เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 337 : พลังของนักท่องอวกาศระดับหนึ่งดาว

บทที่ 337 : พลังของนักท่องอวกาศระดับหนึ่งดาว

บทที่ 337 : พลังของนักท่องอวกาศระดับหนึ่งดาว


บทที่ 337 : พลังของนักท่องอวกาศระดับหนึ่งดาว

ร่างของชายตาเดียวและมีสี่แขนโผล่ขึ้นเหนือท้องฟ้าของคฤหาสน์เจ้าเมือง

ออร่าของนักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตพุ่งไปทุกทิศราวกับพายุคลั่ง สร้างแรงกดดันให้กับทุกคนจนยากที่จะหายใจ

"นิกริช...ไม่คิดเลยว่าเเกจะถึงกับเชิญนักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตมาได้" อัลเมอร์สมองไปที่ชายตาเดียวและมีสี่แขนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ฮาฮาฮา!" นิกริชขำออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"แกว่าฉันจะกลับมาที่ดาวเบต้าโดยไม่เตรียมการอะไรเลยงั้นหรอ? "

"มาสเตอร์บรุ๊ค….ได้โปรดลงมือฆ่าอัลเมอร์ด้วยเถอะ!"

เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพต่อชายตาเดียวที่ลอยอยู่เหนือทุกคน

ตาสีม่วงข้างเดียวของบรุ๊คมองลงมาที่อัลเมอร์ส ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นว่า

"ฆ่าตัวตายซะ!"

เมื่ออัลเมอร์สสบตาเข้าดวงตาที่เยือกเย็นของบรุ๊ค เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แทบจะทำให้เขาขาดสติ

"นี่คือ... พลังของนักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตงั้นหรอ? ขนาดว่าเราขาดเพียงแค่ครึ่งก้าวก่อนที่เราจะก้าวขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์อาณาเขต... แต่ความต่างพลังกลับห่างกลับคนละโลก"

อัลเมอร์สเงียบลงครู่นึงก่อนที่จะทำสิ่งทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง

เขาก้มหัวลงและหันไปทางคฤหาสน์เจ้าเมืองก่อนจะพูดขึ้นอย่างสุภาพว่า

"มาสเตอร์เฮอิเลได้โปรดลงมือด้วย!"

แทบจะทันทีที่อัลเมอร์สพูดจบ ภาพเงาร่างได้ปรากฏขึ้นในส่วนลึกของคฤหาสน์เจ้าเมือง ก่อนที่จะโผล่ออกมาต่อหน้าทุกคนในชั่วพริบตา

ร่างของมนุษย์ต่างดาวที่สูงราวสามเมตร ชายคนนี้นั้นแลดูเหมือน​กับมนุษย์โลกทั่วๆไป…..หากไม่นับลายสีเลือดที่อยู่ที่แก้มของทั้งสองด้าน

ในมือของเขานั้นกำลังถือดาบสีดำเล่มหนาอยู่

แต่สิ่งที่ดึงดูความสนใจ​ของทุกคนมากที่สุด​ก็คือเข็มกลัดสีเลือดที่อกของเขา

"นั่นมัน!"

เมื่อชูโจวเห็นร่างของมาสเตอร์เฮอิเล เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือนักท่องอวกาศระดับหนึ่งดาวที่เขาเจอก่อนหน้านี้ในอวกาศ

"นี่มัน….นักท่องอวกาศระดับหนึ่งดาว!"

ในเงามืดเหล่านักรบที่เฝ้ามองดูสถานการณ์ต่างพากันตกตะลึงอีกครั้ง

และครั้งนี้พวกเขาตะลึงมากกว่าตอนที่เห็นบรุ๊คเสียอีก

"อัลเมอร์สนายจ้างนักท่องอวกาศมาเลยงั้นหรอ!" นิกริชทั้งตกตะลึง​และโกธรไปพร้อมกัน

ในจักรวาลนี้….นักท่องอวกาศนับเป็นหนึ่งในอาชีพที่โหดร้ายและแข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์ แต่ละคนถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเหล่ามนุษย์ทั้งหมด

