- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตในโลกวันพีช
- : ปฏิบัติการปราบอสูรหมอก - วาฬขาว
: ปฏิบัติการปราบอสูรหมอก - วาฬขาว
: ปฏิบัติการปราบอสูรหมอก - วาฬขาว
: ปฏิบัติการปราบอสูรหมอก - วาฬขาว
“ชั้นไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าหัวหน้าคิดอะไรอยู่ ถึงได้ให้พวกแรมมาคุ้มกันไอ้อ่อนแอนี่ แถมยังคาดหวังให้พวกเราฟังคำสั่งมันอีก?”
หลังจากเจรจากับเอลซ่าสำเร็จ สึบารุก็อยากเริ่มภารกิจคาราวานการค้าทันที และขอให้เอลซาจัดทีมคุ้มกันให้โดยเร็ว แต่เขาก็พบว่าการเจรจากับเอลซ่าเป็นเพียงแค่ด่านแรก...ปัญหาที่ยากยิ่งกว่ารอเขาอยู่เบื้องหน้า
เหล่าผู้คุ้มกันที่เอลซ่าจัดให้นั้น แม้จะมีประสบการณ์และฝีมือเหนือกว่าทหารรับจ้างทั่วไป ทว่าไม่เหมือนทหารรับจ้างที่แค่รับเงินแล้วทำตามคำสั่ง พวกมือสังหารจากโลกมืดเหล่านี้กลับเต็มไปด้วยจิตสังหารและความเย่อหยิ่ง
แม้สึบารุจะเป็นหัวหน้าคาราวานในนาม แต่แทบไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่งของเขาเลย หากไม่ใช่เพราะ “หัวหน้า” ที่ควบคุมคนพวกนี้ได้ สึบารุก็คงถูกฆ่าตั้งแต่ยังไม่ถึงปลายทาง
“เดี๋ยวสิ...มีอะไรแปลกๆ นะ เส้นทางนี้พวกเราเคยใช้เดินทางบ่อยๆ เพราะมันค่อนข้างเงียบ แทบไม่เจอผู้คนเลย แต่จากรอยหญ้าที่ถูกเหยียบย่ำกับรอยเท้าบนพื้น เหมือนมีคนจำนวนมากผ่านมาที่นี่เมื่อไม่นานนี้”
หัวหน้าทีมคุ้มกันของภารกิจนี้มีชื่อในวงการว่า “หนามพิษ” มือสังหารผู้เชี่ยวชาญการใช้พิษฆ่าเหยื่อ โดยปกติแล้วเขาไม่ควรมาทำงานชั้นต่ำอย่างการคุ้มกัน แต่เพราะนี่เป็นภารกิจแรกที่กลุ่มมือสังหารร่วมมือกับสึบารุ และเอลซ่าเป็นห่วงว่าไอ้หนุ่มอ่อนแอคนนี้จะควบคุมพวกคลั่งฆ่าไม่ได้ จึงขอให้หนามพิษมาคุมงานนี้โดยเฉพาะ
ในฐานะอดีตผู้นำของกลุ่มมือสังหาร หนามพิษเคยเห็นพลังของวู้ดมากับตา...เขาเคยเห็นวู้ดสังหาร “มารดา” ได้ในพริบตา และล้ม “สการ์” มือรองของกลุ่มได้อย่างง่ายดาย วู้ดคือทั้งเทพแห่งความแข็งแกร่งและความโหดเหี้ยมในสายตาของพวกเขา
การล้มเหลวในภารกิจที่ “หัวหน้า” มอบหมายให้…เขาไม่อยากนึกถึงผลลัพธ์เลย
ด้วยความระแวดระวังสูงสุด หนามพิษคอยสอดส่องทางระหว่างทางเสมอ เมื่อถึงทางแคบแห่งหนึ่ง เขาก็สังเกตได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เส้นทางในถิ่นทุรกันดารเช่นนี้ แทบไม่มีใครเหยียบย่ำ แต่ตอนนี้กลับมีรอยเท้า รอยลากของสัตว์เทียมเกวียน และแม้แต่รอยของรองเท้าบู๊ตแบบอัศวิน
“มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แนะนำให้เปลี่ยนเส้นทาง” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่ตามแผนที่ ถ้าเราเปลี่ยนเส้นทางจะเสียเวลาอีกสามวัน แล้วของสดที่บรรทุกมาจะเสื่อมสภาพหมด ราคาก็ตกตาม” สึบารุเถียงกลับ แม้จะกลัวอยู่บ้าง แต่เขาอยากรักษาภารกิจแรกให้ดีที่สุด
หนามพิษขมวดคิ้วก่อนคว้าคอเสื้อสึบารุขึ้นมา “อะไรสำคัญกว่ากัน ระหว่างผลกำไรกับชีวิต? ถ้าเปลี่ยนเส้นทาง อย่างมากแค่ขาดทุน แต่ถ้าดื้อดึงแล้วเกิดปัญหา เราจะเสียทุกอย่าง! แกดูให้ดี...รอยเท้านี่เป็นของอัศวิน ไม่ใช่ชาวบ้าน!”
เมื่อสึบารุพูดถึงการผิดหวังของวู้ด หนามพิษก็ลังเลชั่วครู่ สุดท้ายจึงเสนอทางออก “แบ่งคาราวานออกเป็นสองกลุ่ม นายพาคนไม่เปิดเผยตัวลำเลียงของสดไปก่อน ส่วนพวกที่มีค่าหัวจะพาทางอ้อม เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกองทหาร”
หากเจอกับกองอัศวินข้างหน้า พวกนักฆ่าที่เป็นอาชญากรย่อมเกิดการปะทะแน่นอน การแบ่งกลุ่มจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด สึบารุเห็นด้วยกับข้อเสนอนั้น เพราะหากล้มเหลวก็แค่ย้อนเวลาใหม่
ทว่า ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะแยกย้ายกันเดินทาง...ม่านหมอกหนาทึบก็ปกคลุมราวกับกลืนกินทุกสิ่งในพริบตา…
สองวันก่อนหน้านั้น...
อนาสตาเซียรวบรวมเสบียงสำเร็จ และวิลเฮล์มกับสามพี่น้องมิมิก็พร้อมออกเดินทางทันที
ยูเลียสก็เจรจากับฝ่ายของครูชจนได้ผล และนำพาพันธมิตรเข้าร่วมปฏิบัติการล่าวาฬขาว
ตระกูลคาร์สเทนซึ่งเป็นขุนนางระดับดยุค มีกองทัพประจำการของตนเอง และมีเป้าหมายล้างแค้นวาฬขาวให้วิลเฮล์มเช่นกัน จึงยอมร่วมมือ แม้จะรู้ว่าอนาสตาเซียอาจใช้พวกเธอเป็นหมากในกระดาน
เมื่อครูชนำกองทัพ พร้อมวิลเฮล์ม, เฟนิกซ์ และนักรบกว่า 100 นาย บุกเข้าสู่ทุ่งรกร้างเพื่อเผชิญหน้ากับวาฬขาว พวกเขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การล่าธรรมดา
ด้วยการเตรียมตัวล่วงหน้า ครูชสั่งยิงพลุเวทพลังสูงขึ้นฟ้า แสงจากพลุเหล่านั้นแทรกทะลุม่านหมอกหนาและรบกวนพลังเวทในอากาศ
ในที่สุด...เมื่อม่านหมอกถูกเจาะออก พวกเขาก็ได้เห็นตำนานตรงหน้า...อสูรหมอก วาฬขาว
มันคือปลาวาฬสีขาวยักษ์ ลอยเหนือพื้นฟ้า ดวงตาสีแดงฉาน แสงสีชมพูหมุนรอบหัว เขี้ยวแหลมคม ความยาวกว่า 50 เมตร และร่างกายปกคลุมด้วยขนหนาทึบและรูระบายเวท
ภาพนั้นช่างน่าสะพรึง แต่ครูชกลับสั่งการทันที แสดงความเป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยว
แม้มองเห็นเป้าหมาย แต่การต่อสู้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด วาฬขาวลอยอยู่สูงเกินเวทมนตร์ทั่วไปจะเข้าถึง ยิ่งไปกว่านั้น มันยังใช้ “เวทหมอกหายสาบสูญ” ได้...หมอกที่สามารถลบสิ่งใดๆ ให้หายไปจากโลก และลบความทรงจำของทุกคนที่เคยรู้จักสิ่งนั้น
แม้ใช้พลังมากจึงจะปล่อยหมอกนี้ได้ แต่มันก็ทรงอานุภาพอย่างแท้จริง...ทหารของครูชบางส่วนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครจำได้แม้แต่ชื่อ
นอกจากหมอกแล้ว มันยังมีพลัง “สร้างร่างโคลน”...แยกร่างออกมาได้อีกสองร่าง ที่แม้จะอ่อนกว่าต้นฉบับ แต่ก็สู้ได้อย่างอิสระ
การที่วาฬขาวปรากฏพร้อมโคลนทั้งสองร่าง ทำให้กำลังรบอันน้อยนิดของฝ่ายมนุษย์ต้องกระจายออกไป โอกาสสังหารมันจริงๆ จึงเลือนลาง
ถึงแม้ยูเลียส วิลเฮล์ม และเรนฮาร์ดจะสามารถต่อสู้กับมันได้ แต่กับศัตรูถึงสามร่าง...การล่าวาฬขาวนี้จึงกลายเป็นศึกนองเลือดที่ไม่อาจจบได้ในพริบตา…
โปรดติดตามตอนต่อไป
จบตอน
♥♥ ถ้าเนื้อเรื่องไม่โอเค ขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก Re : zero ทางผู้แปลไม่เคยดูเลยจะทำการเปิดฟรีจนจบจักรวาล Re : Zero ครับ ขอบคุณครับ ♥♥
♥♥ หากท่านใดอ่านแล้วค้างสามารถติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของ charcoal gray silver gold ได้ที่ชัั้นหนังสือ ขอบคุณครับ ♥♥