- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 11
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 11
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 11
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 11 นักล่าหมีสยองขวัญ
“ข้าขอสาบานต่อเทพทั้งเจ็ด . . . ที่นี่เกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่?” ทหารคนหนึ่งพึมพำพลางจ้องภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาสะพรึงกลัวจนปิดไม่มิด
แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่มีใครตอบคำถามของเขา มีเพียงสายตาที่แลกเปลี่ยนกันอย่างไม่สบายใจ และทุกคนก็มองไปยังกิ่งไม้ธรรมดาท่ามกลางพงไม้ราวกับกลัวว่ามันจะกลายเป็นอาวุธสังหารขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้
“ขึ้นไปดูให้แน่ใจ” โรมันสั่งพร้อมชี้ไปยังศพที่ห้อยอยู่
ทหารที่ถูกเลือกลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง เมื่อเข้าไปตรวจสอบเพียงครู่เดียว เขาก็รีบหันกลับมาตะโกนว่า “กับดักครับท่าน! เขาน่าจะถูกกับดักฆ่า!”
“กับดัก?” โรมันทวนคำดวงตาเปล่งประกายด้วยความสนใจ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปใกล้ศพด้วยความระมัดระวังและเริ่มตรวจสอบสถานการณ์ด้วยตัวเอง และขมวดคิ้วแน่น “กับดักแบบไหนถึงมีแรงมากพอจะทะลวงร่างคนแล้วแขวนมันขึ้นไปบนต้นไม้ได้?”
คำถามของเขาค้างคาอยู่กลางอากาศไม่มีใครตอบได้ พร้อมกับทหารทุกคนส่ายหน้าหวั่น ๆ พวกเขาเคยเห็นแค่กับดักล่าสัตว์เล็ก ๆ สำหรับกระต่ายหรือกวาง แต่นี่มันคนทั้งคน . . .
เมื่อไม่อาจคาดหวังคำตอบจากใครได้ โรมันจึงถอนหายใจเบา ๆ และปรับท่าทางใหม่ แม้ใจหนึ่งจะเชื่อว่ากับดักพวกนี้คงวางไว้ดักโจร และผู้ที่ลงมือน่าจะเป็นมิตร แต่สัญชาตญาณของเขาก็ยังไม่ยอมให้ไว้วางใจเต็มที่
“ทุกคนระวังตัวไว้ แล้วเคลื่อนพลต่อ” เขาออกคำสั่ง แล้วหันไปตะโกนใส่ทหารองครักษ์ “พวกเจ้ารออะไรอยู่ เอาโล่ออกมา! ตั้งขบวนคุ้มกันข้าให้แน่นหนา!”
คำสั่งของโรมันทำให้ทหารเคลื่อนไหวทันที พวกเขายกโล่ขึ้นตั้งเป็นวงล้อมรอบตัวโรมัน ส่วนทหารที่เหลือก็กระจายกำลังตรวจตราพื้นที่รอบนอกและลาดตระเวนแนวหน้า
เมื่อพวกเขาลึกเข้าไปในป่าก็ยิ่งพบศพมากขึ้น บ้างตายเพราะกับดักคล้ายกัน บ้างมีบาดแผลสะอาดเฉียบคมอย่างมืออาชีพ ทำให้ทหารมากประสบการณ์ในกลุ่มพากันขมวดคิ้ว พวกเขารู้ดีว่าคนพวกนี้ถูกฆ่าด้วยดาบเพียงครั้งเดียว และไม่มีแม้แต่โอกาสได้ตอบโต้
ซึ่งความจริงข้อนั้นได้แผ่ไอเย็นไปทั่วขบวน พวกทหารเริ่มกระซิบถึงศัตรูไร้เงาและวิญญาณพยาบาทจากตำนานในวัยเด็ก ทำให้มือที่กุมหอกและดาบเริ่มสั่นเล็กน้อย
ดังนั้นภายใต้แรงกดดันของบรรยากาศ พวกเขาจึงเร่งฝีเท้ามากขึ้น และเนื่องจากป่าไม่ได้กว้างใหญ่นัก ในที่สุดพวกเขาก็เริ่มเห็นแนวต้นไม้บางลง และทุ่งเปิดโล่งปรากฏอยู่รำไร ทำให้ความโล่งใจพลุ่งขึ้นในอกทันที แต่ก่อนที่พวกเขาจะก้าวออกจากป่าได้อย่างเต็มตัว มันก็มีเสียงหวีดร้องของใบมีดดังแหวกอากาศ พร้อมกับดาบสั้นเล่มหนึ่งพุ่งเสียบเข้ากับต้นไม้ใกล้ ๆ
“ศัตรูโจมตี! ศัตรูโจมตี!!” ทหารที่นำขบวนร้องลั่น เขาชะงักแล้วรีบถอยกลับเข้าขบวนอย่างลนลาน มือกำหอกแน่นจนสั่น “มีคนโจมตีข้า! อยู่ตรงนั้น!”
“เงียบ!” โรมันตวาดเสียงเรียบ ตัดผ่านความตื่นตระหนกทันที “ข้าเห็นมันแล้ว! ตั้งขบวน! หันปลายหอกออก! ยกโล่ขึ้น! อย่าตื่นตระหนก เรามีจำนวนมากกว่า และอาวุธดีกว่า!”
น้ำเสียงเฉียบขาดของโรมันช่วยเรียกสติของเหล่าทหารกลับมา พวกเขาค่อย ๆ รวมตัวเข้ารูปขบวนอย่างชำนาญ แต่มันกลับไม่มีการโจมตีตามมา ตรงกันข้ามกลับมีร่างหนึ่งก้าวออกมาจากป่าทึบอย่างช้า ๆ ชายหนุ่มในชุดเกราะหนังถือดาบสองคมเดินเข้ามาอย่างสงบ เสียงฝีเท้าดังแผ่วเบาราวไม่แยแสต่อขบวนทหารนับร้อยที่เฝ้ามองอยู่
เขาเดินตรงไปหาดาบสั้นที่เสียบอยู่บนต้นไม้ดึงมันออกอย่างไม่รีบร้อน แล้วยัดกลับใส่ฝักอย่างเรียบร้อย จากนั้นเขาก็หันมาสบตากับขบวนของโรมัน พร้อมกับดวงตาของเขาไล่ผ่านธงประจำตระกูลที่มีรูปแมงมุม แล้วหยุดอยู่ที่โรมัน ผู้ซึ่งแต่งกายเด่นชัดว่าเป็นผู้นำ
“ลอร์ดเวบเบอร์” ชายหนุ่มกล่าว เสียงของเขาดังชัดเจนแม้สายฝนยังโปรยปราย “พวกท่านมาช้าไป ข้าจัดการโจรพวกนี้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รื้อของพวกมันเลย ถ้าท่านอยากช่วย ข้าจะให้ครึ่งหนึ่งเป็นค่าตอบแทน”
โรมันจ้องเขาเขม็ง และเมื่อเห็นชัดเจน เขาก็อุทานออกมาโดยไม่ทันยั้งคิดว่า “นักล่าหมี . . . เจ้าคือ ลินด์ นักล่าหมีแห่งไวท์โฮลด์ฟาสต์!”
ลินด์ก้มหัวเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มบาง “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านรู้จักข้า”
โรมันซึ่งตอนนี้มั่นใจแล้วว่าเขาคือลินด์ตัวจริง ทำให้ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาในหัวทันที และนึกถึงรายงานที่ตระกูลเวบเบอร์ได้รับก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มลึกลับในห้องโถงใหญ่ ผู้ถือดาบคู่และไม่ใช่คนในระบบศักดินา
หลังจากการประชุมนั้นโรมันก็ได้รับมอบหมายให้สืบประวัติเจ้าหนุ่มผู้นี้ ซึ่งเรื่องราวที่ได้ยินทีแรกฟังดูเป็นเพียงตำนานในโรงเหล้า เด็กอายุสิบห้าที่ล่าหมีภูเขาเพื่อล้างแค้นให้บิดา ซึ่งฟังดูเกินจริงเกินจะเชื่อ และพวกเขาก็เคยคิดว่าเป็นแค่เรื่องที่โรงเหล้าแต่งขี้โม้เพื่อเอาใจขี้เมา
แต่ใครจะไปเชื่อว่าเด็กหนุ่มจะสังหารหมีภูเขาได้เพียงลำพัง? ดังนั้นตอนนี้โรมันจึงเริ่มเชื่อเรื่องเล่าเหล่านั้นแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำในการฆ่า กับดักอันน่าสยอง ความสงบนิ่งในยามเผชิญหน้ากับทหารร้อยนาย ทั้งหมดนี้คือคำตอบ!
บางทีโรงเหล้าอาจไม่ได้โกหก และตอนนี้โรมันก็เข้าใจแล้วว่าทำไมโจเอล ฟลาวเวอร์ถึงปล่อยให้ลินด์เฝ้าแนวหลังเพียงคนเดียว เขารู้ถึงศักยภาพของชายผู้นี้!
โรมันส่งสัญญาณให้ทหารลดอาวุธ แล้วเดินเข้าไปใกล้พลางถามอย่างเร่งรีบ “ก่อนหน้านี้มีหัวหน้าโจรสองคนใส่เกราะเหล็กหนีเข้าป่านี้ พวกนั้นอยู่ไหน?”
“พวกเขาถูกเทพไร้หน้าพาตัวไปแล้ว” ลินด์ตอบเสียงเรียบ พร้อมผายมือไปยังแนวป่า “ศพอยู่ด้านนอก ท่านจะเก็บก็เชิญ”
แม้โรมันจะคาดไว้แล้วจากศพที่พบมาก่อนหน้านี้ แต่การได้ยินจากปากเจ้าตัวก็ช่วยยืนยันได้ชัดเจนขึ้น เขาสั่งให้ทหารเริ่มรวบรวมศพและทรัพย์สินที่ตกอยู่ทันที เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็น ‘แต้มบุญ’ ในบันทึกสงคราม
ในสถานการณ์ปกติโรมันอาจคิดยึดความดีความชอบไว้เอง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป สิ่งที่เขาเห็นตลอดเส้นทาง ทั้งศพ ทั้งกับดัก ทำให้เขาไม่กล้าคิดล่วงเกินชายผู้นี้แม้เพียงนิด เพราะเขารู้ดีหากข้ามเส้นลินด์ก็คงไม่ลังเลจะฆ่าเขาเช่นกัน
ลินด์เองแม้ดูไม่ใส่ใจ แต่ก็ระวังอยู่ตลอด เฒ่าเบนเคยเตือนเขาว่าคนอย่างโรมัน เวบเบอร์คือพวกที่ชอบแย่งความดีความชอบของผู้อื่น ลินด์เองก็เตรียมใจไว้แล้ว และหากจำเป็นเขาก็พร้อมฆ่าและหลบหนีเข้าเอสซอส แม้จะไม่ใช่ทางที่อยากเลือกก็ตาม
แต่เขายังยึดมั่นในเป้าหมายหลักให้โจเอล ฟลาวเวอร์รับรู้ผลงานของตนแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
หลังจากถอดกับดักทั้งหมดลินด์จึงถอนใจอย่างโล่งอก โรมันกับทหารร้อยนายเข้าคุมพื้นที่แทนเขาแล้ว ทำให้เขาไม่ต้องรับผิดชอบแนวหลังอีกต่อไป และการรื้อกับดักยังช่วยให้ทหารเวบเบอร์ไม่ต้องเผชิญอันตรายซ้ำ
ทหารขนศพออกจากป่าอย่างเป็นระเบียบเรียงเป็นแถวด้านนอก แต่ละคนต่างเงียบงันด้วยความประหลาดใจต่อสิ่งที่เห็น ศพนับสิบ . . . และชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่เงียบ ๆ เช็ดดาบของตนราวกับเพิ่งล่าสัตว์มาไม่ใช่เพิ่งฆ่าคน
เรื่องราวของอัศวินที่ฆ่าศัตรูนับร้อยเป็นเรื่องเล่าที่ได้ยินมานานจากโรงเหล้าในเวสเทอรอส แต่บรรดาทหารรู้ดีว่าสิ่งเหล่านั้นคือเรื่องแต่ง แต่ที่นี่ . . . ลินด์กลับทำได้จริง แม้จะใช้กับดักช่วย แต่ก็ไม่มีใครเถียงได้ว่าเขาคือผู้สังหารโจรทั้งหมด และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าฝีมือก็คือความสงบนิ่งของเขา
โรมันมองเขาอย่างเงียบงันแล้วเกิดลางสังหรณ์บางอย่าง บางทีชายชาวบ้านผู้นี้อาจจะก้าวขึ้นไปสูงกว่าใครในอนาคต ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจทันทีว่าจะต้องผูกสัมพันธ์กับเขาไว้ตั้งแต่ตอนนี้
โรมันเดินเข้าไปใกล้ลินด์อีกครั้ง ดวงตาจับจ้องดาบในมืออีกฝ่ายอย่างสนใจ “ดาบเล่มนี้ข้าไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนเลย ข้าขอดูมันหน่อยได้หรือไม่?”
ลินด์พยักหน้าอย่างสุภาพแล้วส่งดาบให้โดยไม่ลังเล
โรมันพลิกดาบในมือ พลางชื่นชมรูปทรงของมัน “ดาบเล่มนี้กว้างกว่าดาบบาสตาร์ดทั่วไป ใช้ฟันได้ดี ป้องกันก็เยี่ยม จุดอ่อนเดียวคือสั้นเกินไปสำหรับการต่อสู้ระยะกลาง แต่เหมาะมากสำหรับการประชิด”
ลินด์เลิกคิ้วเล็กน้อย เขาไม่คาดว่าขุนนางอย่างโรมันจะมีสายตาชำนาญเช่นนี้
“เจ้าออกแบบดาบเล่มนี้เองหรือไม่ ลอร์ดลินด์?” โรมันถามพลางส่งดาบคืน โดยที่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพ และเรียกลินด์ว่า ‘ลอร์ด’ เป็นครั้งแรก
“ใช่ ข้าออกแบบมันให้เหมาะกับสไตล์การต่อสู้ของตัวเอง” ลินด์ยอมรับก่อนจะเว้นจังหวะเล็กน้อยแล้วเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ “แต่ขออนุญาตแก้เล็กน้อย ลอร์ดโรมัน ข้าไม่ใช่ขุนนาง เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจึงไม่ควรถูกเรียกว่า ‘ลอร์ด’”
โรมันหัวเราะน้อย ๆ พลางโบกมือปฏิเสธข้อทักท้วงนั้น “ไม่ ๆ! ด้วยฝีมือและพลังของเจ้าที่แสดงให้เห็นในวันนี้ ลอร์ดลินด์ ข้าว่าคงอีกไม่นานเจ้าจะได้บรรดาศักดิ์อย่างแน่นอน ข้าแค่ขอเรียกเคยปากไว้ก่อนเท่านั้นเอง”
การเปลี่ยนท่าทีของโรมันจากขุนนางผู้ทรงอำนาจมาเป็นพ่อค้าเจรจาอ่อนโยนไม่ได้เล็ดรอดสายตาของลินด์ เขามองออกทันทีว่าโรมันกำลังพยายามสร้างสายสัมพันธ์ แม้จะไม่เข้าใจชัดเจนว่าทำไมขุนนางอย่างโรมันถึงต้องการผูกมิตรกับคนธรรมดาเช่นเขา แต่สิ่งหนึ่งที่ลินด์สัมผัสได้แน่ชัดคือ ความจริงใจ
ในขณะที่ลินด์ครุ่นคิด เขาก็เริ่มชั่งน้ำหนักข้อดีของการมีสายสัมพันธ์กับโรมันและตระกูลเวบเบอร์ แม้พวกเวบเบอร์จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงอันน่ารังเกียจที่โยงถึงโจรป่าในป่าเรดเลค แต่พวกเขาก็ปกปิดเรื่องทั้งหมดได้อย่างแนบเนียน จนตระกูลโรวันผู้เป็นเจ้านายโดยตรงไม่ได้ลงโทษอะไร เพียงปล่อยให้พวกเขาชดเชยความผิดด้วยการเข้าร่วมกวาดล้างโจรในครั้งนี้ ทำให้ฐานะของพวกเวบเบอร์จึงยังมั่นคง
แม้ตระกูลเวบเบอร์จะเป็นเพียงขุนนางชั้นรองในเดอะรีช แต่พวกเขาก็มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับตระกูลใหญ่ทั่วเวสเทอรอส ตัวอย่างเช่น ความเกี่ยวข้องกับตระกูลแลนนิสเตอร์แห่งเวสเทอร์แลนด์ โดยเป็นที่รู้กันดีว่าไทวิน แลนนิสเตอร์ ผู้ครองตำแหน่งผู้พิทักษ์แห่งแดนตะวันตก มีสายเลือดเวบเบอร์จากฝั่งยาย ดังนั้นพันธมิตรเช่นนี้ย่อมทำให้ตระกูลเวบเบอร์มีอิทธิพลไกลเกินกว่าดินแดนเล็ก ๆ ที่ครอบครอง
เมื่อตระหนักถึงคุณค่าของพันธมิตรเช่นนี้ ลินด์จึงตัดสินใจว่าจะตอบรับไมตรีจากโรมันไว้ย่อมเป็นการเลือกที่ชาญฉลาด ไม่ว่าความเป็นมิตรของอีกฝ่ายจะมาจากความชื่นชมจริงใจหรือเพราะการคำนวณทางการเมืองก็ตาม เพราะการสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลเวบเบอร์จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวแน่นอน