เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 13

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 13

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 13


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 13 การพบกันโดยบังเอิญ

“ที่นั่งนี้มีคนจองแล้ว” ลินด์พูดพลางพยายามกลืนอาหารแข็ง ๆ ที่เคี้ยวค้างไว้ ก่อนจะหันไปมองคนแปลกหน้าสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ชายวัยกลางคนร่างสูงในกลุ่มนั้นขมวดคิ้วกับคำพูดของลินด์ ราวกับจะตอบโต้ แต่กลับเป็นเด็กหนุ่มตัวเล็กกว่าในชุดหรูหราที่ชิงพูดก่อนด้วยรอยยิ้มว่า “เรานั่งแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวเพื่อนเจ้ากลับมา เราก็ลุกแล้ว ตกลงหรือไม่?”

เด็กหนุ่มคนนั้นดูอายุราวสิบปี ตัวอวบเล็กน้อย ใบหน้ายังมีเค้าความไร้เดียงสาอยู่ แต่ท่าทางและการวางตัวกลับดูจงใจเป็นผู้ใหญ่เกินวัย คล้ายเด็กที่เลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ มากกว่าจะเป็นธรรมชาติของตนเอง น้ำเสียงของเขาใสกังวาน ราวกับเสียงนกเหลืองเจื้อยแจ้วแฝงมนตร์บางอย่าง ทำให้คำพูดฟังดูอบอุ่นและเป็นมิตรอย่างน่าประหลาด

ลินด์มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความสงสัย แต่ไม่ตอบอะไร เขาคาดเดาว่าเด็กหนุ่มกับอัศวินคุ้มกันตรงหน้าน่าจะหนีออกจากที่พักเพื่อมาเปิดหูเปิดตาในยามค่ำคืน และเขาก็ไม่คิดจะหาเรื่องใครเพียงเพราะเก้าอี้ตัวเดียว

อย่างไรก็ตามชายร่างสูงยังคงระมัดระวัง เขานั่งลงข้างเด็กหนุ่ม โดยให้เด็กหนุ่มอยู่ชิดผนังด้านใน และหันตัวบังอีกฝ่ายจากทางเดินของโรงเตี๊ยมไว้ พร้อมกันนั้นสายตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดยังคงจับจ้องลินด์อย่างไม่วางตาเต็มไปด้วยความระแวง

ลินด์รับรู้ถึงสายตานั้นได้ทันที และอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าอัศวินผู้นี้เป็นใคร กลิ่นอายอำนาจที่แผ่จากเขานั้นแข็งกร้าวอย่างยิ่ง จนลินด์นึกถึงเพียงคนเดียวที่เคยให้ความรู้สึกคล้ายกัน โจเอล ฟลาวเวอร์ส ทว่าเขาไม่ได้แสดงความหวั่นไหวใด ๆ และยังคงกินต่อไปด้วยจังหวะปกติ ราวกับไม่รับรู้ถึงแรงกดดันรอบตัว

ซึ่งความสงบนั้นเองที่กระตุ้นความสนใจของเด็กหนุ่ม เพราะไม่บ่อยนักที่มีใครทำตัวเฉยเมยเมื่ออยู่ต่อหน้าอาจารย์ดาบของเขา ก่อนที่สายตาเขาจะหยุดที่ดาบคู่ครึ่งใบที่ข้างเอวของลินด์ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าเด็กหนุ่ม “เจ้าก็ชอบเรื่องเล่าของนักล่าหมีใช่หรือไม่ ถึงได้สะพายดาบเหมือนเขา น้องชายข้าก็ชอบแต่งตัวแบบนี้เหมือนกัน”

ลินด์ปรายตามองดาบของตน และตอบเรียบ ๆ “แล้วท่านล่ะ ไม่ชอบนักล่าหมีหรือ?”

