- หน้าแรก
- ข้าก้าวสู่บัลลังก์เทพด้วยเวทอาร์เคน
- บทที่20: เบอร์นี่และโรงปฏิบัติการเวทมนต์ที่ห้า
บทที่20: เบอร์นี่และโรงปฏิบัติการเวทมนต์ที่ห้า
บทที่20: เบอร์นี่และโรงปฏิบัติการเวทมนต์ที่ห้า
“หลี่ซี ทำไมนายถึงมาช้าขนาดนี้?”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลี่ซีก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร
ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มรูปงามเดินออกมาจากประตูโรงปฏิบัติการเวทมนตร์ที่เปิดอยู่ ผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนหยิกเล็กน้อยขับเน้นใบหน้าที่ดูอ่อนโยนของเขา
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เบอร์นี่ พอดีระหว่างทางเจอเรื่องนิดหน่อย เพิ่งจัดการเสร็จ” หลี่ซี เคน ยักไหล่พลางกล่าว
“ใครมันยังกล้าหาเรื่องนายอีก?” เบอร์นี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูไม่เข้าใจ ในสายตาของเขา หลี่ซีเป็นคนที่ไม่ชอบโอ้อวด ทั้งยังมีบรรดาศักดิ์ขุนนางอีกด้วย ใครกันที่ช่างคิดสั้นเช่นนี้
“เรื่องเล็กน้อยน่ะ ว่าแต่นายมารอฉันอยู่ที่นี่ แสดงว่าเรื่องที่เชิญฉันมาคราวนี้เกี่ยวข้องกับนายสินะ?” หลี่ซีไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องของคามิลล์และพวกพ้อง เขายังรอคอยการเคลื่อนไหวต่อไปของพวกนั้นอยู่
เมื่อเห็นว่าหลี่ซีไม่อยากพูด เบอร์นี่ก็ไม่ได้ซักไซ้ เพียงแค่จดจำไว้ในใจ
“โดนนายเดาถูกซะแล้ว?” เบอร์นี่ยิ้ม “ฉันเรียนอยู่กับท่านอาจารย์ดาเฮลไม่ใช่หรือ ท่านอาจารย์เพิ่งจะยื่นขอสิทธิ์การใช้งานโรงปฏิบัติการเวทมนตร์ที่ห้าของสถาบันได้สำเร็จ พอดีกำลังขาดคน ฉันก็เลยลองเอ่ยชื่อนายให้ท่านอาจารย์ฟังดูน่ะ”
อย่าเห็นว่าเบอร์นี่พูดราวกับเป็นเรื่องง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว โอกาสที่จะได้เข้ามาเรียนในโรงปฏิบัติการเวทมนตร์ที่ห้าของสถาบันนั้นหาได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่มาจากครอบครัวสามัญชน นี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่พวกเขาจะได้สัมผัสกับการสอนเวทมนตร์ชั้นยอดที่สุด
โรงปฏิบัติการเวทมนตร์ที่สามารถติดอันดับหนึ่งในห้าของสถาบันเวทมนตร์หลวงเฟย์สได้นั้น ในอีกแง่หนึ่งก็หมายความว่าสามารถติดอันดับหนึ่งในห้าของอาณาจักรเฟย์สได้เช่นกัน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่กองทัพนักเวทย์หลวงเฟย์สก็ประจำการอยู่ที่สถาบันเวทมนตร์หลวงเฟย์สเป็นปกติอยู่แล้ว และหัวหน้ากองทัพนักเวทย์หลวงเฟย์สก็คือจอมเวทย์ในตำนาน “เปลวเพลิงพิพากษา” ฟราน สตีเฟนส์ นั่นก็เพียงพอที่จะบ่งบอกได้แล้วว่าสถาบันแห่งนี้แข็งแกร่งเพียงใด
ดังนั้น เบอร์นี่จึงได้คว้าโอกาสอันล้ำค่าอย่างยิ่งมาให้หลี่ซีจริงๆ ทว่าหลี่ซีก็ไม่ได้แสดงท่าทีดีอกดีใจอะไร สำหรับคนอื่นแล้วนี่อาจเป็นเรื่องล้ำค่ามาก แต่สำหรับเบอร์นี่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากนัก
หากจะบอกว่าคามิลล์ที่เคยหาเรื่องเขาก่อนหน้านี้ติดอันดับหนึ่งในสิบของนักเรียนรุ่นเดียวกัน เช่นนั้นแล้ว คนที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ก็คืออัจฉริยะที่สามารถติดอันดับหนึ่งในสามของนักเรียนทั้งหมดในสถาบันแห่งนี้ตลอดช่วงสิบปีที่ผ่านมา
ในฐานะศิษย์เอกของปรมาจารย์อักขระเวทมนตร์ ยูเซฟ ดาเฮล เบอร์นี่ได้ทะลวงผ่านขึ้นเป็นนักเวทย์ระดับกลางแล้ว และพรสวรรค์ด้านศาสตร์อักขระเวทมนตร์ของเขาก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง ด้วยอายุเพียงเท่านี้ เขาก็ได้กลายเป็นปรมาจารย์อักขระเวทมนตร์ระดับกลางแล้ว
แม้ว่าเบอร์นี่จะมาจากครอบครัวสามัญชน แต่เมื่อแรกเข้าเรียน เขาก็ไม่เคยท้อแท้ต่อโชคชะตาหรืออิจฉาริษยาผู้อื่น ตรงกันข้าม เขากลับพยายามพัฒนาตนเองและก้าวหน้าด้วยความพยายามของตนเอง จนมาถึงจุดนี้ได้
สิ่งที่ทำให้คนอื่นๆ ในสถาบันประหลาดใจก็คือ เบอร์นี่ เบวิน ผู้มาจากสามัญชน, โมรา คาร์ล นายน้อยรองแห่งสมาคมการค้าเถาวัลย์ทองคำ และหลี่ซี เคน ผู้มีบรรดาศักดิ์ไวเคานต์แห่งราชสำนัก ทั้งสามคนนับตั้งแต่แรกเข้าเรียนก็มีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันราวกับพี่น้องที่พลัดพรากมาพบกันใหม่ ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นแน่นแฟ้นเกินกว่าปกติ
หากแต่โมรานั้น ไม่ได้ต้องการจะศึกษาเวทมนตร์ต่อ แต่กลับสนใจที่จะทำการค้าหาเงินมากกว่า เบอร์นี่ก็คงจะหาโอกาสให้เขาได้เข้ามาเรียนในโรงปฏิบัติการเวทมนตร์ที่ห้าเช่นกัน
หลี่ซีก็เช่นเดียวกัน ในความทรงจำของเขานั้นมีอยู่ว่าเคยให้ทรัพยากรอันล้ำค่าต่างๆ แก่เบอร์นี่ แม้แต่ห้องทดลองใต้ดินของเขาที่ไม่เคยอนุญาตให้คนนอกเข้าไป เบอร์นี่ก็สามารถเข้าออกและใช้งานได้อย่างอิสระ
ดังนั้น ครั้งนี้หลี่ซีจึงไม่ได้กล่าวคำขอบคุณใดๆ
“แล้วท่านปรมาจารย์ดาเฮลล่ะ?” หลี่ซีเดินตามเบอร์นี่เข้าไปในโรงปฏิบัติการเวทมนตร์ ผนังที่เปิดออกนั้นปิดสนิทลงเบื้องหลังเขา จนมองไม่ออกเลยว่าที่นี่คือทางเข้าออกของโรงปฏิบัติการ
“ก็โรงปฏิบัติการเวทมนตร์ที่ห้าเพิ่งจะถูกท่านอาจารย์ขอมาได้ ยังมีงานเตรียมการอีกมากที่ต้องทำ” เบอร์นี่ชี้ไปยังกล่องน้อยใหญ่หลากหลายขนาดที่วางอยู่ริมกำแพงไม่ไกลนัก
“ท่านอาจารย์เพิ่งจะปรับแต่งสิ่งมีชีวิตอัจฉริยะเวทมนตร์ของโรงปฏิบัติการเสร็จ คาดว่าตอนนี้น่าจะกำลังยื่นขอทรัพยากรต่างๆ จากทางสถาบันอยู่”
“อ้อ ใช่สิ” ในมือของเบอร์นี่พลันปรากฏแสงเรืองรองแห่งเวทมนตร์ขึ้นวูบหนึ่ง พร้อมกับเสียงสตรีที่ค่อนข้างเย็นชาดังขึ้น
“คุณเบอร์นี่ มีอะไรให้รับใช้หรือคะ?”
