เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 ปมในใจของเจ้าของร่างก่อน

ตอนที่ 14 ปมในใจของเจ้าของร่างก่อน

ตอนที่ 14 ปมในใจของเจ้าของร่างก่อน


หลิงฮันเปิดเผยการกระทำอันน่ารังเกียจของหลิงจงควั่น บุตรของมันรวมถึงหลานของมันให้หลิงตงซิงฟัง เจ้าคนพวกนั้นต้องไม่ยอมแพ้ไปแบบนี้และพวกมันจะต้องพยายามจะทำอะไรบางอย่างแน่นอน เพราะงั้นหลิงตงซิงจึงจำเป็นต้องเตรียมการเอาไว้ก่อน

 

“ข้าเข้าใจแล้ว!” หลิงตงซิงดูท่าทางมั่นใจเป็นอย่างมาก มันได้แข่งขันกับหลิงจงควั่นอย่างเปิดเผยมานานหลายปีแล้ว แต่หลิงจงควั่นก็ยังคงเป็นได้เพียงหัวหน้าพ่อบ้าน ซึ่งถูกกำราบอย่างสมบูรณ์

 

เมื่อปีที่แล้ว หลิงตงซิงยังได้รับการสนับสนุน เป็นอัจฉริยะอันน่าเกรงขาม เป็นตัวตนที่มีอำนาจที่สุดภายในตระกูล ถ้าไม่ใช่เพราะการพังทลายของรากฐานวิญญาณ คนอย่างหลิงจงควั่นจะไร้ค่าในสายตามันแน่นอน

 

“ฮึ่ม มันกล้ามารังแกบุตรของข้า! ถ้าข้าไม่จัดการมันจนถึงขั้นนอนอยู่บนเตียงเป็นเดือนล่ะก็ แซ่ของข้าจะไม่ใช่หลิงอีกต่อไป!” หลิงตงซิงพูดอย่างโหดเหี้ยมด้วยสายตาที่เย็นชา

 

‘งั้นรึ บิดาข้าเองก็เป็นคนที่จะปกป้องคนของตัวเองเช่นกัน!’ คำพูดพวกนั้นเป็นคำพูดที่หลิงฮันรู้สึกชอบมาก

 

หลิงฮันพูดคุยกับบิดาของเขาอีกสักครู่ก่อนที่จะออกไป

ในฐานะผู้นำตระกูล จึงเป็นธรรมดาทีหลิงตงซิงจะมีธุระหลายเรื่องให้จัดการ ยิ่งกว่านั้น มันยังต้องไปสั่งสอนหลิงจงควั่นอีก เจ้าสุนัขเฒ่านั่นกล้ามาใช้ประโยชน์จากการที่มันไม่อยู่มารังแกบุตรของมัน

 

หลิงฮันไม่สนใจที่จะไปดูสภาพของสุนัขเฒ่าตัวนั้น ที่หมดทางหนีและถูกลงโทษอย่างไร้ปรานีโดยหลิงตงซิง เขาจึงกลับไปยังของตัวเองและเริ่มคิดพิจารณาถึงเส้นทางที่เขาจะก้าวเดินไปในอนาคต

 

แน่นอนว่าการบ่มเพาะจำเป็นต้องใช้การสนับสนุนของเม็ดยา และเหตุผลที่เขาบรรลุถึงระดับสวรรค์ได้ภายในเวลาเพียงสองร้อยปีในชีวิตที่แล้วเป็นเพราะตัวเขาเป็นอันฉริยะนักปรุงยา แต่จะอย่างไร ต่อให้เป็นแม่บ้านที่เก่งขนาดไหนก็ไม่สามารถทำอาหารได้โดยไม่มีข้าว แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีความรู้ในการปรุงยาทุกอย่างอยู่ในมือ เขาก็ยังจำจเป็นต้องมีวัตถุดิบในการหลอมเม็ดยา

 

และยิ่งเม็ดยามีระดับที่สูงขึ้น วัตถุดิบล้ำค่าต่างๆเองก็ต้องใช้มากขึ้นเช่นกัน ในความจริง หากเปรียบเทียบความมั่งคั่งของตระกูลหลิงกับราคาวัตถุดิบเหล่านั้น... ผลลัพธ์ที่สรุปได้คงมีเพียงคำเดียวคือ ยากจน!

 

เขาต้องทำอะไรบางอย่าง ไม่เช่นนั้น ความเร็วในการบ่มเพาะของเขาจะไม่สามารถบรรลุถึงเกณฑ์ที่ตั้งเอาไว้แน่นอน

 

หรือพูดง่ายๆก็คือ เขาจำเป็นต้องหาเงิน ในตอนนี้หลิงฮันคิดขึ้นมาได้สองวิธี

วิธีแรกคือ การขายทักษะบ่มเพาะและทักษะวรยุทธ ในชีวิตที่แล้วเขาได้รวบรวมทักษะลับขั้นสูงไว้มากมาย เขาเพียงเลือกพวกมันมาสักหนึ่งทักษะเพื่อนำไปประมูล เขาจะต้องได้รับความร่ำรวยอย่างมหาศาลมาแน่นอน แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่สมควรทำเท่าไหร่นัก

 

นั่นเพราะ หลงฮันในตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไป

 

ถ้าพลังของเขายังอยู่ในระดับสวรรค์เหมือนเมื่อก่อน ต่อให้เขาเปิดเผยทักษะบ่มเพาะระดับสวรรค์ออกไป คนอื่นๆก็ไม่มีทางกล้าที่จะคิดร้ายแน่นอน แต่ว่าถ้าเขาทำแบบนั้นในตอนนี้ เขาคงกลายเป็นเพียงเป้าหมายของคนอื่นที่ต้องการจะบังคับให้เขามอบทักษะบ่มเพาะให้เท่านั้น

 

ถ้าเขาจำเป็นต้องขายทักษะบ่มเพาะหรือทักษะวรยุทธจริงๆ เขาสามารถขายได้เพียงทักษะที่ระดับไม่ต่างจากระดับทักษะในปัจจุบันของเขาเท่านั้น ยิ่งกว่านั้นเขาไม่สามารถขายทักษะหลายอย่างในทีเดียวได้

 

ดังนั้นจึงเหลือเพียงวิธีที่สอง คือการขายเม็ดยาโอสถ

 

นี่คืออาชีพเดิมของเขา นอกจากนักปรุงยาจะเป็นอาชีพที่เป็นที่เคารพนับถือแล้ว ใครก็ตามที่กล้าดูหมิ่นนักปรุงยาจะทำให้เกิดความโกรธแค้นของสาธารณชนได้อย่างง่ายดายเลย เพราะงั้นก่อนที่จะมีใครทำเรื่องบ้าๆแบบนั้น จึงต้องคิดพิจารณาอย่างจริงจัง

ในแคว้นพิรุณ อย่างน้อยแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของนักปรุงยาได้เข้าร่วมกับตำหนักโอสถสวรรค์ ขณะที่ที่เหลืออีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นแขกอันทรงเกียรติของตระกูลใหญ่และฝ่ายต่างๆ เม็ดยาที่หลอมโดยพวกเขาจะถูกใช้โดยสมาชิกของกลุ่มพลังอำนาจเหล่านั้นเท่านั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่ยาต่างๆจะถูกขายในที่สาธารณะ

 

และสุดท้ายนี้ ก็ยังมีนักปรุงยาส่วนน้อยที่อยู่อย่างสันโดษ ไม่ทำงานให้กลุ่มอำนาจใดๆทั้งนั้น ถ้าพวกเขาขาดแคลนเงิน พวกเขาก็แค่หลอมยาไปขาย พวกเขาเป็นอิสระจากสัญญาผูกมัดต่างๆทั้งสิ้น

 

ตัวอย่างเช่น ในเมืองหมอกเมฆา การจะหาเม็ดยาและสมุนไพรระดับสูงสามารถหาได้เพียงที่ตำหนักโอสถสวรรค์ คนที่ต้องต้องซื้อพวกมันทำได้เพียงเลือกไปที่นั่นเท่านั้น เม็ดยาระดับต่ำจะแบ่งขายเป็นชุดโดยตำหนักโอสถสวรรค์ โดยเสนอให้กับสองตระกูลใหญ่ในเมือง ดังนั้นจึงมีผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองตระกูลกับตำหนักโอสถสวรรค์ เพราะอย่างไรสองตระกูลใหญ่นั้นมีอิธิพลมากในพื้นที่นี้

 

สองตระกูลใหญ่ในพื้นที่นี้ที่ว่าคือ ตระกูลหลิงและตระกูลเฉิง ทั้งสองตระกูลจะได้รับกำไรห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของเม็ดยาระดับต่ำทั้งหมดจากตำหนักโอสถสวรรค์

 

แต่ถึงแม้ทั้งสองตระกูลจะได้รับเพียงผลประโยชน์เล็กน้อยเมื่อเทียบกับตำหนักโอสถสวรรค์ แต่ในด้านเม็ดยาแล้ว พวกเขาสามารถพูดได้ว่าได้รับกำไรล้นหลามแล้ว

 

นักปรุงยาเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมนักปรุงยาถึงเป็นแขกอันทรงเกียรติของกลุ่มอำนาจต่างๆ ถ้าแต่ละตระกูลหรือแต่ละฝ่ายไม่มีนักปรุงยาอยู่กับตนเอง การจะซื้อเม็ดยาและสมุนไพรจะต้องพบกับค่าใช้จ่ายอันมหาศาล

 

ในชีวิตนี้ หลินฮันไม่คิดจะพยายามเข้าสู่หนทางแห่งการปรุงยาสักเท่าไหร่ เพราะเขาต้องการเป็นเพียงนักปรุงยาสันโดษ ถ้าหากเขาขาดแคลนเงินเขาก็เพียงแค่หลอมยาสักเล็กน้อย แค่นั้นก็พอแล้วหากมันเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของเขา

 

‘งั้นก็ตัดสินใจแล้ว ข้าจะใช้การปรุงยาในการสนับสนุนการฝึกฝนของข้า’

 

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หลิงตงซิงกลับมาตระกูลแล้ว อิสระของหลิงฮันจึงถูกจำกัด บิดาของเขาเร่งรีบให้เขาไปยังสำนักในทันที

 

ไม่ใช่สำนักฮูหยาง แต่เป็นสำนักหมอกเมฆา

 

สำนักฮูหยางก่อตั้งขึ้นโดยตระกูลจักรพรรดิของแคว้นพิรุณ ในขณะที่สำนักหมอกเมฆาเองก็ถูกก่อตั้งโดยรัฐบาล ไม่มีทางที่ทั้งสองสถาบันจะเทียบกันได้ในเรื่องของทรัพยากร เพราะความต่างมันมากเกินไป แต่อย่างไรหลิงตงซิงก็ยังหวังให้หลิงฮันมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในสำนักหมอกเมฆา บิดาทุกคนต่างก็อยากให้บุตรของตนเองแข็งแกร่งและประสบความสําเร็จ

 

เป็นธรรมดาที่หลิงฮันจะไม่อยากทำให้บิดาของเขาผิดหวัง เขาจึงทำได้เพียงยอมไปสำนักแต่โดยดี เขาเองก็ไม่มีอะไรให้ทำเยอะแยะอยู่แล้วด้วย เพราะงั้นเขาก็แค่ไปยังสำนักเพียงไม่กี่วันและแสดงพลังออกมาเล็กน้อยเพื่อทำให้ทำให้บิดาของเขาพึงพอใจ และหลิงตงซิงจะได้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องจำกัดอะไรในตัวเขาอีกต่อไป

 

ยิ่งกว่านั้น เขายังอยากจะรู้ถึงความปรารถนาอันยาวนานของเจ้าของร่างคนก่อน รวมถึงขจัดชื่อเสียงของเขาที่ถูกเรียกว่าเป็นขยะ

 

เมื่อเขาออกเดินทาง หลิวอู๋ตงก็ต้องอยู่ข้างกายเขาด้วย และทั้งสองได้ไปถึงสำนักหมอกเมฆาในที่สุด แต่การจะให้หลิวอู๋ตงติดตามเขากระทั่งในคาบเรียนก็ดูจะไม่เหมาะนัก นางจึงทำได้เพียงเดินเล่นรอบๆสำนัก ด้วยพลังของนางแน่นอนว่านางไม่กลัวเลยที่จะมีคนจะพยายามมาทำอะไรตลกๆกับนางเนื่องจากความความงามของนาง

 

หลิงฮันเดินอย่างเฉื่อยชา มันไม่จำเป็นเลยที่เขาจะต้องเขาเรียน แค่การมาสำนักนี่ก็มากพอแล้ว เหตุผลที่เขาอยู่ที่นี่เป็นเพราะต้องการให้ความเคารพต่อบิดาของเขา เขาไม่ยอมหลับตาฟังทุกคำพูดของหลิงตงซิงแน่นอน

 

เมื่อเขามาถึงลานฝึกต่อสู้ เขาหยุดฝีเท้าของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้เมื่อมีการสั่นอย่างรุนแรงเกิดขึ้นภายในร่างกายของเขา ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขาต้องหันหน้าและเดินตรงไปยังทิศทางของลานฝึกต่อสู้

 

นี่คือปมในใจจากเจ้าของร่างก่อนของเขา

 

มีทั้งหมดสองเรื่องที่เจ้าของร่างคนก่อนไม่สามารถละทิ้งได้ เรื่องแรกคือบิดาของเขา และเรื่องที่สองคือหญิงสาวที่อยู่ในสำนักหมอกเมฆาแห่งนี้ ถ้าเขาไม่มาที่นี่ มันคงไม่ส่งผลอะไรกับตัวเขา แต่ตอนนี้เขามาอยู่ที่นี่แล้ว ปมในใจจึงกลายเป็นรุนแรงขึ้นในทันที

 

เจ้าของร่างคนก่อนครั้งหนึ่งเคยชอบหญิงสาวที่ชื่อ เซินจีอัน นางเป็นศิษย์ของสำนักหมอกเมฆา และความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองนั้นช่างซับซ้อนอย่างมาก

 

เมื่อเจ็ดปีก่อน ตอนที่เซินจีอันยังเป็นเด็กสาวอายุสิบปี นางได้เผยถึงความงดงามอันน่าตะลึงออกมาแล้ว หลิงตงซิงได้ลงมืออย่างรวดเร็ว จัดการทำสัญญาหมั้นหมายระหว่างนางกับหลิงฮัน

 

เพราะว่าตระกูลหลิงเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ของเมืองหมอกเมฆา และหลิงฮันเป็นบุตรของผู้นำตระกูลหลิง เป็นธรรมดาที่ตระกูลเซินจะไม่คัดค้านและยอมรับด้วยความยินดี

 

แต่เมื่อตอนที่หลิงฮันอายุสิบสอง จากการทดสอบ รากฐานวิญญาณของเขาถูกยืนยันว่าเป็นรากฐานวิญญาณห้าธาตุปั่นป่วน ถ้าเพียงสิ่งนี้อย่างเดียวด้วยพลังอำนาจของตระกูลหลิง ตระกูลเซินคงไม่กล้าที่จะมีความคิดอะไรบ้าๆ แต่ปัญหาคือเซินจีอันมีรากฐานวิญญาณระดับปฐพีขั้นสูง!

 

ยิ่งกว่านั้นเซินจีอันยังมีพรสวรรค์ในด้านทักษะวรยุทธ นางสามารถฝากความหวังไว้ได้ด้วยรากฐานวิญญาณอันยอดเยี่ยมของนาง เมื่อพลังบ่มเพาะของนางเพิ่มสูงขึ้น นางถูกนับว่าเป็นสมบัติของเหล่าผู้อาวุโสที่ระดับสูงในสำนัก ที่ตั้งใจจะส่งนางไปยังสำนักฮูหยาง เพราะพวกมันเชื่อว่านั่นคือทางเดียวที่จะทำให้พรสวรรค์ของนางผลิบานได้อย่างแท้จริง

 

เมื่อทั้งสองโตขึ้น ความห่างของพลังบ่มเพาะระหว่างเซินจีอันกับหลิงฮันก็กว้างขึ้นไปอีก จนในที่สุดนางได้ขอให้ตระกูลหลิงทำลายสัญญาหมั้นหมาย

 

เป็นธรรมดาที่หลิงตงซิงจะไม่ยอมรับ นี่ไม่ใช่เพียงการทำลายเกียรติของตระกูลหลิง แต่ยังเป็นทำทำลายจิตใจของบุตรมันด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าของร่างคนก่อนของมันก็ตอบตกลง เพราะความรักที่เขามีให้ผู้หญิงของเขานั้นมากเหลือเกิน

 

ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้เป็นมากไปกว่าคนแปลกหน้า เจ้าของร่างคนก่อนก็ยังรักในตัวหญิงสาวคนนี้และคอยแอบเหลียวมองไปยังนางจนถึงตอนนี้

 

ความหลงใหลที่มีต่อนางนั้นมากจนถึงขนาดที่เจ้าร่างคนก่อนได้ตายไป แต่สัญชาตญาณของร่างกายก็ยังคงทำตาม มีผลมายังหลิงฮันในปัจจุบันนี้

 

‘ข้าต้องกำจัดปมในใจทิ้งซะ... ไม่อย่างนั้นในอนาคต สิ่งนี้อาจจะกลายเป็นมารซ้อนเร้นและส่งผลต่อความก้าวหน้าของข้า’ หลิงฮันคิดในใจ ในฐานะที่เคยเป็นจอมยุทธระดับสวรรค์ เขาจึงรู้ถึงความอันตรายของมารซ้อนเร้นดี

 

‘งั้นข้าจะไปพบนางอีกครั้ง และหลังจากนี้ระหว่างเราสองคนจะไม่มีความสัมพันธ์อันใดกันอีก!’ หลิงฮันคิดในใจราวกับกำลังพูดเจรจาให้เจ้าของร่างก่อนยอมรับ

จบบทที่ ตอนที่ 14 ปมในใจของเจ้าของร่างก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว