เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 ความเสียใจของหลิงตงซิง

ตอนที่ 13 ความเสียใจของหลิงตงซิง

ตอนที่ 13 ความเสียใจของหลิงตงซิง


“ท่านพ่อ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน! ข้าจะทำให้ท่านภูมิใจในตัวข้า!” หลังฮันพูดออกไป

 

“เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยม! เจ้าเป็นบุตรของข้าหลิงตงซิงจริงๆ!” หลิงตงซิงตื่นเต้นถึงขั้นที่มีน้ำตาไหลออกมา ถึงแม้มันจะไม่รู้ว่าการพบเจอแห่งวาสนาที่หลิงฮันได้รับมาเป็นแบบไหน แต่ตัวมันในตอนนี้รู้สึกได้เพียงความสุข ความตื่นเต้น และความยินดีเท่านั้น! มันไม่ต้องอะไรอย่างอื่นแล้วนอกจากประกาศให้ทั้งโลกรู้บุตรของมัน ไม่ใช่ขยะ!

 

หลิวอู๋ตงมองไปยังเหตุการณ์นี้ และด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ขอบตาของนางรู้สึกเปียกเล็กน้อย

 

“ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องอยากพูดคุยกับท่าน!” หลิงฮันพาหลิงตงซิงไปยังมุมหนึ่งของลานบ้าน และให้หลิวอู๋ตงไปพักผ่อน มีบางเรื่องที่สามารถพูดได้กับบิดาของเขาเท่านั้น เพราะอย่างไรหลิวอู๋ตงก็ยังไม่ได้รับการยอมรับและความเชื่อใจจากเขาอย่างแท้จริง

 

“มีเรื่องอะไรกันเจ้าถึงต้องทำให้มันลึกลับแบบนี้?” หลิงตงซิงถามกลับไปด้วยร้อยยิ้มและความสงสัยเล็กน้อย  มันสงสัยว่าเรื่องที่แม้แต่หลิวอู๋ตงก็ไม่สามารถฟังด้วยได้คือเรื่องอะไรกัน มันคิดไปเองแล้วว่าหลินฮันกับหลิวอู๋ตงเป็นคู่รักกันแล้ว

 

หลินฮันพูดออกไป “ท่านพ่อ ให้ข้าดูรากฐานวิญญาณของท่านหน่อย”

 

การดูรากฐานวิญญาณสามารถทำได้หลายวิธี แต่สำหรับคนที่อยู่ในระดับรวมธาตุ พวกเขาสามารถแสดงภาพลักษณ์ของรากฐานวิญญาณออกมาได้โดยไม่ต้องใช้วิธีอื่นช่วย

 

หลิงตงซิงขมวดคิ้วก่อนจะถาม “ทำไมกัน?”

 

“ข้าอยากจะหาทักษะบ่มเพาะที่เหมาะสมกับท่านที่สุด โดยการดูจากรากฐานวิญญาณของท่าน”

 

หลิงตงซิงช่วยไม่ได้ที่จะพูดไม่ออก ทักษะบ่มเพาะมากมายขนาดไหนกันที่บุตรของมันได้รับมาจนถึงขนาดที่สามารถเลือกทักษะที่เหมาะสมที่สุดกับรากฐานวิญญาณของแต่ละคนได้? ถ้ามันไม่ได้เห็นปาฏิหาริย์ของหลิงฮัน มันจะไม่เชื่อคำพูดของเขาแม้แต่น้อย

 

หลิงตงซิงส่ายหน้า แต่ไม่พูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว

 

“ท่านพ่อ?” เมื่อหลิงฮันมองไปยังหลิงตงซิง เขาจึงรู้ว่าต้องมีเรื่องอะไรที่แอบซ่อนไว้อยู่แน่

 

หลิงตงซิงถอนหายใจและพูดออกไป “ไม่ว่าจะเป็นทักษะบ่มเพาะอะไรมันก็ไร้ประโยชน์ รากฐานวิญญาณของข้าถูกทำลายไปแล้ว”

 

“อะไรกัน!” หลิงฮันพูดออกไปไม่ดังนัก แต่ใบหน้าของเขาได้ปรากฏความโกรธขึ้นมาในทันที “ใครเป็นคนทำ?”

 

หลิงตงซิงเป็นจอมยุทธ์ในระดับรวมธาตุ ไม่มีทางเลยที่รากฐานวิญญาณจะพิการมาตั้งแต่แรก ยิ่งกว่านั้นจากที่สรุปได้ดูเหมือนจะถูกทำให้พิการโดยใครบางคนด้วย

 

หลิงฮันเป็นคนที่จะต้องปกป้องพวกพ้องของตนเอง ยิ่งกว่านั้นนี่ยังเป็นบิดาของเขาเองด้วย เป็นธรรมดาที่หลิงฮันจะเต็มไปด้วยความความโกรธ

 

“เรื่องนี้... เกี่ยวข้องกับมารดาของเจ้า” หลิงตงซิงถอนหายใจ และใบหน้าของมันแสดงออกถึงความรักใคร่ ถึงแม้ดูเหมือนว่าจะมีความเสียใจและความแค้นปนอยู่ด้วยก็ตามที จะให้สั้นๆเลยคือ มันเป็นสีหน้าที่ซับซ้อนอย่างมาก

 

“มารดา?” หลิงฮันพึมพำ จากความทรงจำของร่างนี้ หลิงตงซิงไม่เคยเอ่ยถึงอะไรเกี่ยวกับมารดากับเขาให้เขาฟังเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทุกๆครั้งที่เขาถามถึงมารดา หลิงตงซิงมักจะเปลี่ยนเรื่องคุยทันที สิ่งที่เขารู้มีเพียงอย่างเดียวคือมารดาของเขาเสียชีวิตหลังจากเขาเกิดมาได้ไม่นาน

 

“ในอดีต ข้าคิดว่าปัญหาเกี่ยวกับมารดาของเจ้าคงจะต้องฝังอยู่ในส่วนลึกในใจข้าไปตลอดการ แต่ตอนนี้...” หลิงตงซิงหยุดพูดไปชั่วขณะ

“ฮันเอ๋อร์ ถ้าเจ้าบรรลุถึงระดับรวมธาตุได้ภายในเวลาสามปี เมื่อตอนนั้นข้าจะบอกเรื่องของมารดาให้เจ้า”

 

“...นาง นางยังไม่ตาย!”

 

ความตื่นเต้นในใจของหลินฮันได้เพิ่มขึ้น สวรรค์ช่างใจกว้างกับเขาจริงๆ ไม่เพียงแต่จะมอบความรักของบิดาให้เขา แต่ยังมอบโอกาสให้เขาได้รับความรักจากบิดาด้วย! หลิงฮันหัวเราะอย่างเบิกบานใจและพูดออกไป “มันจะไปยากขนาดไหนกัน? ข้าไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึงสามปี ข้าสามารถทะลวงไประดับรวมธาตุได้ภายในสามเดือน!”

 

หลิงตงซิงสั่นไหว สามเดือนในการทะลวงจากหลอมกายาขั้นสี่ไปยังรวมธาตุ? มันเป็นไปได้รึ? ต่อให้เป็นตัวมันเอง ผู้ที่ครังหนึ่งเคยถูกกล่าวขานว่าสุดยอดอัจฮริยะแห่งเมืองหมอกเมฆา ยังต้องใช้เวลาถึงสองปีเต็มในการก้าวกระโดดครั้งใหญ่นี้

 

แต่เมื่อมันนึกถึงเรื่องที่หลิงฮันทะลวงสองขั้นเพียงในช่วงเวลาเจ็ดวัน... การจะทะลวงไปยังระดับรวมธาตุในเวลาสามเดือนก็ไม่ได้ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้

 

มันตกตะลึงไปชั่วครู่ก่อนจะพูด “ยอดเยี่ยม ถ้าเจ้าสามารถทะลวงไประดับรวมธาตุได้ภายในสามเดือน เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะบอกเจ้าทุกอย่าง และเจ้าจะเป็นคนที่ไปช่วยมารดาเจ้า!”

 

ช่วย? นี่หมายความว่ามารดาของเขากำลังถูกขังอยู่ในที่ใดสักแห่ง ไม่แปลกเลยที่หลิงตงซิงจะหลอกเขาเสมอว่ามารดาของเขาได้เสียไปแล้ว มันเป็นเพียงการโกหกเพื่อตัวหลิงฮันเองนั่นเอง!

