เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 15

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 15

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 15


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 15 การมาถึงโดยไม่คาดคิด

“ข้าต้องขออภัยที่เคยตั้งข้อสงสัย” การ์แลนกล่าวพลางก้าวเข้ามาหาลินด์ แล้วโน้มตัวคำนับอย่างระมัดระวัง “ลอร์ดลินด์ ฝีมือดาบของท่านช่างงดงามสมคำร่ำลือ ข้าหวังว่าในอนาคต ทักษะของท่านจะได้ใช้รับใช้ตระกูลไทเรลล์อย่างเหมาะสม”

ว่าจบเขาก็สั่งให้คนรับใช้จัดเตรียมห้องพัก เสื้อผ้า และของจำเป็นให้ลินด์กับโจเอลเรียบร้อย

ลินด์รู้สึกประหลาดใจกับถ้อยคำของการ์แลน เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อมานั้นชัดเจน เขาต้องการให้ลินด์อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์โดยตรงของตระกูลไทเรลล์ ซึ่งนับเป็นเรื่องเกินความคาดหมาย เพราะตลอดมาลินด์เข้าใจว่าตนเองอยู่ใต้ร่มเงาของตระกูลเครน โดยเฉพาะเมื่อโจเอลเป็นคนแนะนำเขาให้กับวอร์ทิเมอร์ ทั้งโจเอล วอร์ทิเมอร์ และบ้านเกิดของเขาที่ไวท์โฮลด์ฟาสต์ต่างก็เกี่ยวข้องกับตระกูลเครนทั้งสิ้น แม้เขาจะเป็นเพียงนายพรานผู้มีอิสรภาพ แต่เมื่อกลายเป็นเด็กรับใช้ของวอร์ทิเมอร์แล้ว เขาก็ถือได้ว่าเป็น ‘ลินด์แห่งเครน’ โดยปริยาย

แต่คำพูดของการ์แลนกลับบ่งบอกถึงสิ่งที่ต่างออกไป พวกเขาต้องการดึงตัวเขาไปอยู่ฝ่ายตระกูลไทเรลล์ ซึ่งมอบโอกาสยิ่งใหญ่กว่าที่ตระกูลเครนพึงให้ได้ วอร์ทิเมอร์ เครนแม้จะเป็นปรมาจารย์ดาบและเป็นหัวหน้าฝึกอาวุธแห่งไฮการ์เดน แต่ก็สืบเชื้อสายจากสายรองของตระกูลเครน ซึ่งเคยประสบปัญหาความขัดแย้งภายในจนสถานะตกต่ำ ที่ดินและทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่ยังหลงเหลืออยู่ในไฮการ์เดนล้วนเป็นบุญคุณจากตระกูลไทเรลล์ ตำแหน่งของเขาจึงอยู่ในระดับขุนนางราชสำนัก ไม่ใช่เจ้าของดินแดนเต็มตัว สำหรับลินด์หากอยู่ภายใต้การชี้แนะของวอร์ทิเมอร์ เขาคงทำได้สูงสุดแค่ขึ้นเป็นอัศวิน

ตรงกันข้ามกับตระกูลไทเรลล์ แม้จะเลือกข้างผิดในกบฏของโรเบิร์ต แต่บทลงโทษกลับไม่รุนแรงนัก เนื่องจากโรเบิร์ตให้ความเคารพฝีมือของแรนดิลล์ ทาร์ลี่ หนึ่งในลอร์ดชั้นยอดของไทเรลล์ ผู้เคยสร้างความลำบากให้กองทัพเขาในอดีต อีกทั้งไทเรลล์ยังเร่งฟื้นสัมพันธ์กับบัลลังก์เหล็กด้วยการจัดงานแข่งขันและเข้าร่วมงานพิธีต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ก็คือสถานะของพวกเขายังคงมั่นคง

เมื่อไม่มีแรงกดดันจากภายนอก ตระกูลไทเรลล์ก็หันมามุ่งรวมอำนาจในเขตเดอะรีช โดยเริ่มจัดการกับตระกูลต่าง ๆ เช่น ฟอสโซเวย์ ฟลอเรนท์ และโรวัน ดังนั้นสำหรับคนหนุ่มที่ทะเยอทะยานอย่างลินด์ โอกาสภายใต้ธงของไทเรลล์จึงมากมายเกินบรรยาย

แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน แต่ลินด์ก็ยังคงสงบ เขาเก็บดาบเข้าฝักเดินตามคนรับใช้ไปพร้อมกับโจเอล พลางนวดแขนที่ยังระบมจากการประลอง แม้จะกินเวลาไม่ถึงนาที แต่การดวลดาบครั้งนั้นก็ใช้แรงอย่างมาก จนตอนท้ายเขารู้สึกช้าลงอย่างชัดเจน เป็นสัญญาณเตือนถึงข้อจำกัดทางร่างกายของตน ถึงวอร์ทิเมอร์จะประกาศว่าเสมอกัน แต่ลินด์ก็รู้ตัวดีว่าเขาแพ้

เขารู้ตัวมานานแล้วว่ามีปัญหาเรื่องความทนทาน และพยายามฝึกฝนร่างกายขณะอยู่ที่ไวท์โฮลด์ฟาสต์ แม้จะเห็นผลระดับหนึ่ง แต่การต่อสู้อย่างเข้มข้นก็ยังดูดพลังของเขาอย่างรวดเร็ว ซึ่งการสร้างความแกร่งต้องใช้เวลา และเขาตั้งใจว่าจะไม่มองข้ามเรื่องนี้อีกต่อไป

ในขณะมัวครุ่นคิด ทั้งสองก็มาถึงอาคารเล็กเงียบสงบบนที่ดินของค่ายพัก พวกเขาได้รับห้องพักคนละห้องที่ชั้นสอง ก่อนคนรับใช้จะพาไปอาบน้ำที่โรงอาบชั้นล่าง

ปกติโจเอลจะทะเล้นลามก แต่คราวนี้กลับวางตัวเรียบร้อยผิดปกติ บางทีอาจเป็นเพราะอยู่ต่อหน้าลินด์ หรือแค่รู้สึกกระดากใจ เมื่อไม่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมใด ๆ ลินด์เองก็ปฏิเสธไม่ให้สาวใช้เข้าใกล้ และอาบน้ำตามลำพังเช่นเคย

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ โจเอลก็หันมามองลินด์แล้วแซวขึ้นว่า “เจ้ายังไม่เคยใช่ไหมล่ะ? ถ้ามีโอกาสลองดูบ้างก็ดีนะ บนโลกนี้ไวน์กับหญิงงามคือความสุขที่แท้จริง”

“ไวน์กับหญิงงาม?” ลินด์เหลือบตามองอย่างตำหนิ “หมายถึงตอนท่านกินเหล้าแล้วโดนอันธพาลทุบหัวน่ะหรือ? หรือเวลาโดนสาวจับลูบแล้วไม่แม้แต่จะขยับตัว?”

“เจ้านี่มัน . . .!” โจเอลขบกรามแน่น แต่ก็ไม่ตอบโต้อีก เมื่อกลับถึงห้องเขาก็พบว่าอาหารค่ำถูกจัดเต็มตามสไตล์ไทเรลล์ มีทั้งไวน์จากอาร์เบอร์และกับข้าวหรูหรา ทำให้เขาหยิบอาหารกับไวน์ติดมือไปที่ห้องของลินด์

แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาก็ประหลาดใจที่เห็นโต๊ะอาหารว่างเปล่า “ไม่มีใครเอาอะไรมาให้เจ้า?”

“ข้าบอกแล้วว่าไม่ดื่ม” ลินด์ตอบ “ส่วนเรื่องอาหาร ข้ากินที่โรงเตี๊ยมไปแล้ว”

โจเอลไหวไหล่ไม่สนใจ ก่อนจะรินไวน์ใส่แก้วจิบหนึ่งคำ แล้วเริ่มเข้าสู่โหมดครุ่นคิด พอถึงแก้วที่สอง ลินด์ก็ถามขึ้นอย่างสงสัย “ท่านมาที่นี่แค่เพื่อสอนข้าดื่มหรือขอรับ?”

โจเอลเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ ราวกับพูดกับตัวเอง “น่าทึ่งจริง ๆ”

ลินด์ชะงักคิดว่าอีกฝ่ายพูดถึงเขา แต่พอเห็นแววตาก็รู้ว่าเขาหมายถึงใครบางคน

“ตระกูลไทเรลล์น่ะยอดเยี่ยมสมตำแหน่งผู้พิทักษ์แดนใต้จริง ๆ” โจเอลพูดจริงจัง “แม้แต่เด็กสิบขวบก็สามารถเดินเกมได้เงียบเชียบไม่เหมือนตระกูลอื่นเลย ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาจะกดหัวทั้งขุนนางใหญ่ขุนนางเล็กในเดอะรีชมานาน”

“ท่านกังวลเรื่องอนาคตของตระกูลเครนหรือ?” ลินด์ถาม

โจเอลมองเขานิ่ง “ข้าจะสนใจไปทำไมล่ะ? มันเป็นเรื่องของเจ้านาย ไม่ใช่ข้า ต่อให้สาขาที่ถือครองเรดเลคจะล่ม อีกสายก็ยังอยู่ ตระกูลเครนไม่ล่มหรอก”

“แล้วท่านจะวิตกอะไรนักหนาล่ะขอรับ?” ลินด์ถามอย่างไม่เข้าใจ

โจเอลมองเขานาน แต่ไม่ตอบอะไร หลังจากจิบไวน์ไปอีกสองสามคำ อารมณ์ของเขาก็เปลี่ยนไปกลายเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ที่เอ่ยเตือนสติเยาวชน และเตือนให้ลินด์ระวังเรื่องต่าง ๆ เมื่อต้องอยู่ภายใต้ไทเรลล์ และพูดด้วยความจริงจังผิดปกติ สุดท้ายเขาก็ลุกกลับห้องของตน และไม่นาน เสียงกรนก็ดังลอดออกมา

ลินด์นั่งนิ่งด้วยความสับสน เขาไม่เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงกะทันหันในท่าทีของโจเอล ต่างกับช่วงเดินทางจากโกลเดนโกรฟโดยสิ้นเชิง

ในขณะที่กำลังคิดเสียงหนึ่งก็ดังมาจากประตู “เขามองเจ้าเป็นเหมือนเด็กรับใช้คนเก่าของเขา ทั้งนิสัยและอายุก็คล้ายกัน ยกเว้นเรื่องฝีมือดาบ ตอนนั้นเขาเคยส่งเด็กรับใช้ไปให้ลอร์ดบาริสตัน แต่เด็กคนนั้นดันทำผิดต่อพระเนตรพระกรรณของกษัตริย์คลั่ง เลยถูกทรมานจนตาย”

สีหน้าลินด์เปลี่ยนทันที เขาหันไปมองที่ประตู และพบชายชราแต่งตัวเหมือนข้ารับใช้อยู่ตรงนั้น ท่าทางของเขาธรรมดาไม่มีอะไรเด่น แต่พลังบางอย่างในตัวชายคนนั้น กลับทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง แถมจากคำพูดเมื่อครู่มันก็เป็นที่แน่ชัดว่าชายผู้นี้แอบฟังอยู่นาน ทว่าทั้งเขาและโจเอลกลับไม่รู้ตัว ซึ่งน่ากลัวไม่น้อย

สำหรับโจเอลอาจไม่แปลก แต่กับลินด์ผู้ที่หลังเกิดใหม่มีประสาทสัมผัสเฉียบคมสามารถจับเสียงได้ในรัศมี 20–30 เมตร ทั้งฝีเท้า เสียงพูด หรือแม้แต่ลมหายใจ ยังกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ตอนนี้แม้จะเห็นชายคนนั้นชัด แต่กลับไม่ได้ยินเสียงหายใจ เหมือนว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ

ลินด์ยังไม่ทันเอ่ยอะไร ชายชราก็ย่างเท้าออกจากเงามืด กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ “ไม่ต้องกังวล ข้าเป็นแค่คนที่ไร้ชื่อไร้แคว้น เดินทางมาเยี่ยมเพื่อนเก่า ข้าตั้งใจจะมาเงียบ ๆ แล้วจากไป แต่ฝีมือดาบของเจ้าทำให้ข้าสนใจ เลยตัดสินใจเปิดตัว”

“เพื่อนของท่านคือโจเอล?” ลินด์ถามในขณะที่มือยังวางอยู่บนด้ามดาบ สายตาจับจ้องชายชรา

“เขาก็เป็นเพียงเหตุบังเอิญ เหมือนเจ้า” ชายชราส่ายหัวเบา ๆ ไม่ตอบตรง ๆ ก่อนจะย้อนถาม “ครูสอนดาบของเจ้า เป็นปรมาจารย์แห่งการระบำดาบแห่งสายน้ำใช่หรือไม่?”

“ไม่ใช่” ลินด์ตอบพลางส่ายหน้า

“ไม่ใช่?” ชายชราขมวดคิ้ว “ถึงสไตล์ของเจ้าจะไม่เหมือนการระบำดาบแห่งสายน้ำ แต่ท่วงท่ากลับมีความละม้าย ราวกับมีคนดัดแปลงเทคนิคการระบำดาบแห่งสายน้ำให้เหมาะกับการใช้ดาบคู่ ซึ่งแม้แต่ในเอสซอสก็มีไม่กี่คนที่ทำได้ ส่วนในเวสเทอรอส . . . มีเพียงคนเดียวเท่านั้น” เขาหรี่ตามองลินด์ แล้วถามย้ำ “แน่ใจนะว่าไม่ใช่?”

“แน่ใจแน่นอน” ลินด์ตอบหนักแน่น ก่อนจะสบตาอีกฝ่ายแล้วพูดด้วยน้ำเสียงมีนัย “วาลาร์ มอร์กูลิส วาลาร์ โดแฮริส ปรมาจารย์แห่งบราวอสที่ว่า . . . คือเป้าหมายของท่านใช่หรือไม่? บุรุษไร้หน้าแห่งวิหารขาวดำ?”

แววตาชายชราวาบขึ้นด้วยความตกใจ เขาไม่ยืนยันหรือปฏิเสธ แต่ถามกลับแทน “ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด ลอร์ดลินด์ก็เป็นแค่นายพรานธรรมดาจากเดอะรีชที่ไม่เคยแม้แต่ข้ามทะเลไปเอสซอส เจ้ารู้เรื่องพวกบุรุษไร้หน้าแห่งบราวอสได้อย่างไร?”

ลินด์ไม่ตอบ แต่ชักดาบคู่ขึ้นพร้อมเอ่ย “ข้าได้ยินมาว่าพวกบุรุษไร้หน้ามีฝีมือดาบในตำนาน ลองประมือกันหน่อยไหม ถ้าท่านชนะ ข้าจะบอกเองว่าข้าเรียนมาจากที่ไหน”

ชายชราส่ายหน้า “ถ้าเจ้ารู้เรื่องพวกข้า เจ้าก็น่าจะรู้ว่า เราฆ่าเฉพาะคนที่เทพไร้หน้าหมายหัวไว้ และเจ้า . . . ไม่ใช่หนึ่งในนั้น”

ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินต่อ เสียงฝีเท้าและบทสนทนาของคนใช้ก็ดังขึ้นจากชั้นล่าง ซึ่งน่าจะเป็นพวกที่มาเก็บกวาดโรงอาบน้ำ ชายชราจึงเลิกสนใจการพูดคุย พลางโค้งให้ลินด์เล็กน้อย แล้วหายตัวกลับเข้าสู่เงามืด

ลินด์ไม่ยอมให้เขาหนีไปง่าย ๆ รีบไล่ตามออกไป ทว่าเมื่อไปถึงหน้าประตูชายชราก็หายตัวไปแล้ว แต่ด้วยสายตาเฉียบคมของเขา ลินด์พอมองเห็นร่างหนึ่งกระโดดข้ามกำแพงไปไกลลิบ ๆ และหายลับไปในเงาคืน

เมื่อแน่ใจว่าไม่อาจไล่ตามได้อีกลินด์ก็กลับเข้าห้อง ปิดประตู แล้วทิ้งตัวลงบนเตียง แต่แทนที่จะเก็บดาบเข้าฝัก เขากลับวางดาบคู่นั้นไว้ใกล้มือพร้อมใช้ได้ทุกเมื่อ.

การเผชิญหน้าครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในใจลินด์อย่างรุนแรง แม้เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ความมั่นใจที่ได้จากการประลองกับวอร์ทิเมอร์ก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง มันเป็นเครื่องเตือนใจอันชัดเจนว่าบนโลกใบนี้ยังมีอันตรายเร้นลับและพลังอำนาจลึกลับแฝงอยู่ หากพลาดเพียงก้าวเดียว ก็อาจหมายถึงความตาย

ลินด์ใช้เวลาตลอดทั้งคืนอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ระวังตัวเต็มที่จนกระทั่งฟ้าสาง พอได้ยินเสียงโจเอลเริ่มขยับตัวในห้องข้าง ๆ เขาก็รีบไปหา และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังโดยไม่ปิดบัง

ตอนแรกโจเอลก็ถึงกับอึ้งไป แต่ยิ่งลินด์เล่าสีหน้าของเขาก็ยิ่งเคร่งเครียด ราวกับเริ่มตระหนักถึงบางสิ่งที่น่าหวาดหวั่น เขาเตือนลินด์ว่าไม่ต้องไปกังวลเรื่องพวกบุรุษไร้หน้า แล้วก็ไม่พูดอะไรอีกเกี่ยวกับเรื่องนี้

อย่างไรก็ตามต่อมาโจเอลก็ไปหาวอร์ทิเมอร์เพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัว ทั้งสองสนทนากันยาวนานด้วยน้ำเสียงเบาและเร่งรีบ เห็นได้ชัดว่าบางอย่างกำลังเกิดขึ้น

หลังจากนั้นไม่นานขบวนติดตามของการ์แลนก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด วอร์ทิเมอร์เองก็เกาะติดอยู่กับการ์แลนแทบตลอดเวลา ราวกับจะคอยปกป้องจากภัยอันตรายที่มองไม่เห็น

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 15

คัดลอกลิงก์แล้ว