เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 336 : พายุ (2)

บทที่ 336 : พายุ (2)

บทที่ 336 : พายุ (2)


บทที่ 336 : พายุ (2)

ณ เเพนดากอนวิลล่า

ดราก้อน ธอร์ อาปาซา และดิโก้ ต่างช่วยกันจัดการกลุ่มคนที่บุกรุกเข้ามา

เเละทันใดนั้นเอง….มิติรอบๆก็สั่นกระเพื่อมขึ้น ก่อนที่ประกายแสงดาบจะพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า​ และตรงเข้าไปจัดการกลุ่มผู้บุกรุก

ยิ่งไปกว่านั้นร่างของผู้บุกรุกทั้งหมดยังถูกดูดเข้าไปในยังห้วงลึกของมิติหลังเสียชีวิต​เเล้ว

ดราก้อนและคนอื่นรู้ทันทีว่านี่เป็นฝือมือของชูโจว

…….

ณ วิลล่าเเพนดากอน

ดราก้อน ธอร์ และอาปาซาได้บินไปหาชูโจวโดยพร้อมเพรียง​กัน​

"คนพวกนี้เป็นใคร? ทำไมอยู่ดีๆถึงมาโจมตีกันพวกเรา?" ดราก้อนและคนอื่นๆ มองชูโจวด้วยสายตาตั้งคำถาม

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คนพวกนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเมืองเบต้า”

“เเละดูเหมือนพวกเราจะโดนดูดเข้ามาในวังวงนี้ด้วย”

"ใช่แล้ว….ดูเหมือนว่าสามคนที่โจมตีฉันพูดอะไรซักอย่างเกี่ยวกับกองกำลังชุดม่วงด้วย!"

ชูโจวพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองทางคฤหาสน์เจ้าเมือง

ในขณะเดียวกันเหนือน่านฟ้าของคฤหาสน์เจ้าเมือง กลุ่มคนจำนวนมากกำลังสู้กันอย่างดุเดือด และคลื่นพลังงานจากการต่อสู้สามารถรับรู้จากระยะไกล

และไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้น แต่อีก 19 สถานที่รอบๆเมืองเบต้าก็มีคลื่นพลังประทุออกมาด้วยเช่นกัน

"ใครกันที่ถึงกับกล้าโจมตีคฤหาสน์เจ้าเมือง!"

ดราก้อนและคนอื่นที่สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานจากการต่อสู้เหนือคฤหาสน์เจ้าเมือง….พวกเขา​จึงอดไม่ได้ที่จะตกใจขึ้นมา

คฤหาสน์เจ้าเมืองนั้นเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองเบต้าอย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจากนี้นั้นคฤหาสน์เจ้าเมืองนั้นยังอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิกาแลกติกโดยตรงอีกด้วย

เพราะงั้นใครกันที่จะกล้าโจมตีคฤหาสน์เจ้าเมืองเเบบนี้?

"ฉันไปดูเอง..." ชูโจวกล่าวขึ้น

เเละก่อนที่ดราก้อนและคนอื่นๆจะได้สติ, ร่างของชูโจวก็หายไปจากกลางอากาศเเล้ว

..…

เหนือคฤหาสน์เจ้าเมือง

กลุ่มนักรบต่างจับกลุ่มสู้กันราวกับฝูงแมลงคลั่ง

ถ้ามองจากภายนอกนั้น…ราวกับผู้คนนับพันกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด

นักรบคนหนึ่งสวมใส่ชุดเกราะสีเขียวซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของกองทัพสตาร์การ์ดของจักรวรรดิกาแลกติก….ซึ่งนักรบพวกนี้มีหน้าที่ในการป้องกันคฤหาสน์เจ้าเมือง

ส่วนนักรบอีกกลุ่มนั้นราวกับกองกำลังผสมจากหลากหลายที่….แต่ทุกคนนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและบ้าคลั่ง ชูโจวสามารถบอกได้หลังจากที่มองแค่ครั้งเดียวว่าพวกนี้เป็นการรวมตัวของกลุ่มโจรสลัดอวกาศ

ถึงแม้สตาร์การ์ดได้รับการฝึกฝนอยากหนัก และเป็นระเบียบมากกว่ากลุ่มโจรสลัดอวกาศ

แต่จำนวนของกลุ่มโจรสลัดอวกาศนั้นมีมากกว่าสตาร์การ์ดถึงสองเท่าตัว และจำนวนนักรบระดับสูงของกลุ่มโจรสลัดอวกาศ ก็มีมากกว่าสตาร์การ์ดเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้, สตาร์การ์ดจึงตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก และกำลังใกล้จะพ่ายแพ้เเล้ว

เเละเมื่อมองขึ้นไปด้านบน….มันจะมีคนสองกลุ่มที่กำลังประชันหน้ากันอยู่

คนทั้งสองกลุ่มนี้….ต่างเต็มไปด้วยออร่าของนักรบระดับเก้าดวงดาว

"น้องชายที่รัก พี่บอกแล้วว่าวันนึงพี่จะกลับมาและวันที่ว่านั้นก็มาถึงแล้ว!"

นิกริชจ้องมองไปที่อัลเมอร์สด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น รอยแผลลายคล้ายตะขาบของเขาทำให้สีหน้าของเขาดูโหดเหี้ยมขึ้นไปอีก

"นิกริชในฐานะที่เราเป็นพี่น้องกัน, ฉันจึงปล่อยให้นายมีชีวิตรอดไป... เเล้วอะไรที่ทำให้นายโผล่หัวมาที่นี่อีก?"

อัลเมอร์สราวกับสิงโตคลั่ง ผมสี้ทองของเขาสะบัดไปมาทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีลมพัดสักนิด

"ฉันกลับมาเพื่อพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้แย่ไปกว่าแกไงหล่ะ….อะไรที่แกแย่งฉันไป ฉันจะเอามันกลับมาด้วยมือของฉันเอง"

"นิกริชนี่นายรู้ไหมว่านายกำลังทำอะไรอยู่? ร่วมมือกับกลุ่มโจรสลัดอวกาศและโจมตีคฤหาสน์เจ้าเมือง นี่มันคือการก่อกบฏ….เเละนายยังหวังที่จะแย่งตำแหน่งของฉันและเป็นเจ้าเมือง…..นายไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องตลกงั้นหรอ?" อัลเมอร์สพุดประชดขึ้น

"ตลกงั้นหรอ? แกนั่นแหละที่น่าตลก!" นิกริชมองไปที่อัลเมอร์สด้วยสายตาเหยีดหยาม

"อัลเมอร์ส…..คนอยู่แค่บนดาวเบต้าทั้งชีวิตแบบแกจะไปรู้ถึงโลกกว้างภายนอกได้ไง? นายรู้ไหมข้างนอกมีคนแข็งแกร่งมากมายแค่ไหนที่สามารถบดบังท้องฟ้าได้ด้วยมือข้างเดียว"

"สำหรับนายกฏของจักรวรรดิอาจจะเป็นที่สุดของเเก…..แต่มันไม่ใช่สำหรับคนพวกนั้น ตราบใดที่คนๆหนึ่งแข็งแกร่งมากพอ มันก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาจะทำไม่ได้"

"และหลังจากที่ฉันฆ่านายเเล้ว…..คนพวกนั้นจะจัดการตำแหน่งเจ้าเมืองเอง"

เมื่อได้ยินคำพูดของนิกริช สีหน้าของอัลเมอร์สก็เปลี่ยนเป็นมืดมนทันที​

"ฆ่ามัน!" อัลเมอร์สสั่งการออกมาอย่างเยือกเย็น

จากนั้น, นักรบระดับเก้าดวงดาวทั้ง 27 คนที่อยู่ด้านหลังเขา…ก็เข้าโจมตีนิกริชและคนอื่นๆทันที​

"ฆ่ามัน!"

นิกริชก็สั่งการและก็นำคนของเขาเข้าไปปะทะกับอัลเมอร์สและคนอื่นๆ

"บูม บูม บูม..."