และในเวลาเดียวกันค่าจ้างของนักท่องอวกาศนั้นสูงอย่างที่ยากจะจินตนาการ

แม้แต่คนที่รวยที่สุดในดาวเคราะห์ทั่วไปของจักรวรรดิกาแลกติกยังไม่สามารถจ้างนักท่องอวกาศได้

แรกเริ่มนั้นนิกริชคิดว่าการที่เขาสามารถเชิญนักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตนั้นเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมากเเล้วในสายคนทั่วไป

แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าอัลเมอร์สจะทำเรื่องที่น่าตกใจกว่า…เพราะเขาถึงกับจ้างได้แม้กระทั่งนักท่องอวกาศ

อีก​ด้าน​

ดวงตาบรุ๊คพรันหรี่ลงหลังจากที่เขาเห็นมาสเตอร์เฮอิเลปรากฏตัวออกมา

"เรียนท่านนักท่องอวกาศที่น่าเคารพ อาจารย์ของข้าคือแทลอนจากจักรวรรดิกาแลกติก….ถ้าอยากขอให้ท่านยกเลิกภารกิจนี้โดยเห็นแก่หน้าของอาจารย์ข้าได้หรือไม่?"

"และในส่วนค่าเสียเวลาทั้งหมดตระกูลแทลอนจะเป็นคนแบกรับเอง" บรุ๊คกล่าวขึ้น

"แทลอน? ฉันเคยยินชื่อนี้นะ แต่จะยกเลิกภารกิจเพียงเพราะชื่อนั้นฝันไปเถอะ!" มาสเตอร์เฮอิเลกล่าวออกมาอย่างไร้อารมณ์ก่อนที่จะลงมือโจมตีทันที

ดาบสีดำในมือเขาส่องประกายไปด้วยสายฟ้าคลั่ง

ในเวลาเดียวกันนั้นเองบริเวณรอบๆ ก็ดูเหมือนจะถูกปกคลุมไปด้วยกฏของโลหะ

ประกายแสงจากดาบสีดำพุ่งตัดผ่านอากาศ

รูปร่างของมันราวกับพระจันทร์เสี้ยวที่โผล่ขึ้นจากเส้นขอบฟ้า พร้อมปล่อยคลื่นพลังงานที่รุนแรงออกมา

นอกจากนั้น, มันยังมีออร่าที่แหลมคมจนเหมือน​จะสามารถตัดได้ทุกสิ่งเเผ่ออกมาด้วย

ในเสี้ยววินาทีนั้นไม่ว่าจะเป็น สตาร์การ์ด กลุ่มโจรสลัดอวกาศ ชูโจว หรือคนอื่น ๆ ต่างมีภาพลวงตาว่าทั้งร่างกาย และวิญญาณของพวกเขาถูกผ่าครึ่งออกด้วยประกายแสงจากดาบสีดำ

เมื่อเห็นประกายแสงจากดาบสีดำพุ่งเข้ามา….สีหน้าของบรุ๊คเปลี่ยนไปในทันที

"เขี้ยวโลหิต!"

เขาคำรามออกมาด้วยความโกธร…..ก่อนจะเทพลังงานทั้งหมดลงไปที่ดาบสีเลือดในมือของเขา เเละใช้ท่าไม้ตายที่เขาฝึกมาหลายปี [เขี้ยวโลหิต]​

ในตอนนั้นเองสายฟ้าสีเลือด

ก็พุ่งออกมาจากดาบสีเลือดของเขาด้วยความเร็วนับหมื่นเท่าของความเร็ว​เสียง

แต่เมื่อสายฟ้าสีเลือดพุ่งปะทะเข้ากับประกายเเสงสีดำมันกลับสลายออกไปทันที

แทบจะในเวลาเดียวกันร่างของบรุ๊คถูกผ่าครึ่งจากประกายแสงจากดาบสีดำ

ยิ่งไปกว่านั้นร่างของบรุ๊คที่ถูกผ่าครึ่งยังถูกตัดลงเป็นชิ้นๆ ราวกับมีมีดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ตัดร่างของเขาออกเป็นส่วน ๆ

"ตูม——"

ทันใดนั้นเองกลุ่มดาวขนาดราวหนึ่งเอเคอร์ได้โผล่ขึ้นมาและรวบร่วมเศษร่างของบรุ๊คเข้าด้วยกัน ก่อนที่จะพุ่งออกจากเมืองเบต้าและพุ่งตรงไปยังอวกาศ

มาสเตอร์เฮอิเลมองไปกลุ่มดาวที่กำลังห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยสายตาเฉยเมยและแกว่งดาบของเค้าอีกครั้งอย่างรุนแรง

ประกายแสงจากดาบสีดำอีกอันพุ่งเข้าไปทำลายกลุ่มดาวที่กำลังพุ่งไกลออกไปโดยตรง

"อะไรกัน--"

เสียงกรีดร้องที่น่าสังเวชอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ดังออกมาจากกลุ่มดาว

ตอนนี้, กลุ่มดาวค่อยๆ สั่นสะท้าน​ราวกับจะพังทลายได้ทุกเมื่อ…แต่ท้ายที่สุด​กลุ่มดาวนั้นก็ไม่ได้พังลง เเละพุ่งหายไปจากท้องฟ้าโดยสิ้นเชิง

"มาสเตอร์บรุ๊ค... แพ้แล้วงั้นหรอ"

เมื่อนิกริชเห็นบรุ๊คพ่ายแพ้และหนีไปเเล้ว….เขาก็อดไม่ได้ที่จะมองตามไปด้วยความงุนงง

หลังจากที่เวลาผ่านไปครู่นึง

เขาก็หันหลังและวิ่งหนีออกจากเมืองเบต้า

แต่ในขณะที่นิกริชกำลังหนีอยู่นั้นร่างของกลับถูกฟันด้วยประกายแสงจากดาบสีดำ

เขากลายไปศพและตกลงหน้าบริเวณ​คฤหาสน์เจ้าเมือง

"ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่นายจะจัดการ!"

มาสเตอร์เฮอิเลพูดใส่อัลเมอร์สอย่างสงบนิ่ง

ชั่ววินาทีเดียวกันเขาก็นำยานอวกาศรูปมังกรสีทองออกมาจากแหวนมิติของเขา ก่อนที่จะพุ่งออกจากดวงดาวเบต้าในทันที

"ต้องขุบคุณมาสเตอร์เฮอิเลอย่างยิ่ง!"

อัลเมอร์สยืนส่งมาสเตอร์เฮอิเลอด้วยความเคารพจนเงาของยานอวกาศรูปมังกรสีทองหาออกไปจากสายตาของทุกคน

"ตามที่คาดการณ์​ไว้, นักท่องอวกาศทุกล้วนแต่อยู่ในจุดสูงสุดของเผ่าพันธุ์​มนุษย์ แต่ละคนแข็งแกร่งกว่านักรบในระดับเดียวกันลิบลับ"

"บรุ๊คเองก็เป็นนักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตที่แข็งแกร่ง แต่ถึงยังนั้นเขากลับไม่สามารถรับได้แม้แต่ดาบของมาสเตอร์เฮอิเล!"

ชูโจวเองก็กำลังมองมาสเตอร์เฮอิเลที่กำลังบินออกไปเช่นกัน, เเละเมื่อนึกถึงดาบที่ทั้งทรงพลังและยากที่เข้าใจเมื่อกี้นั้น เขาก็อดไม่ที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้น

หากเขาต้องเผชิญหน้า​กับดาบแบบนั้น….เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน

"หลังจากที่ก้าวขึ้นสู่นักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขต เราต้องรีบสมัครการทดสอบของนักท่องอวกาศให้ไวที่สุด..." ชูโจวตัดสินขึ้นมาในใจ

……..