“ไม่ค่อยเท่าไหร่” เด็กหนุ่มส่ายหน้า “เรื่องของเขาดูเกินจริง เหมือนพวกพ่อค้าแต่งเติมเพื่อให้ตื่นเต้น ข้าว่าตำนานการต่อต้านกษัตริย์เอกอนของดอร์นยังน่าฟังกว่าอีก”

ระหว่างที่เขาพูด ‘บทเพลงนักล่าหมี’ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เพราะมีใครสักคนขอให้นักขับขานเล่นซ้ำ และฝูงชนก็พร้อมใจกันร่วมร้องทันที

ต้นฉบับของเพลงนี้เคยเป็นเพียงท่วงทำนองพื้นบ้านธรรมดาในเดอะรีช ต่อมาจึงมีการนำเนื้อมาแต่งใหม่เพื่อเล่าความกล้าหาญของนักล่าหมี จนกลายเป็นบทเพลงฮิตที่เลื่องลือในเวลานี้ ซึ่งลินด์เป็นผู้แต่งเพลงฉบับใหม่นี้เอง โดยหยิบเอาทำนองจากเกมในชีวิตก่อนมาเรียบเรียงใหม่ ด้วยจังหวะสนุกสนานและเนื้อหาฮึกเหิม มันจึงกลายเป็นบทเพลงยอดนิยมอย่างรวดเร็ว และแพร่หลายไปทั่วเดอะรีช

แม้เด็กหนุ่มจะบอกว่าไม่ชอบเรื่องของนักล่าหมี แต่ดูเหมือนเขาจะชอบเพลงไม่น้อย เขาฮัมทำนองตามอย่างอารมณ์ดี พลางพยักหน้าตามจังหวะ จนเมื่อเพลงจบถึงรู้ตัวว่าถูกลินด์มองด้วยแววตาขบขัน

ใบหน้าเด็กหนุ่มแดงขึ้นทันทีด้วยความเขิน ก่อนจะรีบพูดกลบเกลื่อนว่า “ข้าแค่ชอบเพลง!”

“ไม่ต้องอธิบายก็ได้” ลินด์ตอบเสียงเรียบ

เด็กหนุ่มไหวไหล่อย่างหงุดหงิดเล็กน้อย แววตาแสดงความไม่พอใจในท่าทีเฉยชาของลินด์ ซึ่งความจริงใจในชั่วขณะนั้นได้เผยให้เห็นตัวตนที่ยังเป็นเพียงเด็ก และห่างไกลจากความเป็นผู้ใหญ่ที่พยายามแสดงออก แต่เขาก็รีบเรียกสติกลับมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ถึงข้าจะไม่ชอบเรื่องของเขา แต่ข้าก็ชื่นชมความสามารถเขาอยู่ดี นึกดูสิแค่พรานป่าคนหนึ่งกลับแต่งเพลงได้ไพเราะขนาดนี้! ข้าได้ยินมาว่าเขาเป็นแค่พรานธรรมดา แล้วเขาไปเรียนรู้สิ่งพวกนี้มาจากไหนกันนะ?”

ลินด์ชะงักไปทันที มีเพียงเขากับโรมัน เว็บเบอร์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาเป็นคนแต่งเพลง บวกกับโรมันเป็นผู้ช่วยเผยแพร่ แต่เด็กคนนี้กลับจับความจริงได้ นั่นทำให้เขาสงสัยในพื้นเพของอีกฝ่ายทันที ก่อนที่ไม่นานสีหน้าเขาก็เคร่งเครียดขึ้นอีกเมื่อรู้ตัวว่าโจเอลหายไปนานเกินไปแล้ว ความกังวลจึงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่รอดพ้นสายตาของอัศวินผู้คุ้มกัน เขาเข้าใจผิดว่าเป็นสัญญาณคุกคาม จึงขยับตัวหมุนกายหันเข้าหาลินด์ มือขยับไปใกล้ดาบของตน กลิ่นอายกดดันรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และหากแรงกดดันก่อนหน้านี้เหมือนกระแสน้ำใต้ลึก ตอนนี้มันก็กลายเป็นคลื่นพายุที่กระหน่ำเข้ามา

