เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

: ปราบองค์กรนักฆ่าใต้ดินเพียงลำพัง

: ปราบองค์กรนักฆ่าใต้ดินเพียงลำพัง

: ปราบองค์กรนักฆ่าใต้ดินเพียงลำพัง


: ปราบองค์กรนักฆ่าใต้ดินเพียงลำพัง

ในโลกนี้มีทั้งเวทมนตร์ และอาชีพผู้ใช้เวท

โดยทั่วไปแล้ว พลังของผู้ใช้เวทจะผูกโยงกับระดับของเวทที่ตนใช้ได้ และพลังเวทในตัว

มนุษย์ธรรมดา หากจำกัดด้วยสภาพร่างกาย ย่อมยากจะบรรลุถึงขีดสุดของศาสตร์เวทมนตร์ ต่อให้มี “พรสวรรค์” เสริมก็ตาม จำนวนผู้ที่สามารถประสบความสำเร็จมีเพียงหยิบมือ

เมื่อเทียบกับมนุษย์ธรรมดาแล้ว เหล่าวิญญาณธาตุถือเป็น “ที่รัก” ของพลังมานาในอากาศอย่างแท้จริง วิญญาณธาตุที่ทรงพลังไม่เพียงสามารถร่ายเวทได้ฉับพลัน หากยังรุนแรงเกินต้านทาน

ก่อนหน้านี้ เมลี่เชื่อมาตลอดว่า วู้ดเป็นนักสู้ระดับสูง ... เพราะเขาเคยชกสัตว์อสูรยักษ์ให้สลบได้ด้วยหมัดเดียว

แต่เมื่อเห็นเวทน้ำแข็งของวู้ดต่อหน้าต่อตา เมลี่ถึงกับตกตะลึงและเข้าใจว่าวู้ดไม่เพียงเชี่ยวชาญในเพลงดาบเท่านั้น แต่ยังเป็น “ผู้ใช้เวทมนตร์” อย่างแท้จริง…

ไม่สิ... เรียกเขาว่า “ผู้ใช้เวทมนตร์” ธรรมดานั้นคงจะดูหมิ่นเกินไป ... ด้วยพลังเวทที่รุนแรง ร่ายได้ฉับพลัน แถมพลังมานาล้นเหลือ หากมีใครบอกว่าเขาเป็น “วิญญาณธาตุน้ำแข็งระดับสูง” ก็ไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธ

“‘แม่’ ตายแล้วหรือยัง?” เมลี่ถามเสียงสั่น ทั้งหวาดกลัวและแอบคาดหวังในใจ

ตั้งแต่เธอและเอลซ่าเข้าร่วมองค์กรนักฆ่าใต้ดินนี้ พวกเธอก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การควบคุมของ “แม่”

เมลี่รู้ดีว่า ผู้ใดในองค์กรที่ทำภารกิจล้มเหลว จะต้องเผชิญกับบทลงโทษอย่างไร

แม้แต่เอลซ่าผู้แข็งแกร่งยังเคยล้มเหลวในภารกิจ เมลี่เองจึงไม่กล้าคิดว่าตนจะรอดหากล้มเหลวเช่นกัน

ดังนั้น เมื่อเห็นวู้ดแสดงพลังอันหฤโหดด้วยการแช่แข็ง “แม่” และทุกสิ่งรอบตัว เมลี่จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้านในใจ

แม้ “แม่” จะตายแล้ว แต่เมลี่เองก็ยังหนีไม่พ้นจากความเป็น “นักฆ่า” การเปลี่ยนเจ้านายเพียงเปลี่ยนจากฝ่ามือซ้ายสู่ฝ่ามือขวาเท่านั้น

วู้ดเองก็น่าสะพรึงไม่แพ้กัน... หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

แต่เมื่อเทียบกับ “แม่” แล้ว เมลี่สัมผัสได้ว่า วู้ดยังคงมี “หลักการ” และไม่มองพวกเธอเป็นเพียงเครื่องมือ

อย่างน้อยที่สุด การที่เขารักษาอาการบาดเจ็บของเธอเมื่อตอนนั้น ก็เป็นสิ่งที่ “แม่” ไม่เคยทำให้

แม้จะเรียกกันว่า “แม่” แต่ในสายตาของ “แม่” พวกเธอก็เป็นเพียง “สิ่งของใช้แล้วทิ้ง”

อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญ...เอลซ่าตัดสินใจเดินตามวู้ด หากเมลี่อยากจะอยู่กับเอลซ่าต่อไป นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินตามเส้นทางเดียวกัน

“ยังไม่ตายหรอก แต่ใกล้เต็มทีแล้ว… การควบคุมเงานั้นน่ารำคาญก็จริง แต่ใน ‘แดนของข้า’ ต่อให้มีไพ่ใบสุดท้ายก็ไร้ผล” วู้ดตอบอย่างสงบ มืออีกข้างสร้างวงเวทอีกวงหนึ่ง เรียกพลังเวทอัดแน่นเป็นลูกแก้วแสง

ลูกแก้วเวทนั้นไม่เพียงใช้โจมตีได้ แต่ยังให้แสงสว่างอีกด้วย

ลูกแก้วขนาดใหญ่ลอยขึ้นสู่กลางห้อง ราวกับดวงอาทิตย์ย่อส่วน สาดแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วห้องใต้ดิน

สถานที่ที่ “แม่” กับเอลซ่าเคยอยู่ ไม่ใช่ห้องธรรมดา หากแต่เป็นห้องใต้ดิน

โดยมีผนังหินเรียบล้อมรอบ แสงเพียงเล็กน้อยจากโคมไฟไม่กี่ดวง นี่คือ “สวรรค์ของนักฆ่า” ที่ยึดถือความลับเป็นหลัก

อีกเหตุผลที่ต้องใช้สถานที่เช่นนี้ คือเพื่อให้ “ความสามารถของแม่” ทำงานได้อย่างสมบูรณ์

ในพื้นที่ปิดตายเช่นนี้ ผู้ใดก็ตามที่เดินเข้ามาย่อมไม่สามารถหนีไปได้ เงาสามารถสอดแทรกได้ทุกมุม เรียกได้ว่าในห้องใต้ดินนี้ “แม่” คือผู้ไร้เทียมทาน

แต่ดังที่วู้ดกล่าวไว้...

ไม่ว่า ‘พลัง’ จะทรงอานุภาพเพียงใด ก็ย่อมมี ‘จุดอ่อน’ เสมอ

เงานั้นซ่อนตัวได้ดี รวดเร็ว ไร้รูปร่าง และหลบเลี่ยงการโจมตีทางกายภาพได้อย่างชะงัด

แต่มีจุดอ่อนสำคัญเพียงหนึ่งเดียว...แสง

ตราบใดที่ไม่มีเงา พลังของเธอก็ไร้ความหมาย

บัดนี้ พื้น ผนัง และเพดานล้วนถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง และแสงจากลูกแก้วเวทสะท้อนกลับไปมา ทำให้ทั้งห้องสว่างไสวราวกลางวัน

ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เงาไม่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้ “พลังของแม่” สูญสิ้นโดยสมบูรณ์

เมื่อหมดพลัง เวทของ “แม่” ก็ไร้ความหมาย แม้จะมีทักษะต่อสู้ติดตัวอยู่บ้าง แต่ก็ยังเทียบวู้ดไม่ได้แม้แต่น้อย

การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว

“แม่” พยายามอ้อนวอน ขอร้องแม้กระทั่งขอเป็น “ทาสรับใช้” ของวู้ด

แต่ก่อนที่วู้ดจะตอบ เสียง ฉัวะ ดังขึ้น...มีดโค้งแทงทะลุจากด้านหลัง ฉีกไส้ออกมาอย่างโหดเหี้ยม

“อย่าไปเชื่อคำพูดของหญิงชั่วพรรค์นี้…” เอลซ่าอธิบายอย่างเรียบเฉย เมื่อเห็นแววตาไม่พอใจของวู้ด

เอลซ่าเคยคิดฆ่า “แม่” มาหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีโอกาส

บัดนี้ เมื่อโอกาสมาถึงแล้ว นางย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือ แม้ต้องเสี่ยงต่อความโกรธของวู้ดก็ตาม

“ในเมื่อแกเป็นคนฆ่าเธอ งั้นก็เตรียมตัวทำหน้าที่แทนเธอไปชั่วชีวิตได้เลย”

วู้ดเองไม่เคยตั้งใจจะไว้ชีวิต “แม่” อยู่แล้ว

แม้จะไม่ใช่คนดี แต่เขาก็มีหลักจรรยาบรรณในแบบของตน...

ผู้นำแห่งโลกนักฆ่าใต้ดิน ย่อมแบกรับบาปไว้มากมายเกินให้อภัย

ไม่ว่า “แม่” จะมีความจงรักภักดีหรือไม่ วู้ดก็คิดจะยึดอำนาจองค์กรนี้อยู่แล้ว และนั่นหมายความว่าผู้นำคนเก่าต้องตาย

สิ่งที่เขาไม่พอใจจริง ๆ คือเอลซ่าดัน “ลงมือก่อน” ทำให้เขาไม่ทันได้ “แสร้งทำเป็นรับคำขอไว้ชีวิต” เพื่อจะได้ค้นหาทรัพย์สมบัติกับเครือข่ายที่ซ่อนอยู่ของนาง

เมื่อ “แม่” ตาย ข่าวก็แพร่สะพัดไปทั่วโลกใต้ดิน เหล่าผู้มีอิทธิพลต่างแห่กันมายึดอำนาจ

แต่ไม่นาน ผู้ที่บังอาจแตะต้องดินแดนเดิมของ “แม่” ก็ “หายสาบสูญ” อย่างลึกลับ

ไม่นานนัก เหล่าผู้นำองค์กรนักฆ่าทั้งหมดก็รวมตัวกันเพื่อประชุมหาสาเหตุ

ณ ที่แห่งนั้น ชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏตัว

เขาคือ “วู้ด”

พร้อมกับหญิงสาวชุดดำยั่วยวน และเด็กสาวจิ๋วถือของเล่นตุ๊กตา...ทั้งสามก้าวเข้าสู่ที่ประชุม

วู้ดนั่งลงที่เก้าอี้ของ “ผู้นำ” พร้อมกล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นชาว่า...

“ข้าคือคนที่ฆ่า ‘แม่’ และยึดองค์กรของนางเรียบร้อยแล้ว ข้ามาที่นี่เพื่อบอกพวกแกว่า...

ต่อไป องค์กรของพวกแก ก็จะเป็นของข้าเช่นกัน”

สิ้นคำพูด ห้องทั้งห้องแทบลุกเป็นไฟแห่งความโกรธ...

เหล่าผู้นำต่างลุกขึ้นด่าทอ โยนโต๊ะ บ้างควักมีดหมายเอาชีวิตวู้ดทันที

ชายร่างยักษ์มีแผลเป็นบนใบหน้า หัวหน้าของ “องค์กรอันดับสอง” ตะโกนคำแรก

เขาเชื่อว่าเมื่อ “แม่” ตายแล้ว ตนเองคือผู้นำเบอร์หนึ่งคนใหม่...แต่ชายหนุ่มไร้ชื่อผู้นี้กลับมาชิงบัลลังก์หน้าตาเฉย

แต่ก่อนที่เขาจะฟาดดาบใหญ่ของตน วู้ดก็ “ชี้นิ้ว” เพียงเบา ๆ ...

