- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตในโลกวันพีช
- : บาปอัครสังฆราชแห่ง “ความตะกละ” และ “ความโลภ”
: บาปอัครสังฆราชแห่ง “ความตะกละ” และ “ความโลภ”
: บาปอัครสังฆราชแห่ง “ความตะกละ” และ “ความโลภ”
: บาปอัครสังฆราชแห่ง “ความตะกละ” และ “ความโลภ”
บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล ร่างของนัตสึกิ สึบารุ นอนจมอยู่บนพื้น ถูกฉีกขาดออกเป็นสองท่อน สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มเลือนราง
ดังคาดไว้ไม่มีผิด สึบารุได้สิ้นชีพลงอีกครา ครานี้...เป็นฝีมือของบาปอัครสังฆราชแห่งความเฉื่อยชา
แต่เดิมนั้น เป้าหมายของ “มือที่มองไม่เห็น” ของความเฉื่อยชา ไม่ใช่สึบารุ ทว่าเป็นอนาสตาเซีย โฮชินต่างหาก ทว่าสึบารุกลับถลาตัวเข้าไปรับคมพลังนั้นแทน จนสิ้นชีพในสภาพน่าสยดสยอง
แท้จริงแล้ว สึบารุก็มิได้มีความผูกพันใดเป็นพิเศษกับอนาสตาเซีย แม้นางจะงดงามเพียงใด เขาก็มิได้โง่เขลาจนถึงกับยอมพลีชีพเพื่อเธอ
แต่สถานการณ์ในตอนนั้นมิอาจให้เขานิ่งเฉย...เขารู้ดีว่าอนาสตาเซียคือพี่สาวของวูด แม้จะเห็นวูดทำท่าทีไม่สนใจนางนัก ทว่าในใจลึกๆ สึบารุรู้ดีว่าหญิงผู้นั้นสำคัญยิ่งสำหรับวูด หาไม่แล้ว วูดคงไม่ร้อนรนรีบเร่งมาเพียงเพราะจดหมายจากมีมี่
ความสามารถของสึบารุคือ “ย้อนคืนด้วยความตาย” หากเขาตายลง เวลาในโลกนี้จะถูกย้อนกลับไปยังจุดเซฟล่าสุด ทว่าจุดเซฟนั้นสึบารุควบคุมมิได้ หากอนาสตาเซียตายก่อน แล้วสึบารุตามไปทีหลัง มีสิทธิ์ที่จุดเซฟจะตั้งอยู่ภายหลังความตายของเธอ ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าเขาจะย้อนกลับมากี่ครั้ง อนาสตาเซียก็จะไม่มีวันฟื้นคืนชีพ
เพราะเช่นนั้น...แม้ลังเลใจอยู่เพียงชั่วพริบตา สึบารุก็เลือกจะสละชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้อนาสตาเซียต้องจากไปตลอดกาล
ด้วยพลังของสึบารุ วูดก็ถูกนำกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เขากวาดสายตามองทิวทัศน์อันคุ้นเคย พลางถอนหายใจอย่างระอา
“นัตสึกิ สึบารุ...ถ้าแกเป็นลูกผู้ชายจริงๆ ก็อยู่ให้รอดนานกว่านี้หน่อยเถอะ!” วูดบ่นอุบ แต่ร่างกลับทะยานไปอย่างฉับไว เพื่อป้องกันไม่ให้การย้อนเวลาครั้งใหม่เกิดขึ้นอีก
ครั้งนี้ สึบารุแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม หลังจากตายครั้งแรก เขาเข้าใจแล้วถึงพลังอันน่าหวาดหวั่นของวาฬขาวและความเฉื่อยชา เขาจึงสั่งการเวนอมมูส ธอร์นและพรรคพวกอย่างชำนาญ ถ่วงเวลาไว้จนวูดมาถึง ทว่าท้ายที่สุด เขาก็ยังต้านทานไม่ไหว
ในไทม์ไลน์ใหม่นี้ วูดเดินทางถึงหมู่บ้านอาร์ลามในขณะที่แรมกำลังเผชิญหน้ากับบาปอัครสังฆราชถึงสองตน...“ตะกละ” และ “โลภ”
เบเทนไคทอส เลย์ แห่งตะกละ เป็นเด็กหนุ่มร่างเล็ก ผมยาวพันกันถึงเข่า ร่างกายเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและสวมเพียงชุดขาดรุ่งริ่ง มีมีดสั้นหนึ่งเล่มอยู่ในมือ
เรกูลัส คอร์เนียส แห่งโลภ กลับดูภูมิฐานกว่า เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวลวดลายทอง ดูคล้ายสงฆ์หรือพราหมณ์ ทว่าใบหน้าของเขากลับบิดเบี้ยวด้วยความบ้าคลั่งไม่ต่างจากความเฉื่อยชา
เมื่อวูดมาถึง ร่างของแรมปลิวกระเด็นจากพลังของความโลภ ขณะเดียวกัน ความตะกละก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเธอ พร้อมมีดสั้นหมายปักเข้าอก แต่ทว่า...
“ตึง!!”...วูดเตะร่างของความตะกละกระเด็นออกไปทันที
ใบหน้าของแรมเปี่ยมไปด้วยความยินดีเมื่อเห็นวูดมาถึง แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยสิ่งใด คลื่นเวียนศีรษะที่คุ้นเคยก็ถาโถมเข้าสู่วูดอีกครั้ง!
“ให้ตายสิ...อีกแค่สิบนาที...ไม่สิ แค่ห้านาทีก็ยังดี ชั้นน่าจะได้ข้อมูลอะไรจากแรมบ้าง...”
แม้จะโกรธเคืองเพียงใด วูดก็ไม่อาจต้านทานพลังแห่งกาลเวลาได้ และเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตนยืนอยู่กลางถนนสายเดิม
“นี่มันกลายเป็นวงจรไม่รู้จบไปแล้ว! ไม่ว่าจะเป็นสึบารุที่ต้องรับมือกับวาฬขาวและความเฉื่อยชา หรือแรมที่ต่อสู้กับตะกละกับโลภ ฝั่งไหนก็ไปไม่รอดสักที ถึงชั้นจะช่วยแรมได้ทัน ยังไงสึบารุก็ตาย แล้วเวลาก็จะย้อนกลับอีกอยู่ดี...”
แต่ละครั้งที่สึบารุ “ย้อนคืนด้วยความตาย” ทุกคนจะมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นเล็กน้อย เก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นทีละนิด ทว่าทุกอย่างก็จะสูญเปล่า หากวูดไปช่วยสึบารุไม่ทัน
ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขามีสามทางเลือกเพื่อหลุดพ้นจากวงจร:
หนึ่ง: วูดตรงไปยังจุดที่วาฬขาวปรากฏตัว จัดการมันพร้อมกับความเฉื่อยชาอย่างรวดเร็ว รักษาชีวิตของสึบารุ แล้วจึงเร่งไปยังอาร์ลาม
สอง: ยึดตามแผนเดิม แต่วูดต้องเร็วขึ้น หรือสึบารุต้องอึดขึ้น เพื่อให้วูดได้ข้อมูลจากแรมก่อนที่ความจำเธอจะหายไป แม้ไทม์ไลน์จะถูกรีเซ็ต แรมจะยังคงเสียความทรงจำ แต่ข้อมูลที่วูดได้รับจะยังอยู่กับเขา
สาม: ปล่อยให้สึบารุและพรรคพวกต้านวาฬขาวกับความเฉื่อยชาให้ได้โดยไม่ต้องใช้พลังย้อนเวลา หากทำได้ วูดก็จะมีเวลาเพียงพอในการรับมือกับตะกละและโลภ
วูดตัดตัวเลือกแรกทิ้ง เพราะในไทม์ไลน์ก่อนหน้า แม้เขาจะรีบมาที่หมู่บ้าน แต่แรมก็เกือบจะตายอยู่ดี การฆ่าวาฬขาวกับความเฉื่อยชาให้เร็วคงไม่ช่วยอะไรมากนัก
ตัวเลือกสามก็ดูดี ทว่าไม่อยู่ในการควบคุมของเขาเลย ขึ้นอยู่กับสึบารุและพวกพ้องทั้งหมด
สุดท้าย วูดจึงเลือกตัวเลือกที่สองอีกครั้ง
เขาร่นเส้นทางลงให้สั้นที่สุด ไม่เสียเวลากับสิ่งไม่จำเป็น และคราวนี้ เขาก็ไปถึงอาร์ลามได้เร็วกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
เมื่อเขามาถึง แรมได้ปลดปล่อยพลังเวทอย่างรุนแรง เขาเห็น “เขา” ของเธอส่องประกาย แผ่กระแสเวทสายลมออกมาอย่างรุนแรง!
เพียงแค่โบกแขน กระแสเวทจากเขาของเธอกลับกลายเป็นพายุโหมกระหน่ำ ก่อนจะเปลี่ยนสภาพเป็นคมมีดลมจำนวนมากพุ่งเข้าใส่สองบาปอัครสังฆราช
พลังเวทสายลมของแรมนั้นเทียบชั้นได้กับ “เวทลมระดับนักบุญ” ของวูด พื้นหินแข็งถูกกรีดลึกเป็นร่อง บ้านเรือนส่งเสียงครืนคราง หินก้อนเล็กๆ และต้นไม้ถูกพัดลอยขึ้นฟ้า
พลังของแรม ณ ตอนนี้ เกินกว่าอัศวินผู้เลิศเลออย่างจูเลียสเสียอีก หากให้แรมเผชิญหน้ากับวาฬขาวเพียงลำพัง วูดก็เชื่อว่านางมีโอกาสเอาชนะได้ไม่น้อย เพราะเพียงคลื่นเวทของนาง ก็กระชากหมอกของวาฬขาวหายไปสิ้นในพริบตา
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา กลับเกินความคาดหมายของวูด…
เมื่อพายุลมของแรมเข้าถึงความโลภ เขากลับยื่นมือออกมาเพียงเบาๆ ก็หยุดพลังทั้งหมดไว้ได้
คำว่า “หยุด” ยังไม่อาจอธิบายได้ชัดเจน เพราะมิใช่การปะทะของพลัง พายุซึ่งควรจะพัดผ่านทุกสิ่ง กลับกลายเป็นหยุดนิ่งกลางอากาศราวกับถูกตรึงไว้
จากนั้นเพียงแค่สะบัดมือ คมลมอันรุนแรงก็แตกกระจายราวกับเป็นเพียงเศษกระดาษ ไม่แม้แต่จะสะกิดชายแขนเสื้อของความโลภ
ในขณะเดียวกัน ความตะกละก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของแรมราวกับ “วาร์ป” มือที่ถือมีดเล่มเดิมปักลงมาด้วยเจตนาสังหาร
แน่นอนว่า วูดไม่อาจปล่อยให้สำเร็จได้ เขาทะยานด้วย “โซล” พร้อมฟาดดาบเข้าสกัด
“เคร้ง!!”...เสียงปะทะของโลหะดังก้องกลางหมู่บ้าน ความตะกละสามารถรับดาบไว้ได้ แม้จะถูกส่งลอยกระเด็นออกไปด้วยแรงของวูด
แม้จะมีรูปลักษณ์อัปลักษณ์ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แต่สัญชาตญาณและปฏิกิริยาของความตะกละนั้นเฉียบคมยิ่งนัก
สายตาของทั้งตะกละและโลภเบนมาทางวูด แววตาเต็มไปด้วยความสนใจ ส่วนแรมก็มองวูดด้วยความโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด
“เมื่อเทียบกับเรมแล้ว แรมหน้าอกแบนกว่าเห็นๆ แล้วแกยังจะเลือกแทงตรงนั้นอีกเหรอ? แบบนี้เธอไม่มีวันให้อภัยแกแน่...” วูดยิ้มเย้ยขณะถือดาบในมือ
แรมซึ่งเคยรู้สึกซาบซึ้งในความช่วยเหลือ ถึงกับหน้าบึ้งในทันที “จะพูดเล่นให้เหมือนบารุสุทำไมคะ ท่านวูด? คนพวกนี้เป็นถึงบาปอัครสังฆราชของลัทธิแม่มดนะ อันตรายสุดๆ เลยค่ะ”
แม้จะรู้ว่าพลังของวูดอยู่เหนือกว่าใคร แต่ศัตรูก็ยังเป็นบาปอัครสังฆราช ความประมาทเพียงนิดเดียว อาจหมายถึงความตาย
“เกิดอะไรขึ้นที่หมู่บ้านอาร์ลาม? เธอไม่ได้ตามสืบรอสวาลอยู่เหรอ? แล้วทำไมถึงได้มาสู้กับลัทธิแม่มดตรงนี้ แถมยังสองคนพร้อมกัน?” วูดถามอย่างเร่งรัด เวลามีจำกัด และสึบารุอาจตายอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ดิฉันสืบเรื่องลอร์ดรอสวาลค่ะ แล้วก็พบว่าการเคลื่อนไหวของลัทธิแม่มดช่วงนี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับที่คุณเอมิเลียเข้าร่วมการคัดเลือกราชินี...ที่สำคัญ ลอร์ดรอสวาลเองก็รู้เรื่องนี้ตลอดเวลา”
“พอขุดลึกลงไปเรื่อยๆ ดิฉันก็มาเจอกับพวกตะกละกับโลภตรงนี้ค่ะ พวกมันตั้งใจจะจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน ลอร์ดรอสวาลแค่แวะมาชั่วครู่ แล้วก็พาคนหนีไป ปล่อยให้ดิฉันถ่วงเวลาแทน”
แม้จะสงสัยในรอสวาล ทว่าแรมยังคงมีหนี้บุญคุณต่อเขาอยู่ และไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าเขาเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บของเรม
ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่อาจปล่อยให้ชาวบ้านตกไปอยู่ในมือของลัทธิแม่มด
ด้วยพลังปีศาจที่กลับคืนมา แรมจึงยินดีที่จะสู้กับทั้งสองคนเพื่อให้พวกชาวบ้านปลอดภัย
แต่นางก็มิได้คาดคิด ว่าศัตรูจะร้ายกาจถึงเพียงนี้...
วูดครุ่นคิด จากที่เขาได้ยินจากเฟรเดริก้าในไทม์ไลน์ก่อน เธอบอกว่ารอสวาลเข้ามาขับไล่สองคนนี้จนล่าถอย แต่ข้อมูลของแรมตอนนี้กลับขัดกันโดยสิ้นเชิง...
หรือว่า...การวนลูปเวลาของสึบารุได้เปลี่ยนไทม์ไลน์?
หรือว่า...เฟรเดริก้ากับรอสวาลโกหก?
“แล้วพลังของสองคนนี้ล่ะ? มีอะไรบ้าง? พวกมันใช้ความสามารถอะไร?” วูดรีบถามต่อ เขาต้องรู้ความสามารถของ “ความโลภ” และ “ความตะกละ” ก่อนจะหมดเวลา
แรมส่ายหน้า “ไม่ทราบค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันเจอกับพวกมัน ยังไม่รู้เลยว่าพวกมันใช้พลังแบบไหนบ้าง...”
โปรดติดตามตอนต่อไป
จบตอน
♥♥ ถ้าเนื้อเรื่องไม่โอเค ขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก Re : zero ทางผู้แปลไม่เคยดูเลยจะทำการเปิดฟรีจนจบจักรวาล Re : Zero ครับ ขอบคุณครับ ♥♥
♥♥ หากท่านใดอ่านแล้วค้างสามารถติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของ charcoal gray silver gold ได้ที่ชัั้นหนังสือ ขอบคุณครับ ♥♥