- หน้าแรก
- ระบบจำลองชีวิตในโลกวันพีช
- : นัตสึกิ สึบารุ: “นายก็เป็นคนข้ามโลกเหมือนกันเหรอ?!”
: นัตสึกิ สึบารุ: “นายก็เป็นคนข้ามโลกเหมือนกันเหรอ?!”
: นัตสึกิ สึบารุ: “นายก็เป็นคนข้ามโลกเหมือนกันเหรอ?!”
: นัตสึกิ สึบารุ: “นายก็เป็นคนข้ามโลกเหมือนกันเหรอ?!”
หลังจากถูก รอม สังหาร นัตสึกิ สึบารุ ได้ปลดผนึกพลัง “ย้อนคืนโดยความตาย” เป็นครั้งแรก และด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงได้ค้นพบพลังประหลาดซึ่งไม่ต่างจากกลโกงของผู้ข้ามโลก
เมื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง สึบารุจึงเลือกที่จะระมัดระวังมากกว่าเดิม
ด้วยทักษะการพูดโน้มน้าวและความสามารถในการเข้าสังคม เขาจึงสามารถชนะใจ รอม ได้สำเร็จ และได้พบกับเด็กสาวผมทองผู้ขโมยตราแห่งเอมิเลีย...เฟลท์
ทั้งสามนั่งรอกันในร้านอย่างใจเย็น และในไม่ช้า ผู้ที่ว่าจ้างเฟลท์ให้ขโมยตราก็ปรากฏตัวขึ้น… นางคือหญิงงามผู้มีรูปร่างอวบอิ่ม สวมชุดดำรัดรูปผ่าลึก เผยผิวเนียนใต้ถุงน่องสีดำ และประดับด้วยดอกไม้ม่วงบนศีรษะ
ตอนแรก สึบารุคิดว่า หญิงงามขนาดนี้ไม่น่าจะเป็นคนชั่วได้
ทว่า ไม่นานนัก ความคิดของเขาก็พังทลายลงยิ่งกว่าปราสาททรายที่โดนคลื่นซัด…
หญิงชุดดำผู้นั้นมีนามว่า เอลซ่า แกรนฮีเอร์ต นักล่าฆ่ามือฉมังผู้มีสมญานามอันน่าสะพรึง...“นักล่าไส้”
เอลซ่าได้ว่าจ้างเฟลท์เพื่อขโมยตราแห่งเอมิเลีย แต่แท้จริงแล้ว นางไม่เคยคิดจะปล่อยให้ใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียวตั้งแต่แรก!
จึงไม่แปลกใจเลยที่ทั้งสามในร้าน...รวมถึงสึบารุ...ต่างถูกเอลซ่าสังหารอย่างเหี้ยมโหดในที่สุด
แม้จะเป็นหญิงงามราวนางฟ้า แต่ฝีมือของเอลซ่าในฐานะนักล่านั้นสูงล้ำจนไร้ผู้ต่อต้าน
ทั้งร่างยักษ์ของรอม หรือความว่องไวของเฟลท์ ก็ไม่อาจต้านทานได้นางได้แม้แต่น้อย ส่วนสึบารุนั้น… ไม่มีอะไรต้องพูดถึงเลย
นี่จึงเป็นความตายครั้งที่สองของสึบารุ และเพราะเขาตายช้าลงเล็กน้อย คราวนี้ วูด จึงสามารถออกห่างไปได้ไกลขึ้น
เมื่อมาถึงการย้อนกลับครั้งที่สาม สึบารุหวังจะประหยัดเวลา จึงเลือกทางลัดสู่สลัม แต่โชคร้ายที่กลับต้องเผชิญกับอันธพาลกลุ่มหนึ่ง และเหตุการณ์ก็ลุกลามกลายเป็นการปะทะ
สึบารุถูกซ้อมจนตายก่อนจะไปถึงร้านของรอมเสียอีก
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ในการย้อนกลับครั้งที่สามของวูด เขารู้สึกว่าเวลาย้อนกลับเร็วกว่าปกติ
มาถึงการย้อนครั้งล่าสุด...ครั้งที่สี่...สึบารุรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น เขาเชื่อว่าเวลานี้เขาเข้าใจรูปแบบการเคลื่อนไหวของอันธพาลพวกนั้นแล้ว
แม้จะรู้ว่าตนไม่มีทางเอาชนะเอลซ่าได้ แต่เขาคิดว่าการรับมือกับอันธพาลก็คงไม่ยากอะไร
ทว่า หลังจากจัดการพวกมันไปได้สองสามคน เขากลับถูกอีกคนแทงเข้าที่หลังโดยไม่ทันตั้งตัว
สึบารุทรุดลงไปในกองเลือดอีกครั้ง…
ตายซ้ำถึงสี่ครั้งติดกัน ทำให้สึบารุเริ่มรู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าครั้งใดๆ และแม้พลังของเขาจะช่วยให้เขาเลี่ยงความตายถาวรได้ ทว่า ความเจ็บปวดและความตื่นกลัวในแต่ละครั้งนั้นกลับเป็นของจริงอย่างถึงที่สุด
รอมตายด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว แต่วิธีการตายของเอลซ่านั้น เป็นฝันร้ายอย่างแท้จริงสำหรับสึบารุ
เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นลำไส้ของตัวเอง และทุกครั้งที่ภาพนั้นผุดขึ้นมาในหัว ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านจนแทบควบคุมไม่ได้
ระหว่างความกลัวความตาย กับหญิงสาวผมเงินสุดงดงาม สึบารุก็ลังเลอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่ความปรารถนาในตัวหญิงงามจะชนะ
ครั้งนี้ เขาวางแผนจะไปถึงร้านของรอมก่อนเวลา แล้วเตือนทั้งรอมและเฟลท์ถึงอันตรายจาก “นักล่าไส้” เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยสิ้นเชิง
สำหรับอันธพาลในตรอก หลังจากล้มเหลวถึงสองครั้ง สึบารุมั่นใจว่าคราวนี้เขาจะรับมือได้แน่นอน
แต่เมื่อเขาวิ่งเข้าสู่ตรอกตามเส้นทางที่จำได้อย่างแม่นยำ พร้อมจะรับมือกับเหล่าอันธพาลนั้น…
สิ่งที่รออยู่กลับเป็นภาพที่ไม่คาดฝัน
อันธพาลทั้งสามคนที่เคยเป็นศัตรูของเขา กำลังนอนสลบไสลบนพื้น
“งั้นช่วยตอบหน่อยเถอะ เด็กหนุ่มผู้ข้ามโลก...การย้อนเวลา 4 ครั้งก่อนหน้านั่น เป็นฝีมือนายใช่ไหม?”
วูดโผล่มาโดยไม่ให้สึบารุตั้งตัว และคำพูดของเขาก็แทบทำให้กแรมของสึบารุหลุด!
เพราะเขาไม่เคยบอกใครเลยว่าเป็นคนข้ามโลก แม้จะมีชุดที่แปลกตาก็ตาม แต่ชายคนนี้...ที่เขาคิดว่าเป็นแค่คนท้องถิ่นธรรมดา...กลับรู้ว่า “ผู้ข้ามโลก” คืออะไร! นั่นแปลว่าวูดก็เป็นคนข้ามโลกเหมือนกันงั้นหรือ?
เขาไม่ใช่พระเอกคนเดียวในโลกนี้อีกแล้ว! ชายหนุ่มผมทองรูปหล่อคนนี้ก็เป็นคนข้ามโลกเหมือนกัน!
แถมดูเหมือนพลัง “ย้อนคืนโดยความตาย” ของสึบารุจะไม่มีผลต่อวูดเลย
ในโลกนี้ ทุกครั้งที่สึบารุตายและเวลารีเซ็ต คนอื่นจะลืมเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ถ้าวูดยังจำการย้อนเวลาได้ทั้งสี่ครั้ง นั่นแปลว่าเขาก็เหมือนสึบารุ...สามารถเก็บความทรงจำจากแต่ละรอบได้!
ก่อนหน้านี้ สึบารุรู้สึกว่าพลังของตัวเองค่อนข้างห่วย มันไม่ได้เพิ่มพลังการต่อสู้ แถมยังต้องตายก่อนถึงจะใช้ได้
แต่ตอนนี้ ความหงุดหงิดของเขายิ่งมากขึ้น...ไม่เพียงแค่พลังของเขาไม่ได้พิเศษอะไร แต่ชายหนุ่มรูปหล่ออย่างวูดยังจำทุกอย่างได้หลังรีเซ็ตอีก! เขาเสียเปรียบโดยสิ้นเชิง!
“นายก็เป็นคนข้ามโลกเหมือนกันเหรอ? แล้วพลังของนายล่ะ? อย่าบอกนะว่าเป็นพลังที่ต้องตายเหมือนกัน…”
สึบารุกำลังจะเปิดเผยพลังของตัวเอง แต่ทันใดนั้น เขากลับรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำแน่นเข้าที่หัวใจของเขา
เขารู้ได้ในทันที...หากพูดต่อ เขาจะต้องตายแน่นอน!
เหตุการณ์นี้ทำให้เขาเข้าใจอีกอย่าง...การจะเปิดใช้งาน “ย้อนคืนโดยความตาย” ไม่จำเป็นต้องถูกฆ่าโดยผู้อื่นเสมอไป เพียงแค่พูดถึงมันก็สามารถตายได้!
“ชั้นไม่ใช่คนข้ามโลกหรอก ถึงนายจะไม่เชื่อก็เถอะ แต่นายกำลังพูดอยู่กับคนพื้นถิ่นของโลกนี้… ก็แค่คนที่พิเศษกว่าคนอื่นนิดหน่อย”
ระบบจำลองชีวิตของวูดจะให้เขารับบทเป็นตัวละครที่เป็นคนพื้นถิ่นเสมอ ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดจึงไม่ผิดนัก
ทว่าสำหรับสึบารุ วูดก็คือ “ผู้กลับชาติมาเกิด”...ผู้ที่วิญญาณมาเกิดใหม่ในโลกนี้ แตกต่างจากสึบารุซึ่งร่างและจิตข้ามมาเต็มตัว
“อย่างที่นายเดานั่นแหละ พลังของชั้นก็เกี่ยวกับความตาย… แบบที่นายเข้าใจนั่นแหละ”
“แล้วพลังของนายล่ะ? ถึงเราจะไม่ใช่ผู้ข้ามโลกประเภทเดียวกัน แต่นายก็น่าจะมีพลังพิเศษอะไรบางอย่างใช่ไหม?”
เดิมที สึบารุมองว่าวูดเป็นแค่ตัวประกอบผู้หล่อเหลา มีไว้เปรียบให้พระเอกอย่างเขาดูโดดเด่น
แต่ตอนนี้ เขารู้แล้วว่าโลกนี้ไม่ได้มีพระเอกแค่คนเดียว
และเมื่อเปรียบเทียบกันจริงๆ วูดเป็นทั้งคนหล่อ มีเงิน มีสถานะ แถมยังมีฝีมืออีกต่างหาก ขณะที่ตัวเขากลับเป็นเพียงเด็กชายธรรมดาผู้มีพลังที่ต้องตายก่อนถึงจะใช้ได้…
“ในฐานะคนพื้นถิ่น ชั้นไม่มีพลังพิเศษอะไรหรอก พลังทั้งหมดที่มี ก็มาจากการฝึกฝนล้วนๆ ไม่ได้มีเทพองค์ไหนมาประทานให้”
“แต่ในเมื่อเรารู้ต้นเหตุของปัญหาแล้ว ชั้นขอร้องล่ะ อย่าตายบ่อยนักได้ไหม?”
“ทุกครั้งที่นายตาย มันสร้างปัญหาให้คนอื่นเยอะมากเลยนะ”
“คนอื่นอาจจะลืมทุกอย่างหลังรีเซ็ตก็จริง แต่กับชั้น… การต้องย้อนวันเดิมซ้ำๆ มันเกินจะทนได้!”
วูดเคยคิดจะฆ่าสึบารุเพื่อจบเรื่องให้สิ้น แต่พลังของสึบารุช่างน่ารำคาญเกินไป...ถ้าเขาตาย ก็แค่รีเซ็ตอีกครั้ง
ถ้าจะจับเขาขังไว้ ก็ต้องเฝ้าทั้งวันทั้งคืน เพราะถ้าเขาตายเพราะอดอาหารหรืออะไรสักอย่าง พลัง “ย้อนคืนโดยความตาย” ก็จะทำงานอีกอยู่ดี
“คิดว่านายอยากตายงั้นเหรอ?! แล้วนี่มันอะไรกัน พวกเราน่าจะเป็นพระเอกทั้งคู่ แต่ทำไมพลังของชั้นมันห่วยแบบนี้? แค่กับอันธพาลกระจอกๆ ยังสู้ไม่ได้เลย!”
ก่อนรู้จักวูด สึบารุก็รู้สึกอยู่แล้วว่าพลังของเขาดูไร้ประโยชน์ แต่พอรู้ว่าวูดเป็นเหมือน “ผู้กลับชาติมาเกิด” ความรู้สึกน้อยใจของเขาก็ระเบิดออก
พลังพระเอกของเขาไม่เท่เลยสักนิด
แถมตอนนี้ ยังไม่ใช่เขาคนเดียวที่ได้ประโยชน์จากพลังนั้นอีกแล้ว!
“ถึงไม่มีพลัง ก็แค่ใช้ความรู้สมัยใหม่ให้เป็นประโยชน์ นายก็น่าจะอยู่รอดในโลกนี้ได้สบายๆ แล้ว อย่าไปหาเรื่องพวกที่เกินกำลังเลย”
ด้วยความรู้จากยุคปัจจุบัน ใครๆ ก็สามารถใช้ชีวิตอย่างดีในโลกยุคกลางแบบนี้ได้ ต่อให้ไม่สร้างสิ่งประดิษฐ์ ก็ยังพอเอาตัวรอดได้ในฐานะพ่อค้า หรืออาชีพอื่น
วูดไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนอย่างสึบารุ ที่สามารถมีชีวิตสบายๆ ได้อยู่แล้ว ถึงยังไปหาเรื่องคนอื่นอยู่เรื่อย
ตัววูดเองนั้น ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเอาตัวรอดในโลกโจรสลัดที่พลังคือทุกสิ่ง แต่โลกนี้เป็นแค่ชีวิตจำลอง
และในเมื่อได้มาอยู่ที่นี่แล้ว วูดก็หวังจะฝึกฝนพลังของตนให้แกร่งขึ้น
สึบารุ: “นี่มันโลกต่างมิตินะ! นายไม่อยากเป็นฮีโร่ผู้กอบกู้โลกและได้รับการยกย่องจากทุกคนเหรอ?”
วูด: “ไม่เลย ชื่อเสียงมันไร้ความหมาย ชั้นแค่อยากใช้ชีวิตแบบขี้เกียจๆ ก็พอแล้ว”
สึบารุ: “แต่สาวๆ ในโลกนี้น่ะ สวยจะตาย นายไม่รู้สึกหวั่นไหวบ้างเหรอ?”
วูด: “นายคิดจริงๆ เหรอว่าคนหน้าตาแบบชั้นต้องวิ่งไล่ตามผู้หญิง?”
สึบารุถึงกับสิ้นหวังแทบทรุดลงกับพื้น “ทำไมคนขี้เกียจอย่างนายถึงได้หล่อแล้วยังแข็งแกร่งอีกล่ะ… ส่วนชั้น นัตสึกิ สึบารุ กลับมีความทะเยอทะยานยิ่งใหญ่แต่เป็นได้แค่คนอ่อนแอในโลกนี้…”
เขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่า เทพเจ้าของโลกนี้ต้องเมาแน่นอน ตอนที่จับสลากบทบาทแล้วจับผิดคน
“ว่าแต่นายไม่สนใจสาวๆ แล้วนายคิดยังไงกับ เอมิเลีย ล่ะ?”
สึบารุถามอย่างประหม่า ด้วยความหวังและความกลัวปะปน
แม้จะดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน แต่สึบารุก็แคร์คำตอบข้อนี้มาก เพราะเขาเชื่อว่าเขาอาจได้พบวิธีสู้กับ “นักล่าไส้” แล้ว
วูด: “หมายถึงสาวผมเงินคนนั้นสินะ? ก็ดูเป็นคนดีนะ แต่คงจะไร้เดียงสาไปหน่อย สมองยังตามความสวยไม่ทันน่ะ”
วูดไม่สนใจเอมิเลียเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ใช่แบบเดียวกับสึบารุ ที่ปล่อยให้ความปรารถนาพรากวิจารณญาณ
ด้วยประสบการณ์จากหลายโลก โดยเฉพาะโลกแห่งโจรสลัด วูดได้ก้าวข้ามวัยแห่งความหลงใหลไปนานแล้ว
สึบารุ: “ว่าแต่นายมั่นใจในพลังตัวเองแค่ไหนกัน? นายพอจะรับมือกับคนที่ฟันไม้แข็งๆ กับร่างยักษ์ขาดครึ่งได้มั้ย?”
ด้วยความเข้าใจด้านพลังที่ยังจำกัด สึบารุจึงไม่อาจประเมินความแข็งแกร่งของเอลซ่าได้แน่ชัด
แต่แค่เห็นว่าเธอฟันร่างยักษ์ของรอมกับเคาน์เตอร์ไม้แข็งๆ ได้ในทีเดียว ก็น่าจะพอเดาได้ว่าเธอไม่ใช่แค่คนธรรมดาแน่นอน
วูด: “โอ้? คนที่สามารถฟันไม้กับร่างยักษ์ขาดในครั้งเดียว? ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”
วูดเริ่มสนใจทันทีที่ได้ยินคำอธิบายของสึบารุเกี่ยวกับ “นักล่าไส้” และอดไม่ได้ที่จะชื่นชม
สึบารุนี่มันพระเอกของโลกนี้จริงๆ ทั้งที่วูดเดินวนในเมืองตั้งนานยังไม่เจออะไรน่าสนใจเลย แต่สึบารุกลับเจอคนอันตรายแบบนั้นเข้าเต็มๆ
พอคิดย้อนกลับไป วูดก็รู้สึกว่าการที่เขาได้พบกับเอมิเลียและพัคในตอนนั้น ก็น่าจะเป็นเพราะสึบารุอยู่ใกล้ๆ นี่เอง
แม้คำอธิบายของสึบารุจะคลุมเครือ แต่แค่ฟัง วูดก็พอประเมินพลังของนางได้...เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจไม่น้อย
วูด: “งั้นนักล่าไส้นี่จะปรากฏที่ร้านของรอมในสลัมใช่ไหม?”
สึบารุ: “ใช่ นางคือคนที่ว่าจ้างเฟลท์ให้ขโมยตราของเอมิเลีย แต่พวกแรมมัวแต่นั่งคุยกันซะนาน อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้…”
“แต่ไม่ต้องห่วง ชั้นสามารถใช้พลังรีเซ็ตได้อีกครั้ง เราจะมานัดเจอกันตรงนี้ใหม่ แล้วเราก็…”
สึบารุกำลังจะฆ่าตัวตายเพื่อเริ่มวันใหม่อีกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไรลงไป วูดก็ยื่นมือออกมาหยุดเขาไว้
วูด: “เวลาของนายอาจจะหมดแล้ว แต่สำหรับชั้น… ยังมีอีกเยอะ”
“เอางี้เถอะ แยกกันไป ชั้นจะไปที่ร้านของรอมเพื่อพบกับนักล่าไส้นั่นด้วยตัวเอง ส่วนนายก็ไปหาคนช่วย...อาจจะเป็นพวกยามเมืองก็ได้”
“ชั้นไม่อยากย้อนวันอีกแล้วนะ ผ่านมาสี่รอบ ชั้นไม่อยากมีรอบที่ห้า!”
โปรดติดตามตอนต่อไป
จบตอน
♥♥ ถ้าเนื้อเรื่องไม่โอเค ขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก Re : zero ทางผู้แปลไม่เคยดูเลยจะทำการเปิดฟรีจนจบจักรวาล Re : Zero ครับ ขอบคุณครับ ♥♥
♥♥ หากท่านใดอ่านแล้วค้างสามารถติดตามผลงานเรื่องอื่นๆของ charcoal gray silver gold ได้ที่ชัั้นหนังสือ ขอบคุณครับ ♥♥