- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 13
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 13
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 13
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 13 การพบกันโดยบังเอิญ
“ที่นั่งนี้มีคนจองแล้ว” ลินด์พูดพลางพยายามกลืนอาหารแข็ง ๆ ที่เคี้ยวค้างไว้ ก่อนจะหันไปมองคนแปลกหน้าสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ชายวัยกลางคนร่างสูงในกลุ่มนั้นขมวดคิ้วกับคำพูดของลินด์ ราวกับจะตอบโต้ แต่กลับเป็นเด็กหนุ่มตัวเล็กกว่าในชุดหรูหราที่ชิงพูดก่อนด้วยรอยยิ้มว่า “เรานั่งแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวเพื่อนเจ้ากลับมา เราก็ลุกแล้ว ตกลงหรือไม่?”
เด็กหนุ่มคนนั้นดูอายุราวสิบปี ตัวอวบเล็กน้อย ใบหน้ายังมีเค้าความไร้เดียงสาอยู่ แต่ท่าทางและการวางตัวกลับดูจงใจเป็นผู้ใหญ่เกินวัย คล้ายเด็กที่เลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ มากกว่าจะเป็นธรรมชาติของตนเอง น้ำเสียงของเขาใสกังวาน ราวกับเสียงนกเหลืองเจื้อยแจ้วแฝงมนตร์บางอย่าง ทำให้คำพูดฟังดูอบอุ่นและเป็นมิตรอย่างน่าประหลาด
ลินด์มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความสงสัย แต่ไม่ตอบอะไร เขาคาดเดาว่าเด็กหนุ่มกับอัศวินคุ้มกันตรงหน้าน่าจะหนีออกจากที่พักเพื่อมาเปิดหูเปิดตาในยามค่ำคืน และเขาก็ไม่คิดจะหาเรื่องใครเพียงเพราะเก้าอี้ตัวเดียว
อย่างไรก็ตามชายร่างสูงยังคงระมัดระวัง เขานั่งลงข้างเด็กหนุ่ม โดยให้เด็กหนุ่มอยู่ชิดผนังด้านใน และหันตัวบังอีกฝ่ายจากทางเดินของโรงเตี๊ยมไว้ พร้อมกันนั้นสายตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดยังคงจับจ้องลินด์อย่างไม่วางตาเต็มไปด้วยความระแวง
ลินด์รับรู้ถึงสายตานั้นได้ทันที และอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าอัศวินผู้นี้เป็นใคร กลิ่นอายอำนาจที่แผ่จากเขานั้นแข็งกร้าวอย่างยิ่ง จนลินด์นึกถึงเพียงคนเดียวที่เคยให้ความรู้สึกคล้ายกัน โจเอล ฟลาวเวอร์ส ทว่าเขาไม่ได้แสดงความหวั่นไหวใด ๆ และยังคงกินต่อไปด้วยจังหวะปกติ ราวกับไม่รับรู้ถึงแรงกดดันรอบตัว
ซึ่งความสงบนั้นเองที่กระตุ้นความสนใจของเด็กหนุ่ม เพราะไม่บ่อยนักที่มีใครทำตัวเฉยเมยเมื่ออยู่ต่อหน้าอาจารย์ดาบของเขา ก่อนที่สายตาเขาจะหยุดที่ดาบคู่ครึ่งใบที่ข้างเอวของลินด์ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าเด็กหนุ่ม “เจ้าก็ชอบเรื่องเล่าของนักล่าหมีใช่หรือไม่ ถึงได้สะพายดาบเหมือนเขา น้องชายข้าก็ชอบแต่งตัวแบบนี้เหมือนกัน”
ลินด์ปรายตามองดาบของตน และตอบเรียบ ๆ “แล้วท่านล่ะ ไม่ชอบนักล่าหมีหรือ?”
“ไม่ค่อยเท่าไหร่” เด็กหนุ่มส่ายหน้า “เรื่องของเขาดูเกินจริง เหมือนพวกพ่อค้าแต่งเติมเพื่อให้ตื่นเต้น ข้าว่าตำนานการต่อต้านกษัตริย์เอกอนของดอร์นยังน่าฟังกว่าอีก”
ระหว่างที่เขาพูด ‘บทเพลงนักล่าหมี’ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เพราะมีใครสักคนขอให้นักขับขานเล่นซ้ำ และฝูงชนก็พร้อมใจกันร่วมร้องทันที
ต้นฉบับของเพลงนี้เคยเป็นเพียงท่วงทำนองพื้นบ้านธรรมดาในเดอะรีช ต่อมาจึงมีการนำเนื้อมาแต่งใหม่เพื่อเล่าความกล้าหาญของนักล่าหมี จนกลายเป็นบทเพลงฮิตที่เลื่องลือในเวลานี้ ซึ่งลินด์เป็นผู้แต่งเพลงฉบับใหม่นี้เอง โดยหยิบเอาทำนองจากเกมในชีวิตก่อนมาเรียบเรียงใหม่ ด้วยจังหวะสนุกสนานและเนื้อหาฮึกเหิม มันจึงกลายเป็นบทเพลงยอดนิยมอย่างรวดเร็ว และแพร่หลายไปทั่วเดอะรีช
แม้เด็กหนุ่มจะบอกว่าไม่ชอบเรื่องของนักล่าหมี แต่ดูเหมือนเขาจะชอบเพลงไม่น้อย เขาฮัมทำนองตามอย่างอารมณ์ดี พลางพยักหน้าตามจังหวะ จนเมื่อเพลงจบถึงรู้ตัวว่าถูกลินด์มองด้วยแววตาขบขัน
ใบหน้าเด็กหนุ่มแดงขึ้นทันทีด้วยความเขิน ก่อนจะรีบพูดกลบเกลื่อนว่า “ข้าแค่ชอบเพลง!”
“ไม่ต้องอธิบายก็ได้” ลินด์ตอบเสียงเรียบ
เด็กหนุ่มไหวไหล่อย่างหงุดหงิดเล็กน้อย แววตาแสดงความไม่พอใจในท่าทีเฉยชาของลินด์ ซึ่งความจริงใจในชั่วขณะนั้นได้เผยให้เห็นตัวตนที่ยังเป็นเพียงเด็ก และห่างไกลจากความเป็นผู้ใหญ่ที่พยายามแสดงออก แต่เขาก็รีบเรียกสติกลับมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ถึงข้าจะไม่ชอบเรื่องของเขา แต่ข้าก็ชื่นชมความสามารถเขาอยู่ดี นึกดูสิแค่พรานป่าคนหนึ่งกลับแต่งเพลงได้ไพเราะขนาดนี้! ข้าได้ยินมาว่าเขาเป็นแค่พรานธรรมดา แล้วเขาไปเรียนรู้สิ่งพวกนี้มาจากไหนกันนะ?”
ลินด์ชะงักไปทันที มีเพียงเขากับโรมัน เว็บเบอร์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาเป็นคนแต่งเพลง บวกกับโรมันเป็นผู้ช่วยเผยแพร่ แต่เด็กคนนี้กลับจับความจริงได้ นั่นทำให้เขาสงสัยในพื้นเพของอีกฝ่ายทันที ก่อนที่ไม่นานสีหน้าเขาก็เคร่งเครียดขึ้นอีกเมื่อรู้ตัวว่าโจเอลหายไปนานเกินไปแล้ว ความกังวลจึงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่รอดพ้นสายตาของอัศวินผู้คุ้มกัน เขาเข้าใจผิดว่าเป็นสัญญาณคุกคาม จึงขยับตัวหมุนกายหันเข้าหาลินด์ มือขยับไปใกล้ดาบของตน กลิ่นอายกดดันรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และหากแรงกดดันก่อนหน้านี้เหมือนกระแสน้ำใต้ลึก ตอนนี้มันก็กลายเป็นคลื่นพายุที่กระหน่ำเข้ามา
ลินด์ตอบสนองทันทีโดยสัญชาตญาณ มือแตะที่ด้ามดาบของตนแล้วสบตากับอัศวินอย่างไม่เกรงกลัว
เด็กหนุ่มเองที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียด แต่ไม่รู้สาเหตุแน่ชัด เขาจึงหลบหลังอัศวินตามสัญชาตญาณของเด็กผู้ไว้ใจครูฝึกอย่างไม่มีข้อกังขา และก่อนที่สถานการณ์จะระเบิด ประตูโรงเตี๊ยมก็เปิดผางออก พร้อมกับชายร่างสูงโซเซเข้ามา พลางลูบหัวตัวเองแล้วสบถออกมาเบา ๆ
โจเอล ฟลาวเวอร์ส กลับมาแล้ว แม้จะดูยับเยินแต่ยังมีชีวิตอยู่!
ลินด์คลายมือลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนเดินกลับมา แต่สายตาเขายังไม่ละจากอัศวินที่นั่งตรงข้าม
โจเอลเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน ซึ่งเขาไม่แม้แต่จะสนใจเด็กหนุ่มและอัศวินตรงนั้น ก่อนจะตะโกนใส่ลินด์ว่า “เจ้าไม่รู้หรือไงว่าข้าหายไปตั้งนาน?”
“ข้าเพิ่งรู้ตัว” ลินด์ตอบเสียงเรียบ “แต่ข้าไม่แคร์ คิดว่าท่านออกไปฉี่ แล้วคงจะถ่ายต่อ”
ดวงตาโจเอลหรี่ลงด้วยความหงุดหงิด แต่ลินด์ยังคงไม่สะทกสะท้าน และมองสภาพยับเยินของโจเอลแล้วพูดตรง ๆ “ท่านโดนปล้นมาสินะขอรับ?”
“ดูไม่ออกหรือไง?” โจเอลตอบเสียงห้วน ขณะยกมือชี้เสื้อผ้ายับยู่ยี่ของตัวเอง
ลินด์ถอนหายใจ เหมือนไม่ประทับใจนัก “ท่านไม่ใช่อาจารย์ดาบผู้เลื่องชื่อแห่งเดอะรีชหรือ?”
โจเอลหน้าเสียไปชั่วขณะ ก่อนจะโต้กลับเสียงกระฟัดกระเฟียด “เป็นอาจารย์ดาบก็โดนปล้นตอนเมาได้ไหมเล่า?”
ลินด์ไม่ขยายความต่อ เพียงถามกลับอย่างแห้ง ๆ ว่า “แล้วตอนนี้ท่านจะเอายังไงต่อหรือ?”
“ยังไงต่ออะไร?”
“ของท่านคงหายไปหมดแล้วใช่หรือไม่?” ลินด์ชี้ไปที่จานเปล่าและแก้วเหล้าบนโต๊ะ “แล้วใครจะจ่ายค่าอาหาร?”
โจเอลชะงัก และใช้นิ้วชี้ไปที่ลินด์แทน “แล้วเจ้าเล่า? จ่ายไม่ได้หรือไง? ได้รางวัลมาไม่น้อยไม่ใช่หรือ?”
ลินด์ยังนิ่งเฉย “เงินทั้งหมดข้าส่งกลับให้ตาแก่ที่บ้านแล้ว ข้าไม่มีสักเหรียญ”
“เจ้าตามข้าลงใต้ทั้งที่ไม่มีเงินเลยหรือ?” โจเอลแทบอ้าปากค้าง
“ก็ข้ามีท่านอยู่ด้วยนิขอรับ ข้าเลยคิดว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน แล้วก่อนออกจากโกลเดนโกรฟ ท่านก็พูดเองไม่ใช่หรือว่าจะออกให้ทั้งหมด?”
โจเอลอ้าปากจะเถียง แต่ก็ต้องกลืนคำเมื่อจำได้ว่าเคยพูดจริง
ทันใดนั้นลินด์ก็สูดลมหายใจแล้วขมวดคิ้ว พลางโน้มตัวไปใกล้โจเอล “ท่าน . . . ไม่ได้ฉี่รดกางเกงใช่หรือไม่?”
โจเอลหน้าแดงก่ำด้วยทั้งความอับอายและโกรธ เขาขยับมือไปที่เอวดังเคยจะดึงดาบ แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าดาบก็โดนขโมยไปแล้ว สุดท้ายจึงได้แต่ชี้หน้าลินด์พร้อมอ้าปากค้างเถียงไม่ออก
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ นี่มันยอดไปเลย! ข้าขำจนปวดท้องแล้ว!” ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ดังลั่นขึ้นจากอีกฟากของโต๊ะ เด็กหนุ่มแทบกลิ้งลงจากเก้าอี้ หัวเราะจนตัวสั่น ก่อนที่เขาจะชี้ไปที่โจเอล “ใครจะเชื่อว่า ลอร์ดโจเอล ฟลาวเวอร์ส อาจารย์ดาบผู้โด่งดัง จะกลายเป็นแบบนี้! ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
โจเอลเพิ่งสังเกตเห็นสองคนแปลกหน้าที่นั่งอยู่ด้วย และภายใต้แสงตะเกียงสลัวเขาก็หรี่ตาดูให้ชัด แล้วก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ลอร์ดการ์แลน? เซอร์วอร์ทิเมอร์? พวกท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
ลินด์ที่ฟังอยู่ก็พลันเข้าใจทันที เด็กหนุ่มกับอัศวินที่นั่งตรงข้ามก็คือ การ์แลน ไทเรลล์ และ วอร์ทิเมอร์ เครน บุคคลที่เขากับโจเอลตั้งใจจะมาพบที่นิวบาร์เรล ซึ่งการที่โจเอลรู้จักกับการ์แลน ไทเรลล์ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหลังจากได้รับคำชมจากบาริสตัน เซลมี โจเอลก็เคยถูกเชิญไปสอนดาบให้กับวิลลาส ไทเรลล์อยู่ช่วงหนึ่ง และในระหว่างนั้นการ์แลนก็มักตามพี่ชายไปด้วยจนสนิทสนมกัน
ส่วนวอร์ทิเมอร์ เครน ก็รู้จักกับโจเอลดีเช่นกัน ในฐานะปรมาจารย์ดาบที่มีชื่อเสียงของเดอะรีช ทั้งคู่เคยปะดาบกันบ่อยครั้ง แม้จะสังกัดต่างตระกูลกัน แต่ก็มีมิตรภาพร่วมกันอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นการที่โจเอลเปิดเผยตัวเองออกมา ดูเหมือนจะทำให้วอร์ทิเมอร์คลายความระแวงในตัวลินด์ลงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเอียงหัวมองโจเอลที่ยังอยู่ในสภาพมอมแมม พลางถามด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ตามประสาคนคุ้นเคย “เจ้าไม่ควรอยู่ที่เรดเลคเพื่อฉลองชัยหรอกหรือ? เจ้ามาทำอะไรที่นิวบาร์เรล? หรือจะมาเร่ขายของรางวัลจากสงคราม? งานแบบนี้ไม่เห็นต้องใช้อัศวินมาเองเลย”
“เปล่า ข้ามาที่นี่เพราะมีเรื่องจะคุยกับเจ้าโดยเฉพาะ” โจเอลตอบตรง ๆ
“มาหาข้า?” วอร์ทิเมอร์ถามด้วยน้ำเสียงฉงน พลางเหลือบมองไปยังลินด์ ก่อนแววตาจะเปลี่ยนไปเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก “เจ้าไม่ได้มาที่นี่แค่เพื่ออวดศิษย์ใช่ไหม? ให้ข้าเดา เจ้าคงเห็นฝีมือของศิษย์ข้าตอนประลองดาบคราวก่อน แล้วทนไม่ไหวเลยอยากมาอวดศิษย์ตัวเองบ้าง?”
