- หน้าแรก
- ข้าก้าวสู่บัลลังก์เทพด้วยเวทอาร์เคน
- บทที่2: วางแผนเบื้องต้น
บทที่2: วางแผนเบื้องต้น
บทที่2: วางแผนเบื้องต้น
“เท่าที่จำได้ เนื้อเรื่องหลักหลังจากนี้ก็ไม่ได้บอกสาเหตุการตายที่แท้จริงของไวส์เคานต์เคนเลยนี่นา”
หลี่ซี เคน ที่เพิ่งรู้ตัวว่าเกิดใหม่ไม่ทันไรก็ต้องมาเจอกับฉากจบแบบตายอนาถ พลางขมวดคิ้วครุ่นคิดถึงข้อมูลจากชาติก่อน พยายามหาทางให้ไวส์เคานต์เคนคนใหม่คนนี้รอดพ้นจากชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้
เรื่องราวในเกม ‘เสินฉี่’ เกิดขึ้นในสถานที่ที่เรียกว่าโลกหลักไกอา ในห้วงดาราจักร โลกหลักไกอาถูกห้อมล้อมไปด้วยโลกต่างมิติ อาณาจักรเทพ ที่ส่องประกายระยิบระยับดุจดวงดาวนับล้าน และภายใต้หมู่ดาวอันไพศาลนั้น ยังมีขุมนรกและแดนนรกที่หมุนวนอย่างเชื่องช้า ปกคลุมไปด้วยความมืดมิดและสีเลือด
ในโลกหลักไกอานั้นมีหกทวีป ได้แก่ ทวีปฟานอร์, ทวีปอีเซน, ทวีปเคอถ่าน, ทวีปถูตัวซี, ทวีปเก๋อหน่า และทวีปอาโนรา แต่ละทวีปก็คือเซิร์ฟเวอร์ของแต่ละภูมิภาคในเกม เนื้อเรื่องหลักในช่วงแรกของแต่ละเซิร์ฟเวอร์ก็แตกต่างกันไป และทวีปฟานอร์นี่แหละคือจุดเริ่มต้นหลักของผู้เล่นชาวจีน
ชาติก่อน ตอนที่หลี่ซีเริ่มเล่นเกม ‘เสินฉี่’ เขาก็วนเวียนอยู่ในอาณาจักรเฟย์สบนทวีปฟานอร์เป็นหลัก ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับเนื้อเรื่องหลักของทวีปฟานอร์ในช่วงเวอร์ชัน 1.0 ของเกม ‘เสินฉี่’ เป็นอย่างดี
ทวีปฟานอร์มีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ไม่สมส่วน มีพื้นที่หลายร้อยล้านตารางกิโลเมตร บริเวณตอนกลางและทางตะวันออกของทวีปเป็นที่ราบกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ เป็นที่ตั้งของอาณาจักรมนุษย์หลายแห่ง ทางใต้เป็นป่านาเวียอันกว้างใหญ่และหนาทึบ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาณาจักรเอลฟ์ ส่วนทางเหนือเป็นทุ่งหิมะสุดลูกหูลูกตาที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดปี เป็นบ้านของเหล่าอสูรเวทและเผ่าพันธุ์อมนุษย์นานาชนิด เทือกเขาเจียหนัวที่ยิ่งใหญ่และทอดยาวกั้นระหว่างตอนกลางและทางตะวันตกของทวีป ข้ามเทือกเขาไปก็จะเป็นทะเลทรายสีเหลืองกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาทางทิศตะวันตกที่ไร้ผู้คนอาศัย
อาณาจักรเฟย์สตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีป แม่น้ำเก๋อตัวซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาเจียหนัวไหลผ่านทั่วทั้งอาณาจักรเฟย์สออกสู่ทะเลไข่มุกทางตะวันออกของทวีป ด้วยเหตุนี้อาณาจักรเฟย์สจึงมีดินแดนที่อุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่ การคมนาคมสะดวกสบาย จึงแข็งแกร่งกว่าอาณาจักรอื่นๆ โดยรอบ
วันที่สิบ เดือนสิบของทุกปี คือเทศกาลบูชานักบุญของอาณาจักรเฟย์ส ช่วงเวลานี้ของทุกปีจะเป็นช่วงที่อาณาจักรเฟย์สคึกคักและสนุกสนานที่สุด ผู้คนจะประดับประดาโคมไฟตามที่ต่างๆ ในเมือง เฉลิมฉลองและเพลิดเพลินกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากความเหนื่อยยากมาตลอดทั้งปี พร้อมทั้งสวดภาวนาต่อทวยเทพขอให้ปีหน้าฟ้าฝนเป็นใจ
และงานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่และคึกคักที่สุดจะจัดขึ้นที่จัตุรัสชัยชนะในนครฉ้านกวง เมืองหลวงของอาณาจักรเฟย์ส
พิธีเฉลิมฉลองเทศกาลบูชานักบุญที่จัตุรัสชัยชนะในนครฉ้านกวงนั้นจัดขึ้นโดยราชวงศ์ กษัตริย์และขุนนางทุกคนที่อยู่ในนครฉ้านกวงจะเข้าร่วมงาน นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของนครฉ้านกวงในรอบปี
ในเทศกาลบูชานักบุญของเมืองหลวงทุกปี กษัตริย์แห่งเฟย์สจะประทับบนบัลลังก์บนแท่นพิธี
เหล่าเสนาบดีและขุนนางมากมายจะขี่ม้าล้อมรอบบัลลังก์ เพื่อแสดงความเคารพและสนับสนุนต่อองค์กษัตริย์
ส่วนประชาชนชาวเมืองหลวงจะอยู่ภายใต้การคุ้มกันของทหารองครักษ์ ล้อมรอบจัตุรัส พลางเพลิดเพลินกับไวน์และอาหารเลิศรสที่แจกฟรี พร้อมทั้งชมพิธีบูชานักบุญ
และในพิธีปีนี้ ขณะที่กษัตริย์มอร์ตัน เฟย์ส กำลังจะจุดคบเพลิงศักดิ์สิทธิ์อันเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ในปีหน้า ทันใดนั้นก็มีนักฆ่าระดับทองคนหนึ่งลอบโจมตีสังหารหมู่ขุนนางที่รายล้อมองค์กษัตริย์ ท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมาก ขุนนางหลายคนถูกปาดคอด้วยคมมีดต่อหน้าต่อตา ล้มลงต่อหน้าองค์กษัตริย์และฝูงชนที่มุงดูอยู่
และไวส์เคานต์เคน หรือก็คือ หลี่ซี เคน ในปัจจุบัน ก็เป็นหนึ่งในขุนนางผู้โชคร้ายที่ถูกลอบสังหาร และเป็นผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดในบรรดาผู้เสียชีวิต เพื่อลดผลกระทบด้านลบที่เหตุการณ์ร้ายแรงนี้จะส่งผลต่ออาณาจักร การลอบสังหารอันโหดเหี้ยมครั้งนี้จึงถูกอาณาจักรระบุว่าเป็น “คดีลอบสังหารไวส์เคานต์เคน”
ผู้เล่นส่วนใหญ่แทบทุกคนเป็นพวกบ้าสงคราม เป็นตัวแปรที่ไม่แน่นอน หลี่ซียังจำได้ว่าตอนที่เขาเข้าร่วมเนื้อเรื่องหลักนี้ และได้ดูคัตซีนตอนที่ไวส์เคานต์เคนถูกนักฆ่าลอบสังหาร ผู้เล่นส่วนใหญ่มองดูนักฆ่าคนนั้นลอบสังหารขุนนางหลายคนต่อหน้าสาธารณชน แถมยังสามารถหลบหนีจากอัศวินสิงโตทองและนักเวทราชสำนักไปได้อย่างสง่างาม ทุกคนต่างเลือดร้อนพล่าน ตื่นเต้นจนส่งเสียงโห่ร้อง อยากจะเข้าไปเป็นคนนั้นเสียเอง
ถึงขนาดที่ว่าหลังจากนั้น เมื่อมีการสำรวจอาชีพในเกม จำนวนผู้เล่นที่เลือกอาชีพนักฆ่าในอาณาจักรเฟย์ส สูงกว่าอาณาจักรอื่นๆ โดยรอบหลายเปอร์เซ็นต์ ก็พอจะเห็นได้ว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อผู้เล่นในตอนนั้นมากเพียงใด
สำหรับอาณาจักรเฟย์สแล้ว นี่ถือเป็นการตบหน้าฉาดใหญ่หลายครั้ง เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของอาณาจักร แถมยังมีขุนนางของอาณาจักรถูกสังหารไปหลายคน ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของราชวงศ์ทั้งมวล และยังกระทืบซ้ำอีกหลายที
นี่จึงเป็นหนึ่งในชนวนเหตุที่ทำให้อาณาจักรเฟย์สเปิดฉากสงครามรุกรานประเทศอื่นในเนื้อเรื่องเวอร์ชัน 2.0 ในภายหลัง
แต่ถึงแม้อาณาจักรเฟย์สจะได้รับชัยชนะในสงครามในท้ายที่สุด และได้รับผลประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน “คดีลอบสังหารไวส์เคานต์เคน” นี้กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ ราวกับว่าถูกทุกคนในอาณาจักรลืมเลือนไปแล้ว
แม้แต่พวกผู้เล่นสายเนื้อเรื่องที่ภายหลังพยายามค้นคว้าและเรียบเรียงประวัติศาสตร์ทวีปเฟย์ส ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ เพียงแค่บันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุของสงครามบนทวีปฟานอร์เท่านั้น
“บ้าเอ๊ย! ไวส์เคานต์เคนมันไปทำอะไรผิดมา ทำไมต้องทำกับเขาแบบนี้ด้วยวะ!”
หลี่ซี เคน ทุบหัวตัวเองอย่างเจ็บปวด ในใจก็รู้สึกไม่เป็นธรรมแทนไวส์เคานต์เคนผู้โชคร้าย หรือก็คือตัวเขาเองในตอนนี้ ถึงแม้ว่าตอนที่เขาดูคัตซีนในชาติก่อนจะรู้สึกสะใจก็เถอะ แต่พอเหยื่อเป็นตัวเองขึ้นมา มันก็คนละเรื่องกันแล้ว
ชาติก่อนก็มีผู้เล่นบางคนคาดเดาว่าการลอบสังหารครั้งนี้เป็นฝีมือของอาณาจักรเฟย์สเอง เพื่อหาข้ออ้างในการเปิดสงครามในภายหลัง เพราะอาณาจักรเฟย์สนั้นอยากได้ทางออกทะเลของอาณาจักรเบอร์ดิชทางตะวันออกมานานแล้ว แต่ก็ขาดหลักฐาน และในแง่เหตุผลก็ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ ประกอบกับภายหลังมีเหตุการณ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เรื่องการลอบสังหารครั้งนี้จึงค่อยๆ เลือนหายไป ไม่มีใครพูดถึงอีก
“ข้อมูลมันน้อยเกินไปจริงๆ แถมตอนนี้ก็ยังเหลือเวลาอีกตั้งสามเดือนกว่าจะถึงวันเกิดเหตุลอบสังหาร ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครเป็นคนอยากจะฆ่าฉัน”
หลี่ซีพึมพำ มือขวากดขมับเบาๆ
แต่ที่สุดแล้ว ก็เพราะตัวเขาเองยังอ่อนแอเกินไป!
ถ้าเขาเป็นนักเวทระดับตำนาน จะไปกลัวอะไรกับนักฆ่าระดับสูงแค่คนเดียว แค่ร่ายคาถาระดับตำนานอย่างอุกกาบาตถล่มโลกลูกเดียวก็ส่งมันลงนรกไปแล้ว
ดังนั้น สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองขึ้นมาก่อน
หลี่ซีเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาอีกครั้ง ตรวจสอบข้อมูลแต่ละอย่างอย่างละเอียด
ตอนนี้เขาเป็นนักเวทขั้นต้นเลเวล 30 จำได้ว่าในเกม ‘เสินฉี่’ เวอร์ชัน 1.0 เลเวลสูงสุดที่ผู้เล่นสามารถไปถึงได้ก็คือเลเวล 30 นี่แหละ
ในเกม ‘เสินฉี่’ อาชีพส่วนใหญ่ก็เหมือนๆ กัน ยกตัวอย่างนักเวท เลเวล 0-50 คือนักเวทระดับทองแดง, เลเวล 51-100 คือนักเวทระดับเงิน, เลเวล 101-200 คือนักเวทระดับทอง, และเลเวล 200 ขึ้นไปคือขอบเขตระดับตำนาน ส่วนจะมีระดับที่สูงกว่านั้นอีกหรือไม่ก็ไม่ทราบแน่ชัด เพราะในชาติก่อน เกม ‘เสินฉี่’ ยังไม่ได้เปิดให้เล่นในระดับที่สูงกว่า 200
เลเวลธรรมดาๆ ค่าสถานะธรรมดาๆ มีเพียงสถานะไวส์เคานต์ราชสำนักที่ดูโดดเด่น แต่ก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ให้เขาโดยตรง
เผลอๆ หลี่ซีแอบรู้สึกว่าสาเหตุหลักที่เขาถูกลอบสังหารก็เพราะสถานะไวส์เคานต์ราชสำนักของเขานี่แหละ
ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดที่เขาควรจะทุ่มเทแรงกายแรงใจให้ก็คือ...
หลี่ซีมองไปยังช่องพรสวรรค์บนหน้าต่างข้อมูลของตัวเอง
——
【พรสวรรค์: ผู้รอบรู้】
【ระดับ: ตำนาน】
【ผล: คุณเก่งเกินขีดจำกัด สามารถเรียนรู้และฝึกฝนความเชี่ยวชาญพิเศษและทักษะของอาชีพอื่นได้หมด และยิ่งคุณมีสกิลและความเชี่ยวชาญของอาชีพอื่น (ไม่นับสกิลอาชีพหลัก) มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งเก่งเร็วขึ้นเท่านั้น (โบนัส EXP พิเศษตอนนี้: 0%)】
——
หลี่ซีขมวดคิ้ว นิ้วชี้ขวาเคาะเตียงใต้ร่างเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด
หลังจากความตื่นเต้นที่ได้พรสวรรค์ระดับตำนานจางหายไป หลี่ซีก็เริ่มมองเห็นข้อจำกัดบางอย่างของพรสวรรค์ที่ทรงพลังนี้
ถึงแม้พรสวรรค์ผู้รอบรู้นี้จะแข็งแกร่งมาก ทำให้หลี่ซีสามารถเรียนรู้ความเชี่ยวชาญและทักษะข้ามอาชีพได้ แต่มันก็สร้างปัญหาใหม่ให้เขาเช่นกัน
นั่นก็คือ... เลเวลของทักษะ!
ในเกม ‘เสินฉี่’ การเรียนรู้ทักษะต่างๆ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ต้องอัปเลเวลทักษะอย่างต่อเนื่อง ทักษะของแต่ละอาชีพจึงจะแสดงอานุภาพที่แท้จริงออกมาได้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความเสียหายของทักษะ แต่ลำดับความสำคัญของผลลัพธ์ทักษะก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ทักษะ 【ล่องหน】 ของโจร ถ้าเป็นแค่เลเวลหนึ่ง ผู้เล่นอาชีพอื่นระดับกลางขึ้นไปก็สามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนที่กำลังล่องหนอยู่ได้ด้วยสัญชาตญาณแล้ว
ดังนั้น การอัปเลเวลทักษะจึงมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ และการอัปเลเวลทักษะก็ต้องใช้ค่าประสบการณ์ของตัวละคร
สำหรับทักษะหลักบางอย่างของบางอาชีพ การอัปเลเวลทักษะเหล่านั้นอาจจะสำคัญกว่าการอัปเลเวลตัวละครเสียอีก
ดังนั้น ถ้าหลี่ซีเรียนรู้ทักษะของอาชีพอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าไปเรื่อยเปื่อย โดยไม่มีค่าประสบการณ์มากพอที่จะจ่ายค่าอัปเกรดทักษะเหล่านั้น ทักษะเหล่านั้นก็แทบจะไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้จริงเลย ทำได้แค่เป็นวัตถุดิบในการเพิ่มผลของพรสวรรค์ของหลี่ซีเท่านั้น
ถึงแม้พรสวรรค์ผู้รอบรู้จะให้โบนัสค่าประสบการณ์เพิ่มเติมแก่หลี่ซี แต่ก็คงไม่เพียงพอต่อความต้องการในการอัปเกรดทักษะทั้งหมดแน่นอน
แต่!