ตึง!! อุณหภูมิในห้องลดลงทันใด

ชายร่างยักษ์ถูกแช่แข็งทั้งตัว ดวงตากลายเป็นน้ำแข็ง ท่าทางยโสยังตรึงแน่นบนใบหน้า

ก่อนที่วู้ดจะสะบัดนิ้วอีกครั้ง...ร่างน้ำแข็งแตกกระจายเป็นเศษน้ำแข็งนับพัน ชิ้นส่วนเกลื่อนพื้น

“นี่หรือนักฆ่าอันดับสอง? ข้าล่ะสงสัยว่าพวกแกขึ้นมาได้ยังไงกัน

ข้าจะพูดอีกครั้ง...ใครไม่อยากตาย ก็คุกเข่าเสีย”

ห้องทั้งห้องเงียบกริบ ราวกับมีเงามืดปกคลุม

แม้ใครสักคนจะอยากค้าน แต่ภาพของชายร่างยักษ์ที่ถูกแช่แข็งและแหลกเป็นเสี่ยงยังคงชัดเจนในความทรงจำ

“ในเมื่อเจ้าฆ่า ‘แม่’ ได้ แล้วยังปราบองค์กรอันดับสองได้ในพริบตา...เช่นนั้นพวกเราก็ไม่มีสิทธิค้านอีก”

เมื่อมีผู้กล้าคนแรกยอมรับ ไม่ช้าผู้นำกลุ่มอื่น ๆ ก็ทยอยค้อมหัวตามกันมา

และภายในเวลาเพียง “สองวัน”...วู้ดก็สามารถ “ยึดครองอำนาจของโลกนักฆ่าใต้ดินทั้งหมดได้สำเร็จ”

“อย่างที่คิด…กับพวกสารเลวแบบนี้ ไม่มีประโยชน์จะพูดดี ใช้กำลังคือหนทางที่เร็วที่สุด”

เอลซ่าเคยเสนอให้วู้ดค่อย ๆ เจรจา บั่นทอนอิทธิพลทีละนิด

แต่วู้ดกลับใช้วิธีของตัวเอง

“เจ้าบังคับให้พวกมันยอมด้วยกำลัง แต่แบบนั้นมันไม่มีความจงรักภักดีเลยนะ ไม่กลัวมันหักหลังเหรอ?” เอลซ่าถามจากด้านหลัง

“อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย...

แม้ข้าจะใช้วิธีของเจ้าช้า ๆ ทีละก้าว มันก็ไม่มีวันภักดีหรอก

ในโลกใต้ดินแบบนี้ มีแต่ผลประโยชน์เท่านั้นที่สำคัญ

ตราบใดที่ข้าให้ผลประโยชน์ มันก็จะอยู่

แต่ถ้าข้าไม่มีอะไรให้...มันก็จากไปทันที”

วู้ด ผู้เคยครองโลกใต้ดินแห่ง “โลกโจรสลัด” มากว่า 10 ปี รู้จัก “พวกสุนัขนักฆ่า” เหล่านี้ดีกว่าใครทั้งหมด

แม้อนาคตอาจมีการทรยศเกิดขึ้น

แต่วู้ดไม่แยแส...

ในโลกที่ปกครองด้วยพลังแท้จริง ผู้ใดกล้า ก็เข้ามาได้เลย

จบตอน

โปรดติดตามตอนต่อไป

♥♥ ถ้าเนื้อเรื่องไม่โอเค ขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก Re : zero ทางผู้แปลไม่เคยดูเลยจะทำการเปิดฟรีจนจบจักรวาล Re : Zero ครับ ขอบคุณครับ ♥♥

♥♥ หากท่านใดอ่านแล้วค้างสามารถติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของ charcoal gray silver gold ได้ที่ชัั้นหนังสือ ขอบคุณครับ ♥♥

จบบทที่ : ปราบองค์กรนักฆ่าใต้ดินเพียงลำพัง

คัดลอกลิงก์แล้ว