เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 ระดับหลอมกายาขั้นสี่!

ตอนที่ 11 ระดับหลอมกายาขั้นสี่!

ตอนที่ 11 ระดับหลอมกายาขั้นสี่!


ในที่สุดเขาก็เริ่มบ่มเพาะได้สักที!

 

หลิงฮันรอมานานถึงสามวัน รวมไปถึงการรอคอยอันแสนยาวนานถึงหมื่นปีของเขา จึงไม่แปลกที่เขาจะนั่งในท่าขัดสมาธิเพื่อบ่มเพาะในทันทีเมื่อเขารู้ตัวว่าในที่สุดก็สามารถเริ่มฝึกฝนได้

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อขณะที่เขากำลังจะเริ่มโคจรทักษะห้าธาตุสวรรค์ เขาชะงักไปชั่วครู่และยืนขึ้นพร้อมกับเปิดประตูห้องของเขาแล้วเข้าไปยังสวนด้านนอก

 

หลิวอู๋ตงยังปิดด่านฝึกตนเพื่อทะลวงผ่านระดับรวมธาตุขั้นเก้าอยู่ในห้องส่วนใน ถ้าเขาเริ่มบ่มเพาใกล้นางเกินไป เขาจะไปรบกวนสภาวะวิญญาณในพื้นที่ห้องเล็กๆและส่งผลต่อการบ่มเพาะของนางได้

 

เห็นรึยัง? เขาช่างเป็นเจ้านายที่นึกถึงลูกน้องจริงๆ!

 

หลิงฮันนั่งขัดสมาธิที่ลานบ้าน ซึ่งลานบ้านนี้เป็นของหลิงตงซิง บิดาของเขา ด้วยฐานะของผู้นำตระกูลหลิง จึงเป็นธรรมดาที่ลานนั้นจะใหญ่มาก แต่หลิงฮันได้ให้คนรับใช้คนอื่นๆออกไปและอณุญาติให้เพียงบางคนนำอาหารสามมื้อต่อวันมาส่งให้เท่านั้น

 

เอาล่ะ ให้ข้าได้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของรากฐานวิญญาณระดับนิรันดร์หน่อยเถอะ!

 

ด้วยการสั่งการทางจิตจากหลิงฮัน รากฐานวิญญาณของเขาเบ่งบานราวกับดอกไม้ในทันที ดอกบัวแห่งเต๋า ความสมดุลในธาตุทั้งห้า... นี่คือรูปร่างที่สมบูรณ์ที่สุดของรากฐานวิญญาณ!

 

‘ฟูมม!’ พลังวิญญาณพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางในทันที เป็นพลังวิญญาณที่เข้มข้นเกินกว่าจะเปรียบได้

 

ห้าธาตุของโลก ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และ ดิน ทั้งห้าธาตุที่แตกต่างกันของพลังวิญญาณพุ่งเข้ามายังร่างกายของเขาอย่างไม่สิ้นสุด ราวกับม้าที่กระหายน้ำกำลังดื่มน้ำจากบ่อ

 

โดยปรกติแล้ว คนเราจะไม่สามารถดูดซับพลังวิญญาณได้มากกว่าธาตุเดียวเพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะหลอมธาตุมากกว่าหนึ่งธาตุไปพร้อมๆกัน เพราะงั้นผู้ฝึกตนจึงมักจะมุ่งเน้นบ่มเพาะเพียงธาตุของตนเพียงธาตุเดียว

 

ยกตัวอย่างเช่น มีบางคนที่ครอบครองรากฐานวิญญาณที่มีธาตุคู่ของไฟและดิน และหากส่วนของธาตุไฟแข็งกว่าเล็กน้อย นั่นหมายความว่าความเร็วในการดูดซึมพลังวิญญาณธาตุไฟจะสูงกว่า เพราะงั้นคนๆนั้นจึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นในการหลอมพลังวิญญาณธาตุไฟเท่านั้น และจะไม่สามารถรับพลังวิญญาณทั้งไฟและดินเข้ามาพร้อมกันได้

 

อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของดอกบัวหายนะห้าธาตุผสานคือมันสามารถยับยั้งและรวมผสานธาตุทั้งห้าได้ รวมถึงทำให้ธาตุที่แตกต่างกันทั้งห้าสร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้