 

หลิงฮันพยักหน้า แต่ก็ยังพูดออกไปพร้อมรอยยิ้ม “ท่านพ่อไม่อยากไปช่วยท่านแม่ด้วยมือตัวเองรึ?”

 

ดวงตาอันดุดันของหลิงตงซิงเปิดกว้าง แสดงออกถึงความตื่นเต้นและสงบลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง “รากฐานวิญญาณของข้าถูกทำลายไปแล้ว เพียงแค่การจะฟื้นฟูปราณต้นกำเนิดข้ายังต้องใช้โอสถคืนกำเนิดเลย ไม่มีทางที่ข้าจะก้าวหน้าต่อไปได้อีกแล้ว! และการจะช่วยมารดาของเจ้าจำเป็นต้องมีพลังบ่มเพาะอย่างน้อยในระดับบุปผาผลิบาน”

 

นอกจากระดับทลายมิติในตำนาน มีระดับฝึกตนอยู่ทั้งหมดเก้าระดับ โดยเรียงตามลำดับดังนี้ หลอมกายา , รวมธาตุ , ก่อเกิดธาตุ , ห้วงจิตวิญญาณ , แก่นแท้จิตวิญญาณ , บุปผาผลิบาน  , ตัวอ่อนวิญญาณ , ก้าวสู่เทวา และระดับสวรรค์

 

ระดับที่หก บุปผาผลิบาน มันเป็นอย่างไรนะรึ?

 

จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลใหญ่แห่งแคว้นพิรุณอยู่เพียงในระดับแก่นแท้จิตวิญญาณ และจากข่าวลือต่างๆ ตระกูลจักรพรรดิได้มีจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งในระดับบุปผาผลิบานเพื่อคอยเฝ้าจัดการการปกครองในส่วนกลาง ในการตรวจสอบตระกู,ใหญ่ทั้งแปด เพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันไม่มีความคิดพยายามจะทำอะไรที่น่าขัน

 

บุคคลที่พลังบ่มเพาะบรรลุถึงระดับบุปผาผลิบานจะสามารถมีแคว้นเป็นของตนเองเพื่อสืบทอดต่อไปยังลูกหลานได้!

 

อย่างไรก็ตาม หลิงฮันที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นถึงจอมยุทธ์ในระดับสวรรค์ แค่ระดับบุปผาผลิบานจะเป็นอันใดไปได้? อีกทั้งในชีวิตนี้ ปัจจัยหลายๆอย่างของเขามันยอดเยี่ยมกว่าเดิมเสียอีก ทั้งรากฐานวิญญาณนิรันดร์ คัมภีร์สวรรค์นิรันดร์...

ยิ่งกว่านั้น เขาที่เคยทะลวงผ่านระดับทั้งเก้ามาแล้ว จึงไม่มีทางที่เขาจะพบกับคอขวดอะไรทั้งสิ้น และทักษะปรุงยาอันยอดเยี่ยมของเขายังสามารถมอบเม็ดยาโอสถรวมถึงสมุนไพรทุกรูปแบบให้กับเขาได้อีก

 

สามสิบปี หรืออย่างมากสุดก็ห้าสิบปี เขาจะสามารถกลับไปยังจุดสูงสุดอีกครั้ง!

 

หลิงฮันหัวเราะ “ท่านพ่อ รากฐานวิญญาณเป็นส่งนหนึ่งของรากกาย เรื่องที่ว่าไม่สามารถรักษารากฐานวิญญาณได้น่ะไม่มีหรอก ขอให้ข้าได้ดูหน่อยเถอะ”

 

หลิงตงซิงมองไปยังหลิงฮันชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าในที่สุด “เยี่ยมมาก!” มันยกแขนทั้งสองข้างขึ้นราวกับกำลังยกอะไรบางอย่างอยู่ และด้วยการสั่งด้วยจิต มันเปิดเผยภาพรากฐานวิญญาณที่อยู่ในตันเถียนออกมาเห็น

 

หลิงฮันตกตะลึงเล็กน้อย น่าตกใจที่รากฐานวิญญาณของหลิงตงซิงเป็นระดับสวรรค์ขั้นต่ำ ธาตุทองคำ “ดาบสลายคม” ไม่แปลกเลยที่ถึงแม้รากฐานวิญญาณของหลิงตงซิงจะถูกทให้ทำพิการมานานแล้ว มันก็ยังอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นเก้า นั่นเป็นเพราะความเร็วในการบ่มเพาะของมันรวดเร็วมาก และการบ่มเพาะได้บรรลุมาถึงขั้นนี้นานแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ดาบสลายคมได้สูญเสียใบดาบของมันไปแล้ว เหลือไว้เพียงด้ามจับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงไม่มีทางเลยที่มันจะสามรถดูดซับพลังวิญญาณต่อไปได้ มันเกือบจะถูกทำลายไปอย่างแท้จริง

 

การพังทลายของรากฐานวิญญาณก็หมายถึงว่าการพัฒนาด้านการบ่มเพาะจะไม่สามารถก้าวหน้าได้อีก

 

แต่การจะฟื้นฟูมันนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยสำหรับหลิงฮัน

 

“ท่านพ่อ รากฐานวิญญาณของท่านยังสามารถรักษาได้ แต่ในตอนนี้ข้ายังไม่มีวัตถุดิบสมุนไพรที่จำเป็นในมือ ข้าต้องใช้เวลาสักหน่อย”

 

มีความหวังจริงๆรึ?

 

หลิงตงซิงกำหมัดแน่น ถ้ามันทำได้ มันต้องการจะไปช่วยภรรยาของมันจากความทรมานในนรกด้วยตัวมันเองอย่างแน่นอน แต่เพราะรากฐานวิญญาณมันถูกทำลาย ทำให้มันทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับบุตรมัน

 

ในอดีต เมื่อตอนที่รากฐานวิญญาณของหลิงฮันตื่นขึ้น และมันถูกเปิดเผยว่าเป็นรากฐานวิญญาณห้าธาตุปั่นป่วน หลิงตงซิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังและเจ็บปวด ตั้งแต่ตอนนั้นมา มันจึงยอมทิ้งความหวังและหลอกหลิงฮันโดยบอกว่ามารดาเขาได้เสียไปแล้ว และแบกความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้กับตัวเอง

 

“ฮันเอ๋อร์ ที่เจ้าพูดเป็นความจริงรึ?” มันถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ

 

“แน่นอน มันคือความจริง” หลิงฮันตอบด้วยความจริงจัง “ให้เวลาข้าสามปี ไม่สิ สองปี แล้วข้าจะหาวัตถุดิบสมุนไพรและหลอมยามารักษารากฐานวิญญาณของท่านพ่อให้เอง”

 

หลิงตงซิงพูดอย่างดีใจ “ดีมาก เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราสองพ่อลูกจะร่วมมือกันเพื่อไปช่วยมารดาของเจ้าและครอบครัวเราจะกลับมารวมกับอีกครั้ง”

 

“อืม!” หลิงฮันพยักหน้า

 

“แต่อย่างไร เจ้าก็ยังต้องไปสำนักฮูหยางแต่โดยดี!” หลิงตงซิงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาในทันที

 

หลิงฮันช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้านิดหน่อย เขาแสดงพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมขนาดนั้นออกมาแล้วแท้ๆ ทำไมตาแก่นี่ยังไม่เชื่อในตัวเขาอีกนะ แถมยังบังคับให้เขาไปสำนักฮูหยางอีก? แต่บิดาเขาก็หวังดีและทำเพื่อตัวหลิงฮันเอง

 

ในเมื่อบิดาเขาอยากจะให้เขาไปขนาดนั้น งั้นเขาจะไปก็ได้ มันไม่สำคัญอยู่แล้วว่าเขาจะบ่มเพาะพลังที่ไหน ยิ่งกว่านั้นเมืองหมอกเมฆาเองก็เล็กเกินไป และไม่สามารถหาทรัพยากรบ่มเพราะที่เขาต้องการได้

 

 

จบบทที่ ตอนที่ 13 ความเสียใจของหลิงตงซิง

คัดลอกลิงก์แล้ว