น้ำเสียงของเขาแม้จะหยอกล้อ แต่ก็แฝงความเป็นมิตร ก่อนที่เขาจะพูดต่อโดยไม่รอคำตอบว่า “แต่ต้องยอมรับเลยว่าศิษย์เจ้าดูน่าประทับใจไม่น้อย ข้าไม่อาจพูดถึงฝีมือดาบของเขาได้ แต่เพียงแค่ความกล้าและบุคลิกของเขาก็เพียงพอจะเรียกว่าเป็นอัศวินที่แท้จริง”
โจเอลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เขารู้จักวอร์ทิเมอร์ดีพอจะรู้ว่าคำชมจากชายผู้นี้ไม่ใช่ของแจกฟรี นั่นทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาหายไป แต่เขาก็สะบัดความคิดนั้นทิ้ง และกลับมาโฟกัสกับเป้าหมายหลัก
“เจ้าคิดผิดแล้ว” โจเอลกล่าวพลางส่ายหน้า “เขาไม่ใช่ศิษย์ข้า แต่เป็นศิษย์ที่ข้าตั้งใจจะฝากให้เจ้ารับไว้ต่างหาก”
“ศิษย์ของข้า?” วอร์ทิเมอร์ขมวดคิ้วอย่างงุนงง ชัดเจนว่าไม่ได้คาดคิดมาก่อน
โจเอลผายมือไปทางลินด์ “ขอแนะนำ ลินด์ นักล่าหมี”
“ห๊ะ?!” การ์แลนอุทานออกมาด้วยใบหน้าปรากฏความตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเขาพอเข้าใจสิ่งที่โจเอลพูด ความอึดอัดก็ผุดขึ้นแทนที่ทันที ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ นึกถึงคำพูดดูแคลนเมื่อกี้ของตนเอง
วอร์ทิเมอร์ก็เช่นกัน เขาจ้องลินด์ด้วยสายตาเปลี่ยนไป แม้จะเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับนักล่าหมีมาก่อน แต่ก็เคยคิดว่าคงเป็นนิยายเกินจริงของพวกพ่อค้า ทว่าเมื่อได้เห็นตัวจริงตรงหน้าความคิดนั้นก็เริ่มสั่นคลอน กลิ่นอายของลินด์ก่อนหน้านี้ช่างน่าเกรงขามไม่น้อยไปกว่าของเขาเอง หากฝีมือดาบของเขาเข้ากับออร่านั้นจริง เรื่องเล่าต่าง ๆ ก็อาจไม่ใช่แค่เรื่องเล่า
ในขณะวอร์ทิเมอร์ยังพินิจลินด์อยู่นั้น การ์แลนซึ่งตั้งสติได้แล้วก็โน้มตัวมาข้างหน้า ดวงตาเปล่งประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ลอร์ดลินด์” การ์แลนเอ่ยขึ้น “ที่ร่ำลือกันว่าท่านมีวิชาดาบคู่ที่งดงามที่สุดในเดอะรีชนั้น เป็นความจริงหรือไม่?”
“ไม่จริง” ลินด์ตอบเรียบ ๆ พร้อมกับส่ายหน้า
สีหน้าของการ์แลนแปรเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาทีแฝงความผิดหวังอยู่เล็กน้อย จนกระทั่งลินด์พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“มันคือวิชาดาบคู่ที่งดงามที่สุดในทวีปเวสเทอรอสต่างหาก”