- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตในโลกวันพีช
- : พี่สาวผู้ไม่ธรรมดา
: พี่สาวผู้ไม่ธรรมดา
: พี่สาวผู้ไม่ธรรมดา
: พี่สาวผู้ไม่ธรรมดา
สึบารุในทีแรกนึกว่า หลังจากที่วู้ดชี้จุดอ่อนในกลยุทธ์ของเขาแล้ว เจ้าหมอนั่นจะต้องฉวยโอกาสเย้ยหยันและลดความน่าเชื่อถือของเขาต่อหน้าทุกคนแน่ๆ
ทว่าเหนือความคาดหมาย...แม้จะกล่าวอย่างตรงไปตรงมาและเฉียบคม แต่วู้ดกลับมิได้แสดงท่าทีเยาะเย้ยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับเห็นด้วยกับแผนการของสึบารุ และยังเสนอแนวทางแก้ไขในสิ่งที่สึบารุขาดอีกด้วย
“ด้วยสภาพของฝ่ายพวกเราตอนนี้ หากหวังจะคว้าชัย จำเป็นต้องมีเงินทุนสนับสนุนอย่างยิ่งยวด ดังนั้นชั้นเห็นด้วยกับการค้าขายและทำการค้า”
“ส่วนเรื่องการลำเลียง...ทั้งการรวบรวมข่าวสารราคาสินค้าตามเมืองต่างๆ และการคุ้มกันระหว่างทาง ชั้นมีหนทางในการหาผู้คนที่ช่วยเรื่องนี้ได้”
“แน่นอนว่าคนเหล่านี้คงไม่ยอมทำงานฟรีๆ ในเมื่อฝ่ายพวกเรายังไม่มีเงินจ้างเต็มจำนวน ชั้นขอเสนอให้แบ่งผลกำไรราวครึ่งหนึ่งให้พวกเขาเป็นค่าตอบแทน”
ผู้คนที่วู้ดกล่าวถึงก็คือ สมาชิกแห่งองค์กรนักฆ่าใต้ดินซึ่งตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเรียบร้อยแล้ว
เดิมทีองค์กรลับแห่งนี้เน้นเฉพาะภารกิจลอบสังหาร ทว่าภายใต้อิทธิพลของวู้ด พวกเขาได้เริ่มปรับเปลี่ยนบทบาท...ขยายขอบเขตไปสู่การล่าค่าหัว การรวบรวมข่าวสาร และงานคุ้มกัน
แม้จะไม่สามารถเลิกกิจการลอบสังหารโดยสิ้นเชิงในทันที เพราะจะทำให้องค์กรไม่สามารถรักษาโครงสร้างไว้ได้
แต่ด้วยสถานะของวู้ดในฐานะอัศวินราชองครักษ์ เขาก็กำลังดำเนินการใช้เส้นสายของชนชั้นสูง เพื่อยกระดับองค์กรนี้ให้กลายเป็นหน่วยงานระดับสูง
พูดอีกแบบหนึ่ง...องค์กรนักฆ่าของวู้ดจะรับเฉพาะภารกิจระดับสูงในอนาคต เช่น การลอบสังหารขุนนางหรือเศรษฐี
แน่นอนว่าภารกิจระดับนี้ย่อมหมายถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้น และไม่ใช่สมาชิกทุกคนจะรับมือได้
จึงเกิดปัญหา...สมาชิกระดับล่างจำนวนมากไม่มีงานให้ทำอีกต่อไป
แทนที่จะปล่อยทิ้งให้ไร้ประโยชน์ วู้ดกลับหันมาปรับใช้คนกลุ่มนี้เป็น “สายสืบข่าว” เพราะแต่เดิมพวกเขาก็มีเครือข่ายใต้ดินที่แผ่ขยายอยู่แล้ว ทำให้การรวบรวมข่าวสารเรื่องราคาสินค้าและเส้นทางระหว่างเมืองเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเขา
ยิ่งกว่านั้น แม้สมาชิกระดับล่างจะไม่ได้แข็งแกร่งในระดับนักฆ่าชั้นยอด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคนธรรมดาหรือยามทั่วไป พวกเขายังถือว่าเชี่ยวชาญเรื่องการต่อสู้มากกว่าอยู่ดี จึงเหมาะจะเป็นหน่วยคุ้มกันขบวนสินค้าเป็นอย่างยิ่ง
“ไม่ต้องเสียเงินล่วงหน้า แค่สัญญาว่าจะแบ่งกำไรในอนาคตให้ พวกนั้นก็ยอมร่วมมือแล้ว?”
สึบารุถึงกับตาโตด้วยความตกตะลึง ไม่ใช่เพราะว่าแบ่งกำไรกึ่งหนึ่งนั้นดูมากเกินไป แต่เพราะเขาไม่เข้าใจว่า...วู้ดจะหาผู้ร่วมทุนใจดีขนาดนี้มาจากไหน?
ท้ายที่สุดแล้ว แผนการค้าขายที่เขาคิดไว้นั้นยังเป็นแค่แนวคิดเบื้องต้น คนภายนอกไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขาจะสำเร็จหรือไม่ แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงยอมเสี่ยงเดิมพันกับพวกเขา?
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น” วู้ดกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ชั้นจะนำทีมที่เชื่อถือได้เข้ามา ส่วนเรื่องจะเพิ่มผลกำไรสูงสุดยังไง เจรจากับพ่อค้าอย่างไร นั่นคือหน้าที่ของนายแล้วล่ะ”
แม้สึบารุจะไม่รู้เลยว่าผู้คนของวู้ดน่าไว้ใจแค่ไหน แต่เขาก็รับปากด้วยความมุ่งมั่น เพราะว่า...เอมิเลียกำลังจ้องมองอยู่ ชายชาติทหารอย่างเขาจะพูดว่า “ทำไม่ได้” ได้ยังไง!
และอีกเหตุผลสำคัญ...สึบารุไม่กลัวความตาย หากพลาดหรือโชคร้ายตายลง เขายังมี “ย้อนเวลากลับหลังความตาย” เป็นเครื่องยืนยันอีกด้วย
ในขณะที่ฝ่ายของเอมิเลียกำลังวางแผนรับมือกับการคัดเลือกราชินี อีกด้านหนึ่ง แกนกลางของฝ่ายอนาสตาเซียก็กำลังประชุมกันในห้องพักสุดหรูของโรงแรมในเมืองหลวง
หากสังเกตให้ดี จะพบว่า...นอกจากอนาสตาเซียและอัศวินของเธอ จูเลียส สมาชิกแกนกลางคนอื่นล้วนเป็น “กึ่งอมนุษย์” ทั้งสิ้น
พวกกึ่งอมนุษย์ หรือ “เดมีฮิวแมน” หมายถึงเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงมนุษย์ โดยกลุ่มของอนาสตาเซียส่วนใหญ่คือ “มนุษย์สัตว์”
ในหมู่พวกเขามีหนึ่งคนที่โดดเด่น...ชายร่างยักษ์สูงกว่า 2 เมตร ผิวปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าคล้ายหมาป่า เขามีนามว่า “ริคาร์โด เวลคิน” หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างส่วนตัวของอนาสตาเซีย “เขี้ยวเหล็ก”
แม้ไม่มีพรวิเศษหรือเวทมนตร์ แต่ด้วยร่างกายอันมหึมาและสัญชาตญาณการต่อสู้ของสัตว์ป่า ริคาร์โดก็แข็งแกร่งจนเคยประมือกับจูเลียส และจบลงด้วยผลเสมอ
แม้จะเป็นเพราะจูเลียส “ออมมือ” ไว้ แต่เขาเองก็ยอมรับว่าริคาร์โดนั้นเป็นหนึ่งในนักสู้ระดับสูงของราชองครักษ์
ริคาร์โดรู้จักทั้งอนาสตาเซียและวู้ดตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็กที่คารารากิ ด้วยเหตุที่เขาเลี้ยงดูทั้งสองราวกับลูกในไส้...เขาจึงเป็น “พ่อ” ของครอบครัวนี้โดยไม่ต้องมีสายเลือดเกี่ยวข้อง
อีกสามคนเป็นแฝดสามมนุษย์แมวรูปร่างเล็ก สูงเพียงเอวของอนาสตาเซียเท่านั้น พวกเขาคือ...มิมิ, เฮทาโร และทีวี เพิร์ลบาทัน
มิมิเป็นพี่สาวคนโต ร่าเริงและซุกซน เฮทาโรน้องชายคนรองสุขุมและมีเหตุผล ส่วนทีวี น้องชายคนเล็ก ฉลาดแต่ดื้อดึง และมักวางตัวเป็นผู้ใหญ่
แฝดสามถูกพ่อแม่ทิ้งไว้กลางป่า และได้วู้ดช่วยพากลับมาเลี้ยงดูในห้างฮอชิน พวกเขาจึงมองฮอชินเทรดดิ้งเป็นครอบครัวแท้ๆ...ริคาร์โดคือพ่อ อนาสตาเซียและวู้ดคือพี่สาวพี่ชาย
พวกเขาครอบครองพรพิเศษที่หายาก “พรวิเศษตรีเอกภาพ” ซึ่งทำให้สามารถแชร์ความเจ็บปวด บาดแผล และอารมณ์ร่วมกันได้
มิมิแข็งแกร่งที่สุด แต่พอได้รับบาดเจ็บ พี่น้องก็จะช่วยแบ่งความเจ็บปวดไป ทำให้มิมิแทบไม่รู้จักคำว่า “เจ็บ” เลย
ทั้งสามดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วย “เขี้ยวเหล็ก” ด้วยการใช้ท่าไม้ตายประสาน “คลื่นสะท้อนเสียง” ที่อาจแข็งแกร่งเหนือกว่าริคาร์โดด้วยซ้ำ
ในด้านเวทมนตร์...มิมิใช้เวทสายฟ้า เฮทาโรถนัดเวทน้ำ ส่วนทีวีใช้เวทไฟ
เมื่อเริ่มประชุมวางแผนรับมือการคัดเลือกราชินี ความขัดแย้งก็ผุดขึ้นทันที...จูเลียสเสนอให้พันธมิตรกับฝ่ายที่อ่อนแอกว่าเพื่อโค่นครัช
ฝ่ายเอมิเลียคือเป้าหมายในอุดมคติ เพราะไม่มีเส้นสาย อิทธิพล หรือความมั่งคั่ง หากอนาสตาเซียยื่นมือให้ พวกเขาย่อมยินดีรับแน่นอน
ยิ่งกว่านั้น อัศวินของเอมิเลีย...วู้ด ก็คือน้องชายของอนาสตาเซีย ซึ่งยิ่งง่ายต่อการประสานงาน
แต่ปัญหาคือ...อนาสตาเซียปฏิเสธคำแนะนำของจูเลียสโดยสิ้นเชิง
เหตุผลของเธอนั้นเรียบง่าย... เพราะเธอเชื่อว่า “วู้ดถูกเอมิเลียสะกดไว้”
ถึงจะเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด แต่วู้ดกลับไปยืนเคียงข้างสาวน้อยลูกครึ่งเอลฟ์ที่หน้าตาเหมือนแม่มดแห่งความริษยา แถมยังยอมเป็นอัศวินให้อีกด้วย
ริคาร์โดพยายามชี้แจงว่า ถึงหน้าตาเอมิเลียจะคล้ายแซทเทลล่า แต่ด้วยพลังของวู้ด ไม่มีทางถูกสะกดหรือควบคุมจิตใจได้ง่ายๆ
กระนั้น อนาสตาเซียไม่เปลี่ยนใจ
แม้จูเลียสจะโต้แย้งด้วยตรรกะว่า “ฝ่ายเอมิเลียอ่อนแออยู่แล้ว ปล่อยไว้ก็แพ้เอง” และการทำศึกกับฝ่ายวู้ดมีแต่เสียเปรียบ
แต่อนาสตาเซียกลับแย้มรอยยิ้มเย็นชา พร้อมกล่าวว่า...
“ไม่จำเป็นต้องปะทะตรงๆ หรอก แค่ใช้ ‘กระแสสังคม’ ก็พอ...”
แม้เธอจะมีใบหน้าไร้เดียงสาเหมือนเด็ก ทว่าในบรรดาผู้สมัครทั้งห้า อนาสตาเซียคือผู้ที่เจนจัดในสงครามการค้าและการเมืองที่สุด
เพราะเธอ...คือลูกสาวจากสลัมที่ถีบตัวขึ้นมาเป็นประธานสมาคมการค้าที่ใหญ่ที่สุดในคารารากิ
แทนที่จะเสียกำลังพล อนาสตาเซียคิดจะใช้หน่วย “เขี้ยวเหล็ก” ปล่อยข่าวลือโจมตีเอมิเลียโดยตรง
แค่ความจริงที่ว่า...เอมิเลียคือครึ่งเอลฟ์ที่หน้าตาเหมือนแซทเทลล่า
นั่นก็เพียงพอจะทำให้ชาวเมืองหวาดกลัวและต่อต้านเธอได้โดยไม่ต้องยิงธนูแม้แต่ดอกเดียว
จูเลียสในฐานะ “อัศวินผู้สูงศักดิ์” ย่อมรับไม่ได้กับวิธีสกปรกเช่นนั้น
แต่อนาสตาเซียกลับเยาะเย้ยว่า “การค้าก็คือสงคราม” และ “การโจมตีคู่แข่งด้วยข่าวลือ ก็เป็นเพียงหนึ่งในกลยุทธ์”
ในขณะนั้นเอง พนักงานของห้างฮอชินก็รีบวิ่งเข้ามารายงานเรื่องเร่งด่วน
“ท่านประธาน! เกิดเรื่องกับขบวนคาราวานของเราที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงแล้วครับ!”
“ไม่เพียงแต่สินค้าทั้งหมดจะหายสาบสูญ แต่ยังติดต่อกับทหารรับจ้างหน่วย ‘เขี้ยวเหล็ก’ ที่คุ้มกันไปไม่ได้เลยเกือบทั้งทีม!”
“ตามคำให้การของผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว...ขณะที่เดินทางอยู่ ท่ามกลางหมอกหนาทึบที่จู่ๆ ก็ปรากฏ ทุกคน...ไม่ว่าจะเป็นมังกรบกหรือมนุษย์สัตว์ ต่างหลงทิศหลงทาง!”
“ดูเหมือนว่า... พวกเขาได้เผชิญหน้ากับแม่มดสัตว์อสูร...‘วาฬขาว’!!”
โปรดติดตามตอนต่อไป
จบตอน
♥♥ ถ้าเนื้อเรื่องไม่โอเค ขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก Re : zero ทางผู้แปลไม่เคยดูเลยจะทำการเปิดฟรีจนจบจักรวาล Re : Zero ครับ ขอบคุณครับ ♥♥
♥♥ หากท่านใดอ่านแล้วค้างสามารถติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของ charcoal gray silver gold ได้ที่ชัั้นหนังสือ ขอบคุณครับ ♥♥