เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

: บททดสอบ

: บททดสอบ

: บททดสอบ


: บททดสอบ

ทางฝั่งหนึ่ง ภายหลังที่เอมิเลียและสึบารุจากไปได้ไม่นาน พวกเขาก็พบรอสวาลภายในเขตแดนแซงชัวรี

เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของเอมิเลีย รอสวาลกลับคงความสงบนิ่ง สีหน้าของเขาแตกต่างจากท่าทีขี้เล่นเหมือนตัวตลกที่เคยเห็น เขาจ้องมองไปยังสึบารุและเอมิเลีย แล้วเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงของตนโดยไร้การปิดบัง

“ชื่อจริงของฉันไม่ใช่ รอสวาล แอล เมธัส… หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือ… เพียงร่างกายนี้เท่านั้นที่ใช้ชื่อนั้น วิญญาณภายในที่แท้จริงมีชื่อว่า… รอสวาล เอ เมธัส

จุดมุ่งหมายของฉันมีเพียงหนึ่งเดียว...การชุบชีวิตอาจารย์ของฉัน… แม่มดแห่งความโลภ… เอคิดน่า

“ตลอดเวลากว่า 400 ปี ฉันใช้วิธีถ่ายโอนวิญญาณ เข้ายึดร่างลูกหลานสายตรงของตนมาโดยตลอด เพื่อเดินตามเส้นทางนี้ รวมถึงการชักนำลัทธิแม่มดไปทำลายหมู่บ้านอสูรโอนิที่แรมและเรมเคยอาศัยอยู่ ทุกสิ่ง… เป็นไปตามที่พระคัมภีร์แห่งปัญญาได้ชี้นำ

และวันนี้… คัมภีร์ได้กล่าวถึงคำทำนายใหม่...หลังผ่านมากว่า 400 ปี ความปรารถนาอันยาวนานของฉัน… กำลังจะเป็นจริง!!”

ในช่วงต้น เสียงของรอสวาลยังคงเรียบนิ่ง ทว่าเมื่อกล่าวไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มสั่นคลอนด้วยความตื้นตัน เข้าใจได้ดี...มีใครบ้างเล่าที่จะไม่สั่นไหว หากแบกรับความฝันเดียวตลอด 400 ปี พร้อมยอมแลกแม้กระทั่งสายเลือดของตนเอง

เมื่อเรมได้ยินว่าหมู่บ้านอสูรถูกทำลายเพราะรอสวาล นางก็ไม่อาจทนได้อีกต่อไป...กวัดแกว่งเช้าเหล็กเข้าใส่โดยไร้ลังเล

ทว่า… ก่อนที่เช้าเหล็กจะกระแทกถึง รอสวาลก็ยกเวทมนตร์ขึ้นสกัดไว้อย่างง่ายดาย

“แกเสียสติไปแล้วรึไง รอสวาล!? ท่านเอคิดน่าและแม่มดแห่งบาปคนอื่น ๆ ถูกแม่มดแห่งความริษยากลืนกินไปตั้งแต่ 400 ปีก่อนแล้ว ไม่มีทางหรอกที่พวกเธอจะกลับมาได้!”

พัคและเบียทริซ...ทั้งสองล้วนเป็นสิ่งที่เอคิดน่าสร้างขึ้น กล่าวได้ว่าเอคิดน่าเปรียบเสมือน “แม่ผู้ให้กำเนิด” แก่พวกเขา

เบียทริซอยู่ในห้องสมุดมาตลอดหลายศตวรรษ เพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับเอคิดน่าว่าจะ “รอใครบางคน” ส่วนพัคกับเบียทริซรู้ดีว่ารอสวาลเป็นลูกศิษย์ของเอคิดน่า และยังรู้ถึงการถ่ายวิญญาณที่เขาใช้ยืดอายุขัย แต่พวกเขาเลือกจะไม่เข้าแทรกแซง หนึ่ง… เพราะเอคิดน่าเป็นผู้สร้างพวกเขา และรอสวาลในฐานะศิษย์ ก็เคยให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขา

อีกเหตุผล… เพราะการกระทำของรอสวาลมุ่งสู่สายเลือดของตนเอง...ถือเป็นเรื่องภายในของตระกูล พวกเขาไม่มีสิทธิ์เข้าแทรก

“ถ้าเป็นแม่มดตนอื่นล่ะก็ ไม่มีวันฟื้นได้แน่… แต่ถ้าเป็นอาจารย์ของฉัน...นั่นอีกเรื่องหนึ่ง

แม้แต่ในบรรดาแม่มดทั้งหมด ท่านเอคิดน่าก็เป็นผู้มีปัญญาสูงสุด… ในฐานะสิ่งที่นางสร้างขึ้น แกยังจะคิดหรือว่าเธอจะไม่ทิ้งทางรอดไว้ให้ตนเอง?”

คำพูดของรอสวาลทำให้พัคนิ่งงัน...แม้เขาจะไม่อยากยอมรับ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลย

แม่มดแห่งความโลภ เอคิดน่า...อาจกล่าวได้ว่าเป็นบุคคลผู้เปี่ยมด้วยความรู้ที่สุดในโลก ความ “โลภ” ของนางคือความกระหายต่อปัญญา ก่อนจะถูกแม่มดแห่งความริษยากลืนกิน นางได้รวบรวมความรู้ของโลกไว้แทบทั้งหมด แล้วฝากไว้ในห้องสมุดให้เบียทริซดูแล

หากเป็นแม่มดตนอื่น...การฟื้นคืนชีพย่อมเป็นไปไม่ได้ ทว่า… ถ้าเป็นเอคิดน่า…

เมื่อเห็นพัคเงียบ รอสวาลจึงหยิบพระคัมภีร์ออกมา เสียงของเขาสั่นไหวด้วยความปิติ “นี่คือ ‘ตำราปัญญา’ ที่อาจารย์ของฉันทิ้งไว้… ฉบับเสื่อมคุณค่า ซึ่งเรียกว่า ‘พระคัมภีร์’ มันสามารถเปิดเผยส่วนหนึ่งของอนาคตแก่ผู้ครอบครอง

แม้แต่พระคัมภีร์ของลัทธิแม่มดก็ยังเป็นของเลียนแบบที่ด้อยกว่าฉบับของฉัน

ตลอดกว่า 400 ปี ฉันยึดมั่นต่อคัมภีร์นี้ แก้ไขเส้นทางอนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง และในที่สุด… แสงแห่งรุ่งอรุณที่เฝ้ารอก็ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ แกคิดว่าฉันจะยอมแพ้ตอนนี้งั้นรึ!?”

นับตั้งแต่พบเอมิเลียและสึบารุผู้ประหลาด รอสวาลก็สัมผัสได้ว่ายามแห่งความหวังที่เฝ้ารอใกล้มาถึงแล้ว เขาไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้

แผนการกว่า 400 ปี ฆ่าลูกหลานของตนเอง ทำลายหมู่บ้านอสูรโอนิ ความคลั่งไคล้ของรอสวาลในการชุบชีวิตอาจารย์ มิได้น้อยไปกว่าความบ้าคลั่งของลัทธิแม่มดที่บูชาแม่มดแห่งความริษยา...อาจยิ่งกว่าด้วยซ้ำ

“ไม่ว่าแกจะคืนชีพเอคิดน่าได้หรือไม่...แต่ว่า ชั้นจะไม่ยอมให้แกทำร้าย ลิอา ลูกสาวของชั้นเด็ดขาด!”

พัครู้ดีว่ารอสวาลคลั่งไคล้เอคิดน่าถึงเพียงใด และเข้าใจว่าคำพูดใด ๆ ก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจเขาได้ เมื่อการเจรจาไร้ผล ทางเลือกเดียวคือการต่อสู้ แม้แต่พัค...วิญญาณยักษ์แห่งไฟ...ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะรอสวาลได้ ทว่าเพื่อลิอา… เขายินดีต่อสู้จนสุดชีวิต

ร่างแมวสีเทาของพัคเริ่มขยายขึ้น พลังเวทมหาศาลแผ่ออกมา อุณหภูมิรอบตัวเริ่มลดฮวบ ความชื้นในอากาศควบแน่น เกล็ดหิมะร่วงหล่นจากท้องฟ้า

สึบารุผู้เคยคิดว่าพัคเป็นเพียงแมวน่ารัก...ถึงกับตระหนักว่า แมวตัวจ้อยนี้คืออสูรยักษ์ผู้เกรียงไกร

“หนึ่งในหกธาตุยิ่งใหญ่...ร่างแท้ของร้อยอสูรเรืองแสง ผู้ถูกขนานนามว่า ‘อสูรแห่งจุดจบ’ โดยมนุษย์… วิญญาณยักษ์แห่งไฟ”

“ช่างนานเหลือเกินที่ฉันจะได้เห็นร่างนี้อีกครั้ง… แต่ก็ไม่จำเป็นต้องสู้หรอกนะ ถ้าแกห่วงชีวิตของชาวหมู่บ้านอาร์ลัมล่ะก็...ก็จงยอมรับ บททดสอบของแซงชัวรี ซะ”

แม้จะอยู่ต่อหน้าอสูรแห่งจุดจบ รอสวาลกลับยังสงบนิ่ง เขายื่นข้อเสนออย่างไร้ซึ่งความหวาดหวั่น

รอสวาลรู้ดีว่าเอมิเลียมีจิตใจงดงามเกินใคร และคาดการณ์ได้ว่าเธอจะเลือกสิ่งใด

“สารเลว! ใช้ชาวบ้านเป็นตัวประกัน ทั้งที่พวกเขาเป็นประชาชนของแกเอง!” สึบารุตะโกนลั่นพร้อมชี้หน้าด่า เพราะเขาเองก็รู้...เหมือนกับที่รอสวาลรู้ดี...ว่าเอมิเลียจะเลือกอะไร

“จะเรียกฉันว่าเลวระยำ โหดร้ายอำมหิตก็เชิญเถอะ ฉันแบกความปรารถนานี้มากว่า 400 ปี ฆ่าลูกหลานของตัวเอง ทำสิ่งที่ต่ำช้าเกินนับไม่ถ้วน แกคิดเหรอว่าฉันจะหยุดเพราะแค่ชีวิตของชาวบ้านไม่กี่คน?

ฉันจะให้เวลาพวกแกหนึ่งนาที...รับบททดสอบ หรือเตรียมเก็บศพจากหมู่บ้านอาร์ลัม”

พลังของพัคในร่างยักษ์ยิ่งเพิ่มสูง ทว่าแม้เขาจะดูใจดีมาโดยตลอด ความจริงก็คือ… มีเพียงเอมิเลียเท่านั้นที่เขาแคร์...คนอื่นล้วนไร้ค่า

เขาไม่อยากให้เอมิเลียตกอยู่ในอันตราย การฆ่ารอสวาลคือทางออกที่ปลอดภัยที่สุด

แต่ก่อนที่พัคจะลงมือ...เอมิเลียก็ก้าวออกมายอมรับข้อเสนอ เธอยินดีเข้าสู่บททดสอบ

รอสวาลไม่แปลกใจเลย เพราะสิ่งที่เกิดตรงหน้า… เป็นไปตามที่คัมภีร์ได้ทำนายไว้แล้ว

เอมิเลียต้องการเผชิญหน้ากับบททดสอบ และพัคก็ไม่มีทางขัดขืนได้ เพราะตามเงื่อนไขในพันธะสัญญา เขาต้องเชื่อฟังคำสั่งเธอ เขาทำได้เพียงมองขณะเอมิเลียเข้าสู่บททดสอบของแซงชัวรี

ด้วยความห่วงใยเอมิเลีย สึบารุจึงตัดสินใจใช้ความสามารถ “ย้อนกลับด้วยความตาย” เป็นเครื่องประกัน พร้อมเข้าร่วมบททดสอบกับเธอ...เพื่อพิสูจน์ความกล้า และหวังว่าจะได้รับการยอมรับเหนือกว่าวูด

“บททดสอบของแซงชัวรี? เหลือไว้โดยแม่มดแห่งความโลภ? ฟังดูน่าสนุกดีนี่ ขอร่วมด้วยคนสิ?”

เสียงนี้เป็นของ วูด ผู้เพิ่งปรากฏตัวขึ้น...ร่างเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นมัดกล้ามชัดเจน ขณะหิ้วการ์ฟีลผู้หมดสติอยู่บนไหล่

วูดสนใจบททดสอบนี้ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่ามันคือสิ่งที่แม่มดผู้เปี่ยมปัญญาทิ้งไว้

“ถ้าคุณวูดจะร่วมเข้าทดสอบ งั้นฉันก็ไม่ขัดข้องที่ลิอาจะเข้าด้วย” พัคกล่าว พลางเปลี่ยนร่างกลับเป็นแมวตัวจ้อย

สึบารุรู้สึกจี๊ดในอก...เพราะตอนที่เขาขอร่วม พัคคัดค้านอย่างหนัก แต่พอวูดเอ่ยขึ้น พัคกลับยอมรับทันที

ชัดเจนว่า… พัคไม่มีความเชื่อมั่นในตัวสึบารุเท่ากับในตัววูด...ผู้แข็งแกร่งทั้งพลังและสติปัญญา

สีหน้าของรอสวาลเปลี่ยนไปทันทีเมื่อวูดขอร่วมบททดสอบ วูดคือความไม่แน่นอนที่สองรองจากสึบารุ พระคัมภีร์ของเขาแทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวูด รอสวาลจึงไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากชายผู้นี้เข้าร่วม

ลึก ๆ แล้ว รอสวาลไม่อยากให้วูดเข้าร่วมเลยแม้แต่น้อย… แต่ก็ไม่มีทางขัดขืน เพราะพละกำลังของวูดนั้น ไม่ใช่อะไรที่จะข่มขู่ได้ง่าย ๆ

“ก็ได้… คุณวูด หากคุณปรารถนาจะเข้าร่วม… ก็เชิญ

แต่ขอเตือนว่า บททดสอบของแซงชัวรี ไม่ใช่สิ่งที่ใช้พลังดิบตัดสินได้ เมื่อเข้าไปแล้ว… อาจไม่มีทางกลับออกมาอีกเลย” รอสวาลฝืนยิ้มกล่าว

เขาไม่อาจรับประกันได้ว่าจะชนะวูดในการต่อสู้ ดังนั้นเขาจึงต้องยอม

วูด สึบารุ และเอมิเลีย ยืนอยู่เบื้องหน้าทางเข้าบททดสอบ ต่างแลกสายตากัน ก่อนก้าวเข้าสู่ปริศนาอันลี้ลับพร้อมกัน

บททดสอบของแซงชัวรีนั้น… เสมือนว่าดำรงอยู่ในอีกมิติหนึ่ง เมื่อเข้าสู่ภายใน วูดก็ไม่อาจรู้สึกถึงการมีอยู่ของสึบารุหรือเอมิเลียอีกต่อไป สรรพสิ่งโดยรอบจมหายไปในความมืด

วูดเดินลัดเลาะไปในความมืด จนกระทั่งพบเส้นทางเรืองแสงและเลือกเดินไปตามนั้น ไม่นานนัก ภูมิทัศน์โดยรอบก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

แสงจ้าแลบวาบ...วูดพบว่าตนยืนอยู่กลางเมือง

กลางถนนที่มืดมัว เขาได้ยินเสียงสะอื้นของเด็กสาวขัดจังหวะความคิดของตน

“ได้โปรด… ปล่อยฉันไปเถอะ… ฉันขอโทษแล้ว…”

เมื่อเงยหน้ามองไปเบื้องหน้า วูดเห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังดึงผมของเด็กสาวคนหนึ่งอย่างรุนแรง

แม้เสียงวิงวอนจะสะเทือนใจ ชายคนนั้นก็ยังใช้กำปั้นและปลายเท้ากระหน่ำซัดเด็กหญิงพร้อมตะโกน

“แค่ขอโทษมันพอซะที่ไหน!? สูทตัวนี้ฉันซื้อมาแพงจะตาย แล้วแกทำไวน์หกใส่! แกมันก็แค่เด็กสลัม! หน้าตาใช้ได้อยู่ ถ้ารู้จักเอาใจฉันหน่อยล่ะก็...ฉันอาจขายแกให้พวกค้าทาสแล้วลืมเรื่องนี้ไปก็ได้!!”

ภาพตรงหน้าทำให้ความทรงจำที่ถูกฝังลึกในใจวูดผุดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นมือที่ยังเยาว์และใบหน้าของเด็กสาวผู้ละม้าย อนาสตาเซีย ในชุดเก่าซอมซ่อ วูดก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

“อย่างนี้นี่เอง… นี่สินะ… ‘บททดสอบของแซงชัวรี’

มีสามด่าน… และด่านแรกคือการเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเองสินะ…”

โปรดติดตามตอนต่อไป

จบตอน

♥♥ ถ้าเนื้อเรื่องไม่โอเค ขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก Re : zero ทางผู้แปลไม่เคยดูเลยจะทำการเปิดฟรีจนจบจักรวาล Re : Zero ครับ ขอบคุณครับ ♥♥

♥♥ หากท่านใดอ่านแล้วค้างสามารถติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของ charcoal gray silver gold ได้ที่ชัั้นหนังสือ ขอบคุณครับ ♥♥

จบบทที่ : บททดสอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว