GD 16
GD 16
บทที่ 16: สแปนดัม
ในอีกหลายวันถัดมา ตรงกันข้ามกับความโกลาหลภายนอกของอาณาจักรซอร์เบต์ โบสถ์ที่คาร์ลอาศัยอยู่กลับดำเนินชีวิตอย่างสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ อิวานคอฟ ที่เคยออกไปวิ่งพล่านทุกวัน บัดนี้สงบนิ่งลงแล้ว เขาอยู่ที่โบสถ์ทุกวัน และบางครั้งยังช่วยคุมะรับแขกผู้สูงวัยที่มารักษา
ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น และความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยังเหมือนเดิม
จนกระทั่งวันหนึ่ง เรือรบของทหารเรือ ก็เข้าจอดยังท่าเรือ
ทหารเรือจำนวนมากเดินลงจากเรืออย่างรวดเร็ว พร้อมกับนายทหารเรือผู้หนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็น พลเรือตรี
บรรดาขุนนางและรัฐมนตรีของอาณาจักรซอร์เบต์ที่รออยู่ตั้งแต่เช้า ก็รีบกรูเข้าไปล้อมพลเรือตรีทันทีที่เห็น
รัฐมนตรีผู้หนึ่งเข้าไปใกล้ด้วยท่าทีประจบประแจงพลางพูดว่า
"ท่านคือพลเรือตรีบาบส์จากศูนย์บัญชาการสินะ พวกเรารอท่านอยู่นานแล้ว!"
พลเรือตรีบาบส์พยักหน้าและยกมือทำวันทยหัตถ์ จากนั้นเขาก็ไม่สนใจรัฐมนตรีผู้นั้นอีก แต่กลับหันไปมองทางเรือรบ
เมื่อมองตามสายตาของบาบส์ไป ก็เห็นชายคนหนึ่งที่ไว้ผมเรียบแปล้ สวมเสื้อคลุมลายทางดำเทา กำลังเดินลงจากเรืออย่างเชื่องช้าด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง โดยมีชายในชุดสูทสองคนเดินตาม
บรรดาทหารเรือที่ยืนขนาบข้างต่างพากันหลบสายตาอย่างกระอักกระอ่วน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่อยากเห็นหน้าชายผู้นี้เลย
แววตาของบาบส์วูบไหวไปด้วยความรังเกียจ แต่เขาก็กลั้นไว้แล้วโน้มตัวลงเล็กน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพ
"คุณสแปนดัม พวกเรามาถึงอาณาจักรซอร์เบต์แล้วครับ"
สแปนดัม ไม่สนใจบาบส์แม้แต่น้อย เขาเหลือบมองลูกน้องชุดสูทข้างตัว ซึ่งเข้าใจทันทีและหยิบซิการ์ขึ้นมายื่นให้ จากนั้นก็จุดไฟให้อย่างคล่องแคล่ว
หลังจากสูบควันลึก ๆ เข้าไป สแปนดัมก็มองเหล่ารัฐมนตรีตรงหน้าด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปมองตัวเมืองเบื้องหน้า แล้วพ่นควันออกมาอย่างไม่แยแส
"นี่เหรอ...อาณาจักรซอร์เบต์? แบบนี้ยังเรียกว่าประเทศได้อีกเหรอ? ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมส่งทองให้น้อยนัก ฮึ!"
เขาถ่มเสมหะหนืดลงบนปกเสื้อของขุนนางคนหนึ่งแล้วปล่อยให้มันหยดลงพื้น ทว่าขุนนางซึ่งเคยวางอำนาจกลับไม่กล้าหือแม้แต่คำเดียว
เหล่ารัฐมนตรีและขุนนางเหล่านี้ไม่ใช่คนโง่
จากท่าทีเย่อหยิ่งของสแปนดัม และคำพูดก่อนหน้า พวกเขาก็พอเดาได้ว่าชายคนนี้คือ—เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลโลก!
รัฐมนตรีที่เคยประจบพลเรือตรีบาบส์รีบเปลี่ยนเป้าหมาย โค้งตัวเหมือนกุ้ง แล้วเอ่ยอย่างประจบประแจงว่า
"ต้องขออภัยที่หูตาสั้นนัก ไม่ทราบว่าท่านเป็นใครหรือครับ?"
สแปนดัมยังคงเชิดหน้าเย้ยหยัน ชายชุดสูทข้างตัวเดินมาขวางแล้วตวาดว่า
"เข้ามาใกล้ขนาดนี้ทำไม? เจ้าคนต่ำต้อยไม่มีสิทธิ์รู้ชื่อของท่านผู้นี้ ถอยไปซะ!"
รัฐมนตรีสะดุ้ง รีบถอยหลังพลางขอโทษเสียงสั่น
"ขอโทษจริง ๆ ครับ ข้าน้อยล่วงเกินโดยไม่ตั้งใจ ขอท่านอย่าได้โกรธ!"
สแปนดัมโบกมืออย่างรำคาญ
"พอแล้ว ๆ ได้ข่าวว่าราชาของพวกเจ้าหายตัวไปใช่ไหม? เรื่องใหญ่ ๆ ก็ปล่อยให้บาบส์จัดการไป ส่วนฉันมีภารกิจสำคัญ!"
รัฐมนตรีโค้งคำนับไม่หยุด ด้วยความน่าสงสารจนบาบส์อดพูดไม่ได้ว่า
"บอกสถานการณ์ตอนนี้มา มีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับราชาเบโคริไหม?"
แม้เขาจะเป็นรัฐมนตรีของประเทศ แต่ไม่ว่าจะเป็นพลเรือตรีบาบส์จากศูนย์บัญชาการ หรือสแปนดัมจากรัฐบาลโลก ก็ล้วนเป็นผู้มีอำนาจที่เขาไม่กล้าหือแม้แต่น้อย
"ฝ่าบาทยังแข็งแรงดีในช่วงกลางวัน แต่จู่ ๆ ก็หายตัวไปตอนกลางคืน พวกเราเดาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคาร์ล! เขาอายุยังน้อย แต่มีความสามารถประหลาด ที่สำคัญคือไม่เกรงกลัวกฎหมาย เป็นบุคคลอันตรายอย่างยิ่ง!"
เมื่อได้ฟังคำอธิบาย พลเรือตรีบาบส์พยักหน้าเบา ๆ แล้วครุ่นคิด
"ความสามารถประหลาด? หรือว่าจะเป็นพลังของผลปีศาจ? ไม่แปลกเลย..."
ผลปีศาจเป็นสิ่งที่หายาก โดยเฉพาะในประเทศเล็กและห่างไกลเช่นนี้ คนที่มีพลังแม้เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเหนือกว่าชาวบ้านมากแล้ว
บาบส์กำลังจะถามต่อเกี่ยวกับคาร์ล แต่แล้วสีหน้าของสแปนดัมก็เปลี่ยนไปทันที ซิการ์ในปากร่วงลงกับพื้น
เขากระโดดข้ามชายชุดสูทสองคน ตรงเข้าคว้าคอเสื้อรัฐมนตรีแล้วตะโกนใส่หน้าพร้อมน้ำลายกระเซ็น
"เมื่อกี้แกว่าใครนะ!? พูดอีกทีสิ!"
รัฐมนตรีที่โดนน้ำลายสาดเต็มหน้า ตอบกลับด้วยเสียงสั่น
"คะ...คาร์ลพะยะค่ะ ราชาเบโคริน่าจะถูกเขาจับตัวไปแล้ว!"
"เพี๊ยะ!"
เสียงตบหน้าดังสนั่นต่อหน้าทุกคน รัฐมนตรีกระเด็นล้มกลิ้งลงกับพื้น ถ้าไม่ติดว่าขาเขาไปชนกับขาบาบส์ก่อน ก็คงกลิ้งไปไกลกว่านี้
เมื่อได้สติ พลเรือตรีบาบส์ขมวดคิ้วและพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"คุณสแปนดัม ถึงคุณจะเป็นเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลโลก แต่การกระทำเช่นนี้ก็เกินไปหน่อยใช่ไหม? อย่างไรอาณาจักรซอร์เบต์ก็เป็นประเทศภาคี ท่านไม่มีสิทธิ์ตบหน้ารัฐมนตรีโดยไม่มีเหตุผลนะครับ"
สแปนดัมหายใจหอบแรง เขาไม่มีพลังการต่อสู้เลยด้วยซ้ำ การตบหน้าครั้งนั้นเล่นเอาเหนื่อยหอบ
หลังจากตั้งสติ เขาชี้ไปที่รัฐมนตรีซึ่งกำลังสั่นอยู่ใต้เท้าบาบส์ แล้วด่าด้วยน้ำลายฟูมปาก
"ไอ้เวรเอ๊ย! เจ้าเป็นใครถึงกล้าเรียกชื่อท่านผู้นั้น!? แกกล้าหรือ!?"
ว่าแล้วสแปนดัมก็ชักปืนออกมาเล็งใส่รัฐมนตรี เตรียมจะลั่นไก แต่ชายชุดสูทข้างตัวรีบเข้ามาห้าม
"ท่านสแปนดัม! อย่าพึ่งฆ่าเขานะครับ เราต้องสืบให้ได้ก่อนว่าท่านผู้นั้นมาจากไหน!"
คำพูดนั้นช่วยยับยั้งสแปนดัมได้ เขาจึงลดปืนลง แล้วสั่งให้ลูกน้องลากรัฐมนตรีที่หมดสภาพไปราวกับสุนัขตาย
บาบส์ไม่ได้พูดอะไรเพื่อช่วยรัฐมนตรีอีก เขาเงียบไป—เพราะครั้งนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด
ไม่นานก่อนหน้านี้ เขาได้รับภารกิจจาก จอมพลเรือเซ็นโงคุ ให้มาตรวจสอบกรณีราชาหายตัว แต่ก่อนจะออกเดินทาง สแปนดัมก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมร้องขอให้ร่วมเดินทางมายังอาณาจักรซอร์เบต์ด้วย
บาบส์ตั้งใจจะแจ้งให้เซ็นโงคุทราบก่อน แต่สแปนดัมกลับนำเอกสารที่ลงนามโดยรัฐบาลโลกมาแสดง ซึ่งทำให้เขาไม่มีโอกาสปฏิเสธเลย
ด้วยเอกสารนั้น ต่อให้ไม่พอใจแค่ไหน บาบส์ก็จำต้องให้สแปนดัมขึ้นเรือ
สแปนดัมไม่ได้เปิดเผยจุดประสงค์ให้เขาฟัง และเขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก คิดแค่ว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ก็พอ
แต่ตอนนี้...ดูเหมือนภารกิจของทั้งคู่จะทับซ้อนกัน
และหัวใจของเรื่องทั้งหมด ก็คือชายหนุ่มที่รัฐมนตรีเอ่ยถึงคนนั้น—คาร์ล
จบตอน