เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 การกลับมาของบิดา

ตอนที่ 12 การกลับมาของบิดา

ตอนที่ 12 การกลับมาของบิดา


“ปัง ปัง ปัง ปัง!” ในขณะที่เสียงเคาะเร่งด่วนดังมาจากประตู

 

หลิงฮันเดินไปทางประตูและเปิดประตูจนพบกับคนรับใช้หนุ่ม เขาได้สั่งเอาไว้ว่าถ้าไม่มีเหตุเร่งด่วนอะไร เขาไม่ต้องการจะถูกรบกวนเด็ดขาด เพราะงั้นเขาถึงได้ถามออกไป “เกิดอะไรขึ้น?”

 

“ผู้นำตระกูลกลับมาแล้ว!” คนรับใช้หนุ่มพูดอย่างเร่งรีบ

 

ความตื่นเต้นปรากฏขึ้นในร่างหลิงฮันทันที มันเร่งรีบให้เขาไปพบกับชายคนนั้น นี่คือสัญชาตญาณของร่างกาย

 

“พ่อ...” หลิงฮันพึมพำคนเดียว เขาได้รับร่างกายนี้มารวมไปถึงสายเลือดและภาระของร่างกายนี้ด้วย

 

เขาหันไปยิ้มให้หลิวอู๋ตง “อู๋ตง ไปหาท่านพ่อกับข้า”

 

ใบหน้าของหลิวอู๋ตงแดงขึ้นในทันที นางรู้สึกราวกับนางเป็นลูกสะใภ้ที่จะไปพบกับพ่อตา ‘เพ่ย!’ นางรีบโต้เถียงในใจทันที ทำไมนางถึงได้มีความรู้สึกแบบนี้กัน? ระหว่างนางกับหมอนี่ไม่มีอะไรทั้งนั้น!

 

“ท่านพ่ออยู่ไหน?” หลิงฮันถามคนรับใช้หนุ่ม

 

“ในห้องโถงหลักขอรับ”

 

หลิงฮันมุงไปทางห้องโถงหลัก และการก้าวเดินของเขาเพิ่มจากการเดินไปยังวิ่ง ในใจของเขามีความปรารถนาอันรุนแรง ในตอนที่เขาเข้าไปยังห้องรับรอง เขาเห็นชายอายุประมาณสี่สิบปี ยืนอยู่อย่างภาคภูมิ ร่างของชายคนนั้นสูงใหญ่ ใบหน้าอันหล่อเหลา และปลดปล่อยออร่าอันแข็งแกร่งออกมา

 

ในขณะนั้น หลิงฮันไม่สามารถแยกแยะได้อีกต่อไปว่ามันเป็นเพราะสัญชาตญาณของร่างกายหรือความจริงที่ว่าเขาเป็นเด็กกำพร้าในชาติที่แล้วและปรารถนาความรักจากครอบครัว ดวงตาของเขามีน้ำตาออกมา และด้วยความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ไหลอยู่ในเส้นเลือดทำให้เขาพูดออกไปอย่าง่ายดาย “ท่านพ่อ!”

 

“ฮันเอ๋อร์!” หลิงตงซิงหัวเราะดังออกมาและรีบเดินไปกอดหลิงฮัน อย่างไรก็ตามหลิงตงซิงแสดงอาการตกตะลึงและพูดออกมา “ทำไมเจ้ายังอยู่ในที่พักของตระกูล ไม่ใช่ว่าเจ้าควรจะไปยังสำนักฮูหยางหรอกรึ?”

 

นี่คือความรักจากบิดา นี่คือความรักจากบิดา!

 

หลิงฮันกอดบิดาของเขาอย่างมีความสุข ถึงแม้ในชีวิตที่แล้วของเขา คนที่มีระดับพลังอย่างหลิงตงซิงจะไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะมาอยู่ในสายตาของเขา ตอนนี้เขากำลังสั่นถึงขั้นที่ตาของเขาเต็มไปด้วยน้ำตา ในที่สุดเขาก็สามารถกำจัดตัวตนในชีวิตที่แล้วเพื่อที่จะสนุกกับชีวิตใหม่ได้สักที

 

เขาไม่ได้โดดเดี่ยวไร้ครอบครัวอีกต่อไป เขามีบิดา บิดาที่ดีที่ยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อเขา!

 

เขาเช็ดขอบตาของตัวเอง ส่ายหน้าและพูดออกไป “ข้าไม่อยากไปสำนักฮูหยาง”

 

“ทำไมกัน?” หลิงตงซิงถาม เขารู้ว่าของรากฐานวิญญาณของบุตรตัวเองนั้นแย่แค่ไหน ถึงจะใช้ความพยายามมากมายขนาดไหน การบ่มเพาะของเขาก็ยังไม่ก้าวหน้า นี่เป็นเรื่องที่ช่วยอะไรไม่ได้ และตัวเขาได้พยายามอย่างหนักเพื่อส่งหลิงฮันไปยังสำนักฮูหยาง เพื่อจะใช้ทรัพยากรหลากหลายมากมายที่สำนักฮูหยางมีอยู่ในการเพิ่มระดับการบ่มเพาะของหลิงฮันให้ไปยังระดับรวมธาตุ มีเพียงแค่สิ่งนั้นที่จะทำให้เขาตายได้โดยไม่เหลืออะไรให้เสียใจ

 

แต่หลิงฮันกลับพูดว่าเขาไม่ต้องการไปยังสำนักฮูหยาง! สิ่งนี้ทำให้ความโกรธของหลิงตงซิงเพิ่มขึ้น การเกิดมามีพรสวรรค์แย่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีแม้แต่ความปรารถนาที่จะพัฒนาตนเอง มันก็หมดหนทางจะเยียวยาจริงๆ!

 

เป็นธรรมดาที่หลิงฮันจะบอกไม่ได้ว่าเขาเคยเป็นจอมยุทธ์ในระดับสวรรค์ในชีวิตที่แล้วและในหัวเขามีทักษะบ่มเพาะระดับสูงและทักษะต่อสู้นับไม่ถ้วนเก็บเอาไว้อยู่ หรืออีกเรื่องที่เขาได้รับคัมภีร์สวรรค์นิรันดร์ซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้เวลากว่าหมื่นปีเพียงเพื่อเข้าใจในส่วนแรก ต่อให้เขาไปยังสำนักฮูหยาง แล้วเขาจะได้เรียนรู้อะไรล่ะ?

 

ถ้าเขาพูดออกไปแบบนั้น หลิงตงซิงคงคิดว่าเขาถูกผีสิงแน่ๆ

 

“อู่ตง มานี่ๆ นี่คือท่านพ่อของข้า” เขาพูดพร้อมกับมองไปยังหลิวอู๋ตง รีบโบกมือเรียกให้นางมาหา

 

“อู๋ตงเคารพผู้นำตระกูลหลิง!” หลิวอู๋ตง ทำความเคารพตามมารยาทของผู้เยาว์

 

หลิงตงซิงตกตะลึง มันไม่รู้ว่าหลิวอู๋ตงเป็นใคร แต่มันสามารถบอกได้ว่านางเป็นจอมยุทธ์ในระดับรวมธาตุเหมือนกับตัวมันเอง และพลังบ่มเพาะของนางเองก็ไม่ได้ต่างจากตัวมันเท่าไหร่นัก ทั้งสองคนอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นเก้าเหมือนกัน

 

จอมยุทธ์ส่วนใหญ่จะสามารถบอกระดับบ่มเพาะของคนที่อ่อนแอกว่าตัวเองได้ แต่หลิงฮันเป็นข้อยกเว้น เพราะอย่างไรเขาก็มีความรู้อันน่าอัศจรรย์ของจอมยุทธ์ระดับสวรรค์จากชีวิตที่แล้ว

 

ด้วยระดับพลังนี้ นางสามารถยืนเผชิญหน้ากับตัวมันได้ในระดับเดียวกันได้เลย ไม่จำเป็นที่นาวจะต้องมาทำความเคารพในฐานะผู้เยาว์

 

เดี๋ยวก่อน... หรือว่า!

 

มันดูมีท่าทางดีใจและตกใจพร้อมกันในทันที หรือว่าจะเป็นเพราะหลิงฮัน! หรือว่าแม่นางคนนี้จะชอบบุตรของมัน? พอคิดแบบนี้แล้ว ทำให้มันไม่สามารถยับยั้งความสุขที่มีได้ หญิงสาวคนนี้ดูแล้วคงอยู่ในวัยประมาณสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี แต่ช่างน่าตกใจอย่างมากที่นางบรรลุถึงขั้นเก้าของระดับรวมธาตุแล้ว! พรสวรรค์ของนางจะต้องสูงมากแน่ๆ!

 

ด้วยการมีสหายที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ หากพลังบ่มเพาะของหลิงฮันจะแย่ไปมากกว่านี้แล้วมันจะมีปัญหาอะไรกันล่ะ?

 

ไม่แปลกเลยที่เจ้าเด็กนี่ไม่อยากไปสำนักฮูหยาง ต้องเป็นเพราะเขาไม่ต้องการจะแยกกับนางแน่ๆ เหอะๆ เจ้าเด็กคนนี้ช่างมีนิสัยหลงในความรักเสียจริง

 

“เจ้าสารเลวน้อย!” หลิงตงซิงจ้องไปยังหลิงฮันก่อน และจึงกลับมาพูดกับหลิวอู๋ตง “แม่นาง เจ้ามาจากที่ใดกัน?”

 

“ตระกูลหลิวแห่งเมืองจักรพรรดิ” หลิวอู๋ตงตอบ

 

หลิงตงซิงถึงกับผวาตกใจ ตระกูลหลิวแห่งเมืองจักรพรรดิ? ถึงแม้จะมีนามสกุลหลิวมากมายในโลกนี้ แต่ตระกูลหลิวแห่งเมืองจักรพรรดิมีเพียงตระกูลเดียวเท่านั้น หนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ โดยทั้งแคว้นพิรุณนี้ มีอำนาจเป็นรองเพียงตระกูลจักรพรรดิเท่านั้น

 

เป็นเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

 

“เดี๋ยวก่อน เจ้าคงถูกส่งมาจากสำนักฮูหยางเพื่อพาฮันเอ๋อร์ไปสำนักใช่หรือไม่?” มันเริ่มเห็นแสงสว่าง ถ้าไม่ใช่อย่างงั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่คนจากตระกูลหลิวแห่งเมืองจักรพรรดิจะมาปรากฏตัวที่นี่

 

“ใช่แล้ว ผู้นำตระกูลหลิง” หลิวอู๋ตงตอบด้วยเสียงบางเบา

 

หลิงตงซิงอดไม่ได้ที่จะมองไปยังหลิงฮัน และในใจของมันคิดว่าถึงแม้บุตรของมันจะไม่มีศักยภาพและไร้พรสวรรค์ในด้านวรยุทธ แต่ความสามารถในการตกหญิงนั้นใช้เวลาเพียงลมหายใจเดียวเท่านั้น อีกฝ่ายเพียงมาพาตัวเขาไป แต่แล้วเขาใช้วิธีใดกันจึงสามารถกุมหัวใจของอีกฝ่ายได้? ยิ่งกว่านั้น ยังทำสำเร็จเพียงไม่กี่วันด้วย!

 

หลิงฮันต้องได้รับสืบทอดความสง่าและท่าทางอันมีเสน่ห์ของมันในวัยเยาว์ไปแน่ๆ... ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน...

 

แต่ในเมื่อหลิวอู๋ตงเป็นคนจากสำนักฮูหยาง ทำไมหลิงฮันไม่ตามนางไปล่ะ? หากทั้งสองคนไปอยู่ด้วยกันที่สำนักฮูหยาง จะไม่มีปัญหาในเรื่องที่ต้องแยกกันอยู่คนละที่

 

“ท่านพ่อ ข้าอยากอยู่ข้างกายท่านไปอีกสักพัก เพราะอย่างไรข้าก็สามารถไปสำนักตอนไหนก็ได้ในภายหลังอยู่แล้ว” หลิงฮันพูดออกไป เขาไม่อยากจะทำให้บิดาของเขาตกใจ เขาตั้งใจจะให้เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างช้าๆ และทำให้หลิงตงซิงยอมรับความเปลี่ยนแปลงในตัวเขาไปทีละน้อย

 

หลิงตงซิงส่งเสียงหัวเราะออกมา “ดี ดี ดีมาก!” เพราะอย่างไรคนที่จะนำตัวเขาไปสำนักก็ยังอยู่ที่นี่ เพราะงั้นหลิงฮันจึงไปสำนักฮูหยางได้ทุกเมื่อที่เขาต้องการ

 

มันตบไหล่หลิงฮันและกำลังจะพูดบางอย่างเพิ่ม แต่ก็ต้องแสดงท่าทีตกใจเมื่อสังเกตเห็น “ฮันเอ๋อร์ เจ้าทะลวงผ่านแล้ว!”

 

‘ในที่สุดก็มีคนมาร่วมแบ่งความตกใจอย่างที่เกิดขึ้นกับข้า’ หลิวอู๋ตงคิดในใจ

 

“อืม ข้าทะลวงผ่านแล้ว” หลิงฮันพยักหน้า

 

“ข้าออกเดินทางไปเพียงสิบวัน แต่เจ้าไม่ใช่แค่ทะลวงผ่านขั้นเดียว... แต่กลับทะลวงได้ถึงสองขั้น!” ความตกตะลึงของหลิงตงซิงไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย ความเร็วในการก้าวหน้าระดับนี้มันน่าช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก!

 

ถ้าหลิงฮันทะลวงผ่านเพียงขั้นเดียว มันก็สามารถอธิบายได้ว่าหลิงฮันเตรียมตัวมาดี และได้ติดอยู่ในขั้นเดิมมาเป็นเวลานานแล้ว จึงชักนำให้ปราณต้นกำเนิดที่สั่งสมมานานระเบิดออกในทีเดียว แต่สำหรับสองขั้นนั้น... มันเกือบจะทำให้คนอื่นตกใจจนตายได้เลย!

 

บุตรของมันเป็นขยะจริงๆงั้นรึ? ถ้านี่ยังเรียกว่าเป็นขยะ แล้วจะยังมีใครในโลกนี้ที่เป็นอัจฉริยะรึไงกัน?

 

เมื่อเห็นมุมปากที่กระตุกของหลิงตงซิง หลิวอู๋ตงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที นางไม่อยากเป็นคนเดียวที่ตลอดเวลาต้องมาคอยตกอยู่ในอาการตกใจแบบนี้

 

“อืม มันก็เป็นที่น่าพอใจอยู่บ้าง” หลินฮันพยักหน้า

 

ทั้งหลิงตงซิงและหลิวอู๋ตงกรอกตามองบน เพียงแค่ “น่าพอใจ” งั้นรึ?

แต่จะอย่างไร หลิงตงซิงก็หัวเราะออกมาทันที และพูดออกไป “ฮ่าๆๆ ดูสิว่าในอนาคตใครจะกล้ามาพูดว่าบุตรของข้าเป็นขยะ!”

 

มีพ่อคนไหนบ้างที่ไม่อยากให้ลูกตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิต? เมื่อก่อน หลิงฮันเป็นได้เพียงขยะเพราะข้อจำกัดของรากฐานวิญญาณของเขา แต่ตอนนี้หลิงตงซิงรู้สึกเหมือนกับเขามองเห็นประกายแสงแห่งความหวัง

 

“ท่านพ่อ ข้าได้รับการพบเจอแห่งวาสนา” หลิงฮันพูดออกไป

 

หลิงตงซิงพยักหน้า ถ้าไม่มีการพบเจอแห่งวาสนา หลิงฮันจะก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ได้อย่างไร? แต่อย่างไรก็ตามการพบเจอแห่งวาสนาครั้งนี้นั้นยิ่งใหญ่เหนือธรรมดายิ่งนัก!

จบบทที่ ตอนที่ 12 การกลับมาของบิดา

คัดลอกลิงก์แล้ว