เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 335 : พายุ(1)

บทที่ 335 : พายุ(1)

บทที่ 335 : พายุ(1) 


บทที่ 335 : พายุ(1)

ชูโจวเจอกลุ่มโจรสลัดอวกาศอีกสองกลุ่มบริเวณห้วงอวกาศใกล้เคียงดาวเบต้า

และด้วยความช่วยเหลือของ "เพื่อนใหม่" ที่พร้อมจะ "เสียสละตัวเองเพื่อผู้อื่น" ทำให้ชูโจวได้รับคะเเนนคุณสมบัติเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนล้านคะแนน

คะเเนนคุณสมบัติทั้งหมดของเขาในตอนนี้คือ 2.237 แสนล้าน

"ไม่ใช่ว่าบริเวณใกล้เคียงดาวเบต้ามีกลุ่มโจรสลัดอวกาศนับสิบไม่ใช่หรือไง?

ทำไมเราถึงเจอแค่สี่กลุ่มกัน….ที่เหลือหายไปหมดกัน?"

ชูโจวคิดในขณะที่กำลังกลับไปที่เเพนดากอนวิลล่า

……

ณ กลาง ดึกคืนเดียวกันนั้นเอง

เมืองเบต้า

นิกริชลูบรอยแผลเป็นบนหน้าของเขา พร้อมมองไปที่คฤหาสน์เจ้าเมืองด้วยใบหน้าเยือกเย็น

เขามองผ่านหน้าต่างฝรั่งเศสของคฤหาสน์พร้อมกับสายตาที่หมองหม่น

เขากลับมาแล้ว

หลังจากที่เขาพ่ายแพ้ในวังวนการแย่งอำนาจของครอบครัว เขาถูกไล่ออกจากดาวเบต้าด้วยฝืมือน้องชายของเขาเอง

เขายังจำสภาพโทรม ๆ ของตัวเองในตอนนั้นที่ไม่ได้ต่างอะไรไปจากหมาจรจัดแม้แต่น้อย

และในตอนนี้….หลังจากที่ภายไปหลายปี เขาก็ได้กลับมาที่เมืองแห่งนี้อีกครั้งเพื่อล้างแค้น

"อัลเมอร์สฉันจะ 'ตอบแทน' ทุกอย่างที่นายมอบให้ฉันในตอนนั้นให้หมด!"

นิกริชยิ้มพร้อมกับสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นชั่วร้าย ราวกับอสรพิษที่กำลังจ้องจะกัดเหยื่อ

"ในคฤหาสน์เจ้าเมืองมีนักรบระดับเก้าดวงดาวทั้งหมดกี่คน?”

ถึงแม้ปากเขาจะไม่ได้ขยับ….แต่เสียงของเขาก็ลอยเข้าไปในหูของผู้ติดตามด้านหลังของเขา

"หากนับรวมอัลเมอร์สด้วย ก็จะมี​ 28​ คนครับ!"

"เเล้ว​, นอกจากคฤหาสน์เจ้าเมือง…มีพวกนักรบเก้าดวงดาวอิสระในเมืองเบต้าอีกกี่คน และนอกจากนี้ในคนพวกนั้นมีกี่คนที่ความสัมพันธ์ที่ดีกับ อัลเมอร์ส?"

"ท่านครับ, เพราะดวงดาวเบต้าเป็นดาวค้าขาย….มันจึงมีนักรบระดับเก้าดวงดาวอิสระเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ในดาวเบต้ามีนักรบระดับเก้าดวงดาวอีกประมาณ 32 และ จากในจำนวนนั้นมีราว 20 คนที่รู้จักกับอัลเมอร์สเป็นการส่วนตัว"

"แค่นี้งั้นหรอ?"

"ครับ" ลูกน้องทั้งสามกล่าวออกมาด้วยเสียงเบาจากด้านหลัง

เสียงที่ส่งออกตรงเข้าสู่หูของนิกริชโดยตรง โดยที่ไม่มีเสียงหลุดรอดออกไปที่อื่นแม้แต่น้อย

"ตามแผนที่เราว่างไว้….หลังจากที่เราดำเนินแผน ทีมที่ไม่ได้มีหน้าที่ในการโจมตีคฤหาสน์เจ้าเมืองก็จะคอยควบคุมนักรบเก้าดวงดาวที่เหลือ, เพื่อไม่ให้พวกที่มีความสัมพันธ์กับอัลเมอร์สออกมาช่วยเหลืออัลเมอร์สได้"

"และในส่วนของห้ามหาอำนาจ​ เรายิ่งไม่ต้องกังวล”

“พวกนั้นจะไม่ออกมาผสมโรงเรื่องการเมืองภายใน​ของดาวเคราะห์ต่าง ๆในจักรวาล”

"ในส่วนของกองกำลังและตระกูล​ต่างๆ.​…พวกนั้นเองก็ไม่น่าจะออกมามีส่วนรวมเช่นกัน อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายนึงใกล้จะชนะ" นิกริชกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ

ลูกน้องทั้งสามพยักหน้าเป็นการตอบรับเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดตอบอะไรกลับ

เเละทันใดนั้น​เอง….หน้าต่างการสนทนาก็โผล่ออกมาด้านหน้านิกริช

ในหน้าต่างสนทนามีชายแก่ผิวสีเขียว และนัยต์ตาสีเลือดยืนอยู่อย่างสง่างาม​

"นิกริชทำความเคารพ, ลอร์ด​เบิร์ก!"

นิกริชรีบก้มลงคุกเข่าลงข้างนึงทันทีที่หน้าต่างสนทนาของชายแก่โผล่ขึ้น

ลูกน้องทั้งสามของเขาเองก็คุกเข่าลงเช่นเดียวกัน

"นิกริช….ฉันมอบโอกาสให้กับนายแล้ว เพราะงั้นอย่าทำให้ฉันต้องผิดหวังหล่ะ!" ชายแก่หลังหน้าต่างสนทนากล่าวขึ้นมา

"ลอร์ด​เบิร์กได้โปรดวางใจ หลังจากวันนี้ผมจะขึ้นเป็นเจ้าเมืองผู้ปกครองของดาวเบต้า และคำสัญญาที่ผมให้ไว้กับตระกลูแทลอนจะเป็นจริงอย่างแน่นอน " นิกริชกล่าวขึ้น

"ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น!" ร่างของชายแก่ในหน้าต่างหายไปหลังจากที่เขากล่าวประโยคนี้ออกมา

นิกริชยืนขึ้นและส่งสัญญาให้ลูกน้องที่เหลือของเขาทั้งสามพร้อมกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ไปบอกทุกคนว่าจะเริ่มดำเนินแผนตอนเที่ยงคืนตรงของวันนี้ "

"รับทราบขอรับ!" ร่างของลูกน้องทำสามกลายเป็นภาพติดตาก่อนที่จะค่อย ๆ เลือนหายไป

เที่ยงคืน

กลุ่มคมจำนวนนึงได้ปรากฏตัวมาที่ด้านนอกของวิลล่าเเพนดากอน

นำหน้าคือร่างเงาสามคนในชุดสีม่วง

"พวกเรากองกำลังชุดม่วงต้องมาทำตามคำสั่งไอ้ขยะนิกริช…แบบนี้น่ารำคาญชะมัด!" เซลคินพูดขึ้นด้วยสีหน้าหงุดหงิด

"หุบปากเซลคินนี่เป็นคำสั่งตรงจากหัวหน้าตระกูล" จิงยันมองไปทางเซลคินเเล้วเอ่ยห้ามอีกฝ่าย

"มาทำภารกิจให้มันจบๆ ไปเถอะ!" ซิลลา-แทลอนมองไปทางเซลคินและจิงยัน

"ตามแผน, เราสามคมจะมุ่งหน้าไปจัดการชูโจว ส่วนพวกที่เหลือจะไปจัดการเพื่อนของชูโจว…หากมีการขัดขืนอนุญาตให้โจมตี​ได้"

"กัปตันพวกเราเป็นนักสู้ระดับสูงจากตระกูลแทลอน…มีนักรบระดับเก้าดวงดาวไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ที่ตายลงภายใต้​เงื้อมมือของ​พวกเรา….กับแค่จัดการชูโจวมันจะไปยากอะไร " เซลคินพึมพำ​

"หยุดพูดแล้วลงมือได้แล้ว!"