 

แต่ว่าการดูดซับพลังวิญญาณนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การหลอมพลังวิญญาณก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง มีเพียงทักษะระดับสวรรค์ห้าธาตุสวรรค์เท่านั้นที่สามารถทำทั้งสองอย่างได้

 

ทักษะบ่มเพาะนี้สิ่งที่ใครก็สามารถควบคุมได้ มันจำเป็นต้องมีการแยกสัมผัสสมาธิในระดับสูงและต้องไม่มีข้อผิดพลาดอะไรแม้แต่น้อย ไม่อย่างนั้น ปราณต้นกำเนิดจะไหลผ่านทางที่ผิดได้ ความผิดพลาดเล็กๆอาจจะทำให้กระอักเลือดออกมาเล็กน้อย แต่หากผิดพลาดอย่างร้ายแรงจะทำให้ตายในทันที

 

รากฐานวิญญาณระดับนิรันดร์ ทักษะระดับสวรรค์และสุดยอดพลังควบคุม... ด้วยสามสิ่งนี้รวมกันเท่านั้นถึงจะทำให้คนที่ครอบครองดอกบัวหายนะห้าธาตุผสานสามารถฝึกฝนทักษะห้าธาตุสวรรค์ได้ การที่สามารถมีคุณสมบัติขั้นสูงที่จำเป็นครบแบบนี้... คงจะนึกภาพความเร็วในการบ่มเพาะของหลิงฮันออกได้เลย

 

พลังวิญญาณนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามาและร่างของหลิงฮันได้สร้างปราณต้นกำเนิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับหลอมทั้งเลือด กล้ามเนื้อ เส้นเลือดและกระดูกของเขา

 

จอมยุทธ์ในระดับหลอมกายาจะยังไม่ได้เปิดตันเถียนของตัวเอง เพราะงั้นเขาจึงทำได้เพียงเก็บพลังปราณต้นกำเนิดไว้ที่เลือด กล้ามเนื้อ และกระดูกเท่านั้น มีเพียงเมื่อเขาก้าวเข้าสู่ระดับรวมธาตุเขาถึงจะเปิดตันเถียนของเขาได้และสร้างโลกเล็กๆภายในร่างกายเพื่อเป็นที่อยู่ของพลังปราณต้นกำเนิด

 

ในชีวิตก่อน เขาคือจอมยุทธ์สุดแกร่งในระดับสวรรค์ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะไม่ทำอะไรผิดพลาดในวิถีแห่งการบ่มเพาะ ยิ่งตอนนี้เขาครอบครองรากฐานวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกและฝึกฝนทักษะที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่แปลกเลยที่ความเร็วในการหน้าของเขาจะเป็นเหมือนกับติดปีกบินสู่นภา

 

ระดับกลางของหลอมกายาขั้นสอง... ระดับปลาย...ระดับสูงสุด... ด้วยการสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยของร่างกาย ก็ทะลวงผ่านอุปสรรคในการเข้าสู่หลอมกายาขั้นสามทันที

 

เร็วมาก!

 

หลิงฮันพยักหน้าอย่างลับๆ ในชีวิตที่แล้วเขาครอบครองรากฐานวิญญาณระดับสวรรค์ขั้นสูง แต่เขาก็ยังต้องใช้เวลาถึงยี่สิบวันเพื่อเลื่อนจากขั้นสองไปขั้นสามในระดับหลอมกายา แต่มันก็ไม่ใช่เพราะว่าเมื่อเทียบกันแล้วรากฐานวิญญาณระดับสวรรค์แย่กว่าระดับนิรันดร์มากขนาดนั้น แต่เป็นเพราะเมื่อตอนนั้นหลินฮันฝึกฝนเพียงทักษะบ่มเพาะระดับเหลืองขั้นสูง

 

ตัวเขาในตอนนี้นั้นราวกับว่ายืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ ไม่มีทางที่ตัวเขาในชีวิตก่อนจะมาเทียบเรื่องจุดเริ่มต้นกับตัวเขาในตอนนี้ได้

 

เขาไม่คิดที่จะหยุดแค่นี้ เข้ามุ่งมั่นหลอมพลังวิญญาณจากธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนมันให้เป็นปราณต้นกำเนิดของร่างกาย

 

หลอมกายาขั้นสามระดับต้น... ระดับกลาง...ระดับปลาย...ระดับสูงสุด ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เขาไปถึงขีดจำกัดของขั้นที่สามของหลอมกายา

 

แต่หลังจากใช้เวลายาวนานในการบ่มเพาะ พลังจิตใจของเขาหมดไปเยอะมาก เพราะสิ่งที่จำเป็นในการควบคุมทักษะห้าธาตุสวรรค์นั้นสูงเป็นอย่างมาก

 

ถ้าเขายังบ่มเพาะต่อไป เขาสามารถหลอมปราณต้นกำเนิดพลาดได้ตลอดเวลา ซึ่งมีแต่จะนำอันตรายมาให้เขา

 

แต่ในเมื่อเขาเพิ่มระดับมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็อยากจะทะลวงผ่านขั้นสี่ของหลอมกายาให้ได้ในวันนี้!

 

ขั้นที่สามยังนับว่าเป็นส่วนต้นของหลอมกายา ในขณะที่ขั้นที่สี่เป็นขั้นกลาง นี่เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ ไม่ใช่การทะลวงผ่านขั้นหนึ่งไปอีกขั้นหนึ่งแบบง่ายๆ

 

สำหรับคนธรรมดาแล้ว การคิดที่จะทะลวงผ่านสองขั้นในเวลาสั้นๆ มันเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าอย่างไร การที่จะทะลวงขั้นจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองหรือสามวันเพื่อที่จะเก็บรวบรวมปราณต้นกำเนิด อย่างไรก็ตาม หลิงฮันเคยเป็นจอมยุทธ์ระดับสวรรค์ในชีวิตที่แล้ว เพราะงั้นสำหรับเขาจะไม่มีคอขวดจนถึงระดับสวรรค์

 

“ทะลวงผ่าน!”  เขาเข่นเสียงทางจมูกเบาๆ และได้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยภายในร่างของเขา ด้วยการสั่นสะเทือนเบาๆของร่างกาย เขาได้ทะลวงผ่านอีกครั้ง

 

‘ขั้นที่สี่ของหลอมกายา ในที่สุดก็สามารถโอ้อวดให้คนอื่นเห็นได้แล้ว ‘  เขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ถึงแม้การบ่มเพาะในขั้นนี้จะไม่นับว่าสูงมากในคนอายุเท่ากัน แต่การทะลวงผ่านติดต่อกันสองขั้นเล็กๆภายในคืนเดียวก็ยังถือเป็นสิ่งที่ทำให้เขาพึงพอใจ

 

ยิ่งกว่านั้น ทักษะบ่มเพาะที่เขากำลังใช้อยู่คือทักษะระดับสวรรค์ ปราณต้นกำเนิดของเขาจึงบริสุทธิ์อย่างมาก คุณภาพของมันสูงเกินกว่าคนอื่นๆ ด้วยพลังของขั้นสี่ระดับหลอมกายาของเขามันสามารถเทียบได้กับพลังของบางคนในระดับสูงสุดของขั้นห้า หรือแม้กระทั้งขั้นหก!

 

‘นอน!’ เขาขึ้นเตียงทันที จากการใช้พลังจิตใจไปจำนวนมาก เขาหลับไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามมันเป็นการกึ่งหลับโดยที่สติเขายังระวังภัยอยู่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ทำให้หากมีอะไรมารบกวนเพียงเล็กน้อยเขาจะตื่นในทันที

 

คำคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว  เขาถูกปลุกให้ตื่นโดยความผันผวนของปราณต้นกำเนิด

 

เขาลุกขึ้นนั่งทันที แสดงออกถึงการระวังภัย แต่ก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่การโจมตีของศัตรูแต่เป็นหลิวอู๋ตงที่ทะลวงระดับผ่าน!

 

การที่ทะลวงผ่านจากขั้นแปดไปขั้นเก้าของระดับรวมธาตุภายในสามวัน พรสวรรค์ของนางช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ในทุกๆระดับ ยิ่งสูงขึ้นไปเท่าไหร่ก็ยิ่งยากที่จะทะลวงผ่านขึ้นไปอีก มันก็เหมือนกับคนที่ภายเรือทวนกระแสน้ำ

 

ผ้าม่านตรงทางเข้าเปิดออกด้วยเสียงเบาๆ และเขาเห็นหลิวอู๋ตงเดินออกมา พลังงานผันผวนอันแข็งแกร่งปรากฏอยู่รอบร่างของนาง นางเพิ่งจะทะลวงผ่านและยังไม่สามารถควบคุมพลังที่อัดแน่นอยู่รอบตัวนางได้อย่างสมบูรณ์

 

“ข้าทะลวงผ่านแล้ว!” นางบอกกับหลิงฮัน นางมีความปิติและความภาคภูมิใจบนใบหน้าของนาง

 

ใช้เวลาสามวันในการอุดช่องว่างระหว่างสองระดับ ยิ่งกว่านั้นที่ยากที่สุดคือทะลวงขั้นแปดไปยังขั้นเก้า ก็สมควรแล้วที่จะเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจ

 

นางมองไปยังหลิงฮัน คาดหวังที่จะได้ฟังคำชมจากปากของคนอื่น

 

อย่างไรก็ตาม ความสุขและความภาคภูมิใจของนางได้หายไปอย่างรวดเร็ว อารมณ์บนใบหน้าของนางราวกับว่าเห็นผีมา นางชี้นิ้วไปทางหลิงฮันแล้วพูด “เจ้า เจ้า เจ้า... เจ้าอยู่ในขั้นสี่ของหลอมกายาแล้ว!”

 

นางจำได้ชัดเจนว่า ก่อนที่นางจะเก็บตัวฝึกฝน หลิงฮันอยู่เพียงระดับหลอมกายาขั้นสอง ยิ่งกว่านั้นสมุนไพรของจูเฮอซินเพิ่งจนมาส่งเช้าเมื่อวานเอง! หากคิดดีๆแล้ว จากตอนที่รากฐานวิญญาณของเขาฟื้นฟูจนกระทั่งถึงตอนที่เขาทะลวงผ่านหลอมกายาขั้นสี่ หลินฮันใช้เวลาไปเพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนเท่านั้น!

 

ใช้เวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนในการทะลวงผ่านสองขั้นย่อย หากเปรียบเทียบกันแล้ว การที่นางใช้เวลาสามวันเพียงเพื่อทะลวงผ่านหนึ่งขั้นจะไปนับเป็นอะไรได้?

 

ทุกๆคนต่างก็พูดว่านายน้อยตระกูลหลิงเป็นขยะ แต่ถ้าคนที่มีความเร็วในการก้าวหน้าขนาดนี้ยังเรียกว่าเป็นขยะ... แล้วนางจะนับเป็นอะไรได้ล่ะ? เศษขยะในหมู่ขยะ?

 

“เจ้า เจ้า ตอนนี้เจ้าอยู่ในระดับหลอมกายาขั้นสี่แล้ว!” แม้แต่เสียงของนางก็ยังสั่นเล็กน้อย

 

...ถ้ามีคนบอกนางเมื่อวานว่านางจะต้องตกใจเพราะมีคนทะลวงผ่านขั้นสี่ของหลอมกายาได้ นางคงจะไม่ตอบอะไรกลับไปนอกจากเค้นเสียงดูดูก แต่ว่าถ้าเขาบอกเพิ่มว่ามีคนใช้เวลาวันเดียวในการทะลวงจากขั้นสองไปยังขั้นสีของระดับหลอมกายา นางคงจะคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกที่สุดในเลยเลยก็ได้

 

นางเคยคิดว่าหลิงฮันคงจะสร้างปาฏิหาริย์อะไรไม่ได้อีกแล้ว แต่นางไม่คิดเลยว่านางจะต้องมาตกใจสุดขีดอีกครั้ง

 

หลิงฮันพยักหน้าและตอบลับด้วยน้ำเสียงที่สงบ “ใช่แล้ว มันมีอะไรงั้นรึ?”

 

‘นี่เจ้าเมินเฉยมันไปง่ายๆได้อย่างไร?’ หลิวอู๋ตงรู้สึกราวกับนางกำลังจะเป็นบ้าในทันที

จบบทที่ ตอนที่ 11 ระดับหลอมกายาขั้นสี่!

คัดลอกลิงก์แล้ว