- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตในโลกวันพีช
- : การมาเยือนยามค่ำคืนของสองพี่น้องฝาแฝด
: การมาเยือนยามค่ำคืนของสองพี่น้องฝาแฝด
: การมาเยือนยามค่ำคืนของสองพี่น้องฝาแฝด
: การมาเยือนยามค่ำคืนของสองพี่น้องฝาแฝด
“พี่สาวของนายเป็นตัวอะไรเนี่ย? น่ากลัวสุดๆ เลย!”
นัตสึกิ สึบารุ ยังรู้สึกขนลุกเมื่อนึกถึงคำท้าทายที่อนาสตาเซียมอบให้กลุ่มของเอมิเลียก่อนจะจากไป
การมีพี่สาวสวยๆ อาจทำให้คนอื่นอิจฉา แต่นิสัยของอนาสตาเซียนั้นหาใช่สิ่งน่าอิจฉาไม่...
ก่อนหน้านี้ที่หน้าประตูพระราชวัง ตอนที่อนาสตาเซียโยนถุงมือแห่งศึกลงกับพื้นด้วยความหยิ่งยโส ใครจะคาดคิดว่าเอมิเลีย...ผู้แสนขี้อาย...จะก้าวออกมาเผชิญหน้า
ด้วยแววตาที่แน่วแน่ เธอกล่าวอย่างหนักแน่น
“วูดเป็นอัศวินของชั้น และชั้นจะไม่ยอมให้ใครพรากเขาไปจากชั้น
ในเมื่อเขาปกป้องชั้นในท้องพระโรง ครั้งนี้ชั้นก็จะปกป้องเขาให้ได้
ถ้าเธออยากเป็นศัตรูกับเรา ก็เข้ามาเลย ไม่ว่าต้องเจอกับอะไร เราจะเผชิญหน้าทั้งหมด!”
พัคที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับยิ้มปลื้มดั่งบิดาที่เห็นลูกสาวเติบโต
ขณะเดียวกัน สีหน้าของอนาสตาเซียกลับแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว
ด้วยความที่ไม่สามารถลงมือในพระราชวังได้ เธอจึงจากไปอย่างหัวเสีย โดยมีจูเลียสตามหลังไป
ส่วนวูดนั้น ได้แต่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเดินตามเอมิเลียกลับไปยังคฤหาสน์ที่พวกเขาเช่าอยู่
เขาไม่มีทางเลือก...หญิงสาวขี้อายคนนั้นเพิ่งยืนหยัดเพื่อตัวเขาอย่างไม่ลังเล หากเขาหันหลังกลับในตอนนี้ เขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนทรยศ
ยิ่งไปกว่านั้น หากเขากลับไปที่ห้องพักของอัศวิน มีหรือที่อนาสตาเซียจะไม่ตามไปก่อกวนเขา?
ด้วยเหตุนี้ วูดจึงตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มของเอมิเลียในที่สุด
“เรม… บางทีเราอาจต้องยอมแพ้”
แรมกระซิบเบาๆ ขณะสองพี่น้องฝาแฝดเดินย่องไปตามทางเดินในคฤหาสน์ยามค่ำคืน
“ต่อให้เขายอมช่วย ก็ใช่ว่าจะสามารถฟื้นพลังเขาของปีศาจให้พี่ได้นี่นา”
เด็กสาวสองคนที่มีผมยาวระดับบ่า...คนหนึ่งผมสีฟ้า อีกคนผมสีชมพู...ต่างแอบย่องไปยังห้องๆ หนึ่งด้วยฝีเท้าแผ่วเบา
แม้จะดูเหมือนกันจนแยกไม่ออก แต่หากสังเกตดีๆ จะพบความต่างที่ชัดเจน
หนึ่งในนั้นอกแบน อีกคนมีรูปร่างอวบอิ่มมากกว่า
“แต่เราต้องลองใช่มั้ยล่ะ? พี่อยากกลับไปเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งอีกครั้งไม่ใช่เหรอ?”
เรมกล่าวด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยวผิดจากปกติ
สำหรับเรม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะทำทุกอย่างเพื่อแรม
ต่อให้โอกาสเพียงน้อยนิด เธอก็ไม่มีวันยอมแพ้
แรมที่แพ้แก่ความดื้อของเรม จึงยอมเคาะประตูห้องของวูดเบาๆ
“ขอโทษค่ะ วูดอยู่หรือเปล่า?”
“เข้ามาเลย ประตูไม่ได้ล็อก”
เสียงของวูดดังออกมาจากด้านใน เขากำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับวิธีที่จะใช้ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มนักลอบสังหารมาช่วยให้เอมิเลียได้ครองราชย์
แล้วเมื่อถึงตอนนั้น ราชินีอย่างเอมิเลียก็จะเป็นผู้ค้ำจุนองค์กรของเขาให้เติบใหญ่ขึ้นอีกขั้น
แต่พอเขารู้สึกถึงการมาเยือนของสองเงาร่าง ความคิดทั้งหลายก็ต้องหยุดชะงัก
“ดึกดื่นแบบนี้มีธุระอะไรเหรอ? ชั้นรู้ว่าสาวฝาแฝดเป็นความฝันของชายทุกคน
แต่ถ้าพวกเธอจะมานอนเตียงเดียวกับชั้นจริงๆ ก็รอให้โตกว่านี้ก่อนเถอะ”
วูดกล่าวติดตลกเมื่อเห็นสองพี่น้องในชุดนอนผ้าไหม
พอได้ยินแบบนั้น แรมก็ก้าวออกมายืนขวางหน้าร่างของเรมทันที พร้อมจ้องวูดด้วยสายตาคมดั่งใบมีด
“ถ้านายแตะต้องเรมแม้แต่นิดเดียว ชั้นจะฆ่านาย!”
แม้แรมจะรู้เพียงผิวเผินเกี่ยวกับวูดจากคำบอกเล่าของเอมิเลียและเรม ว่าเขาเป็นคนดีและเคยช่วยเหลือพวกเธอมาก่อน
แต่ด้วยสัญชาตญาณของนักสู้ แรมสัมผัสได้ทันที...ชายตรงหน้าไม่ใช่อัศวินทั่วไป
“พูดตามตรง จากระดับพลังของเธอตอนนี้ ชั้นไม่คิดว่าเธอจะฆ่าชั้นได้หรอก” วูดกล่าวเรียบๆ
“อีกอย่าง ชั้นไม่ใช่ไอ้หื่นอย่างนัตสึกิ สึบารุ
ถ้าชั้นคิดจะทำอะไรจริงๆ ต่อให้เธอมีพลังหรือไม่มี เธอก็ไม่มีทางหยุดชั้นได้”
คำพูดของวูดมีความหมายชัดเจน...เขาไม่มีความคิดในเชิงชู้สาวกับพวกเธอเลย คำพูดก่อนหน้าก็แค่ล้อเล่น
แต่ถ้าเขาคิดจะทำจริงๆ แล้วล่ะก็ ต่อให้พวกเธอจะมีพลังปีศาจ เขาก็ยังเหนือกว่า
“ถ้านายช่วยให้พี่สาวชั้นกลับมาแข็งแกร่งได้จริง ชั้นยอมทำทุกอย่างเลยค่ะ”
เรมพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจและดวงตาที่แน่วแน่
เธอรู้สึกผิดเสมอที่เป็นต้นเหตุให้พี่สาวต้องสูญเสียพลัง และยอมทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษนั้น
วูดมองสองพี่น้องด้วยแววตาลึกซึ้ง
“โอเค ยอมแพ้แล้วล่ะ ดูเหมือนคนหนึ่งจะจริงจังเกินไป อีกคนก็ใสซื่อเกินเหตุ
ถ้าปล่อยไปแบบนี้ เดี๋ยวชั้นจะถูกมองว่าเป็นโลลิค่อนซะเปล่าๆ”
“สาวผมฟ้า... ถ้าชั้นจำไม่ผิด ชื่อเรมใช่มั้ย?
ชั้นจำได้ว่าตอนอยู่ในเมืองหลวงเราคุยกันไว้ว่า ถ้าเจอกันอีกชั้นจะพยายามรักษาพี่สาวของเธอให้ดีที่สุด
เพราะเป็นคำสัญญา ชั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามนั้น
เธอไม่ต้องแลกอะไรเพิ่มเติมเลยด้วยซ้ำ”
เรมยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง
ส่วนแรม แม้ยังระแวดระวังอยู่ แต่ก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นกับวูดเล็กน้อย
“แต่ถึงชั้นจะรับปากจะช่วย ก็ไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จแน่นอนนะ
ชั้นจะพยายามเต็มที่ แค่นั้น เธอรับได้รึเปล่า?”
วูดรู้ดีว่าอาการของแรมไม่ใช่เรื่องง่าย
เธอเหมือนภาชนะที่มีรูพรุน ดูดกลืนมานาจากอากาศไม่ได้
มานาที่ไหลเวียนในร่างของเธอก็มิใช่ของตนเอง แต่เป็นของรอสวาลต่างหาก
“ต่อให้ไม่สำเร็จ ก็ไม่เป็นไรค่ะ ขอแค่คุณช่วยลองดูก็พอ”
เรมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แล้วชั้นต้องทำอะไร?”
แรมถามด้วยความลังเลปนความหวัง
“ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ แค่บอกชั้นว่าจุดไหนคือจุดบาดเจ็บ
จะยืนนิ่งๆ ก็ได้”
แรมไม่รู้ว่าการรักษาจะใช้เวลานานแค่ไหน เธอจึงตัดสินใจนั่งลงบนเตียงของวูด
เรมยืนอยู่ข้างๆ ด้วยมือที่กำแน่นด้วยความกังวล
“เวทฟื้นฟูขั้นสูง...สายลมแห่งการเยียวยา!”
กลางห้องอันเงียบสงัด วงแหวนเวทสีเขียวปรากฏขึ้นตรงหน้า
สายลมอ่อนโยนเรืองแสงเขียวเริ่มพัดออกมาจากวงแหวนเวท
ลมเย็นนั้นห่อหุ้มแรมไว้ ทำให้เธอรู้สึกเบาสบายและความเหนื่อยล้าทั้งหมดพลันจางหาย
ครั้งแรกในรอบหลายปี...เธอรู้สึกถึงมานาในอากาศอีกครั้ง
บริเวณที่เขาปีศาจเคยอยู่ มีมานาไหลมารวมตัวอย่างหนาแน่น
จนกระทั่งมีเขาเรืองแสงรูปวิญญาณเริ่มก่อตัวขึ้นบนหน้าผากของเธอ
เรมที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
แต่วงแหวนเวทกลับแตกสลายไปในชั่วพริบตา
เขาเรืองแสงของแรมก็ค่อยๆ เลือนหาย มานาที่สะสมไว้ก็ไหลออกจากร่างกายราวน้ำไหลจากภาชนะรั่ว
“อย่างที่คิด การเอาพลังคืนมา... คงเป็นไปไม่ได้จริงๆ”
แรมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับคาดไว้แล้ว
แม้วูดจะมีเวทที่ทรงพลัง ทว่าสภาพของแรมต้องอาศัยพลังเวทของวูดค้ำจุนไว้ตลอดเวลา
ทันทีที่เวทหมดลง ทุกสิ่งก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม
“ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
เรมเห็นกับตาว่าพลังปีศาจของพี่กลับมาแล้ว! วูด ได้โปรดเถอะ ช่วยลองอีกครั้งอีกสักครั้ง!”
“เรม เราเคยตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าถึงจะล้มเหลว ก็ห้ามร้องไห้
ยังไงเราก็ยังอยู่ด้วยกันนี่นา”
แม้จะสูญเสียพลังไปแล้ว แต่แรมกลับรู้สึกเพียงพอ...ตราบใดที่ยังได้อยู่เคียงข้างเรม
วูดมองพี่น้องคู่นั้นด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง
“ครอบครัวคือคนที่จะยอมรับตัวเราทุกอย่าง
การได้ยืนเคียงกัน... มันคือพรอันประเสริฐ
อย่าทำให้คนในครอบครัวต้องหลั่งน้ำตาเพราะเรา เข้าใจมั้ย?
ชั้นเข้าใจความรู้สึกของเธอนะ
สำหรับพี่สาวของเธอ เธอสำคัญยิ่งกว่าพลังใดๆ ทั้งสิ้น
เพราะงั้น เธอคือเธอ ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนของใคร
แค่นั้นแหละ... คือสิ่งที่คนที่รักเธออยากเห็นมากที่สุด”
คำพูดของวูด ทำให้สองพี่น้องนิ่งงัน
โดยเฉพาะแรม ผู้ที่เคยระแวดระวังเขาเริ่มรู้สึกศรัทธาในตัววูดมากขึ้น
เพราะพวกเขาต่างเคยเดินบนเส้นทางที่คล้ายกัน...
วูดทอดสายตามองแรมกับเรม แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแฝงแววเศร้า
“แต่ชั้นก็เข้าใจดีเช่นกัน... ว่าการเป็นคนที่ถูก ‘ปกป้อง’ นั้น
มันก็เป็นภาระหนักเช่นกัน”
หลังจากเงียบไปชั่วครู่ วูดกล่าวต่อ
“ในเมื่อชั้นตัดสินใจจะช่วยพวกเธอแล้วล่ะก็ งั้นชั้นจะไปให้สุด!
เพราะพวกเธอเคยผ่านอะไรมาคล้ายชั้น... ชั้นจะช่วยให้พวกเธอปลดปล่อยจากพันธนาการทางใจนี้ให้ได้!”
“แต่มันก็ใช้ไม่ได้ไม่ใช่เหรอ? ถึงพยายามอีกกี่ครั้ง ผลลัพธ์ก็คงเหมือนเดิม...”
แรมกล่าวอย่างลังเล
“มันไม่ใช่ว่าไม่ได้ผล... แค่ผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจนพอเท่านั้น
ถ้าเวทขั้นสูงยังไม่พอ งั้นก็ต้องใช้เวท ‘ระดับจักรพรรดิ’ หรือ ‘ระดับเทพ’ กันแล้ว!!”
โปรดติดตามตอนต่อไป
จบตอน
♥♥ ถ้าเนื้อเรื่องไม่โอเค ขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก Re : zero ทางผู้แปลไม่เคยดูเลยจะทำการเปิดฟรีจนจบจักรวาล Re : Zero ครับ ขอบคุณครับ ♥♥
♥♥ หากท่านใดอ่านแล้วค้างสามารถติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของ charcoal gray silver gold ได้ที่ชัั้นหนังสือ ขอบคุณครับ ♥♥