หลังจากที่พูดจบซิลลา-แทลอนก็กลายเป็นภาพติดตาเเละมุ่งหน้าเข้าไปในวิลล่า​เเพนดากอน

เซลคิน กับจิงยัน และคนที่เหลือต่างก็มุ่งหน้าตามเขาเข้าไปในวิลล่า​เเพนดากอนทีละคน

ซิลลา-แทลอน, เซลคิน, จิงยันมีเป้าหมายเดียวคือมุ่งหน้าไปยังที่พักของชูโจว

ส่วนที่เหลือแยกย้ายไปหาคนอื่นในวิลล่า​เเพนดากอน

เเต่เมื่อ, ซิลลา-แทลอน เซลคิน จิงยันมาถึงที่พักของชูโจว…..เสียงเสียงหนึ่งก็ดัดัง​ขึ้น​มา​ทันที​

"ถ้าไม่ถือว่าเป็นการรบกวน ช่วยบอกฉันหน่อยได้ใหมว่าพวกนายต้องการที่จะตายแบบไหนกัน?"

ชูโจวผู้ที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟากล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

ซิลลา-แทลอนและคนอื่นๆหันไปมองชูโจวในเวลาเดียวกัน

นี่มันไม่รู้​หรือว่าพวกเราเป็นใคร?

พวกเราคือนักรบกองกำลังชุดม่วงของตระกูลแทลอนนะ

สมาชิกกองกำลังชุดม่วงทั้งเก้าพันคนของตระกูลแทลอนเป็นที่รู้จักันไปทั้วจักรวรรดิกาแลกติก แม้แต่อารยธรรมพื้นฐานในจักรวาลใกล้เคียงก็รู้จักพวกเขา

ชูโจว, นักรับจากดาวบ้านนอกในจักรวรรดิกาแลกติกกลับกล้าที่จะดูถูกพวกเขาทั้งสามคน….หมอนี่มันเอาความกล้ามาจากไหนกัน!

"เเปจะตายเพราะปากของเเกเอง " ซิลลา-แทลอนมองไปที่ตาของชูโจว และกล่าวออกมาอย่างเย็นชา

"ความจริงแล้วพวกเราเพียงแค่จะควบคุมตัวเเกไว้, เเกยังมีโอกาสรอดอยู่แท้ๆ……แต่​ ตอนนี้เเกหมดโอกาสแล้ว "

"ไอ้นักรบจากดาวบริเวณชายแดนของจักรวรรดิกาแลกติกที่ไม่เคยออกไปเจอจักรวาล​อันกว้างใหญ่…..กล้าที่จะดูถูกพวกเรานักรบกองกำลังชุดม่วง, แกมันรนหาที่ตายจริงๆ!"

เซลคินยิ้มเย้ย, ก่อนที่คลื่นสายฟ้าสีม่วงทั้ง 108​ เส้นจะพุ่งออกมาจากร่างของเขาด้วยความเร็วสูง…..เเละพวกมันก็ค่อยๆรวมตัวกันเป็นตาข่ายขังชูโจวไว้ไม่ให้เขาหนีไปไหนได้

ด้านชูโจวเองก็ย่อมรู้สึกถึงพลังงานของกฏจากสายฟ้าแต่ละเส้นได้ชัดเจน

สายฟ้าสีม่วงทั้ง 108 เส้น….ในแต่ละเส้นมีพลังมากพอที่จะฆ่านักรบระดับแปดดวงดาวให้ตายได้ในการโจมตี​เดียว​

"กองกำลังชุดม่วงไม่ใช่อะไรที่คนแบบเเกจะมาเหยียดหยามได้!"

จิงยันกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นพร้อมกับคลื่นแม็กม่าและเปลวเพลิงจำนวนมากได้ทะลักออกมาในเวลาเดียวกัน

พวกมันไหลมารวมตัวกันเป็นเส้นดายสีแดงเพลิงที่พุ่งเข้าหาชูโจวด้วยความเร็วสูง

อุณหภูมิของเส้นดายเพลิงนั้นสูงจนยากจะจินตนาการ แม้กระทั่งแค่การเคลื่อนไหวธรรมดา มันยังสามารถเผาและทิ้งรอยไหม้ไว้ในความว่างเปล่าได้

ด้านซิลลา-แทลอนนั้นไม่ได้ลงมือ​ด้วย….เขาเพียงแค่ยืนกอดอกพร้อมกับสังเกตฉากตรงหน้าอย่างสงบ

ในความคิดของเขา, แค่เซลคินกับจิงยันก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับนักรบจากดาวล้าหลังอย่างชูโจว

เซลคิน และจิงยันต่างเป็นนักรบจากกองกำลังชุดม่วงของตระกูลแทลอน และนักรบจากกองกำลังชุดม่วงทุกคนต่างถูกคัดเลือกจากผู้คนนับพัน ที่ผ่านประสบการณ์ในการต่อสู้มานับไม่ถ้วน

พลังของสองคนนี้เป็นของจริง

เซลคินยิ้มออกมาอย่างโหดเหี้ยม ส่วนจิงยันนั้นยังมีสีหน้านิ่งเฉยในขณะที่​มองไปยังชูโจว ราวกับว่าทั้งสองคนได้มองเห็นจุดจบของชูโจวเรียบร้อยแล้ว

แต่อย่างไร​ก็​ตาม, ฉากต่อมาทำให้สีหน้าของทั้งสองพรันเปลี่ยนเป็นแข็งค้าง

สายฟ้าสีม่วง 108 เส้น และด้ายเพลิงพุ่งทะลุร่างของชูโจวไปราวกับภูติผี และทันใดนั้นเองร่างของชูโจวได้มาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของทั้งสองคนแทน

"ฉึก!"

ชูโจวยื่นมือออกมาราวกับดาบอันแหลมออกจากฝัก เขาแทงเข้าไปที่หัวใจของทั้งสองคน

จากนั้นมันก็มีพลังจากกฎต่างๆค่อยๆโผล่ออกมาจากแขนของเขาเเละทำการดูดกลืนพลังชีวิตและวิญญาณของทั้งสองคน

ในตอนนี้เองเซลคินและจิงยันได้ตายลงอย่างสมบูรณ์

ดวงตา​ของทั้งสองคนเบิกกว้างและจ้องไปทางชูโจวด้วยความตกตะลึง ราวกับจนวินาทีสุดท้ายทั้งสองก็ยังไม่เชื่อว่าชูโจวจะแข็งแกร่งเช่นนี้

"นี่...มันเป็นไปได้ยังไงกัน?"

ซิลลา-แทลอนเองก็ตะลึงด้วยเช่นกัน

คู่หูของเขาทั้งสองคนถูกชูโจวฆ่าทิ้งลงภายในเสี้ยววินาที?

ตอนนี้เองนั้นที่ซิลลา-แทลอนถึงได้เข้าใจขึ้นมาว่าชูโจวนั้นไม่ใช่นักรบระดับเก้าดวงดาวทั่วไป….แต่เป็นนักรบระดับเก้าดวงดาวที่ทรงพลัง​มาก​ไร้ที่เปรียบ

นี่คือความต่างระหว่างคน

เหมือนในห้องเรียนที่มีทั้งคนได้คะแนนดี และคนที่ได้คะแนนแย่ และในบางครั้ง... คะแนนของนักเรียนที่เยอะที่สุดและแย่ที่สุดนั้นห่างกันเกินกว่าที่จะจินตนาการได้

และตรรกะเดียวกันนี้ก็สามารถนำมาใช้กับนักรวได้เหมือนกัน….ความต่างระหว่างนักรบระดับเก้าดวงดาวทั่วๆไป กับนักรบระดับเก้าดวงดาวที่ไร้ที่เปรียบนั่นห่างชั้นกันจนเกินไป

เเละในฐานะของนักรบระดับผู้นำหน่วยจากกองกำลังชุดม่วง และสมาชิกสายตรงของตระกูลแทลอน

ซิลลา-แทลอนเองย่อมรู้ว่าอัจฉริยะของตระกูลใหญ่ๆที่ผ่านการฝึกเป็นพิเศษนั้นจะมีพลังมากกว่านักรบในระดับเดียวกันมากแค่ไหน

แต่เพียงแค่เข้าไม่คิดว่าชูโจว, นักสู้อิสระจากดวงดาวล้าหลังเขตชายแดนจะเป็นอัจฉริยะที่ไร้ที่เปรียบเหมือนกัน

"ต้องหนี!"

หลังจากที่ซิลลา-แทลอนรู้ว่าสถานการณ์นี้ไม่ถูกต้องเขาก็เลือกที่จะหนีออกไปทันที

"โอ้ บ้านของฉันมันเป็นที่ที่นายสามารถเข้าออกได้ตามใจเลยงั้นหรอ?"

ชูโจวยืนกอดอกมองไปที่ซิลลาที่กำลังพยายาหนีอย่างเฉยเมย

เมื่อเห็นว่าชูโจวไม่ได้ไล่ตามมา….ซิลลา-แทลอนก็อดไม่ได้ที่จะดีใจเล็กน้อย

เขารีบขับเคลื่อนพลังทั้งหมดที่มีและพุ่งหนีออกไปอย่างสุดกำลัง

แต่หลังจากที่หนีไปได้ไม่ไกลเขาก็ต้องหยุดลง

เพราะว่าหลังจากที่เขาออกมา….หากเป็นปกติเขาควรที่จะพุ่งออกจากวิลล่านี้ไปไกลหลายร้อยกิโลเมตรแล้ว

แต่นี่เขากลับยังอยู่ที่เดิม

"นี่มัน...ทักษะพับมิติ?"

ซิลลา​-แทลอนนึกถึงทักษะด้านมิติที่ลึกลับนั่น และเขาก็หน้าซีดลงทันที

"ดูเหมือนว่านายก็พอมีความรู้อยู่เหมือนกันนี่ ถึงกับรู้จักทักษะพับมิติ”

“แต่ว่านะ….นั่นไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่านายกำลังจะตายได้หรอก”

ชูโจวกล่าวขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะทำการคว้าซิลลา-แทลอนที่อยู่กลางอากาศ

จากนั้นพื้นที่รอบๆซิลลา-แทลอนก็ค่อยๆบิดเบี้ยวและขดตัวลงจนรอยแตกมิติสีดำปรากฏขึ้น

ซิลลา-แทลอนถูกโจมตีด้วยทักษะลึกลับอย่างการฉีกมิติและบิดมิติ…..จนร่างของเขานั้นถูกบิดไปเรื่อยๆก่อนที่จะถูกฉีกทิ้งเป็นเสี่ยงๆ

จากนั้น, ชูโจวก็รีบดูดพลังงชีวิตและพลังวิญญาณจากศพของซิลลา-แทลอน…..ก่อนที่จะสร้างหลุมดำออกมาเพื่อทำลายศพของทั้งสามคน

"บูม บูม บูม..."

ในเวลาเดียวคลื่นพลังงานจากการต่อสู้ภายในเมืองประทุขึ้นออกมา

"ดูเหมือนว่าคืนนี้เมืองเบต้าจะรื่นเริงไม่น้อยเลยนะ!"

"ตอนแรกเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา….แต่ในเมื่อโดนเชิญถึงที่​เเบบนี้​”

“การไม่ไปเข้าร่วม, มันก็จะหยาบคายไปสักหน่อย”

ชูโจวกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆหายไปในชั่วพริบตา

……………

จบบทที่ บทที่ 335 : พายุ(1)

คัดลอกลิงก์แล้ว