“นี่คือหลี่ซี เคน เขาเป็นผู้ช่วยคนใหม่ ช่วยบันทึกข้อมูลของเขาหน่อย”
“รับทราบค่ะ คุณเบอร์นี่” สิ้นเสียงนั้น ลำแสงสีขาวสายหนึ่งก็สาดส่องมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ กวาดผ่านร่างของหลี่ซีไปทั่วทั้งตัว
“บันทึกข้อมูลบุคลากรเรียบร้อยแล้ว ยินดีต้อนรับค่ะ คุณหลี่ซี เคน ท่านมีสิทธิ์เข้าถึงระดับสามของโรงปฏิบัติการเวทมนตร์ที่ห้า”
แม้ว่าหลี่ซีในชาติก่อนจะเคยเห็นสิ่งมีชีวิตอัจฉริยะเวทมนตร์มามากมายในเกม แต่ในโลกนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ประสบพบเจอ จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจและใคร่รู้
“นี่คือสิ่งมีชีวิตอัจฉริยะเวทมนตร์ของโรงปฏิบัติการเวทมนตร์ที่ห้า ท่านอาจารย์ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้มันเลย พอมีสิทธิ์แล้วนายก็จะเข้าออกได้ตามปกติ แต่สถานที่สำคัญบางแห่ง เช่น ห้องทดลองของท่านอาจารย์และห้องเก็บของ นายยังเข้าไปไม่ได้นะ”
เบอร์นี่อธิบายให้หลี่ซีฟังพลางพาเดินชมภายในโรงปฏิบัติการอย่างช้าๆ
ภายในโรงปฏิบัติการเวทมนตร์นั้นดูหรูหรากว่าที่เห็นจากภายนอกอยู่บ้าง แม้จะไม่มีการตกแต่งอะไรมากมาย แต่พื้นก็ปูด้วยพรมเฟย์สอันงดงามแล้ว บนกำแพงสีเทาเข้มมีลวดลายอักขระเวทมนตร์ที่สลักเสลาไว้อย่างวิจิตร เปล่งประกายระยิบระยับราวกับความฝัน ดูเรียบง่ายทว่าโอ่อ่า
เมื่อมีสิ่งมีชีวิตอัจฉริยะอยู่ งานทำความสะอาดและบำรุงรักษาภายในโรงปฏิบัติการก็ไม่จำเป็นต้องให้ถึงมือเบอร์นี่ เพียงแค่ใช้คาถาทำความสะอาดที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าก็สามารถทำงานนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ชั้นหนึ่งและชั้นสองเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางและห้องทดลองธรรมดาบางส่วน ส่วนชั้นสามเป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอุปกรณ์ล้ำค่าบางอย่างไว้แล้ว
“ชั้นสาม ท่านอาจารย์ตั้งใจจะทำเป็นห้องวิจัยอักขระเวทมนตร์ ส่วนชั้นสี่ขึ้นไปเป็นห้องทดลองและห้องพักส่วนตัวของท่านอาจารย์ โดยปกติแล้วฉันก็จะไม่ขึ้นไปโดยพลการ” เบอร์นี่ชี้ไปยังเพดานด้านบนแล้วกล่าว “แต่ห้องทดลองชั้นสามนี้โดยพื้นฐานแล้วฉันเป็นคนรับผิดชอบ ถ้านายสสใจก็มาวิจัยเวทมนตร์กับฉันที่นี่ได้”
หลี่ซีพิจารณาสถานที่แห่งนี้อย่างละเอียด แค่ห้องวิจัยธรรมดาบนชั้นสองก็มีอุปกรณ์เทียบเท่ากับห้องทดลองที่เขาใช้เงินเก็บส่วนใหญ่ของตระกูลเคนสร้างไว้ใต้คฤหาสน์แล้ว ไม่ต้องพูดถึงอุปกรณ์ทดลองบนชั้นสามนี้ที่ดูทันสมัยกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลย
ไม่ต้องกล่าวถึงสิ่งอื่นใด เพียงแค่เครื่องรักษาเสถียรภาพธาตุทางด้านซ้ายมือของหลี่ซี ก็ใหญ่กว่าของเขาถึงสองเท่าตัว น่าจะสามารถรักษาเสถียรภาพธาตุของเวทมนตร์ระดับสูงได้
ส่วนเครื่องจารึกอักขระเวทมนตร์อีกด้านหนึ่งนั้น หลี่ซีมองอย่างไรก็รู้สึกประหลาดใจ แสงสีเงินขาวบนจารึกนั้น ไม่ใช่โลหะมิธริลหรอกหรือ
เบอร์นี่เห็นว่าหลี่ซีให้ความสนใจกับชุดเครื่องจารึกอักขระเวทมนตร์นั้นมาก จึงอธิบายให้เขาฟังว่า:
“ชุดเครื่องจารึกนี้ไม่ใช่ของห้องทดลอง แต่เป็นเครื่องจารึกที่ท่านอาจารย์ดาเฮลเคยใช้เองมาก่อน ครั้งนี้ท่านตั้งใจจะขอเปลี่ยนอันที่ดีกว่าจากสถาบัน ก็เลยยกอันนี้ให้ฉัน”
หลี่ซีถึงกับพูดไม่ออกเล็กน้อย: “ทำไมท่านอาจารย์ดาเฮลถึงดีกับนายขนาดนี้ ชุดอุปกรณ์นี้ก็ยังกล้าให้นายใช้เชียวหรือ?”
ต้องรู้ว่ายูเซฟ ดาเฮล นั้นเป็นปรมาจารย์อักขระเวทมนตร์ระดับสูงที่สามารถติดอันดับหนึ่งในสามของอาณาจักรเฟย์สได้ ชุดเครื่องจารึกอักขระเวทมนตร์ที่เคยใช้มาก่อนนั้นล้ำค่าเพียงใด แต่กลับยกให้เบอร์นี่ใช้โดยตรง ดูเหมือนว่าท่านจะถือว่าเบอร์นี่เป็นศิษย์ผู้สืบทอดของตนเองจริงๆ สินะ
“นั่นเป็นความเมตตาของท่านอาจารย์ที่มีต่อฉัน” เบอร์นี่พยักหน้าแล้วกล่าวด้วยความซาบซึ้ง
“ช่วงนี้ฉันช่วยท่านอาจารย์จัดระเบียบโรงปฏิบัติการ เก็บข้าวของตลอดเลย งานวันเกิดของโมราฉันก็เลยไม่ได้ไป น่าเสียดายจริงๆ”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า เจ้านั่นนายก็รู้จักดี ไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้หรอก” หลี่ซีกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“ฉันว่าห้องทดลองของนายก็ใกล้จะพร้อมแล้ว ตอนนี้นายกำลังวิจัยอะไรอยู่? มีอะไรให้ฉันช่วยได้บ้างไหม?”
“อ้อ ก่อนหน้านี้กำลังเรียนและวิจัยงานเสริมพลังเวทมนตร์แบบถาวรอยู่ มีความคืบหน้าบ้างแล้วล่ะ”
(จบตอน)