- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตในโลกวันพีช
- : เกราะพิทักษ์แห่งแซงชัวรี!
: เกราะพิทักษ์แห่งแซงชัวรี!
: เกราะพิทักษ์แห่งแซงชัวรี!
: เกราะพิทักษ์แห่งแซงชัวรี!
“พูดอะไรของนายน่ะ? ตอนนี้เรารู้แล้วว่ารอสวาลมีจุดประสงค์แอบแฝง นายยังจะให้พวกเราติดตามเขาอีกเหรอ? แบบนั้นมันไม่ต่างอะไรจากการไปตายชัดๆ!”
ก่อนที่เอมิเลียจะเอ่ยคำใด เสียงของนัตสึกิ สึบารุก็ดังขึ้นอย่างเคร่งเครียดเพื่อตอบข้อเสนอของวูด
หลังจากได้เผชิญหน้ากับวาฬขาวและอัครสังฆราชแห่งความเกียจคร้าน สึบารุก็เข้าใจแล้วว่าพวกที่เรียกตัวเองว่า “ลัทธิบูชาแม่มด” นั้นแท้จริงก็เป็นพวกวิปลาสทั้งสิ้น...อันตรายชนิดสุดขีด และเมื่อรอสวาลยังกล้าไปข้องแวะกับพวกนั้น ก็ย่อมเป็นผู้บ้าคลั่งโดยแท้
สึบารุที่ยกย่องเอมิเลียเสมือนเทพธิดา ย่อมไม่อาจปล่อยให้เธอย่างกรายเข้าสู่ถิ่นอันตรายด้วยน้ำมือของตัวเองได้
แม้การสูญเสียการสนับสนุนจากรอสวาลจะถือเป็นการถอยหลังครั้งใหญ่ แต่หลังจากชัยชนะครั้งล่าสุด ครัชก็ยื่นมือมาให้ความร่วมมือแล้ว พวกเขายังสามารถผนึกกำลังกับครัชเพื่อเอาชนะผู้เข้าแข่งขันคนอื่นในการคัดเลือกองค์หญิงได้อยู่ดี
“ชั้นก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่า รอสวาลอาจไม่ได้ต้องการจะฆ่าเอมิเลีย แต่อาจเพียงต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือเท่านั้น ไม่อย่างนั้นน่ะเหรอ? แค่เขาลงมือเอง เอมิเลียต่อให้มีพัคคอยปกป้อง ก็คงต้านไม่ไหวหรอก”
สึบารุกำลังจะโต้แย้ง แต่เสียงของเอมิเลียที่เงียบงันมาตลอดกลับดังขึ้นมาแทน
“ชั้นจะไปแซงชัวรี ทั้งเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านแห่งอาร์ลัม และเพื่อชั้นเอง... มีบางอย่างเกี่ยวกับต้นกำเนิดของชั้น...เกี่ยวกับสายสัมพันธ์กับแม่มดแห่งความอิจฉา ซาเทลล่า...ที่รอสวาลต้องรู้อยู่แน่ๆ”
หลังจากนิ่งเงียบไป เอมิเลียก็กล่าวด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ และคำตัดสินใจของเธอก็มิได้ทำให้วูดประหลาดใจแม้แต่น้อย
เขาไม่อาจรู้ได้ว่าแม่มดแห่งความอิจฉาเป็นคนเช่นไร แต่เอมิเลียที่เขารู้จักนั้นช่างใสซื่อ บริสุทธิ์ราวกับกระดาษขาว และเมื่อเธอรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องตกอยู่ในอันตราย แน่นอนว่าเธอไม่มีวันเพิกเฉย
วูดยังรู้สึกอีกว่า การเดินทางไปแซงชัวรีจะไขความลับอีกมากที่ยังค้างคาอยู่ และจึงเห็นด้วยกับการเดินทางของเอมิเลีย
หลังจากจัดการกับวาฬขาว วูดและคนอื่นๆ ก็เดินทางกลับคฤหาสน์ของรอสวาล และได้รับหินผนึกจากเฟรเดริก้า แม่บ้านใหญ่ของคฤหาสน์ ซึ่งจำเป็นสำหรับให้ผู้มีสายเลือดผสมเข้าสู่แซงชัวรีได้
ตอนแรกวูดเคยสงสัยว่าเฟรเดริก้าอาจเป็นพวกเดียวกับรอสวาล แต่จากการกระทำของเธอ รวมถึงข้อมูลที่เอลซ่ามอบให้ ก็เห็นได้ชัดว่าเฟรเดริก้าเองก็เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่ถูกรอสวาลละทิ้งเช่นกัน
สิ่งที่ยืนยันข้อสันนิษฐานนั้นคือ ก่อนจะออกเดินทางไปยังแซงชัวรี เมลี่ ผู้ควบคุมสัตว์อสูร ได้มาพร้อมข้อความจากเอลซ่า และสิ่งที่เธอแจ้งนั้นน่าตกตะลึง...รอสวาลติดต่อองค์กรนักฆ่าใต้ดินอีกครั้งและว่าจ้างให้โจมตีคฤหาสน์ของตัวเองในระหว่างที่เอมิเลียกำลังไปยังแซงชัวรี พร้อมสั่งฆ่าทุกคนที่นั่น
“ทุกคน” ในที่นี้รวมถึงเฟรเดริก้า และเบียทริซ ผู้พิทักษ์ห้องสมุดด้วย
ดูเหมือนว่ารอสวาลจะไม่รู้เลยว่าองค์กรนักฆ่าที่ว่า ตอนนี้ได้ตกอยู่ใต้การควบคุมของวูดแล้ว เอลซ่ารับงานนั้นและรับเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน แล้วก็ส่งเมลี่มาบอกเขาทันที
หลังได้ฟังคำรายงานของเมลี่ ทุกคนก็หมดสิ้นความไว้ใจต่อรอสวาล และจึงออกเดินทางสู่แซงชัวรีด้วยความมุ่งมั่น
แซงชัวรีเป็นพื้นที่ที่ตระกูลมาเธอร์สดูแลมาหลายชั่วอายุคน อยู่ภายใต้เขตปกครองของรอสวาล และตั้งอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์นัก พวกเขาใช้เวลาเพียงหนึ่งวันก็เดินทางมาถึงชายแดนแห่ง “ป่าที่หลงทาง”
แซงชัวรีเดิมเป็นสถานที่ทดลองของแม่มดแห่งความโลภ...สถานที่ที่นางเคยอาศัย ทำการทดลอง และล้มตายในที่สุด เพื่อล็อกผู้ที่อยู่ภายในและกีดกันบุคคลภายนอกไม่ให้เข้ามา นางจึงสร้างขอบเขตเวทไว้...หรืออย่างน้อยก็เป็นเรื่องเล่าที่เล่าสืบต่อกันมาเป็นร้อยปีโดยไร้ผู้พิสูจน์
ในกลุ่มของวูด นอกจากเอมิเลียที่เป็นลูกครึ่งเอลฟ์แล้ว ทุกคนต่างก็เป็นมนุษย์บริสุทธิ์หรือเผ่าโอนิ จึงไม่ถูกขัดขวางโดยขอบเขตเวท
แต่เพียงก้าวข้ามแนวเขตเข้ามาในแซงชัวรี ยังไม่ทันได้พบรอสวาล ก็มีสองร่างปรากฏตัวขวางทางไว้
หนึ่งเป็นชายหนุ่มผมทองทรงแหลม ดูอายุราว 14-15 ปี สวมเสื้อกั๊กเผยให้เห็นแผงอกและกล้ามหน้าท้อง ดวงตาแหลมคมพร้อมเขี้ยวที่ชวนให้นึกถึงสัตว์ป่า
อีกคนเป็นเด็กสาวผมสีชมพูยาวถึงเอว มีหูแหลมถือคทาที่สูงเกือบเท่าร่างตนเอง ดูอายุราว 11-12 ปี
แค่เห็นทั้งสอง รัศมีที่แผ่ออกมาก็บ่งบอกชัดว่าไม่ใช่ผู้มาต้อนรับอย่างเป็นมิตร
โดยเฉพาะสึบารุและเอมิเลีย...หนึ่งคือผู้ที่มีกลิ่นของแม่มด อีกหนึ่งคือผู้มีรูปลักษณ์คล้ายแม่มดในตำนาน พวกเขาย่อมต้องเผชิญกับสายตาเคียดแค้นจากเด็กทั้งสองเป็นธรรมดา
“เด็กหนุ่มนั่นคือ การ์ฟีล ทินเซล ฉายา ‘เกราะพิทักษ์แห่งแซงชัวรี’ เป็นน้องต่างมารดาของเฟรเดริก้า และเป็นเดมีฮิวแมนที่แข็งแกร่งที่สุดในแซงชัวรี
หากพูดถึงความสามารถในการต่อสู้ตัวต่อตัว เขาเหนือกว่ายูลิอุส และอาจเทียบชั้นได้กับอสูรดาบ วิลเฮล์ม
ส่วนเด็กสาวคือ รยูซึ เมเยอร์ ถึงจะดูเหมือนเด็กอายุแค่ 11 หรือ 12 แต่จริงๆ แล้วเธอมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ครั้งที่ชั้นเคยมาแซงชัวรีครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน เป็นหนึ่งในผู้อยู่อาศัยที่เก่าแก่ที่สุดในที่แห่งนี้ ถึงกับทำให้รอสวาลต้องให้ความเคารพยำเกรง”
แรมที่รู้จักแซงชัวรีเป็นอย่างดีอธิบายให้วูดและคนอื่นๆ ฟัง
แรมในฐานะสาวใช้ประจำตัวของรอสวาล เคยเดินทางมาแซงชัวรีหลายครั้ง จึงรู้จักบุคคลสำคัญบางคน การ์ฟีลและรยูซึก็คือสองในนั้น
การ์ฟีลมี “พรแห่งจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพี” ซึ่งทำให้สามารถฟื้นฟูร่างกายด้วยการสัมผัสดินได้ และยังสามารถควบคุมภูมิประเทศบางส่วนได้อีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีสายเลือดสัตว์อสูรอยู่หนึ่งในสี่ สามารถแปลงร่างบางส่วนหรือทั้งร่างได้ หากแปลงร่างเต็มรูปแบบจะกลายเป็นเสือตัวมหึมา สูญเสียเหตุผลบางส่วนแต่ได้พลังอันมหาศาลมาทดแทน
ก่อนที่แรมจะฟื้นพลังโอนิ เธอไม่สามารถเอาชนะการ์ฟีลได้ และการทำให้เขาบาดเจ็บยังยากยิ่ง
ส่วนรยูซึนั้น แรมก็ไม่รู้รายละเอียดมากนัก แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะอ่อนด้อยไปกว่าการ์ฟีลเลย
แม้ไม่มีคำอธิบายจากแรม วูดก็สามารถประเมินพลังของพวกเขาได้จากสัมผัสเพียงแค่สายตา...การ์ฟีลคือยอดนักสู้ และรยูซึก็มีพลังเวทที่มากกว่าวิญญาณยิ่งใหญ่เช่นพัคเสียอีก
“แรม! ไม่คิดเลยว่าเธอจะตกต่ำถึงขั้นไปคลุกคลีกับพวกบูชาแม่มด หากคิดจะบุกแซงชัวรีละก็ ต้องผ่านพวกเราก่อน!”
แม้การ์ฟีลจะหลงรักแรม แต่เขาให้ความสำคัญกับแซงชัวรียิ่งกว่า แม้จะไม่อยากทำร้ายเธอ แต่ก็ไม่คิดจะปล่อยพวกเธอผ่านไปง่ายๆ
เอมิเลียและสึบารุพยายามจะอธิบาย แต่ถูกวูดยกมือห้ามไว้ก่อน
“พวกนั้นรู้จักรอสวาลดีอยู่แล้ว คนหนึ่งหน้าตาเหมือนแม่มด อีกคนมีกลิ่นแม่มด...คิดว่าพวกเขาจะเชื่อฟังง่ายๆ เหรอ?
เลิกเสียเวลาพูดเถอะ สู้ไปเลยดีกว่า ถึงสองคนนั้นจะดูแข็งแกร่ง แต่ตราบใดที่ไม่มีพลังพิลึกอย่างอัครสังฆราช ก็ไม่มีอะไรน่ากังวล”
คำพูดของวูดทำให้การ์ฟีลที่ปกติทะนงตนถึงกับขมวดคิ้ว เขากำลังจะสวนกลับ แต่ก็พบว่าวูดหายไปจากสายตาแล้ว
พอรู้ตัวอีกที ร่างของวูดก็ปรากฏตรงหน้าเขา!
การ์ฟีลถึงกับอึ้ง คำพูดที่กำลังจะพูดจุกคอในทันที
วูดกำหมัด ฟาดออกไปพร้อมเสียงอากาศแตกระเบิด...การ์ฟีลรีบยกแขนขึ้นไขว้ป้องกันใบหน้าอย่างไม่ลังเล
แม้จะตื่นตระหนก แต่การ์ฟีลยังรักษาสติไว้ได้ ทำให้วูดถึงกับเผยรอยยิ้มชมเชยเล็กน้อย
และในวินาทีถัดมา หมัดที่หุ้มด้วยฮาคิเกราะของวูดก็ปะทะเข้ากับแขนของการ์ฟีล!
ตึง!!!
แรงระเบิดมหาศาลจากการปะทะกระจายออกมา แผ่นดินเบื้องล่างแตกร้าวในพริบตา
การ์ฟีล...ผู้ที่มั่นใจว่าตัวเองแข็งแกร่งที่สุดในแซงชัวรี...ถึงกับต้องตระหนักว่า เขาประเมินศัตรูผิดมหันต์
แรงปะทะพุ่งผ่านข้อศอกเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เขาทนรับไม่ไหว ถูกแรงพัดถอยหลังไปไกลหลายกิโลเมตร พื้นดินกลายเป็นรอยร่องลึกยาวจากการลื่นไถล
รยูซึที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับตกตะลึงทันที
เธอรีบยกคทาขึ้น เริ่มร่ายเวท แต่ก็เห็นวูดหมุนตัวฟาดขาด้วยวงกลมกว้าง!
รยูซึรีบใช้เวทย์เคลื่อนย้ายระยะสั้น หลบขึ้นไปกลางอากาศด้วยใบหน้าซีดเผือด
เวทย์เคลื่อนย้ายของรยูซึแตกต่างจาก “จันทรคราส” ของกลัตโทนี่ มันคือเวทย์แห่งความมืด มีระยะสั้นมาก
การโจมตีของวูดพลาดเป้า แต่คลื่นแรงลมจากลูกเตะกลับเฉือนต้นไม้ยักษ์ที่อยู่เบื้องหลังออกเป็นสองส่วนอย่างเรียบสนิท
สึบารุที่เห็นต้นไม้ขนาดใหญ่พังทลายถึงกับต้องกลืนน้ำลาย เขาได้แต่คิดว่า...แม้รยูซึจะหน้าตาเหมือนเด็กหญิงน่ารัก แต่วูดกลับโจมตีด้วยแรงเต็มพิกัดโดยไม่ลังเล!
ลอยอยู่กลางอากาศ รยูซึหน้าเผือด...ถ้าเธอไม่หลบเมื่อครู่ คงถูกตีบาดเจ็บหนักแน่นอน
แต่แม้จะหวาดหวั่น เธอก็ยังไม่ลืมคำสั่งของรอสวาล...จึงรวบรวมมานาอีกครั้ง
สายลมของป่าทั้งหมดมารวมกันเบื้องหน้ารยูซึ กลายเป็นหอกสายลมขนาดยักษ์ ยาวนับร้อยเมตร
รยูซึฟาดคทาลง ส่งหอกลมพุ่งลงหาเบื้องล่างด้วยเสียงคำแรม
แต่วูดเบื้องล่างกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นแล้วกล่าวด้วยเสียงนิ่งสงบ
“เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งธาตุน้ำ: หอกน้ำวน!”
วงเวทสีฟ้าปรากฏเหนือมือซ้ายของวูด สายน้ำมหาศาลพรั่งพรูออกมาหมุนวนรุนแรง กลายเป็นหอกน้ำวนขนาดมหึมา...!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
จบตอน
♥♥ ถ้าเนื้อเรื่องไม่โอเค ขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก Re : zero ทางผู้แปลไม่เคยดูเลยจะทำการเปิดฟรีจนจบจักรวาล Re : Zero ครับ ขอบคุณครับ ♥♥
♥♥ หากท่านใดอ่านแล้วค้างสามารถติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของ charcoal gray silver gold ได้ที่ชัั้นหนังสือ ขอบคุณครับ ♥♥