ลินด์ตอบสนองทันทีโดยสัญชาตญาณ มือแตะที่ด้ามดาบของตนแล้วสบตากับอัศวินอย่างไม่เกรงกลัว

เด็กหนุ่มเองที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียด แต่ไม่รู้สาเหตุแน่ชัด เขาจึงหลบหลังอัศวินตามสัญชาตญาณของเด็กผู้ไว้ใจครูฝึกอย่างไม่มีข้อกังขา และก่อนที่สถานการณ์จะระเบิด ประตูโรงเตี๊ยมก็เปิดผางออก พร้อมกับชายร่างสูงโซเซเข้ามา พลางลูบหัวตัวเองแล้วสบถออกมาเบา ๆ

โจเอล ฟลาวเวอร์ส กลับมาแล้ว แม้จะดูยับเยินแต่ยังมีชีวิตอยู่!

ลินด์คลายมือลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนเดินกลับมา แต่สายตาเขายังไม่ละจากอัศวินที่นั่งตรงข้าม

โจเอลเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน ซึ่งเขาไม่แม้แต่จะสนใจเด็กหนุ่มและอัศวินตรงนั้น ก่อนจะตะโกนใส่ลินด์ว่า “เจ้าไม่รู้หรือไงว่าข้าหายไปตั้งนาน?”

“ข้าเพิ่งรู้ตัว” ลินด์ตอบเสียงเรียบ “แต่ข้าไม่แคร์ คิดว่าท่านออกไปฉี่ แล้วคงจะถ่ายต่อ”

ดวงตาโจเอลหรี่ลงด้วยความหงุดหงิด แต่ลินด์ยังคงไม่สะทกสะท้าน และมองสภาพยับเยินของโจเอลแล้วพูดตรง ๆ “ท่านโดนปล้นมาสินะขอรับ?”

“ดูไม่ออกหรือไง?” โจเอลตอบเสียงห้วน ขณะยกมือชี้เสื้อผ้ายับยู่ยี่ของตัวเอง

ลินด์ถอนหายใจ เหมือนไม่ประทับใจนัก “ท่านไม่ใช่อาจารย์ดาบผู้เลื่องชื่อแห่งเดอะรีชหรือ?”

โจเอลหน้าเสียไปชั่วขณะ ก่อนจะโต้กลับเสียงกระฟัดกระเฟียด “เป็นอาจารย์ดาบก็โดนปล้นตอนเมาได้ไหมเล่า?”

ลินด์ไม่ขยายความต่อ เพียงถามกลับอย่างแห้ง ๆ ว่า “แล้วตอนนี้ท่านจะเอายังไงต่อหรือ?”

“ยังไงต่ออะไร?”

“ของท่านคงหายไปหมดแล้วใช่หรือไม่?” ลินด์ชี้ไปที่จานเปล่าและแก้วเหล้าบนโต๊ะ “แล้วใครจะจ่ายค่าอาหาร?”

โจเอลชะงัก และใช้นิ้วชี้ไปที่ลินด์แทน “แล้วเจ้าเล่า? จ่ายไม่ได้หรือไง? ได้รางวัลมาไม่น้อยไม่ใช่หรือ?”

ลินด์ยังนิ่งเฉย “เงินทั้งหมดข้าส่งกลับให้ตาแก่ที่บ้านแล้ว ข้าไม่มีสักเหรียญ”

“เจ้าตามข้าลงใต้ทั้งที่ไม่มีเงินเลยหรือ?” โจเอลแทบอ้าปากค้าง

“ก็ข้ามีท่านอยู่ด้วยนิขอรับ ข้าเลยคิดว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน แล้วก่อนออกจากโกลเดนโกรฟ ท่านก็พูดเองไม่ใช่หรือว่าจะออกให้ทั้งหมด?”