พรสวรรค์ผู้รอบรู้ไม่ได้ทำให้หลี่ซีสามารถเรียนรู้แค่ทักษะของอาชีพอื่นเท่านั้น แต่ยังสามารถเรียนรู้ความเชี่ยวชาญพิเศษต่างๆ ได้อีกด้วย!
ความเชี่ยวชาญพิเศษ ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนกับสถานะติดตัวที่ส่งผลต่อเนื่องตลอดเวลา โดยทั่วไปแล้วจะมีผลในการเพิ่มค่าสถานะ, ผลพิเศษ, ความต้านทาน และอื่นๆ อีกมากมาย
เมื่อเทียบกับทักษะอาชีพแล้ว ความเชี่ยวชาญพิเศษไม่จำเป็นต้องอัปเลเวล แต่ยิ่งทรงพลังก็ยิ่งหามาได้ยากกว่า
ยกตัวอย่างเช่น ความเชี่ยวชาญพิเศษของอาชีพนักเวทของหลี่ซีคือ 【จิตสัมผัสพลังเวท】 ซึ่งมีผลหลักคือค่าสติปัญญาจะได้รับการปรับแก้เพิ่มขึ้น 2 เท่า นี่เป็นผลที่ความเชี่ยวชาญพิเศษของอาชีพนักเวททุกคนมี
แต่ละอาชีพก็มีความเชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะของตัวเอง และความเชี่ยวชาญพิเศษที่แตกต่างกันโดยพื้นฐานแล้วก็จะกำหนดเส้นทางการพัฒนาในอนาคตด้วย
ถ้าหลี่ซีเดาไม่ผิด เขาสามารถได้รับความเชี่ยวชาญพิเศษของอาชีพอื่นได้ด้วย!
ไม่ต้องพูดถึงผลอื่นๆ แค่เพียงได้รับค่าปรับแก้สถานะที่สอดคล้องกับอาชีพนั้นๆ ก็ถือว่าโกงมากแล้ว
ถ้าหลี่ซีได้รับความเชี่ยวชาญพิเศษของอาชีพนักรบสักอย่าง ค่าสถานะความแข็งแกร่งของเขาก็จะได้รับการปรับแก้เพิ่มขึ้น 2 เท่าเช่นกัน
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
ฉันไม่เพียงแต่จะตีแรงขึ้น แต่ฉันยังถึกขึ้นอีกด้วย!
หลี่ซีรู้สึกเหมือนว่าเขาได้ค้นพบวิธีใช้พรสวรรค์ของตัวเองที่ถูกต้องแล้ว
ในขณะที่เลือกเรียนรู้ทักษะอาชีพอย่างระมัดระวัง ก็ให้ทุ่มเทพลังงานไปกับการได้รับความเชี่ยวชาญพิเศษของแต่ละอาชีพให้มากขึ้น
ก็มาดิ!
รู้ไหมฉันเป็นใคร?
ยอดฝีมือรับจ้างเล่นเกม ‘เสินฉี่’ ในชาติก่อน แถมยังเป็นผู้เกิดใหม่!
ช่องทางและวิธีการได้รับทักษะและความเชี่ยวชาญพิเศษที่ทรงพลังของแต่ละอาชีพ มันอยู่ในหัวของฉันหมดแล้ว!
นี่มันกลับมาสู่สิ่งที่ฉันถนัดที่สุดไม่ใช่หรือไง?
แล้วจะไปกังวลอะไรอีก?
ลุยแหลก จัดปุยย!