คลื่นพลังงานที่น่ากลัวพุ่งไปทั่วเมืองเบต้าราวกับพายุคลั่ง

เเละในตอนนี้นั้นเอง สัญลักษณ์ที่ลักลับมากมายก็โผล่ขึ้นมารอบๆ เมืองเบต้าและดึงดูดผลกระทบ​จากการต่อสู้ เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านและตึกในเมืองเสียหาย​

ระหว่างการต่อสู้ของนักรบระดับดวงดาวจำนวนมากนั้น, หากไม่ใช่เพราะสัญญาลักษณ์ลึกลับเหล่านี้…..เมืองเบต้าก็คงจะถูกทำลายไปนานแล้ว

……

ณ ขณะนี้​

ร่างของชูโจวปรากฎขึ้นมาเหนือคฤหาสน์เจ้าเมือง

เขายืนมองทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน

"หืม? ดูเหมือนว่าเราจะไม่ใช่คนเดียวที่ออกมาสังเกตุสถานการณ์​สินะ….. ในมุมมืดนั้นยังมีนักรบนระดับเก้าดวงดาวอีดหลายคนก็กำลังเฝ้าสังเกตการต่อสู้ด้วยเช่นกัน "

ชูโจวผสานสัมผัสทางจิตวิญญาณกับกฏเเห่งอวกาศ ซึ่งมันทำให้เขาสามารถสัมผัส​ได้ว่ามีอย่างน้อยห้าสิบนักรบระดับเก้าดวงดาวที่อยู่​รอบ ๆ

แต่ดูเหมือนว่านักรบระดับเก้าดวงดาวพวกนี้ดูจะไม่ต้องการที่จะเข้ารวมการต่อสู้ครั้งนี้

ทันใดนั้นชูโจวก็นึกขึ้นมาได้ว่าในเมืองเบต้านั้นยังมีมหาอำนาจอย่าง, บริษัทจักรวาลเสมือน และหอการค้าหมื่นเผ่าพันธุ์​อยู่

ด้วยพลังของสองมหาอำนาจ​นี้….การที่จะมีนักรบระดับเก้าดวงดาวมากมายเพื่อเตรียมพร้อมในสาขาของเมืองเบต้าย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

และในตอนนี้ที่คฤหาสน์เจ้าเมืองกำลังตกอยู่ภายใต้การโจมตี….นักรบจากบริษัทจักรวาลเสมือน และหอการค้าหมื่นเผ่าพันธุ์​ก็ไม่ได้ออกมาร่วมการต่อสู้”

สิ่งนี่, แสดงให้เห็น​ว่าทั้งสองบริษัทไม่ได้ต้องการที่จะเข้าร่วมในเกมส์​ “การเมือง” ของจักรวรรดิกาแลกติก

"การต่อสู้นี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเลย….แต่พวกนี้ดันลากเราเข้ามาเกี่ยวข้อง​ด้วย!"

"งั้นก็อย่ามาว่าฉันเสียมารยาทก็แล้วกัน"

"งั้นฉันจะเริ่มต้นด้วยการเก็บดอกเบี้ยก่อนก็แล้วกัน!" ชูโจวพึมพำคนเดียวก่อนที่จะวางมือลงที่พื้น

ในช่วงเวลาสั้น ๆ คลื่นพลังอวกาศที่ยากจะสัมผัสได้…ก็โผล่ออกมาจากใต้ดินบริเวณ​รอบๆคฤหาสน์เจ้าเมือง

ร่างของกลุ่มโจรสลัดอวกาศที่ตายลง และกองอยู่ที่พื้นค่อยๆถูก 'ดูด' ลงไปยังใต้ดินและหายไปโดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่ทันได้สังเกต

นอกจากนี้, ที่พื้นยังมีโจรสลัดอวกาศบางคนที่ได้รับบาดเจ็บแต่ยังไม่ตาย…..เเต่โจรสลัดอวกาศพวกนี้ด็โดน 'ดูด' ลงไปใต้ดินเช่นกัน

"คะเเนนคุณสมบัติ + 100 ล้าน!"