โจเอลอ้าปากจะเถียง แต่ก็ต้องกลืนคำเมื่อจำได้ว่าเคยพูดจริง

ทันใดนั้นลินด์ก็สูดลมหายใจแล้วขมวดคิ้ว พลางโน้มตัวไปใกล้โจเอล “ท่าน . . . ไม่ได้ฉี่รดกางเกงใช่หรือไม่?”

โจเอลหน้าแดงก่ำด้วยทั้งความอับอายและโกรธ เขาขยับมือไปที่เอวดังเคยจะดึงดาบ แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าดาบก็โดนขโมยไปแล้ว สุดท้ายจึงได้แต่ชี้หน้าลินด์พร้อมอ้าปากค้างเถียงไม่ออก

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ นี่มันยอดไปเลย! ข้าขำจนปวดท้องแล้ว!” ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ดังลั่นขึ้นจากอีกฟากของโต๊ะ เด็กหนุ่มแทบกลิ้งลงจากเก้าอี้ หัวเราะจนตัวสั่น ก่อนที่เขาจะชี้ไปที่โจเอล “ใครจะเชื่อว่า ลอร์ดโจเอล ฟลาวเวอร์ส อาจารย์ดาบผู้โด่งดัง จะกลายเป็นแบบนี้! ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

โจเอลเพิ่งสังเกตเห็นสองคนแปลกหน้าที่นั่งอยู่ด้วย และภายใต้แสงตะเกียงสลัวเขาก็หรี่ตาดูให้ชัด แล้วก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ลอร์ดการ์แลน? เซอร์วอร์ทิเมอร์? พวกท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

ลินด์ที่ฟังอยู่ก็พลันเข้าใจทันที เด็กหนุ่มกับอัศวินที่นั่งตรงข้ามก็คือ การ์แลน ไทเรลล์ และ วอร์ทิเมอร์ เครน บุคคลที่เขากับโจเอลตั้งใจจะมาพบที่นิวบาร์เรล ซึ่งการที่โจเอลรู้จักกับการ์แลน ไทเรลล์ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหลังจากได้รับคำชมจากบาริสตัน เซลมี โจเอลก็เคยถูกเชิญไปสอนดาบให้กับวิลลาส ไทเรลล์อยู่ช่วงหนึ่ง และในระหว่างนั้นการ์แลนก็มักตามพี่ชายไปด้วยจนสนิทสนมกัน

ส่วนวอร์ทิเมอร์ เครน ก็รู้จักกับโจเอลดีเช่นกัน ในฐานะปรมาจารย์ดาบที่มีชื่อเสียงของเดอะรีช ทั้งคู่เคยปะดาบกันบ่อยครั้ง แม้จะสังกัดต่างตระกูลกัน แต่ก็มีมิตรภาพร่วมกันอยู่ไม่น้อย

ดังนั้นการที่โจเอลเปิดเผยตัวเองออกมา ดูเหมือนจะทำให้วอร์ทิเมอร์คลายความระแวงในตัวลินด์ลงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเอียงหัวมองโจเอลที่ยังอยู่ในสภาพมอมแมม พลางถามด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ตามประสาคนคุ้นเคย “เจ้าไม่ควรอยู่ที่เรดเลคเพื่อฉลองชัยหรอกหรือ? เจ้ามาทำอะไรที่นิวบาร์เรล? หรือจะมาเร่ขายของรางวัลจากสงคราม? งานแบบนี้ไม่เห็นต้องใช้อัศวินมาเองเลย”

“เปล่า ข้ามาที่นี่เพราะมีเรื่องจะคุยกับเจ้าโดยเฉพาะ” โจเอลตอบตรง ๆ

“มาหาข้า?” วอร์ทิเมอร์ถามด้วยน้ำเสียงฉงน พลางเหลือบมองไปยังลินด์ ก่อนแววตาจะเปลี่ยนไปเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก “เจ้าไม่ได้มาที่นี่แค่เพื่ออวดศิษย์ใช่ไหม? ให้ข้าเดา เจ้าคงเห็นฝีมือของศิษย์ข้าตอนประลองดาบคราวก่อน แล้วทนไม่ไหวเลยอยากมาอวดศิษย์ตัวเองบ้าง?”

น้ำเสียงของเขาแม้จะหยอกล้อ แต่ก็แฝงความเป็นมิตร ก่อนที่เขาจะพูดต่อโดยไม่รอคำตอบว่า “แต่ต้องยอมรับเลยว่าศิษย์เจ้าดูน่าประทับใจไม่น้อย ข้าไม่อาจพูดถึงฝีมือดาบของเขาได้ แต่เพียงแค่ความกล้าและบุคลิกของเขาก็เพียงพอจะเรียกว่าเป็นอัศวินที่แท้จริง”

โจเอลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เขารู้จักวอร์ทิเมอร์ดีพอจะรู้ว่าคำชมจากชายผู้นี้ไม่ใช่ของแจกฟรี นั่นทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาหายไป แต่เขาก็สะบัดความคิดนั้นทิ้ง และกลับมาโฟกัสกับเป้าหมายหลัก

“เจ้าคิดผิดแล้ว” โจเอลกล่าวพลางส่ายหน้า “เขาไม่ใช่ศิษย์ข้า แต่เป็นศิษย์ที่ข้าตั้งใจจะฝากให้เจ้ารับไว้ต่างหาก”

“ศิษย์ของข้า?” วอร์ทิเมอร์ขมวดคิ้วอย่างงุนงง ชัดเจนว่าไม่ได้คาดคิดมาก่อน

โจเอลผายมือไปทางลินด์ “ขอแนะนำ ลินด์ นักล่าหมี”

“ห๊ะ?!” การ์แลนอุทานออกมาด้วยใบหน้าปรากฏความตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเขาพอเข้าใจสิ่งที่โจเอลพูด ความอึดอัดก็ผุดขึ้นแทนที่ทันที ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ นึกถึงคำพูดดูแคลนเมื่อกี้ของตนเอง

วอร์ทิเมอร์ก็เช่นกัน เขาจ้องลินด์ด้วยสายตาเปลี่ยนไป แม้จะเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับนักล่าหมีมาก่อน แต่ก็เคยคิดว่าคงเป็นนิยายเกินจริงของพวกพ่อค้า ทว่าเมื่อได้เห็นตัวจริงตรงหน้าความคิดนั้นก็เริ่มสั่นคลอน กลิ่นอายของลินด์ก่อนหน้านี้ช่างน่าเกรงขามไม่น้อยไปกว่าของเขาเอง หากฝีมือดาบของเขาเข้ากับออร่านั้นจริง เรื่องเล่าต่าง ๆ ก็อาจไม่ใช่แค่เรื่องเล่า

ในขณะวอร์ทิเมอร์ยังพินิจลินด์อยู่นั้น การ์แลนซึ่งตั้งสติได้แล้วก็โน้มตัวมาข้างหน้า ดวงตาเปล่งประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ลอร์ดลินด์” การ์แลนเอ่ยขึ้น “ที่ร่ำลือกันว่าท่านมีวิชาดาบคู่ที่งดงามที่สุดในเดอะรีชนั้น เป็นความจริงหรือไม่?”

“ไม่จริง” ลินด์ตอบเรียบ ๆ พร้อมกับส่ายหน้า

สีหน้าของการ์แลนแปรเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาทีแฝงความผิดหวังอยู่เล็กน้อย จนกระทั่งลินด์พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

“มันคือวิชาดาบคู่ที่งดงามที่สุดในทวีปเวสเทอรอสต่างหาก”

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 13

คัดลอกลิงก์แล้ว