- หน้าแรก
- มรดกเกมอสูร
- บทที่41: สามเส้นทางการอัปเกรด
บทที่41: สามเส้นทางการอัปเกรด
บทที่41: สามเส้นทางการอัปเกรด
เลิกงาน
กลับบ้าน
ล็อคห้อง
เฝิงมูยืนอยู่กลางห้องนอน สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่มือ
วินาทีต่อมา ฝ่ามือก็ขยับเขยื้อน กระดูกข้อมือสีขาวซีดราวกับคมมีดทะลุออกมาจากฝ่ามือ เลือดสดๆ หยดลงบนพื้นตามรอยแยก
เฝิงมู่ควบคุมกระดูกข้อมือ ทดสอบระยะการยืดออกสุดขีด ประมาณ 15 เซนติเมตร ความยาวเท่ากับมีดสั้นเล่มหนึ่ง
"ถ้าเมื่อตอนบ่ายฉันไม่ยับยั้งไว้ แต่ปล่อยให้กลายเป็นคนกระดูกโดยสมบูรณ์ ระยะนี้น่าจะเพิ่มขึ้นได้อีกสองเท่า"
ในใจของเฝิงมู่กระจ่างแจ้ง แต่เขาก็ไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย การแลกการเจริญเติบโตที่ไม่สมบูรณ์กับการซ่อนตัวแฝงอยู่ในหมู่มนุษย์ มันคุ้มค่ามาก
อย่างไรเสีย ถ้าถูกคนอื่นมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกนอกรีต ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็เป็นเหมือนหนูข้างถนน มีแต่ทางตายสถานเดียว
ตรงกันข้าม การซ่อนตัวทำทีเหมือนไม่มีพิษมีภัย แฝงตัวรอคอยโอกาสเคลื่อนไหว ถึงจะสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างไม่สิ้นสุด
"เดิมทีฉันเป็นคนดีบริสุทธิ์ เป็นเพราะ [คุณสมบัติ] พวกนี้ต่างหากที่ทำให้ฉันเสียคน" เฝิงมู่ถอนหายใจยาวในใจ
เฝิงมู่ทดลองต่อไป
แล้วความประหลาดใจก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขาค้นพบว่าไม่ใช่แค่ฝ่ามือที่สามารถแทงกระดูกข้อมือออกมาเป็นมีดได้ แต่ไหล่ก็สามารถแทงหนามกระดูกออกมาเป็นแถวได้ แผ่นหลังก็สามารถทำให้มีตุ่มกระดูกหนาแน่นผุดขึ้นมาได้ ซี่โครงที่หน้าอกก็สามารถแยกออกเป็นตะขอกระดูกรูปฟันเลื่อยได้
เฝิงมู่ลองทีละอย่าง ก่อนที่จะลอง เขาเองก็ไม่รู้ว่าส่วนนั้นของร่างกายเมื่อถูกกระดูกกระตุ้นแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปอย่างไร
ในวินาทีนี้ เขารู้สึกสนใจร่างกายของตนเองเป็นอย่างมาก ราวกับกำลังสำรวจและพัฒนิจุดจี (G-spot) ของร่างกาย รอยยิ้มค่อยๆ กลายเป็นวิปริต
ข้อศอกและหัวเข่าสามารถแทงหนามกระดูกออกมาได้ และยังมีร่องรีดเลือดอีกด้วย
ปลายเท้าสามารถเตะตะขอกระดูกห้าอันออกมาได้ เหมือนกับกรงเล็บของสัตว์ตระกูลแมว
กระดูกใบหน้าสามารถคลุมทับใบหน้า กลายเป็นหน้ากากสีขาวที่ไม่มีอวัยวะใดๆ เหลือเพียงรูม่านตาสีดำสนิทคู่หนึ่ง
ทั้งหมดข้างต้น...
ก็คือการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของ [นักกลืนโลหะ] ขั้นที่สอง
"การเปลี่ยนแปลงแต่ละอย่าง ไม่สามารถควบคุมรูปร่างได้อย่างอิสระ ทำได้เพียงควบคุมความสั้นยาวได้เล็กน้อยเท่านั้น และ...ทุกครั้งสามารถเปลี่ยนแปลงเฉพาะส่วนได้มากที่สุดสองแห่ง"
"หรือก็คือ ถ้ายังคงอยู่ในสภาพหน้ากากตลอดเวลา งั้นตอนที่ใช้มีดมือก็จะไม่สามารถใช้กรงเล็บเท้า หรือหนามไหล่ และอื่นๆ ในการโจมตีหรือป้องกันได้ ในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน"
"นอกจากกระดูกนิ้วทั้งสิบที่สามารถควบคุมได้อย่างคล่องแคล่วคงที่แล้ว การโจมตีหรือป้องกันด้วยส่วนอื่นๆ ฉันจำเป็นต้องสลับเปลี่ยนไปมา เท่ากับว่ามีช่องว่างในการสลับเปลี่ยนเพิ่มขึ้นมา"
ในใจของเฝิงมู่เริ่มมีเค้าโครงความเข้าใจเกี่ยวกับรูปร่างกระดูกของนักกลืนโลหะขั้นที่สองแล้ว ส่วนรายละเอียดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คงจะต้องไปสัมผัสผ่านการต่อสู้จริงเท่านั้น
สรุปคือ...
เขตั้งชื่อสภาวะนี้ว่า รูปร่างกระดูก (骨化形态 Gǔhuà Xíngtài)
"ถ้าเมื่อตอนบ่ายฉันปล่อยให้กระดูกทะลุร่างออกมา รูปร่างของฉันในตอนนี้ก็น่าจะกลายเป็นการรวมเอารูปร่างกระดูกทั้งหมดข้างต้นเข้าไว้ด้วยกันสินะ~"
เฝิงมู่ลูบไล้หน้ากากเย็นเฉียบที่ปกคลุมใบหน้า คิดในใจอย่างแผ่วเบา
"ดังนั้นถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ รูปร่างกระดูกของฉันในตอนนี้เป็นเวอร์ชันที่ถูกตัดทอน อืม...เวอร์ชันที่ถูกตัดทอนก็ดีแล้ว!"
ส่วนความแข็งแกร่งโดยรวมที่เพิ่มขึ้นนั้น เฝิงมู่ยากที่จะประเมินได้อย่างแม่นยำ หากจะต้องเปรียบเทียบอ้างอิง ก็คงจะเป็น...ตัวฉันเมื่อวานนี้ ฉันจะสู้ได้สิบคน
หลังจากสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของความแข็งแกร่งแล้ว ก็คือการวางแผนการอัปเกรดในขั้นต่อไป
หน้าต่างสถานะของ [นักกลืนโลหะ] ขั้นที่สองแสดงไว้อย่างชัดเจน
ขั้นที่สองเมื่อเทียบกับขั้นที่หนึ่ง มีช่องบริโภคเพิ่มขึ้นมาสองช่อง หรือก็คือ ในขั้นที่สองเขาสามารถบริโภคโลหะได้อีกสองชนิด
โลหะสองชนิด หมายความว่าในที่สุดก็จะสามารถดูดซับคุณสมบัติได้สองอย่าง การจะอัปเกรดเป็นขั้นที่สามก็จำเป็นต้องสะสมระดับการบริโภคทั้งสองแถบให้เต็ม ค่าประสบการณ์โดยรวมเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
"แน่นอนว่าฉันก็สามารถ...เลือกโลหะชนิดเดียวกันทั้งสองอย่างก็ได้ แบบนั้นถึงแม้ว่าในที่สุดจะดูดซับคุณสมบัติได้เพียงอย่างเดียว แต่คุณสมบัตินั้นก็น่าจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งมากขึ้น"
"อย่างเช่น...คุณสมบัติใหม่ที่ออกมาจะไม่ใช่ (สีขาว) แต่เป็นสีอื่นงั้นเหรอ?"
เฝิงมู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขียนแผนการสามแบบลงบนกระดาษ
แบบแรก: เลือกสองชนิดที่แตกต่างกัน และไม่ใช่เหล็กดิบทั้งคู่ แบบนี้เมื่อขั้นที่สองสมบูรณ์แล้ว ในตัวเขาก็จะมีคุณสมบัติสามอย่าง ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็น (สีขาว) แบบเริ่มต้น แต่ก็สามารถใช้ร่วมกันได้ เพิ่มจำนวนคลังอาวุธ
แบบที่สอง: เลือกเหล็กดิบทั้งสองอย่าง แบบนี้เมื่อขั้นที่สองสมบูรณ์แล้ว ถึงแม้ว่าในตัวเขาจะมีคุณสมบัติเพียงอย่างเดียว แต่ [การขึ้นรูป] ก็จะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งอย่างถึงขีดสุด [วิชากรงเล็บกระเรียน] ก็จะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นจากการเพิ่มระดับของ [การขึ้นรูป] ด้วย
แบบนี้คือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาวุธชนิดเดียว เดินบนเส้นทางที่สุดโต่ง
แบบที่สาม: เลือกสองชนิดที่แตกต่างกัน ชนิดหนึ่งคือเหล็กดิบ อีกชนิดหนึ่งยังไม่ได้กำหนด แบบนี้เมื่อขั้นที่สองสมบูรณ์แล้ว เขาจะมีคุณสมบัติสองอย่าง และ [การขึ้นรูป] ก็จะได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง และอย่างน้อยที่สุด [วิชากรงเล็บกระเรียน] ก็จะได้รับการยกระดับเช่นกัน
แบบนี้สมดุลที่สุด
โดยส่วนตัวแล้วเฝิงมู่เอนเอียงไปทางแบบที่ 3 มากที่สุด ช่วยไม่ได้ เขาเป็นคนที่มีความสุขุมรอบคอบอยู่ในสายเลือด ไม่ชอบการเน้นไปทางใดทางหนึ่ง แต่ชื่นชอบนักรบหกเหลี่ยมมากกว่า
เขายังไม่รีบร้อนตัดสินใจ ตั้งใจว่าจะรออีกสองสามวันไปลองหาดูหน่อยว่าพอจะหาโลหะชนิดไหนได้บ้างแล้วค่อยตัดสินใจตามสถานการณ์อีกที
และ...ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เขายังต้องรอความคืบหน้าจากทางฝั่งหม่าปิน เพื่อยืนยันว่าจะต้องเหลือช่องบริโภคไว้สำหรับเศษเสี้ยวของเหล็กกล้าอสูรนวโลกันตร์อินซัวหรือไม่
ดังนั้น...
คืนนี้ไม่ต้องทำกายบริหารเสริมสร้าง ไม่มีการกินเหล็ก ไม่ต้องดูดเลือด เวลาก็เลยว่างขึ้นมาทันที
เฝิงมู่ที่หมุนตัวเป็นเกลียวเหมือนลูกข่างมาโดยตลอด ทันใดนั้นก็ไม่มีอะไรทำ กลับรู้สึกไม่ชินขึ้นมา
ปล่อยสมองให้ว่างเปล่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง มองดูเวลาก็เพิ่งจะเลยเที่ยงคืนไปไม่นาน
มองดูโทรศัพท์มือถือ อ่านข้อความสั้นๆ ที่หม่าเวยส่งมา เนื้อหาก็คล้ายๆ กับเมื่อวาน ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการอะไรมากนัก เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร
"ช่างมันเถอะ คงต้องนอนแล้วล่ะ"
ก่อนจะขึ้นเตียง เฝิงมู่ถอดเสื้อผ้าที่ขาดเป็นรูและเปื้อนเลือดออก ขยำรวมกันไว้ตามสบาย ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเอาไปเผาพร้อมกับศพอสูรตนไหนสักตน
"การเปิดใช้งานรูปร่างกระดูกนี่มัน...เปลืองเสื้อผ้าจริงๆ นะ" เฝิงมู่คิดในใจ "ต่อไปนี้เวลาออกไปข้างนอกคงจะต้องพกเสื้อผ้าสำรองไว้สักชุดแล้วล่ะ"
นอนอยู่บนเตียง ความคิดฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานา เดี๋ยวก็คิดว่าตัวตนวายร้ายของตนเองถูกเปิดโปง ถูกตามล่าไปทั่วทุกหนทุกแห่งต้องคอยหลบซ่อน เดี๋ยวก็คิดว่าตนเองกลายพันธุ์เป็นศพอสูร นำทัพศพเข้าโจมตีโลกมนุษย์
อีกสักพักก็คิดถึงการรวบรวมเศษเสี้ยวของเหล็กกล้าอสูรนวโลกันตร์อินซัวจนครบ ตนเองก็บรรลุความเป็นเทพเจ้าได้ในพริบตา
สุดท้ายก็คิดไปถึง...นครเบื้องบนถล่มทลายลงมา ท้องฟ้าฉีกขาด สมาชิกองค์กรอธรรมสุดขั้ว [ชะตากรรม] นับไม่ถ้วนตกลงมาจากฟ้า คุกเข่าดำมืดอยู่ที่หน้าประตูห้องเช่า ต้อนรับการกลับมาของตนเองอย่างพร้อมเพรียง
ความคิดยิ่งฟุ้งซ่านก็ยิ่งหลุดโลก ท่ามกลางความเลือนลาง เฝิงมู่ก็ค่อยๆ หลับไป
…….
ตลาดมืด
ตอนกลางวันไม่เปิดทำการ จะเปิดประตูเฉพาะหลังจากที่นครเบื้องบนดับไฟแล้วเท่านั้น
ที่ว่าประตู จริงๆ แล้วก็ไม่มีหรอก เป็นเพียงพื้นที่รวมแผงลอยเท่านั้นเอง ไม่มีหน้าร้านไม่มีกำแพง โดยทั่วไปแล้วช่องว่างที่อากาศสามารถแทรกเข้าไปได้ คนก็สามารถเดินผ่านไปมาได้เช่นกัน
การเข้าออกไม่จำกัด การจากไปก็ไม่ถูกกีดขวาง
ถ้าวันไหนมีการล้อมรั้ว ตั้งประตูขึ้นมาจริงๆ ในตลาดมืดก็คงจะไม่มีใครมาอีกแล้วกระมัง
ตลาดมืดตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งขึ้นมา ก็มีคุณสมบัติ "ไร้กฎหมาย" ติดตัวมาโดยธรรมชาติ ที่นี่ไม่พูดถึงกฎหมาย ไม่มีระเบียบวินัย
ผู้ที่มาซื้อขายแลกเปลี่ยนที่นี่ ส่วนใหญ่จะสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ไปๆ มาๆ ล้วนเป็นสัตว์เดรัจฉานที่สวมหนังมนุษย์
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ แต่หมายถึงกฎเกณฑ์ในการซื้อขายของตลาดมืด มันเป็นไปตามแบบฉบับของสัตว์มากกว่า สินค้าที่ซื้อขายคือสินค้า ผู้ที่ซื้อขายทั้งสองฝ่ายก็อาจจะกลายเป็นสินค้าได้เช่นกัน
การปล้นชิง การลักขโมย การหักหลัง การลอบแทงข้างหลัง ล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่ตามซอกมุมต่างๆ ตลอดเวลา
จางเฮ่าอยู่ในตลาดมืดมาหลายปีแล้ว ปลอดภัยดีมาโดยตลอด ไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้น นอกจากเขาจะมีพี่น้องสองสามคนที่คอยคุ้มกันอยู่ข้างกายแล้ว ก็ยังเป็นเพราะสินค้าที่เขาซื้อขายมาหลายปีนั้น มันมีเพียงชนิดเดียวมาโดยตลอด และก็ไม่ได้มีมูลค่าสูงอะไร ไม่ค่อยจะไปกระตุ้นความอยากได้อยากมีของคนอื่นเท่าไหร่
ใช่แล้ว...
ในตลาดมืด เขาซื้อเพียงอย่างเดียว – แกนสีดำ
ในสายตาของคนส่วนใหญ่ แกนสีดำก็คือผลึกเถ้ากระดูกที่เหลืออยู่จากการเผาศพอสูร คล้ายๆ กับคนที่ได้รับรังสีเกินขนาดจนตาย เถ้ากระดูกก็จะปะปนไปด้วยก้อนแข็งๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า
ในทางการแพทย์ ก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกับนิ่ว
ตลอดมา ธุรกิจแกนสีดำดำเนินไปอย่างเงียบๆ และปลอดภัย แต่สองวันนี้กลับเริ่มจะมีเค้าลางที่ไม่ค่อยดี ทำให้จางเฮ่าอารมณ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่.....
(จบตอน)