนี้ทำให้กลุ่มติดอาวุธที่หลงเหลือต้องกระจัดกระจายและหันไปเป็นโจรป่า
ซึ่งตอนนั้นโอเลนน่า ไทเรลล์ หรือ ‘ราชินีแห่งหนาม’ โกรธจัดจนทำแจกันจากตะวันออกไกลใบโปรดแตกละเอียด เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่เมซทำจะส่งผลร้ายยาวนานต่อความมั่นคงของไทเรลล์ แต่เมื่อคำสั่งถูกประกาศออกไปแล้วจะย้อนกลับก็ไม่ได้ มิฉะนั้นจะถูกมองว่าเข้าข้างราชวงศ์เก่า
โอเลนน่าจึงออกคำสั่งให้เมซอยู่ที่คิงส์แลนดิ้งต่อไป โดยอ้างว่าเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับบัลลังก์เหล็ก แต่แท้จริงแล้วก็เพื่อกันไม่ให้ลูกชายก่อเรื่องเละไปมากกว่านี้
หลังจากนั้นไม่นานผลของคำสั่งไล่ล่าก็ปรากฏทันที ดินแดนแห่งทุ่งดอกไม้กลายเป็นดินแดนแห่งโจรกลุ่มต่าง ๆ การค้าในภูมิภาคทรุดฮวบ คาราวานพ่อค้าแทบไม่กล้าเดินทางหากไม่มีทหารคุ้มกัน ตระกูลเครนที่เคยอยู่ใต้อำนาจไทเรลล์ก็เริ่มออกห่าง เป็นหนึ่งในสัญญาณของการเสื่อมอำนาจของตระกูล
เมื่อขบวนเดินทางเข้าใกล้คิงส์แลนดิ้งการ์แลนก็มองเห็นความต่างอย่างชัดเจน ทางฝั่งใต้ของสะพานแบล็ควอเตอร์นั้นเงียบเหงา ร้านค้าและโรงเตี๊ยมร้างปล่อยให้วัชพืชขึ้นครอบงำ ขณะที่ฝั่งเหนือกลับคึกคัก คลังสินค้ายัดแน่นด้วยของจากเวสเทอร์แลนด์ ริเวอร์แลนด์ และเดอะเวล ภาพแห่งความรุ่งเรืองที่ตรงข้ามกับความพังพินาศของแดนใต้เสียจนชวนให้จุกในอก
การ์แลนได้แต่มองอย่างสิ้นหวัง เขานึกถึงการตัดสินใจหุนหันของบิดาและสายตามองการไกลของท่านยาย ราชินีแห่งหนามไม่ยอมให้วิลลาสเดินทางมาคิงส์แลนดิ้ง แต่ส่งเขาเด็กวัยสิบขวบมาแทน และเก็บวิลลาสไว้ช่วยงานที่ไฮการ์เดน บ่งบอกว่าโอเลนน่าอาจวางแผนปั้นหลานชายขึ้นมาแทนที่เมซในอนาคต
ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในฝูงชน ประชาชนไม่ได้มองขบวนด้วยความเกรงกลัวเหมือนที่ควรจะเป็น แต่กลับจ้องเขม็งด้วยแววตาเคียดแค้น ไม่ใช่ต่อคณะไทเรลล์ แต่เป็นต่อชายคนหนึ่งที่ขี่ม้าอยู่ข้างหน้า เจมี่ แลนนิสเตอร์ เพชฌฆาตกษัตริย์
แม้เขาจะสังหารกษัตริย์ที่บ้าคลั่ง แต่ประชาชนก็เกลียดชังเขาเพราะเขาคือสัญลักษณ์ของการล่มสลาย เป็นบุตรของไทวิน แลนนิสเตอร์ ผู้ที่พากองทัพมาสังหารผู้คนในคิงส์แลนดิ้งจนกลายเป็นการสังหารหมู่กลางเมือง
การ์แลนรู้สึกเห็นใจเจมี่อยู่ลึก ๆ หากเป็นตนคงทานสายตาแห่งความเกลียดชังจากประชาชนทั้งเมืองไม่ได้เช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกเคารพในความแน่วแน่ของชายผู้นี้ แม้จะไม่ได้แสดงออกให้เห็นก็ตาม
ในขณะที่การ์แลนวิเคราะห์บรรยากาศรอบตัว ลินด์และคนอื่น ๆ กำลังมองไปรอบเมืองด้วยความตื่นตาตื่นใจ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หลายคนได้ออกจากไฮการ์เดน และการได้เห็นเมืองหลวงอันเลื่องชื่อของเจ็ดอาณาจักรคือประสบการณ์ที่พวกเขารอคอย
ทว่าสิ่งที่ได้เห็นกลับทำให้ผิดหวัง กำแพงเมืองสูงตระหง่านที่ควรแสดงถึงความยิ่งใหญ่ กลับแตกร้าวและทรุดโทรมจากการถูกละเลยมานาน ชาวเมืองที่ควรสง่างามกลับแต่งกายด้วยเศษผ้า ดูเหมือนคนไร้บ้านเสียมากกว่า พวกเขาเป็นผู้ลี้ภัยจากสงคราม บ้านถูกยึด ที่ดินถูกรุกล้ำ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมาอาศัยในเมืองหลวง
แม้ประชากรในเมืองจะถูกกองทัพไทวินสังหารไปไม่น้อยในช่วงสงคราม แต่ไม่นานที่ว่างก็ถูกแทนที่ด้วยคลื่นผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาล พวกเขาตั้งถิ่นฐานอยู่นอกกำแพงใกล้กับประตูโคลนและประตูเหล็กกลายเป็นชุมชนที่ไร้กฎเกณฑ์ ทำให้มีทั้งปัญหาอาชญากรรม การปล้น การตั้งแก๊ง จนเมืองแทบจะไร้การควบคุม
สำหรับลินด์ปัญหาใหญ่ไม่ใช่การเมืองหรืออาชญากรรม แต่คือ ‘กลิ่น’ ของมัน กลิ่นเหม็นของสิ่งปฏิกูลตามพื้นถนนทำเอาแทบหายใจไม่ออก โชคดีที่เขาเก็บกลอรี่ไว้ในกระเป๋าที่หน้าอก ไม่อย่างนั้นแค่คิดภาพมันเลอะเทอะก็น่าขนลุกเกินจะทน
การเดินทางของกลุ่มพวกเขาผ่านย่านสลัมอันโสมมกินเวลาไม่นานนัก เมื่อมาถึงประตูหลวงพวกเขาก็หันไปทางทิศตะวันตก เลาะเลียบโคลอสเซียมมุ่งหน้าไปยังเนินสิงโต
เนินเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ประตูสิงโตด้านตะวันตกเฉียงเหนือของโคลอสเซียม และเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดในบริเวณนี้ จากตรงนั้นสามารถมองเห็นอารีนาได้อย่างชัดเจน มองเห็นการแข่งขันทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในอย่างเต็มตา
เนินสิงโตถูกประดับด้วยธงของตระกูลใหญ่หลายตระกูล ไม่ว่าจะเป็นสิงโตทองของตระกูลแลนนิสเตอร์ มาป่าของตระกูลสตาร์ค กวางตัวผู้ของตระกูลบาราเธียน และเหยี่ยวของตระกูลแอริน รวมไปถึงอีกหลายตระกูล
ดอกกุหลาบทองของตระกูลไทเรลล์ก็มีให้เห็นเช่นกันเป็นสัญญาณว่าลอร์ดเมซได้จัดเตรียมค่ายพักสำหรับคณะติดตามของเขาไว้ล่วงหน้าแล้ว อย่างไรก็ตามตำแหน่งที่ตั้งของค่ายกลับไม่ค่อยดีนัก เพราะตั้งอยู่ทางตะวันตกของเนินสิงโต ซึ่งมองไม่เห็นโคลอสเซียมเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ค่ายของตระกูลมาร์เทลจากดอร์นยังได้รับตำแหน่งที่ดีกว่าเสียอีก แสดงให้เห็นว่าความพยายามของเมซในการประสานความสัมพันธ์ตลอดปีที่ผ่านมานั้นแทบไม่เกิดผลเลย
เจมี่เองก็ไม่เสียเวลาแม้แต่นิดเดียว เขาพากลุ่มของไทเรลล์มาส่งถึงทางเข้าค่าย แล้วควบม้าจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
การ์แลนเมื่อพูดคุยกับทหารยามเพื่อยืนยันตำแหน่งของบิดาเรียบร้อยแล้วก็เป็นผู้นำขุนนางและอัศวินกลุ่มหนึ่งรวมถึงวอร์ทิเมอร์ออกจากค่ายมุ่งหน้าไปยังเรดคีปในคิงส์แลนดิ้ง ส่วนที่เหลือของคณะไทเรลล์ก็อยู่ที่ค่าย จัดเตรียมที่พัก แบ่งเวรยาม จัดการกะลาดตระเวน และเตรียมความพร้อมสำหรับการพำนักในช่วงเวลานี้