เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 6

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 6

มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 6


มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 6 ผลของชื่อเสียง

หลังได้ฟังคำอธิบาย ลินด์ก็ขมวดคิ้วด้วยความฉงน “แล้วทำไมพวกที่สนับสนุนตระกูลไทเรลล์ถึงแพ้ง่ายนักล่ะ? ลุงบอกว่าเขาต่อสู้กันมานานหลายสิบปีไม่ใช่หรือ? ถ้าเป็นแบบนั้น ฝ่ายที่สนับสนุนไทเรลล์ก็น่าจะมีกำลังพอ ๆ กันสิ”

เฒ่าเบนถอนหายใจหนัก ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “มันเป็นเพราะสงครามชิงบัลลังก์นั่นแหละ ตระกูลไทเรลล์อยู่ฝ่ายทาร์แกเรียนส่งทหารเข้าร่วมรบ ตระกูลเครนเองก็สนับสนุนพวกเขาส่งคนไปช่วยเช่นกัน คนที่ภักดีต่อไทเรลล์หลายคนตายในการศึกที่แอชฟอร์ด คนที่รอดกลับมาก็มีน้อยเต็มที หนึ่งในนั้นคือวอร์ทิเมอร์ เครน แต่พอสงครามจบ พวกเขาก็ไม่ได้กลับเรดเลคอีกเลยอยู่แต่ที่ไฮการ์เดน เพราะกลัวจะโดนฝ่ายตรงข้ามในตระกูลลอบเล่นงาน”

“แล้วเรื่องของวิลล์ล่ะ?” ลินด์ถามต่ออย่างไม่ไว้ใจ

“คนโง่ดี ๆ นี่เอง!” เฒ่าเบนกระแทกเสียง แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ความขัดแย้งในตระกูลเครนเป็นแค่เรื่องการเมือง ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นนองเลือด แต่วิลล์กลับไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจับตัวเลดี้ลีอานน่ากับเลดี้เมอเรดิธไปมอบให้ฝ่ายตรงข้าม . . . ทั้งที่มันไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลย เขาแค่ควรทำหน้าที่กัปตันของเขาเท่านั้นเอง คนแบบนี้สมควรถูกจับอยู่แล้ว!”

ลินด์แสดงสีหน้าหนักใจขึ้น “ลุงจะไม่ซวยไปด้วยเพราะวิลล์ใช่ไหม?”

เฒ่าเบนส่ายหน้า “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่มีค่าน้ำหนักพอให้พวกนั้นเสียเวลามาจัดการหรอก ถ้าพวกเขาคิดว่าข้าเป็นภัยจริง ๆ ป่านนี้คนที่มาหาไม่ใช่แค่เจ้าเด็กบ้าโคลฟนั่นหรอก”

แต่ลินด์ยังไม่วางใจ และเอ่ยถามขขึ้นอย่างเป็นห่วง “แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม ข้าฆ่าทหารเรดเลคไปตั้งหกคน พวกเขาอาจจะ . . .”

“ไม่หรอก เรื่องนี้กลับกลายเป็นผลดีเสียด้วยซ้ำ” เฒ่าเบนตอบด้วยรอยยิ้ม “สำหรับตระกูลเครน นักดาบฝีมือดีอย่างเจ้ามีค่ามากกว่าทหารธรรมดาหกคนเยอะ”

“เพราะอะไรหรือ?” ลินด์ยังไม่เข้าใจ

เฒ่าเบนอธิบายต่อ “เมื่อไม่นานมานี้เรดเลคจับมือกับตระกูลโรวันและโอ๊คฮาร์ทเพื่อกวาดล้างโจรในป่าเรดเลค แต่เพราะตระกูลเครนสูญเสียกำลังพลหนักจากสงครามเมื่อก่อน ตอนนี้พวกเขารวมทหารได้แค่ราว ๆ สองร้อยคน และพวกนั้นก็ไม่ใช่ทหารจริง ๆ หรอก แค่ชาวบ้านที่เพิ่งจับอาวุธได้ไม่นาน พวกเขาต้องการนักสู้ฝีมือดีจริง ๆ ถึงจะจัดการโจรได้ นั่นแหละเหตุผลที่ข้าบอกให้เจ้า ‘จัดเต็ม’ ตอนสู้กับพวกโคลฟ และตอนนี้คงมีคนรายงานฝีมือของเจ้าให้โจเอล ฟลาวเวอร์แล้วแน่ ๆ”

“โจเอล ฟลาวเวอร์?” ลินด์ขมวดคิ้ว “ข้าเคยได้ยินชื่อนี้ในโรงเหล้า ใช่เขาที่คนเรียกว่า ‘จอมเย็นชา’ หรือเปล่า?”

“ใช่ คนเดียวกันนั่นแหละ” เฒ่าเบนพยักหน้า “ลอร์ดโจเอล ฟลาวเวอร์เป็นลูกนอกสมรสของเซอร์เบดแลม เครน เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนของตระกูลที่มีฝีมือพอจะนำทัพได้ เขาอยู่ฝ่ายสนับสนุนตระกูลฟลอเรนท์ และเคยเข้าร่วมการประลองที่คิงส์แลนดิ้งด้วย ถึงจะแพ้ให้เซอร์บาริสตัน แต่ก็ได้รับคำชมจากเขา แถมบาริสตันถึงขั้นเชิญให้เข้าร่วมเป็นอัศวินแห่งคิงส์การ์ดเลยด้วยซ้ำ แต่โจเอลปฏิเสธ นอกจากนี้ฝีมือของเขายังเทียบได้กับวอร์ทิเมอร์ เครน แถมเขายังให้ความสำคัญกับฝีมือมากกว่าสายเลือด เพราะงั้นถ้าเขาเห็นฝีมือเจ้า เขาจะต้องรับเจ้าไว้แน่”

“แสดงว่าตอนโคลฟมาเมื่อวันก่อน ก็มีคนของโจเอลอยู่ในฝูงชน?” ลินด์ถาม

เฒ่าเบนพยักหน้า “แน่นอน ชื่อเสียงของเจ้าทั้งเรื่องฆ่าหมี ทั้งเรื่องใช้ดาบคู่ ต้องเข้าหูเขาแน่ และไม่ว่าโคลฟจะมาหรือไม่ ข้าก็เตรียมจะจัดการประลองให้เห็นฝีมือเจ้าอยู่แล้ว แต่นี่มันยิ่งได้ผลกว่าเดิมเสียอีก”

“แล้วโจเอลจะไม่กลัวพวกอีกฝ่ายในตระกูลโกรธหรือ?” ลินด์ถามอย่างไม่เชื่อ

“โจเอลเป็นคนวางตัวเป็นกลาง เขาจงรักภักดีต่อผู้นำของเรดเลคไม่ว่าใครจะนั่งตำแหน่งก็ตาม ทั้งสองฝ่ายเลยไม่กล้ายุ่งกับเขา อีกอย่างเขาเป็นคนเดียวที่สามารถนำทัพจัดการโจรในป่าได้ด้วย เพราะงั้นไม่มีใครเสี่ยงจะเสียเขาไปเพราะเรื่องเล็กน้อยหรอก” เฒ่าเบนถอนหายใจยาวก่อนจะพูดต่อ “ตอนแรกที่ข้าไปหาวิลล์ก็เพราะคิดว่าโจเอลจะต้องเป็นคนคุมกองกำลังปราบโจรแน่ แต่ข้าไม่มีเส้นสายกับเขาเลยไปพึ่งวิลล์แทน . . . สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้”

“แล้วตอนนี้ข้าควรทำอะไร?” ลินด์ถาม

“ไม่ต้องทำอะไรเลย” เฒ่าเบนตอบ “อยู่ที่นี่สักสองสามวัน เดี๋ยวลอร์ดโจเอลจะส่งคนมาหาเจ้าเอง”

ลินด์พยักหน้า แล้วถามขึ้นอีก “ว่าแต่ดาบของข้าทำเสร็จหรือยัง?”

“เสร็จนานแล้ว” เฒ่าเบนหัวเราะเบา ๆ “ตอนเจ้าโผล่มา ข้าก็ว่าจะมอบให้ แต่เรื่องมันเกิดเร็วเกินไป ดีที่เจ้าต่อสู้มือเปล่าได้เก่งพอ ๆ กับใช้ดาบ”

จากนั้นเขากวักมือเรียกลินด์ให้ตามไปยังบ้านหลังเล็กหลังโรงเหล้า พร้อมกับเฒ่าเบนที่หายเข้าไปข้างใน แล้วกลับออกมาพร้อมดาบยาวสองเล่ม

“นี่คือดาบบาสตาร์ดที่เจ้าสั่ง ข้าขยายความกว้างและเพิ่มความหนาให้ คล้ายดาบใหญ่แบบโบราณอย่างที่เจ้าต้องการ”

ลินด์รับดาบมาทดสอบน้ำหนักโดยเหวี่ยงเบา ๆ สองสามครั้ง ซึ่งมันหนักกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ติดขัดอะไร ความคมและความแข็งแกร่งของมันเหนือกว่าดาบของทหารเรดเลคอย่างชัดเจน ถึงจะยังไม่เท่ากับอาวุธในคลาส ‘ฮีโร่พีซคีปเปอร์’ ที่เขาเคยใช้ แต่ในราคาห้าทองมังกรก็ถือว่าคุ้มค่าสุด ๆ โดยเฉพาะเมื่อลินด์รู้ว่าเฒ่าเบนคงแถม ‘น้ำใจ’ มาด้วยเล็กน้อย

สองวันต่อมา ลินด์ฝึกใช้ดาบใหม่ในลานหลังโรงเหล้า โดยนำทักษะจากเกมที่เน้นการใช้ดาบคู่ หนึ่งยาว หนึ่งสั้น มาประยุกต์ให้เข้ากับโลกจริง ที่นี่ เพราะการใช้ดาบสั้นดูจะเสี่ยงเกินไป เขาจึงปรับเทคนิคให้เหมาะกับการใช้งานในสนามรบจริงมากขึ้น

ระหว่างนั้นคาราวานพ่อค้าที่พักอยู่ในโรงเหล้าก็มีทหารรับจ้างที่ยินดีมาฝึกด้วย ลินด์สอนพวกเขาอย่างใจเย็น แนะนำจุดบกพร่อง แถมยังแบ่งปันเทคนิคการต่อสู้แบบอัศวินที่คนธรรมดาไม่มีวันได้เรียน สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาได้รับความเคารพยิ่งขึ้น และเมื่อคาราวานเดินทางต่อ ชื่อเสียงของลินด์ก็แพร่กระจายออกไปทั่วแดนใต้

แต่ที่น่าแปลกใจคือ โคลฟ เครนกลับไม่มีการตอบโต้ใด ๆ จนกระทั่งวันที่สาม กองกำลังสิบสองคนจากเรดเลคมารับศพและอาวุธของทหารที่ลินด์ฆ่า การเผชิญหน้าเป็นไปอย่างสงบ หัวหน้ากลุ่มขอประลองกับลินด์เอง และแพ้เพียงสองท่าเท่านั้น ถ้าหากเป็นสนามรบจริง แขนของเขาคงถูกฟันขาดไปแล้ว แต่แทนที่จะโกรธเขากลับยอมรับความสามารถของลินด์ และกล่าวเป็นนัยว่าตระกูลเครนจะไม่เอาผิดเรื่องนี้ แต่ลินด์อาจต้อง ‘ชดใช้’ ในรูปแบบอื่น ซึ่งเขาไม่อธิบายเพิ่มเติม

จนกระทั่งวันที่หกความสงบของไวท์โฮลด์ฟาสต์ก็ถูกทำลายโดยกองทัพเกราะหนังราวร้อยคน พร้อมหอก ดาบ และธนู นำโดยอัศวินเจ็ดนายในชุดเกราะเหล็กครบชุด หัวหน้าของพวกเขาขี่ม้าศึกตัวใหญ่ ใส่หมวกเหล็กรูปนกกระเรียนทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่ารอบเรดเลค

เมื่อพวกเขาหยุดหน้าหน้าโรงเหล้า เฒ่าเบนและลินด์ก็เดินออกมาต้อนรับ พร้อมด้วยชาวบ้านที่มุงดูอย่างตื่นเต้น

เฒ่าเบนก้าวออกไปคำนับลึก “ลอร์ดโจเอล”

โจเอล ฟลาวเวอร์ดึงสายบังเหียนให้ม้าหยุด พลางจ้องเฒ่าเบน “เบนหอกเหล็ก ข้ายังจำได้ตอนเจ้าพาทหารฝ่าแนวศัตรูเมื่อก่อน ชายอย่างเจ้าไม่ควรสิ้นอายุในโรงเหล้านอกเมืองแบบนี้หรอก”

เฒ่าเบนหัวเราะแห้ง “ข้าไม่มีใจกล้าดั่งท่าน ข้าขอแค่เตียงอุ่น ๆ กับไวน์ดี ๆ ดีกว่าตายแล้วไม่มีใครเก็บศพ”

เหล่าอัศวินคนอื่นมองเฒ่าเบนด้วยแววตาดูแคลน แต่โจเอลไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เขาหันไปมองลินด์แทน “เจ้าคือนักล่าหมีใช่หรือไม่?”

“ขอรับ ข้าเอง” ลินด์ตอบเรียบ ๆ

แม้ความมั่นใจของเขาจะเพิ่มขึ้นจากการประลองและสังหารมากมาย แต่เขาก็รู้ดีว่าโจเอล ฟลาวเวอร์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดา ในสายตาของเขา โจเอลคือหนึ่งในยอดฝีมือที่แม้แต่เซอร์บาริสตันยังยอมรับ

ซึ่งความคิดนี้จุดประกายบางอย่างในใจของลินด์ เขาอยากประลองกับชายผู้นี้ แต่ยังไม่ใช่เวลา ทว่าแววไฟแห่งความท้าทายที่เล็ดลอดออกมา ก็ไม่รอดพ้นสายตาของโจเอล

“เจ้าอยากท้าสู้กับข้างั้นหรือ?” โจเอลถามตรง ๆ

“ขอรับ ข้าอยากลอง”

ยังไม่ทันที่โจเอลจะตอบ สก็อตหนึ่งในอัศวินก็โวยขึ้น “เจ้ากล้าดียังไงถึงท้าสู้ลอร์ดโจเอล เจ้าเป็นใครกันถึงกล้าพูดแบบนี้!”

โจเอลหันไปหาลูกศิษย์ทันที “ต่ำต้อยกว่าบุตรนอกสมรสอย่างข้ารึ?”

เด็กหนุ่มถึงกับตัวแข็ง “ข้า . . . ข้าไม่ได้หมายถึงท่านนะขอรับ!”

โจเอลจ้องเขานิ่ง “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้หมายถึงข้า แต่จำไว้ให้ดีตั้งแต่วันนี้ เจ้าที่เป็นเด็กรับใช้ของข้าต้องลืมคำว่า ‘ชั้นต่ำ’ ไปซะ บนโลกใบนี้สิ่งเดียวที่ตัดสินค่าของเจ้าคือดาบในมือ ไม่ใช่สายเลือด”

“ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว . . .” เด็กรับใช้ก้มหน้ารับคำ

โจเอลถอนหายใจน้อย ๆ แล้วหันมาหาลินด์อีกครั้ง “ข้าเคลียร์เรื่องเรดเลคให้เจ้าแล้ว จะไม่มีใครตามมาแก้แค้นอีก แต่ตอนนี้เจ้าต้องร่วมทัพกับข้า สู้ภายใต้ธงของข้า หากเจ้าแสดงผลงานได้ดี ข้าจะเสนอชื่อเจ้าเป็นเด็กรับใช้ของลอร์ดวอร์ทิเมอร์”

“รับทราบขอรับ ท่านลอร์ด” ลินด์ตอบอย่างหนักแน่นไร้ความลังเลใด ๆ

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ : เกียรติยศของอัศวิน ตอนที่ 6

คัดลอกลิงก์แล้ว