"คะเเนนคุณสมบัติ + 1000 ล้าน!"

"คะเเนนคุณสมบัติ + 100 ล้าน!"

ชูโจวซ่อนอยู่ในมุมมืดและเก็บคะเเนนคุณสมบัติอย่างเงียบๆ

และมันไม่ได้มีแค่เพียงคะเเนนคุณสมบัติเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นแหวนมิติ คอมพิวเตอร์โฟตอน ชุดเกราะพลังงาน อาวุธพลังงาน และสัมบัติอื่นๆ ก็ล้วนถูกเขาปล้นเช่นกัน

ความรู้สึกที่ได้อะไรมาฟรีๆ….โดยไม่ต้องเสียเเรงอะไรนี่มันดีจริงๆ

……..

บนท้องฟ้า

หลังจากที่นิกริชและอัลเมอร์สสู้กันได้ครู่นึง นิกริชตะโกนขึ้นใส่หลังคาของตึกใกล้เคียง

"มาสเตอร์บรุ๊คช่วยฉันด้วย!"

หลังจากที่นิกริชตะโกนขึ้น ชายตาเดียวและมีสี่แขน, ถืออาวุธคล้ายเคียวสีแดงเลือดก็โผล่ขึ้นมาจากหลังคาตึกดังกล่าว

"ตูม!"

ชายตาเดียวบินขึ้น​มาหยุดที่ฟ้าเหนือคฤหาสน์เจ้าเมืองในช่วงพริบตาพร้อมกับปล่อยแรงกดดันมหาศาลแก่คนอื่นๆ

เหล่าสตาร์การ์ด และกลุ่มโจรสลัดอวกาศที่กำลังสู้กันต่างกระอักเลือดออกมาหลังจากเจอแรงกดดันดังกล่าว

"ไม่ดีแล้วนี่มันนักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขต!"

สีหน้าของสตาร์การ์ดเปลี่ยนไปในทันที

ในทางตรงข้ามกลุ่มโจรสลัดอวกาศก็แสดงสีหน้าที่มีความสุขขึ้นแทน

"ไม่แปลกเลยที่นิกริชกล้าที่จะกลับมาแย่งตำแหน่งเจ้าเมืองจากอัลเมอร์ส….นั่นเพราะว่าเขาจะมีนักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตมาร่วมด้วย"

นักรับระดับเก้าดวงดาวที่เฝ้าสังเกตอยู่รอบต่างตกตะลึง​ไปตามๆกัน

หากระดับความว่างเปล่านับว่าเป็นคนปกติในอารธรรมต่างๆ และระดับดวงดาวนับว่าเป็นคนระดับสูงของสังคมเเล้วล่ะก็

ระดับปรมาจารย์อาณาเขตก็นับได้ว่าเป็นระดับสูงสุดของสังคม

และมันไม่ง่ายเลยที่จะทำอะไรให้นักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตรู้สึก​พอใจได้

เพราะหากพูดกันแล้ว….ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทรัพย์สิน เส้นสาย เทคนิคลับ หรือทรัพยากรฝึกตน, นักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตนั้นเหนือกว่านักรบระดับดวงดาวในทุกๆด้าน

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง….นักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตย่อมดูถูกสิ่งของที่นักรบระดับดวงดาวครอบครอง

เพราะอย่างนั้น, การเชิญนักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตมาช่วยสู้นั้นยากยิ่งกว่าการปีนบันได​สวรรค์​เสียอีก

ไม่มีใครสามารถจินตนาการได้ว่า ราคาแบบไหนกันที่นิกริชต้องจ่ายในการเชิญนักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตมาช่วยสู้เช่นนี้

"เเม้เเต่นักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตก็มางั้นหรอ!"

เมื่อเห็นร่างของนักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขต, สีหน้าของชูโจวก็เปลี่ยนเป็นมืดมน

เเละทันใดนั้น, เขาก็ค่อยๆหยุดการเก็บกวาดซากศพลง

…………

จบบทที่ บทที่ 336 : พายุ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว