เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

: พี่สาวผู้ไม่ธรรมดา

: พี่สาวผู้ไม่ธรรมดา

: พี่สาวผู้ไม่ธรรมดา


: พี่สาวผู้ไม่ธรรมดา

สึบารุในทีแรกนึกว่า หลังจากที่วู้ดชี้จุดอ่อนในกลยุทธ์ของเขาแล้ว เจ้าหมอนั่นจะต้องฉวยโอกาสเย้ยหยันและลดความน่าเชื่อถือของเขาต่อหน้าทุกคนแน่ๆ

ทว่าเหนือความคาดหมาย...แม้จะกล่าวอย่างตรงไปตรงมาและเฉียบคม แต่วู้ดกลับมิได้แสดงท่าทีเยาะเย้ยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับเห็นด้วยกับแผนการของสึบารุ และยังเสนอแนวทางแก้ไขในสิ่งที่สึบารุขาดอีกด้วย

“ด้วยสภาพของฝ่ายพวกเราตอนนี้ หากหวังจะคว้าชัย จำเป็นต้องมีเงินทุนสนับสนุนอย่างยิ่งยวด ดังนั้นชั้นเห็นด้วยกับการค้าขายและทำการค้า”

“ส่วนเรื่องการลำเลียง...ทั้งการรวบรวมข่าวสารราคาสินค้าตามเมืองต่างๆ และการคุ้มกันระหว่างทาง ชั้นมีหนทางในการหาผู้คนที่ช่วยเรื่องนี้ได้”

“แน่นอนว่าคนเหล่านี้คงไม่ยอมทำงานฟรีๆ ในเมื่อฝ่ายพวกเรายังไม่มีเงินจ้างเต็มจำนวน ชั้นขอเสนอให้แบ่งผลกำไรราวครึ่งหนึ่งให้พวกเขาเป็นค่าตอบแทน”

ผู้คนที่วู้ดกล่าวถึงก็คือ สมาชิกแห่งองค์กรนักฆ่าใต้ดินซึ่งตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเรียบร้อยแล้ว

เดิมทีองค์กรลับแห่งนี้เน้นเฉพาะภารกิจลอบสังหาร ทว่าภายใต้อิทธิพลของวู้ด พวกเขาได้เริ่มปรับเปลี่ยนบทบาท...ขยายขอบเขตไปสู่การล่าค่าหัว การรวบรวมข่าวสาร และงานคุ้มกัน

แม้จะไม่สามารถเลิกกิจการลอบสังหารโดยสิ้นเชิงในทันที เพราะจะทำให้องค์กรไม่สามารถรักษาโครงสร้างไว้ได้

แต่ด้วยสถานะของวู้ดในฐานะอัศวินราชองครักษ์ เขาก็กำลังดำเนินการใช้เส้นสายของชนชั้นสูง เพื่อยกระดับองค์กรนี้ให้กลายเป็นหน่วยงานระดับสูง

พูดอีกแบบหนึ่ง...องค์กรนักฆ่าของวู้ดจะรับเฉพาะภารกิจระดับสูงในอนาคต เช่น การลอบสังหารขุนนางหรือเศรษฐี

แน่นอนว่าภารกิจระดับนี้ย่อมหมายถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้น และไม่ใช่สมาชิกทุกคนจะรับมือได้

จึงเกิดปัญหา...สมาชิกระดับล่างจำนวนมากไม่มีงานให้ทำอีกต่อไป

แทนที่จะปล่อยทิ้งให้ไร้ประโยชน์ วู้ดกลับหันมาปรับใช้คนกลุ่มนี้เป็น “สายสืบข่าว” เพราะแต่เดิมพวกเขาก็มีเครือข่ายใต้ดินที่แผ่ขยายอยู่แล้ว ทำให้การรวบรวมข่าวสารเรื่องราคาสินค้าและเส้นทางระหว่างเมืองเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเขา

ยิ่งกว่านั้น แม้สมาชิกระดับล่างจะไม่ได้แข็งแกร่งในระดับนักฆ่าชั้นยอด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคนธรรมดาหรือยามทั่วไป พวกเขายังถือว่าเชี่ยวชาญเรื่องการต่อสู้มากกว่าอยู่ดี จึงเหมาะจะเป็นหน่วยคุ้มกันขบวนสินค้าเป็นอย่างยิ่ง

“ไม่ต้องเสียเงินล่วงหน้า แค่สัญญาว่าจะแบ่งกำไรในอนาคตให้ พวกนั้นก็ยอมร่วมมือแล้ว?”

สึบารุถึงกับตาโตด้วยความตกตะลึง ไม่ใช่เพราะว่าแบ่งกำไรกึ่งหนึ่งนั้นดูมากเกินไป แต่เพราะเขาไม่เข้าใจว่า...วู้ดจะหาผู้ร่วมทุนใจดีขนาดนี้มาจากไหน?

ท้ายที่สุดแล้ว แผนการค้าขายที่เขาคิดไว้นั้นยังเป็นแค่แนวคิดเบื้องต้น คนภายนอกไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขาจะสำเร็จหรือไม่ แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงยอมเสี่ยงเดิมพันกับพวกเขา?

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น” วู้ดกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ชั้นจะนำทีมที่เชื่อถือได้เข้ามา ส่วนเรื่องจะเพิ่มผลกำไรสูงสุดยังไง เจรจากับพ่อค้าอย่างไร นั่นคือหน้าที่ของนายแล้วล่ะ”

แม้สึบารุจะไม่รู้เลยว่าผู้คนของวู้ดน่าไว้ใจแค่ไหน แต่เขาก็รับปากด้วยความมุ่งมั่น เพราะว่า...เอมิเลียกำลังจ้องมองอยู่ ชายชาติทหารอย่างเขาจะพูดว่า “ทำไม่ได้” ได้ยังไง!

และอีกเหตุผลสำคัญ...สึบารุไม่กลัวความตาย หากพลาดหรือโชคร้ายตายลง เขายังมี “ย้อนเวลากลับหลังความตาย” เป็นเครื่องยืนยันอีกด้วย

ในขณะที่ฝ่ายของเอมิเลียกำลังวางแผนรับมือกับการคัดเลือกราชินี อีกด้านหนึ่ง แกนกลางของฝ่ายอนาสตาเซียก็กำลังประชุมกันในห้องพักสุดหรูของโรงแรมในเมืองหลวง

หากสังเกตให้ดี จะพบว่า...นอกจากอนาสตาเซียและอัศวินของเธอ จูเลียส สมาชิกแกนกลางคนอื่นล้วนเป็น “กึ่งอมนุษย์” ทั้งสิ้น

พวกกึ่งอมนุษย์ หรือ “เดมีฮิวแมน” หมายถึงเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงมนุษย์ โดยกลุ่มของอนาสตาเซียส่วนใหญ่คือ “มนุษย์สัตว์”

ในหมู่พวกเขามีหนึ่งคนที่โดดเด่น...ชายร่างยักษ์สูงกว่า 2 เมตร ผิวปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าคล้ายหมาป่า เขามีนามว่า “ริคาร์โด เวลคิน” หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างส่วนตัวของอนาสตาเซีย “เขี้ยวเหล็ก”

แม้ไม่มีพรวิเศษหรือเวทมนตร์ แต่ด้วยร่างกายอันมหึมาและสัญชาตญาณการต่อสู้ของสัตว์ป่า ริคาร์โดก็แข็งแกร่งจนเคยประมือกับจูเลียส และจบลงด้วยผลเสมอ

แม้จะเป็นเพราะจูเลียส “ออมมือ” ไว้ แต่เขาเองก็ยอมรับว่าริคาร์โดนั้นเป็นหนึ่งในนักสู้ระดับสูงของราชองครักษ์

ริคาร์โดรู้จักทั้งอนาสตาเซียและวู้ดตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็กที่คารารากิ ด้วยเหตุที่เขาเลี้ยงดูทั้งสองราวกับลูกในไส้...เขาจึงเป็น “พ่อ” ของครอบครัวนี้โดยไม่ต้องมีสายเลือดเกี่ยวข้อง

อีกสามคนเป็นแฝดสามมนุษย์แมวรูปร่างเล็ก สูงเพียงเอวของอนาสตาเซียเท่านั้น พวกเขาคือ...มิมิ, เฮทาโร และทีวี เพิร์ลบาทัน

มิมิเป็นพี่สาวคนโต ร่าเริงและซุกซน เฮทาโรน้องชายคนรองสุขุมและมีเหตุผล ส่วนทีวี น้องชายคนเล็ก ฉลาดแต่ดื้อดึง และมักวางตัวเป็นผู้ใหญ่

แฝดสามถูกพ่อแม่ทิ้งไว้กลางป่า และได้วู้ดช่วยพากลับมาเลี้ยงดูในห้างฮอชิน พวกเขาจึงมองฮอชินเทรดดิ้งเป็นครอบครัวแท้ๆ...ริคาร์โดคือพ่อ อนาสตาเซียและวู้ดคือพี่สาวพี่ชาย

พวกเขาครอบครองพรพิเศษที่หายาก “พรวิเศษตรีเอกภาพ” ซึ่งทำให้สามารถแชร์ความเจ็บปวด บาดแผล และอารมณ์ร่วมกันได้

มิมิแข็งแกร่งที่สุด แต่พอได้รับบาดเจ็บ พี่น้องก็จะช่วยแบ่งความเจ็บปวดไป ทำให้มิมิแทบไม่รู้จักคำว่า “เจ็บ” เลย

ทั้งสามดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วย “เขี้ยวเหล็ก” ด้วยการใช้ท่าไม้ตายประสาน “คลื่นสะท้อนเสียง” ที่อาจแข็งแกร่งเหนือกว่าริคาร์โดด้วยซ้ำ

ในด้านเวทมนตร์...มิมิใช้เวทสายฟ้า เฮทาโรถนัดเวทน้ำ ส่วนทีวีใช้เวทไฟ

เมื่อเริ่มประชุมวางแผนรับมือการคัดเลือกราชินี ความขัดแย้งก็ผุดขึ้นทันที...จูเลียสเสนอให้พันธมิตรกับฝ่ายที่อ่อนแอกว่าเพื่อโค่นครัช

ฝ่ายเอมิเลียคือเป้าหมายในอุดมคติ เพราะไม่มีเส้นสาย อิทธิพล หรือความมั่งคั่ง หากอนาสตาเซียยื่นมือให้ พวกเขาย่อมยินดีรับแน่นอน

ยิ่งกว่านั้น อัศวินของเอมิเลีย...วู้ด ก็คือน้องชายของอนาสตาเซีย ซึ่งยิ่งง่ายต่อการประสานงาน

แต่ปัญหาคือ...อนาสตาเซียปฏิเสธคำแนะนำของจูเลียสโดยสิ้นเชิง

เหตุผลของเธอนั้นเรียบง่าย... เพราะเธอเชื่อว่า “วู้ดถูกเอมิเลียสะกดไว้”

ถึงจะเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด แต่วู้ดกลับไปยืนเคียงข้างสาวน้อยลูกครึ่งเอลฟ์ที่หน้าตาเหมือนแม่มดแห่งความริษยา แถมยังยอมเป็นอัศวินให้อีกด้วย

ริคาร์โดพยายามชี้แจงว่า ถึงหน้าตาเอมิเลียจะคล้ายแซทเทลล่า แต่ด้วยพลังของวู้ด ไม่มีทางถูกสะกดหรือควบคุมจิตใจได้ง่ายๆ

กระนั้น อนาสตาเซียไม่เปลี่ยนใจ

แม้จูเลียสจะโต้แย้งด้วยตรรกะว่า “ฝ่ายเอมิเลียอ่อนแออยู่แล้ว ปล่อยไว้ก็แพ้เอง” และการทำศึกกับฝ่ายวู้ดมีแต่เสียเปรียบ

แต่อนาสตาเซียกลับแย้มรอยยิ้มเย็นชา พร้อมกล่าวว่า...

“ไม่จำเป็นต้องปะทะตรงๆ หรอก แค่ใช้ ‘กระแสสังคม’ ก็พอ...”

แม้เธอจะมีใบหน้าไร้เดียงสาเหมือนเด็ก ทว่าในบรรดาผู้สมัครทั้งห้า อนาสตาเซียคือผู้ที่เจนจัดในสงครามการค้าและการเมืองที่สุด

เพราะเธอ...คือลูกสาวจากสลัมที่ถีบตัวขึ้นมาเป็นประธานสมาคมการค้าที่ใหญ่ที่สุดในคารารากิ

แทนที่จะเสียกำลังพล อนาสตาเซียคิดจะใช้หน่วย “เขี้ยวเหล็ก” ปล่อยข่าวลือโจมตีเอมิเลียโดยตรง

แค่ความจริงที่ว่า...เอมิเลียคือครึ่งเอลฟ์ที่หน้าตาเหมือนแซทเทลล่า

นั่นก็เพียงพอจะทำให้ชาวเมืองหวาดกลัวและต่อต้านเธอได้โดยไม่ต้องยิงธนูแม้แต่ดอกเดียว

จูเลียสในฐานะ “อัศวินผู้สูงศักดิ์” ย่อมรับไม่ได้กับวิธีสกปรกเช่นนั้น

แต่อนาสตาเซียกลับเยาะเย้ยว่า “การค้าก็คือสงคราม” และ “การโจมตีคู่แข่งด้วยข่าวลือ ก็เป็นเพียงหนึ่งในกลยุทธ์”

ในขณะนั้นเอง พนักงานของห้างฮอชินก็รีบวิ่งเข้ามารายงานเรื่องเร่งด่วน

“ท่านประธาน! เกิดเรื่องกับขบวนคาราวานของเราที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงแล้วครับ!”

“ไม่เพียงแต่สินค้าทั้งหมดจะหายสาบสูญ แต่ยังติดต่อกับทหารรับจ้างหน่วย ‘เขี้ยวเหล็ก’ ที่คุ้มกันไปไม่ได้เลยเกือบทั้งทีม!”

“ตามคำให้การของผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว...ขณะที่เดินทางอยู่ ท่ามกลางหมอกหนาทึบที่จู่ๆ ก็ปรากฏ ทุกคน...ไม่ว่าจะเป็นมังกรบกหรือมนุษย์สัตว์ ต่างหลงทิศหลงทาง!”

“ดูเหมือนว่า... พวกเขาได้เผชิญหน้ากับแม่มดสัตว์อสูร...‘วาฬขาว’!!”

โปรดติดตามตอนต่อไป

จบตอน

♥♥ ถ้าเนื้อเรื่องไม่โอเค ขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก Re : zero ทางผู้แปลไม่เคยดูเลยจะทำการเปิดฟรีจนจบจักรวาล Re : Zero ครับ ขอบคุณครับ ♥♥

♥♥ หากท่านใดอ่านแล้วค้างสามารถติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของ charcoal gray silver gold ได้ที่ชัั้นหนังสือ ขอบคุณครับ ♥♥

จบบทที่ : พี่สาวผู้ไม่ธรรมดา

คัดลอกลิงก์แล้ว