- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 6
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 6
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 6
มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 6 ผลของชื่อเสียง
หลังได้ฟังคำอธิบาย ลินด์ก็ขมวดคิ้วด้วยความฉงน “แล้วทำไมพวกที่สนับสนุนตระกูลไทเรลล์ถึงแพ้ง่ายนักล่ะ? ลุงบอกว่าเขาต่อสู้กันมานานหลายสิบปีไม่ใช่หรือ? ถ้าเป็นแบบนั้น ฝ่ายที่สนับสนุนไทเรลล์ก็น่าจะมีกำลังพอ ๆ กันสิ”
เฒ่าเบนถอนหายใจหนัก ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “มันเป็นเพราะสงครามชิงบัลลังก์นั่นแหละ ตระกูลไทเรลล์อยู่ฝ่ายทาร์แกเรียนส่งทหารเข้าร่วมรบ ตระกูลเครนเองก็สนับสนุนพวกเขาส่งคนไปช่วยเช่นกัน คนที่ภักดีต่อไทเรลล์หลายคนตายในการศึกที่แอชฟอร์ด คนที่รอดกลับมาก็มีน้อยเต็มที หนึ่งในนั้นคือวอร์ทิเมอร์ เครน แต่พอสงครามจบ พวกเขาก็ไม่ได้กลับเรดเลคอีกเลยอยู่แต่ที่ไฮการ์เดน เพราะกลัวจะโดนฝ่ายตรงข้ามในตระกูลลอบเล่นงาน”
“แล้วเรื่องของวิลล์ล่ะ?” ลินด์ถามต่ออย่างไม่ไว้ใจ
“คนโง่ดี ๆ นี่เอง!” เฒ่าเบนกระแทกเสียง แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ความขัดแย้งในตระกูลเครนเป็นแค่เรื่องการเมือง ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นนองเลือด แต่วิลล์กลับไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจับตัวเลดี้ลีอานน่ากับเลดี้เมอเรดิธไปมอบให้ฝ่ายตรงข้าม . . . ทั้งที่มันไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลย เขาแค่ควรทำหน้าที่กัปตันของเขาเท่านั้นเอง คนแบบนี้สมควรถูกจับอยู่แล้ว!”
ลินด์แสดงสีหน้าหนักใจขึ้น “ลุงจะไม่ซวยไปด้วยเพราะวิลล์ใช่ไหม?”
เฒ่าเบนส่ายหน้า “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่มีค่าน้ำหนักพอให้พวกนั้นเสียเวลามาจัดการหรอก ถ้าพวกเขาคิดว่าข้าเป็นภัยจริง ๆ ป่านนี้คนที่มาหาไม่ใช่แค่เจ้าเด็กบ้าโคลฟนั่นหรอก”
แต่ลินด์ยังไม่วางใจ และเอ่ยถามขขึ้นอย่างเป็นห่วง “แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม ข้าฆ่าทหารเรดเลคไปตั้งหกคน พวกเขาอาจจะ . . .”
“ไม่หรอก เรื่องนี้กลับกลายเป็นผลดีเสียด้วยซ้ำ” เฒ่าเบนตอบด้วยรอยยิ้ม “สำหรับตระกูลเครน นักดาบฝีมือดีอย่างเจ้ามีค่ามากกว่าทหารธรรมดาหกคนเยอะ”
“เพราะอะไรหรือ?” ลินด์ยังไม่เข้าใจ
เฒ่าเบนอธิบายต่อ “เมื่อไม่นานมานี้เรดเลคจับมือกับตระกูลโรวันและโอ๊คฮาร์ทเพื่อกวาดล้างโจรในป่าเรดเลค แต่เพราะตระกูลเครนสูญเสียกำลังพลหนักจากสงครามเมื่อก่อน ตอนนี้พวกเขารวมทหารได้แค่ราว ๆ สองร้อยคน และพวกนั้นก็ไม่ใช่ทหารจริง ๆ หรอก แค่ชาวบ้านที่เพิ่งจับอาวุธได้ไม่นาน พวกเขาต้องการนักสู้ฝีมือดีจริง ๆ ถึงจะจัดการโจรได้ นั่นแหละเหตุผลที่ข้าบอกให้เจ้า ‘จัดเต็ม’ ตอนสู้กับพวกโคลฟ และตอนนี้คงมีคนรายงานฝีมือของเจ้าให้โจเอล ฟลาวเวอร์แล้วแน่ ๆ”
“โจเอล ฟลาวเวอร์?” ลินด์ขมวดคิ้ว “ข้าเคยได้ยินชื่อนี้ในโรงเหล้า ใช่เขาที่คนเรียกว่า ‘จอมเย็นชา’ หรือเปล่า?”
“ใช่ คนเดียวกันนั่นแหละ” เฒ่าเบนพยักหน้า “ลอร์ดโจเอล ฟลาวเวอร์เป็นลูกนอกสมรสของเซอร์เบดแลม เครน เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนของตระกูลที่มีฝีมือพอจะนำทัพได้ เขาอยู่ฝ่ายสนับสนุนตระกูลฟลอเรนท์ และเคยเข้าร่วมการประลองที่คิงส์แลนดิ้งด้วย ถึงจะแพ้ให้เซอร์บาริสตัน แต่ก็ได้รับคำชมจากเขา แถมบาริสตันถึงขั้นเชิญให้เข้าร่วมเป็นอัศวินแห่งคิงส์การ์ดเลยด้วยซ้ำ แต่โจเอลปฏิเสธ นอกจากนี้ฝีมือของเขายังเทียบได้กับวอร์ทิเมอร์ เครน แถมเขายังให้ความสำคัญกับฝีมือมากกว่าสายเลือด เพราะงั้นถ้าเขาเห็นฝีมือเจ้า เขาจะต้องรับเจ้าไว้แน่”
“แสดงว่าตอนโคลฟมาเมื่อวันก่อน ก็มีคนของโจเอลอยู่ในฝูงชน?” ลินด์ถาม
เฒ่าเบนพยักหน้า “แน่นอน ชื่อเสียงของเจ้าทั้งเรื่องฆ่าหมี ทั้งเรื่องใช้ดาบคู่ ต้องเข้าหูเขาแน่ และไม่ว่าโคลฟจะมาหรือไม่ ข้าก็เตรียมจะจัดการประลองให้เห็นฝีมือเจ้าอยู่แล้ว แต่นี่มันยิ่งได้ผลกว่าเดิมเสียอีก”
“แล้วโจเอลจะไม่กลัวพวกอีกฝ่ายในตระกูลโกรธหรือ?” ลินด์ถามอย่างไม่เชื่อ
“โจเอลเป็นคนวางตัวเป็นกลาง เขาจงรักภักดีต่อผู้นำของเรดเลคไม่ว่าใครจะนั่งตำแหน่งก็ตาม ทั้งสองฝ่ายเลยไม่กล้ายุ่งกับเขา อีกอย่างเขาเป็นคนเดียวที่สามารถนำทัพจัดการโจรในป่าได้ด้วย เพราะงั้นไม่มีใครเสี่ยงจะเสียเขาไปเพราะเรื่องเล็กน้อยหรอก” เฒ่าเบนถอนหายใจยาวก่อนจะพูดต่อ “ตอนแรกที่ข้าไปหาวิลล์ก็เพราะคิดว่าโจเอลจะต้องเป็นคนคุมกองกำลังปราบโจรแน่ แต่ข้าไม่มีเส้นสายกับเขาเลยไปพึ่งวิลล์แทน . . . สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้”
“แล้วตอนนี้ข้าควรทำอะไร?” ลินด์ถาม
“ไม่ต้องทำอะไรเลย” เฒ่าเบนตอบ “อยู่ที่นี่สักสองสามวัน เดี๋ยวลอร์ดโจเอลจะส่งคนมาหาเจ้าเอง”
ลินด์พยักหน้า แล้วถามขึ้นอีก “ว่าแต่ดาบของข้าทำเสร็จหรือยัง?”
“เสร็จนานแล้ว” เฒ่าเบนหัวเราะเบา ๆ “ตอนเจ้าโผล่มา ข้าก็ว่าจะมอบให้ แต่เรื่องมันเกิดเร็วเกินไป ดีที่เจ้าต่อสู้มือเปล่าได้เก่งพอ ๆ กับใช้ดาบ”
จากนั้นเขากวักมือเรียกลินด์ให้ตามไปยังบ้านหลังเล็กหลังโรงเหล้า พร้อมกับเฒ่าเบนที่หายเข้าไปข้างใน แล้วกลับออกมาพร้อมดาบยาวสองเล่ม
“นี่คือดาบบาสตาร์ดที่เจ้าสั่ง ข้าขยายความกว้างและเพิ่มความหนาให้ คล้ายดาบใหญ่แบบโบราณอย่างที่เจ้าต้องการ”
ลินด์รับดาบมาทดสอบน้ำหนักโดยเหวี่ยงเบา ๆ สองสามครั้ง ซึ่งมันหนักกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ติดขัดอะไร ความคมและความแข็งแกร่งของมันเหนือกว่าดาบของทหารเรดเลคอย่างชัดเจน ถึงจะยังไม่เท่ากับอาวุธในคลาส ‘ฮีโร่พีซคีปเปอร์’ ที่เขาเคยใช้ แต่ในราคาห้าทองมังกรก็ถือว่าคุ้มค่าสุด ๆ โดยเฉพาะเมื่อลินด์รู้ว่าเฒ่าเบนคงแถม ‘น้ำใจ’ มาด้วยเล็กน้อย
สองวันต่อมา ลินด์ฝึกใช้ดาบใหม่ในลานหลังโรงเหล้า โดยนำทักษะจากเกมที่เน้นการใช้ดาบคู่ หนึ่งยาว หนึ่งสั้น มาประยุกต์ให้เข้ากับโลกจริง ที่นี่ เพราะการใช้ดาบสั้นดูจะเสี่ยงเกินไป เขาจึงปรับเทคนิคให้เหมาะกับการใช้งานในสนามรบจริงมากขึ้น
ระหว่างนั้นคาราวานพ่อค้าที่พักอยู่ในโรงเหล้าก็มีทหารรับจ้างที่ยินดีมาฝึกด้วย ลินด์สอนพวกเขาอย่างใจเย็น แนะนำจุดบกพร่อง แถมยังแบ่งปันเทคนิคการต่อสู้แบบอัศวินที่คนธรรมดาไม่มีวันได้เรียน สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาได้รับความเคารพยิ่งขึ้น และเมื่อคาราวานเดินทางต่อ ชื่อเสียงของลินด์ก็แพร่กระจายออกไปทั่วแดนใต้
แต่ที่น่าแปลกใจคือ โคลฟ เครนกลับไม่มีการตอบโต้ใด ๆ จนกระทั่งวันที่สาม กองกำลังสิบสองคนจากเรดเลคมารับศพและอาวุธของทหารที่ลินด์ฆ่า การเผชิญหน้าเป็นไปอย่างสงบ หัวหน้ากลุ่มขอประลองกับลินด์เอง และแพ้เพียงสองท่าเท่านั้น ถ้าหากเป็นสนามรบจริง แขนของเขาคงถูกฟันขาดไปแล้ว แต่แทนที่จะโกรธเขากลับยอมรับความสามารถของลินด์ และกล่าวเป็นนัยว่าตระกูลเครนจะไม่เอาผิดเรื่องนี้ แต่ลินด์อาจต้อง ‘ชดใช้’ ในรูปแบบอื่น ซึ่งเขาไม่อธิบายเพิ่มเติม
จนกระทั่งวันที่หกความสงบของไวท์โฮลด์ฟาสต์ก็ถูกทำลายโดยกองทัพเกราะหนังราวร้อยคน พร้อมหอก ดาบ และธนู นำโดยอัศวินเจ็ดนายในชุดเกราะเหล็กครบชุด หัวหน้าของพวกเขาขี่ม้าศึกตัวใหญ่ ใส่หมวกเหล็กรูปนกกระเรียนทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่ารอบเรดเลค
เมื่อพวกเขาหยุดหน้าหน้าโรงเหล้า เฒ่าเบนและลินด์ก็เดินออกมาต้อนรับ พร้อมด้วยชาวบ้านที่มุงดูอย่างตื่นเต้น
เฒ่าเบนก้าวออกไปคำนับลึก “ลอร์ดโจเอล”
โจเอล ฟลาวเวอร์ดึงสายบังเหียนให้ม้าหยุด พลางจ้องเฒ่าเบน “เบนหอกเหล็ก ข้ายังจำได้ตอนเจ้าพาทหารฝ่าแนวศัตรูเมื่อก่อน ชายอย่างเจ้าไม่ควรสิ้นอายุในโรงเหล้านอกเมืองแบบนี้หรอก”
เฒ่าเบนหัวเราะแห้ง “ข้าไม่มีใจกล้าดั่งท่าน ข้าขอแค่เตียงอุ่น ๆ กับไวน์ดี ๆ ดีกว่าตายแล้วไม่มีใครเก็บศพ”
เหล่าอัศวินคนอื่นมองเฒ่าเบนด้วยแววตาดูแคลน แต่โจเอลไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เขาหันไปมองลินด์แทน “เจ้าคือนักล่าหมีใช่หรือไม่?”
“ขอรับ ข้าเอง” ลินด์ตอบเรียบ ๆ
แม้ความมั่นใจของเขาจะเพิ่มขึ้นจากการประลองและสังหารมากมาย แต่เขาก็รู้ดีว่าโจเอล ฟลาวเวอร์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดา ในสายตาของเขา โจเอลคือหนึ่งในยอดฝีมือที่แม้แต่เซอร์บาริสตันยังยอมรับ
ซึ่งความคิดนี้จุดประกายบางอย่างในใจของลินด์ เขาอยากประลองกับชายผู้นี้ แต่ยังไม่ใช่เวลา ทว่าแววไฟแห่งความท้าทายที่เล็ดลอดออกมา ก็ไม่รอดพ้นสายตาของโจเอล
“เจ้าอยากท้าสู้กับข้างั้นหรือ?” โจเอลถามตรง ๆ
“ขอรับ ข้าอยากลอง”
ยังไม่ทันที่โจเอลจะตอบ สก็อตหนึ่งในอัศวินก็โวยขึ้น “เจ้ากล้าดียังไงถึงท้าสู้ลอร์ดโจเอล เจ้าเป็นใครกันถึงกล้าพูดแบบนี้!”
โจเอลหันไปหาลูกศิษย์ทันที “ต่ำต้อยกว่าบุตรนอกสมรสอย่างข้ารึ?”
เด็กหนุ่มถึงกับตัวแข็ง “ข้า . . . ข้าไม่ได้หมายถึงท่านนะขอรับ!”
โจเอลจ้องเขานิ่ง “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้หมายถึงข้า แต่จำไว้ให้ดีตั้งแต่วันนี้ เจ้าที่เป็นเด็กรับใช้ของข้าต้องลืมคำว่า ‘ชั้นต่ำ’ ไปซะ บนโลกใบนี้สิ่งเดียวที่ตัดสินค่าของเจ้าคือดาบในมือ ไม่ใช่สายเลือด”
“ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว . . .” เด็กรับใช้ก้มหน้ารับคำ
โจเอลถอนหายใจน้อย ๆ แล้วหันมาหาลินด์อีกครั้ง “ข้าเคลียร์เรื่องเรดเลคให้เจ้าแล้ว จะไม่มีใครตามมาแก้แค้นอีก แต่ตอนนี้เจ้าต้องร่วมทัพกับข้า สู้ภายใต้ธงของข้า หากเจ้าแสดงผลงานได้ดี ข้าจะเสนอชื่อเจ้าเป็นเด็กรับใช้ของลอร์ดวอร์ทิเมอร์”
“รับทราบขอรับ ท่านลอร์ด” ลินด์ตอบอย่างหนักแน่นไร้ความลังเลใด ๆ