เหนือท้องฟ้าของคฤหาสน์เจ้าเมือง

มีโจรสลัดอวกาศอย่างน้อย 1,600 คนที่กำลังสู้อยู่กับสตาร์การ์ด

เเต่เมื่อพวกเขาเห็นบรุ๊คที่วิ่งหนีไป และนิกริชที่ถูกฆ่าตาย

โจรสลัดอวกาศบางคนก็เริ่มสัมผัสได้ว่าสถานการณ์เริ่มผิดปกติ….เเละรีบตัดสินใจ​หนีออกจากเมืองเบต้าราวกับกลุ่มนกแตกฝูง

"นิกริชดูเหมือนว่าคนที่ชนะจะเป็นฉันนะ!"

อัลเมอร์สมองลงไปที่ร่างของนิกริชและยิ้มเยาะออกมา

หลังจากนั้นเขามองไปรอบๆ เฝ้าดูกลุ่มลูกน้องของเขามากมายที่อยู่ในอาการบาดเจ็บหนัก และยิ่งแย่ไปกว่านั้นลูกน้องระดับเก้าดวงดาวของเขาได้ตายไปถึงแปดคน

สิ่งนี้ทำให้หัวใจของเค้าคำรามออกด้วยความโกธรเกี้ยว

และเมื่อคิดขึ้นราคาแสนแพงในการจ้างมาสเตอร์เฮอิเล หัวใจของเค้าก็ยิ่งโกธรมากขึ้นไปอีก

"สตาร์การ์ดทุกคน….รับคำสั่งจากเจ้าเมืองและทำลายกลุ่มโจรสลัดอวกาศพวกนี้ให้หมด" เขาตะโกนก้องออกมา

"ทุกคนพวกกลุ่มโจรสลัดอวกาศนี้นั้น เป็นอาชญากรชั่วร้ายที่ก่ออาชญกรรมต่างๆมามากมาย....เพราะงั้นข้าขอความร่วมมือจากทุกคนในการกำจัดภาระสังคมพวกนนี้ด้วย"

"ข้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านเจ้าเมืองพูดอย่างยิ่ง….พวกข้าจะจัดการพวกโจรสลัดอวกาศสารเลวนี่เอง"

หลังจากที่ศึก "แย่งอำนาจ" ของพี่น้องอัลเมอร์สและนิกริชจบลง……ครอบครัวใหญ่เเละกองกำลังต่างๆ ในดาวเบต้าต่างก็พร้อมที่จะอยู่ข้างอัลเมอร์ส

หลังจากนั้นพวกเขาพากันเข้าโจมตี และไล่ล่ากลุ่มโจรสลัดอวกาศที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาหลบหนี

โดยชูโจว….เขาตั้งหน้าตั้งตาไล่ล่ามากกว่าคนอื่น

เพราะในสายตาของเขา….กลุ่มโจรสลัดอวกาศพวกนี้ไม่ต่างอะไรไปจากคะเเนนคุณสมบัติเดินได้, เเล้วเขาจะพลาดโอกาศในการเก็บเกี่ยวคะเเนนคุณสมบัติดีๆแบบนี้ไปได้ยังไงกัน?

ร่างของชูโจวได้กลายเป็นภาพติดตาด้วยความเร็วสูง….ไล่จัดการโจรสลัดอวกาศทีละคนทีละคน

พลังของเขาตอนนี้เหนือกว่านักรบเก้าดวงดาวทั่วๆไปมากแล้ว

เพราะแบบนั้นกลุ่มโจรสลัดอวกาศพวกนี้จึงไม่ใช่คู่มือเขาเลยแม้แต่น้อย

ถ้าพูดกันง่ายๆ, เมื่อเขาจับใครได้ คนๆนั้นก็จะตายลงทันที

หลังจากที่ร่างกายชูโจวเปลี่ยนแปลงไปนับครั้งไม่ถ้วนโดยกฏเเห่งอวกาศ….เขาก็สามารถควบคุมพลังมิติได้ง่ายขึ้นมาก

และถึงแม้เวลาที่เขาไม่ได้ใช้ศาสตร์ลึกลับข้ามมิติแต่ความเร็วของเขานั้นก็เร็วกว่านักรบระดับเก้าดวงดาวทั่วๆไปเป็นสิบเท่า

เพราะงั้นภาพเงาของเขาจึงโผล่ขึ้นมาทั่วเมืองเบต้า และจากมากกว่า1,600 โจรสลัดอวกาศที่กำลังหลบนี้อยู่นั้น, มันก็มีมากกว่า 1,000 คนที่ถูกจัดการโดยชูโจว

ความเร็วในการจัดการศัตรู​ของเขานั้นสูงกว่าเจ้าเมืองอย่างอัลเมอร์สและนักรบระดับเก้าดวงดาวคนอื่นๆของเมืองเบต้าอย่างมาก

เเละสิ่งนี้ทำให้ทั้งอัลเมอร์สเเละนักรบระดับเก้าดวงดาวคนอื่นๆของเมืองเบต้าตกตะลึง​เป็นอย่างมาก

"เฮ้ย เจ้าหมอนั่นเป็นใครกัน? เมืองเบต้าของเรามีนักรบระดับเก้าดวงดาวที่น่ากลัวแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"น่ากลัวจริงๆ หมอนั่นอยู่ในระดับเดียวกับเจ้าเมืองเลย….หากฉันไปสู้กับเขา, ฉันคงโดนเขาฆ่าด้วยกระบวนท่าเดียวแน่ๆ "

"ไม่ใช่แล้ว การที่คนแบบนี้มาที่เมืองเบต้า……พวกเราก็ต้องรู้หรือได้ยินชื่อมาบ้างสิ!"

นักรบระดับเก้าดวงดาวของเมืองเบต้ามองภาพเงาร่างของชูโจวด้วยความตกตะลึง

ยิ่งมองเท่าไหร่พวกเขายังสงสัยมาขึ้นเท่านั้น

กลุ่มสังคมของนักรบเก้าดวงดาวของเมืองเบต้านั้นไม่ได้กว้างขว้างขนาดนั้น

ปกติมีนักรบระดับเก้าดวงดาวเเค่หนึ่งร้อยห้าสิบถึงหนึ่งร้อยหกสิบคนเท่านั้นในเมืองเบต้า และแต่ละคนต่างรู้จักกันทั้งหมด

แต่กลับไม่มีใครเคยเห็นชูโจวเลย

"นั่นมัน... ชูโจวไม่ใช่หรอ?" อัลเมอร์สนั้นจำชูโจวได้

และเขาก็ตกใจมากเช่นกัน

เขารู้ว่าชูโจวในฐานะ "พรสวรรค์ขั้นสูงสุด​" ชุโจวย่อมไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป

แต่เขาไม่คิดว่าชูโจวนั้นจะน่ากลัวขนาดนี้

โดยไม่ต้องสงสัยพลังของชูโจวสูงกว่านักรบระดับเก้าดวงดาวทั่วๆไปมากจนยากจะจินตนาการ

อัลเมอร์สที่เข้าไปสู่ครึ่งเก้านักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตนั้นก็มีพลังสูงกว่านักรบระดับเก้าดวงดาวทั่วๆไปมากจนยากจะจินตนาการเช่นกัน

เพียงแต่เขายังไม่เคยสู้กับชูโจว, มันจึงยากที่จะบอกได้ว่าระหว่างเขากับชูโจวนั้น…..ใครแข็งแกร่งกว่ากัน

แต่สิ่งนึงที่ชัดเจนคือความเร็วที่น่ากลัวของชูโจว….หากต้องสู้เขาอาจจะไม่สามารถแตะตัวชูโจวได้ด้วยซ้ำ

หรือพูดอีกนัยคือชูโจวนั้นอาจจะชนะก่อนที่จะเริ่มสู้ด้วยซ้ำ

"ถึงแม้ราคาที่เราจ่ายไปในการเอาชนะศึกนี้จะสูง... แต่หากเราผูกมิตรกับสัตว์ประหลาดอย่างชูโจวได้มันก็ไม่ถือว่าขาดทุน!"

เมื่อคิดได้เช่นนั้นอัลเมอร์สก็บินออกไปหาชูโจวด้วยรอยยิ้มบนหน้าของเขา

……………..

จบบทที่ บทที่ 337 : พลังของนักท่องอวกาศระดับหนึ่งดาว

คัดลอกลิงก์แล้ว